ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 792 ข่าวดีที่น่าตกใจ
ตอนที่ 792 ข่าวดีที่น่าตกใจ
“ท่านผู้นำ คุณมีเรื่องอะไร ? บอกผมมาสิ”
เจียงเสี่ยวไป๋เดินตามนายกเทศมนตรีจางแล้วพูดขึ้นมา
นายกเทศมนตรีจางเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋ “คุณก็รู้จักติงจวิ้นเจี๋ยใช่ไหม”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ครับ ผมไปเจอเขาก่อนที่จะกลับมาชิงโจว”
นายกเทศมนตรีจางพ่นควันบุหรี่ออกมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เขาอยู่กับฉันมาสองปีครึ่งแล้ว ฉันไม่คิดว่าเขาจะได้รับใช้เคียงข้างลุงรองของคุณในตอนนี้”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “นั่นเป็นเพราะคุณฝึกฝนเขามาอย่างดี ! ”
นายกเทศมนตรีจางหัวเราะออกมา คำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ทำให้เขารู้สึกมีความสุขมาก เพราะตำแหน่งในตอนนี้ของติงจวิ้นเจี๋ยสำคัญมากสำหรับเขาเหมือนกัน ซึ่งทำให้เขาได้เปรียบอย่างมากเมื่อเทียบกับคนอื่น
ในเวลาเดียวกัน ติงจวิ้นเจี๋ยเพิ่งไปที่เจียงเฉิงได้ไม่นาน แต่สามารถเลื่อนขั้นไปได้ขนาดนี้ ถ้าบอกว่าไม่ใช่การช่วยเหลือของเจียงเสี่ยวไป๋ หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อ
และเป็นไปได้มากว่าในหัวใจของติงจวิ้นเจี๋ยตอนนี้นั้น เจียงเสี่ยวไป๋มีความสำคัญมากกว่าผู้นำเก่าของเขาเสียอีก
เขายิ้มและพูดว่า “จวิ้นเจี๋ยเป็นคนดี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขามีเพื่อนที่ดีด้วย ! ”
ตอนนี้ นายกเทศมนตรีจางไม่ได้เรียกอีกฝ่ายว่า ‘เสี่ยวติง’ เหมือนเมื่อก่อน แต่เปลี่ยนมาเรียกว่า ‘จวิ้นเจี๋ย’ และในขณะเดียวกัน เขาก็เน้นคำว่า ‘เพื่อนที่ดี’
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจทันทีว่านายกเทศมนตรีจางหมายถึงอะไร จึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ในชีวิตของเราทุกคนมักจะมีเพื่อนที่ดีไม่กี่คนเท่านั้นแหละครับ”
นายกเทศมนตรีจางพยักหน้า “ใช่ ในชีวิตเราทุกคนต้องมีเพื่อนเสมอ” คำพูดของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “อย่างผมเองก็มีเพื่อนแบบนายกเทศมนตรีจาง และคุณยังเป็นเพื่อนที่ดีด้วย”
นายกเทศมนตรีจางรู้สึกมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้ยินประโยคนี้ และไม่ได้พูดอะไรอีก
เขาเข้าใจแล้วว่าเจียงเสี่ยวไป๋หมายถึงอะไร
ดังนั้น หากมีสิ่งใดก็จงหยุดอยู่แค่นั้น พูดตรง ๆ ไปมันก็ไม่มีความหมายอยู่ดี
พวกเขาทั้งสองเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ สักพักเจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดว่า “ท่านผู้นำ การที่คุณต้องการจะคุยกับผมเพียงลำพังแบบนี้ คงไม่ได้คุยเรื่องเลขาติงเพียงเท่านั้นใช่ไหมครับ ! ”
นายกเทศมนตรีจางยิ้ม “ไม่แน่นอน”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่จำเป็นต้องถามอะไร ไม่นาน นายกเทศมนตรีจางก็พูดออกมาว่า “ก่อนหน้านี้คุณบอกฉันใช่ไหมว่าคุณได้ใช้ผักนอกฤดูไปต่อรองขอโควต้ารถบรรทุกของจี้หนาน หยางโจว ฉางซา อู๋ตู และเป่าติ้ง งั้นฉันมีข่าวดีอีกอย่างหนึ่งที่จะบอกคุณ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และถามออกมาด้วยความคาดหวัง “ท่านผู้นำ อย่าบอกนะว่าคุณช่วยผมหาโควต้ารถจากช่องทางอื่นด้วย”
แม้ว่าคราวนี้เขาจะได้รถบรรทุกหนักมา 200 คันแล้ว แต่สำหรับเขา รถบรรทุกหนักเป็นเหมือนกองกำลังหลักของทั้งหมด ซึ่งยิ่งมากเท่าไรก็ยิ่งมีประโยชน์เท่านั้น
นายกเทศมนตรีจางโบกมือ มองเขาอย่างมีความหมาย แล้วพูดว่า “ฉันไม่ได้เอามาให้คุณ แต่คุณเองต่างหากที่เป็นคนเอามันมาได้”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะตัวแข็งและมองมาที่นายกเทศมนตรีจางด้วยความประหลาดใจ นายกเทศมนตรีจางรู้เรื่องที่เขาไม่รู้ได้อย่างไร
“ท่านผู้นำหมายความว่าอย่างไรครับ ? ”
นายกเทศมนตรีจางกล่าวว่า “ตอนที่คุณเจรจากับคนในแผนกโลจิสติกส์ คุณไม่ได้ร้องขออะไรจากพวกเขาเหรอ ? ”
ทันใดนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็จำได้ว่า ตอนนั้นเขาเคยถามหลี่เถี่ยหลินไปว่าพวกเขาสามารถหารถบรรทุกมาให้เขาได้หรือไม่ แต่เขาก็เห็นเฉินเจียงเหอส่ายหัวให้หลี่เถี่ยหลิน
มันจึงทำให้เขาคิดว่าคำขอนี้คงจะไม่ประสบความสำเร็จ
ใครจะไปคิดว่านายกเทศมนตรีจางกำลังพูดถึงเรื่องนี้อยู่
เจียงเสี่ยวไป๋จึงถามไปว่า “ท่านผู้นำ แล้วพวกเขาตกลงว่าอย่างไร บอกผมมาที ว่าข้อเสนอนี้พวกเขาตกลงหรือเปล่า ? ”
นายกเทศมนตรีจางกล่าวว่า “คนที่มาในวันนี้คุยกับฉันคนเดียวและบอกฉันว่าคำขอของคุณ พวกเขาตกลงที่จะจัดหารถบรรทุกทหาร 30 คันให้กับคุณ”
ฮะ ?
เจียงเสี่ยวไป๋ตกใจมาก
ในตอนแรก เขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ไม่คิดว่าเรื่องเซอร์ไพรส์จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วขนาดนี้
หลี่เถี่ยหลินและเฉินเจียงเหอสุดยอดมาก !
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะมีความสุขและถามว่า “ท่านผู้นำ แล้วขั้นตอนในการไปรับรถบรรทุกเหล่านี้มีอะไรบ้าง คันหนึ่งราคาเท่าไหร่ ? ”
นายกเทศมนตรีจางยิ้ม “ขั้นตอนนั้นง่ายมาก เมื่อพวกเขามาถึงในวันมะรืนนี้ พวกเขาจะนำรถมาให้ คุณแค่ต้องเซ็นรับเท่านั้น”
หลังจากหยุดชั่วครู่ เขาก็พูดต่อ “แต่รถเหล่านี้ไม่ได้ขายให้คุณนะ พวกเขาให้ยืมใช้ฟรีเป็นเวลาสามปี และจะถูกส่งคืนหลังจากหมดสัญญานี้ โดยที่ไม่คิดเงินจากคุณแม้แต่หยวนเดียว ! ”
“อะไรนะครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอีกครั้ง แผนกโลจิสติกส์ปล่อยให้เขายืมรถมาใช้ฟรีโดยที่ไม่คิดเงินเลยงั้นเหรอ ?
นี่ไม่ต่างจากเค้กที่ตกลงมาจากฟ้าจริง ๆ !
นายกเทศมนตรีจางยังกล่าวอีกว่า “หัวหน้าแผนกโลจิสติกส์ที่เป็นคนสั่งซื้อผักนอกฤดูจากคุณเป็นคนพิจารณาเรื่องนี้เอง เขาบอกว่าโครงการตะกร้าผักที่คุณดำเนินการอยู่นั้นดีมาก เขาจึงให้คุณยืมรถ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เสียงของเขาก็เปลี่ยนไป “อย่างไรก็ตาม ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น เขาจะให้คุณยืมรถเป็นเวลาสามปี แต่คุณต้องการันตีว่าจะมีผักนอกฤดู 30 ตันส่งไปที่เทียนจิงทุกสัปดาห์””
“ไม่อย่างนั้น พวกเขามีสิทธิ์ที่จะยึดรถที่ให้คุณยืมได้ทุกเมื่อ”
ผักนอกฤดู 30 ตันต่อสัปดาห์ นั่นหมายความว่าเกือบ 5 ตันต่อวัน
เมื่อนับเวลาที่ใช้บนท้องถนน รถบรรทุกทหาร 30 คันนี้สามารถใช้เพื่อขนส่งผักนอกฤดูไปยังเทียนจิงเท่านั้น
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจเจตนาของแผนกโลจิสติกส์ทันที
แต่แน่นอนว่าเขาจะไม่ปฏิเสธสิ่งที่ดีเช่นนี้
“เยี่ยมมาก รบกวนท่านผู้นำบอกผู้บังคับบัญชาของพวกเขาไปว่าผมตกลงกับเงื่อนไขนี้”
นายกเทศมนตรีจางยิ้ม แล้วพูดว่า “คุณไม่ต้องฝากบอกหรอก ฉันตอบตกลงให้คุณไปแล้ว”
“ขอบคุณท่านผู้นำ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวอย่างมีความสุข
นายกเทศมนตรีจางพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม “เรื่องนี้ก็เป็นความลับเช่นกัน แม้แต่รองนายกเทศมนตรีถังก็ไม่รู้ สำหรับคนอื่น แค่บอกว่ามันเป็นรถที่ซื้อมาก็พอนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าวสาร “ผมเข้าใจครับ ! ”
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน ทั้งสองก็เดินเข้าไปในสำนักงานเทศบาลแล้ว
นายกเทศมนตรีจางกล่าวว่า “เอาล่ะ ถ้าไม่มีอะไรทำแล้ว ก็ไปทำธุระของคุณเถอะ ! ”
“ครับ งั้นผมขอตัวก่อน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อารมณ์ดีขึ้นมาทันทีหลังออกจากสำนักงานเทศบาล และไม่นานเขาก็ขับรถมาถึงโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติก
“ดูคุณทำหน้าเหมือนได้สมบัติมา ดูเหมือนจะเจรจาได้อย่างราบรื่นนะคะ ! ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยชงชาหลงจิ่งให้เจียงเสี่ยวไป๋และพูดด้วยรอยยิ้ม
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “มันราบรื่นมาก”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้ม “ก็ดีแล้วนี่คะ แล้วคุณมีเรื่องอะไรที่จะบอกฉันอีกไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋เล่าถึงเรื่องที่เขาพูดคุยกับนายกเทศมนตรีจางและรองนายกเทศมนตรีถังทันที
หลังจากได้ยิน เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ฉันจะจัดบุคลากรเฉพาะให้ เฉิงเปิ่นฟู่จากโรงงานผลิตและแปรรูปถั่วเหลืองไปเคยเป็นผู้บัญชาการกองร้อยทหารอาสาในอำเภอชิงซาน เขารู้จักคนอย่างกว้างขวางทั้งในเจียงวาน เสี่ยวจิงโข่ว หวงเจียหยา และฉิงหลง ฉันจะให้เขาไปหาหัวหน้าหมู่บ้านทั้งห้าหมู่บ้าน ดังนั้นฝากเรื่องนี้ไว้ให้เขาเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างมีความสุข “คุณเมิ่ง งั้นคุณก็จัดการเลย คุณรู้จักพนักงานดีกว่าผมอยู่แล้ว”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้มอย่างขมขื่น “เดิมทีนี่เป็นงานของโหย่วโหยวหยู แต่คุณได้ย้ายเขาไปที่ถู่เฉิงไม่ใช่เหรอ ? ฉันเลยต้องมาดูแลงานของเขาในตอนนี้”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ขอบคุณที่คุณทุ่มเททำงานเพื่อเจียงเจียกรุ๊ป ผมจะให้รางวัลกับคุณในอีกไม่นานนี้แหละ ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเม้มริมฝีปากแล้วยิ้ม “เอาล่ะ ฉันจะรอรับรางวัลจากผู้ช่วยเจียงแน่นอน แต่อย่าหลอกฉันด้วยอมยิ้มนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะออกมา
เขาจะหลอกเมิ่งเสี่ยวเป่ยด้วยอมยิ้มได้อย่างไร เขากำลังวางแผนที่จะเอาปอร์เช่ 944 ให้ เมิ่งเสี่ยวเป่ยต่างหาก !
มีรถปอร์เช่ 944 ทั้งหมด 3 คัน หลินเจียอินต้องได้หนึ่งคัน ส่วนที่เหลืออีกสองคันที่เขาจะให้คือเมิ่งเสี่ยวเป่ยและเจียงเสี่ยวเยว่ พี่สาวคนโตของเขา