ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2107 ไม่ได้
ตอนที่ 2107 ไม่ได้
………………..
ฉู่หลิวเยว่มีลางสังหรณ์ไม่ดี!
แทบจะในเวลาเดียวกันที่หรงซิวลงมืออีกครั้ง!
ค่ายกลกระสวยสวรรค์ ลูกเพลิงหลายลูกระเบิดขึ้น!
ตู้ม!
ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งอย่างน่าตกใจ หุบเขาลูกหนึ่งปรากฏขึ้นบนทะเลาทรายอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
อย่างไรก็ตามใต้ทรายสีเหลือง ยังเป็นทะเลทรายสีเหลือง
นอกจากนี้แล้ว ล้วนไม่มีอันใดเลย!
หรงซิวขมวดคิ้วแน่น
ฉู่หลิวเยว่ตกตะลึงครู่หนึ่ง ต่อมานางรับรู้ถึงสิ่งไม่ดีบางอย่างในทันที
เกรงว่าถวนจื่อกับจื่อเฉินจะถูกฝ่ายตรงข้ามพัดพาไป!
นางก้าวเท้าและมุ่งตรงไปหุบเขาที่อยู่ด้านล่าง
“ถวนจื่อ! จื่อเฉิน!”
นางตะโกนไปพลางและหาไปพลาง จากนั้นความเย็นค่อยๆ แผ่ไปทั่วทั้งร่างของนาง
การติดต่อระหว่างนางกับพวกเขาถูกตัดขาดทั้งหมด นางจึงไม่อาจรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของพวกเขา
สิ่งสำคัญที่สุดคือ…ลมปราณที่มืดมนและแปลกประหลาดนั่น สุดท้ายก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ในดวงตาเหมือนกับเหวลึกในกระแสน้ำวน และไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน!
นางยืนอยู่กลางหุบเขาลึก ใต้ฝ่าเท้าเป็นทรายสีเหลืองที่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็งอีกครั้ง
นอกจากนี้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ล้วนไม่มีสิ่งใดเลย
นางกำมือแน่น และพูดพึมพำด้วยเสียงต่ำๆ ว่า
“มันยังไม่ได้หนีไป เพียงแค่หนีไปซ่อน”
ฉู่หลิวเยว่หันหน้าไปหาเขา
“จริงหรือ”
หรงซิวพยักหน้า
“แต่มันได้รับบาดเจ็บสาหัส ดังนั้นจากสถานการณ์เช่นนี้มันย่อมไม่สามารถวิ่งหนีไปได้ ยิ่งกว่านั้น…”
เขาหยุดชะงัก
“ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่อาจะเป็นสถานที่ที่มันอยู่มานาน มันคงไม่จากไปง่ายๆ เช่นนี้”
ในตอนแรกฉู่หลิวเยว่ลังเลและกลับไปนึกถึงมือข้างหนึ่งนั่นที่อยู่ใต้เขาหมื่นเมรัยของสำนักหลิงเซียว และเชื่อขึ้นมาบางส่วนในทันที
คำพูดของหรงซิวอาจเป็นไปได้สูง เพราะของสิ่งนั้นอันตรายยิ่งนัก คาดว่าคงถูกสะกดมานานหลายปีเป็นแน่
แต่…
“ถ้าเป็นอย่างที่พูดจริงๆ เหตุใดพวกพี่เป่าถึงเพิกเฉยมาโดยตลอด อีกทั้งยังปล่อยให้มันอยู่อย่างนั้นเล่า”
หรงซิวมองนางด้วยสายตามืดมนอยู่ครู่หนึ่ง
“เจ้าลืมแล้ว สิ่งนั้นที่อยู่ใต้เขาหมื่นเมรัยก็เหมือนกับตอนนี้”
จู่ๆ ฉู่หลิวเยว่ก็เงียบไป
จริงสิ
ถ้าสิ่งนั้นพวกพี่เป่าสามารถจัดการได้อย่างที่พูด ย่อมไม่มีทางเมตตาและใจดีเป็นอันขาด
แต่พวกเขาไม่มี
มิรู้ว่ามีความลำบากอื่นๆ หรือไม่…
อีกทั้งตั้งแต่ถวนจื่อและทั้งสองหายตัวไป พวกพี่เป่าก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ เลย
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฉู่หลิวเยว่จึงหันตัวและเดินไป
“ข้าต้องไปพบพวกพี่เป่า”
ฉู่หลิวเยว่ไม่เชื่อว่าพวกเขาไม่รู้อันใดเกี่ยวกับเรื่องนี้
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่พวกเขาไม่ยื่นมือเข้ามาโดยตรง นางจะไปถามด้วยตนเองดูสักครั้ง!
หากพวกเขาสามารถช่วยเหลือได้ เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก
ถ้าหากไม่สามารถ…นางจะพลิกทะเลจันทราสีชาดทั้งหมด เพื่อตามหาถวนจื่อกับจื่อเฉินกลับไป!
หรงซิวขยับริมฝีปากเล็กน้อย แต่กลับลังเลที่จะพูด
นิสัยของนาง เขาเข้าใจดีเป็นที่สุด
เมื่อนางคิดจะทำอะไร ย่อมไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ
ยิ่งเรื่องเรื่องทั้งหมดในวันนี้ ได้ล้ำเส้นนางเกินไปแล้ว
เขาก้าวขึ้นไปข้างหน้า
“ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”
…
“นางจะมาแล้ว นางจะมาแล้ว!”
ผู้อาวุโสที่ห้าเดินไปมารอบๆ อย่างร้อนรน
“ถวนจื่อกับจื่อเฉินหายไปเช่นนี้ พวกเราจะอธิบายอย่างไร พี่เป่า พูดอันใดหน่อยสิ!”
ตู๋กูโม่เป่านั่งขัดสมาธิ บนใบหน้าไม่แสดงออกอันใด
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เขาเพียงค่อยๆ ขมวดคิ้วขึ้นและพูดขึ้นด้วยเสียงเรียบเย็น
“เสียงดังเอะอะโวยวาย”
ผู้อาวุโสที่ห้าชี้ไปที่ตนเองอย่างไม่น่าเชื่อ
“ข้าเอะอะโวยวาย? เป็นเพราะข้าถูกบีบบังคับไม่ใช่หรอกหรือ พี่เป่า! ท่านเข้าใจดีเป็นที่สุด! ตอนนี้มันเวลาใดแล้ว! นางหนูเยว่เออร์กลับมา ท่านจะทำอย่างไร!”
“เมื่อก่อนแกล้งตาย ตอนนี้คงแกล้งตายไม่ได้แล้วกระมัง”
“เจ้าห้า ใจเย็นหน่อยได้หรือไม่ ช่างน่ารำคาญจริงๆ!”
ผู้อาวุโสที่ห้าสูดหายใจเข้าลึกๆ
“จะ…เจ้า! หลานเซียว ตอนนี้เจ้าก็อยู่แนวร่วมเดียวกับต้าเป่าแล้วไม่ใช่รึ”
หลานเซียวหัวเราะเย้ยหยันและหันตัวไป
“นายน้อยไม่อยากทำอันใด และก็เขาไม่ได้รีบร้อนแล้วเจ้าจะเป็นกังวลอันใดกันเล่า นางหนูเยว่เออร์คิดจะรนที่ เช่นนั้นก็คราวของเขาก่อนไม่ใช่หรือ”
บัดนี้ตู๋กูโม่เป่าคือคนเดียวจากหนึ่งในสามคนที่มีร่างศักดิ์สิทธิ์!
หลานเซียวนั่งไขว้ขาอย่างสง่างามพลางพูดขึ้น
“หากฟ้าถล่มก็ต้องให้เขาออกมาสู้ก่อน! แม้ว่าตอนนี้เขาจะพยักหน้าเล็กน้อยเช่นนั้น แต่ก็คงไม่เป็นอันใด พวกเราอยู่ใต้ดินน่ะสิ”
ตู๋กูโม่เป่าพุ่งเข้ามาด้วยสายตาดุดัน
หลานเซียวไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้น
สิ่งที่พูดเป็นความจริง แล้วเหตุใดล่ะ
ผู้อาวุโสที่ห้าเบื่อหน่ายที่จะสนใจสองคนนี้
หลายปีมานี้ยังดูไม่น่าเชื่อถือเหมือนเดิม!
“นางหนูเยว่เออร์ ใช้ความพยายามไปไม่น้อยในการเดินทางครั้งนี้ เพื่อถวนจื่อและจื่อเฉิน และยังตามใจพวกเขาราวกับเป็นสิ่งล้ำค่า ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้น หากนางก่อเรื่องขึ้น ไม่ว่าใครก็อย่าคิดจะหนีไป!”
ผู้อาวุโสที่ห้าโกรธอย่างมากพลางนั่งลงตามเดิม
“ข้าจะดูว่าพวกเจ้าจะทำอย่างไร!”
ยังไม่ทันขาดคำ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น
“พี่เป่า!”
เป็นฉู่หลิวเยว่
ตู๋กูโม่เป่ามีสีหน้าสั่นไหวขึ้นทันที
“พี่เป่า! ข้ามีเรื่องอยากปรึกษา ถ้าพี่สะดวกข้าจะขอพบพี่ได้หรือไม่”
ริมทะเลสาบ ฉู่หลิวเยว่จ้องมองทะเลสาบอันสงบนิ่งตรงหน้าพลางขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“เจ้า…”
ยังไม่ทันพูดตะโกนจบ ร่างของตู๋กูโม่เป่าก็ปรากฏตรงหน้าอีกครั้ง
“พูด”
ฉู่หลิวเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“เมื่อครู่เกิดสิ่งใดขึ้น พวกท่านรู้หรือไม่”
ตู๋กูโม่เป่าพยักหน้าพลางพูดขึ้น
“ข้ารู้”
ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้นอีกครั้งในทันที
“เช่นนั้นพวกท่านสามารถช่วย…”
“ไม่ได้”
ตู๋กูโม่เป่าขัดคำพูดของนางในทันที
“พวกเขาสามคน ย่อมไม่มีทางต่อสู้กันซึ่งหน้าเป็นแน่”
………………..