ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 23 กุญแจอายุยืน
ตอนพิเศษ ตอนที่ 23 กุญแจอายุยืน
……………
ถวนจื่อขยี้ตาที่เปียกชื้นของตัวเอง จากนั้นก็ยืดตัวออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย
“ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงหรือ”
“ถูกต้อง”
อี้เจาถอนหายใจออกมายาวๆ
“เหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้กลับไปนานมากแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น…ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงถูกปิดผนึกเอาไว้อยู่ ดังนั้นข้าจึงต้องไปปลดผนึกด้วยตัวเอง”
ตอนแรกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เขารู้สึกใจคอไม่ดี ดังนั้นจึงรีบปิดผนึกภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงทั้งหมด พร้อมสั่งให้ทุกคนในเผ่าจำศีล
ตอนนี้สถานการณ์ทั้งหมดได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ดังนั้นเขาควรจะต้องกลับไปจัดการเรื่องนี้
ถวนจื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกยินดีมาก และพยักหน้าอย่างแรง
“ดีเลยๆ”
ความจริงแล้วก่อนหน้านี้นางก็เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน เมื่อนางเปิดเส้นชีพจรเส้นที่เก้าแล้ว เรื่องนี้ก็ใช่ว่านางจะปลดผนึกเองไม่ได้
แต่นั่นคือผนึกที่ประมุขอี้เจาได้ทิ้งเอาไว้ นางจึงคิดว่าให้อีกฝ่ายเป็นคนจัดการจะดีกว่า
แน่นอนว่า นางก็มีความหวังที่จะให้อี้เจาตื่นขึ้นมาโดยเร็วที่สุด
อี้เจามองไปทางแววตาที่มีชีวิตชีวาของนาง เขาก็ทอดถอนหายใจออกมา
ยังดี…ยังดีที่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างคลี่คลายแล้ว และเริ่มไปในแนวทางที่ดีขึ้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็หันกลับไปมองที่ด้านข้าง
“จื่อเฉินยังไม่ฟื้นอีกหรือ”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ถวนจื่อก็ทำปากจู๋
อี้เจาพยักหน้า
“ข้าจะไปบอกกับท่านเทพ หลังจากนั้นพวกเราก็กลับกัน”
…
เมื่ออี้เจาเสนอเงื่อนไขเช่นนี้ แน่นอนว่าฉู่หลิวเยว่ก็ต้องเห็นด้วย
ก่อนหน้านี้นางเคยสัญญาเอาไว้ว่า หากมีเวลาก็จะพาถวนจื่อกลับไป แต่ไปๆ มาๆ คาดไม่ถึงว่านางจะไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย
ตอนนี้ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงมีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ ถวนจื่อติดตามอี้เจาไปดูก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว
เดิมทีก็อยากจะไปด้วยเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์อยู่ ปุโรหิตทั้งสามและสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ต่างไม่ยินยอมให้นางไป
ถูกต้อง ผู้อาวุโสลำดับห้าก็ได้เลื่อนขั้นเป็นปุโรหิตคนที่สามแล้ว
แต่ตัวเขากลับไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก ช่วงนี้เขากำลังรอให้สระอัสนีบาตซ่อมแซมฟื้นฟู เพราะเขาต้องการสร้างกายเนื้อให้สำเร็จโดยเร็ว
ดังนั้นตอนที่ซื่อจิงซ่อมแซมดูแลสระอัสนีบาต เขาก็จะพบเงาร่างของผู้อาวุโสลำดับห้าอยู่ด้านข้างเป็นประจำ
ตอนแรกถวนจื่อไม่อยากจากที่แห่งนี้ไปนานนัก ดังนั้นนางจึงสัญญาว่า หลังจากจัดการเรื่องราวของทางนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด
แม้ว่าฉู่หลิวเยว่จะไม่อยากปล่อยให้ไป แต่ท้ายที่สุดแล้วถวนจื่อก็เป็นนายน้อยของเผ่าหงส์ทองคำ ดังนั้นนางจึงควรจะต้องกลับไปดู
เพราะเหตุนี้ ถวนจื่อจึงติดตามอี้เจาไปที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง อีกทั้งยังถือโอกาสพาจื่อเฉินไปด้วย
ฉู่หลิวเยว่มอบให้นางดูแลจื่อเฉิน ดังนั้นนางจึงรู้สึกกังวลเรื่องนี้เป็นพิเศษ
ก่อนที่ถวนจื่อจะจากไป นางยังเดินทางไปหาอวิ๋นมู่เฉินโดยเฉพาะ นางพยายามจะหลอกล่อเขาแต่มันก็ไม่สำเร็จ จึงต้องยอมจากไปแต่โดยดี นางวางแผนเอาไว้ว่า หลังจากที่นางกลับมาแล้ว นางค่อยมาหาเขาอีกครั้ง
…
ฉู่หลิวเยว่วางโอสถสองสามเม็ดลง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ
“น้องแปดไม่สบายหรือ”
ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิด จากนั้นก็เห็นท่าทางลังเลของแม่นางสิบสอง ดังนั้นจึงถามขึ้นมาว่า
“สิบสอง เจ้ามีอันใดอยากจะพูดอย่างนั้นหรือ”
“หา มะ…ไม่มี…”
แม่นางสิบสองรีบปฏิเสธทันที แต่น้ำเสียงของนางก็ค่อยๆ เบาลง
“…พี่แปดไม่ให้พวกเราพูด…”
มุมปากของฉู่หลิวเยว่ยกโค้งขึ้นเล็กน้อย
“เป็นอันใดไป นางมีคนที่ชอบอย่างนั้นหรือ”
แม่นางสิบสองเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แม่นางสิบเอ็ดปรับมีท่าทางสงบนิ่งมากกว่า
“นายท่านรู้อยู่แล้วอย่างนั้นหรือ”
ฉู่หลิวเยว่ลูบปลายคางของตัวเอง
“ก็รู้ก่อนไม่นาน อีกทั้งในตอนแรกยังไม่มั่นใจ แต่ตอนนี้…ข้ามั่นใจเจ็ดแปดส่วนแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น แม่นางสิบสองก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที จึงถามออกไปอย่างอดไม่ได้ว่า
“ถะ…ถ้าเช่นนั้นคนที่พี่แปดชอบคือใคร นายท่านจะต้องทราบแน่นอนใช่หรือไม่”
ในสายตาของนาง นายท่านไร้เทียมทาน
ฉู่หลิวเยว่เคาะหน้าผากของนางเบาๆ
“นินทาคนอื่น ในเมื่อน้องแปดไม่อยากพูด ถ้าเช่นนั้นข้าก็พูดไม่ได้”
เรื่องแบบนี้ต้องขึ้นอยู่กับคนที่เกี่ยวข้องว่าพวกเขาจะจัดการอย่างไร
แม่นางสิบสองรู้สึกเสียดายมาก แต่คำพูดของฉู่หลิวเยว่ พวกนางไม่มีทางฝ่าฝืน ดังนั้นจึงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
“ก็ได้”
หลังจากพูดคุยกันอยู่สักพัก ฉู่หลิวเยว่ก็บอกให้พวกนางทั้งสองกลับไป
หลังจากทั้งสองคนจากไปแล้ว ฉู่หลิวเยว่ก็ตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ ทำให้มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“กำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือ”
หรงซิวเดินมาจากด้านหลัง แล้วถามขึ้นอย่างนุ่มนวล
ฉู่หลิวเยว่หันกลับไปมองเขา และเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“วันนี้เหตุใดถึงไม่เห็นแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายเลยล่ะ”
หรงซิวกดจูบที่หน้าผากของนางเบาๆ
“สามีของเจ้าอยู่ที่นี่ เหตุใดต้องไปสนใจคนอื่นด้วย”
ฉู่หลิวเยว่มองเขาด้วยใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“เขาคือคนของเจ้า แน่นอนว่าข้าจะต้องใส่ใจ”
หรงซิวนั่งลงที่ข้างกายของนาง จากนั้นก็รินชาใส่ถ้วย พร้อมถูปากถ้วยสีขาวไปมา
“เจ้าแน่ใจหรือ มิใช่ว่ากำลังเตรียมตัวดึงเขาให้กลายเป็นคนของเจ้าหรอกหรือ”
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
“เจ้าจะยอมหรือไม่ล่ะ นั่นคือคนสนิทที่เจ้าทุ่มเทอบรมมาอย่างยากลำบากเชียวนะ”
หรงซิวเลิกคิ้วขึ้น ก่อนหันมองหน้านาง
“แม้กระทั่งข้าก็ยังเป็นของเจ้าแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย หากเจ้าอยากได้สิ่งใด ขอเพียงแค่ข้ามี ข้าจะนำออกมาให้เจ้าทั้งหมด”
น้ำเสียงของเขาดูธรรมดา แต่นั่นเหมือนสิ่งที่เขาสามารถทำได้จริง
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาทันที ในตอนนั้นด้านบนของเขาก็มีเสียงดังขึ้น
“พรึ่บ”
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็เป็นของขวัญที่ชิ้นใหญ่ที่สุด”
สายตาของหรงซิวมองไปที่หน้าท้องนาง ก่อนยิ้มออกมาอย่างมีความหมาย
“เยว่เอ๋อร์ๆ”
ทันใดนั้นที่ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น
ฉู่หลิวเยว่เงยหน้าขึ้นไปมอง
“เสด็จพ่อ”
คนที่มาใหม่ก็คือซั่งกวนโหยวนั่นเอง
เมื่อหลายวันก่อนหน้านี้ อวี๋มั่วได้ไปรับซั่งกวนโหยว ฉู่หนิงและคนอื่นๆ มาที่นี่
เรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ พวกเขาได้มองเห็นผ่านกระจกสามพันภายในโลกมนุษย์ไปแล้ว
ดังนั้นสองวันแรกที่มาถึง พวกเขาจึงรู้สึกกังวลและตื่นเต้นมาก เขายังดึงให้ฉู่หลิวเยว่มาพูดคุยกันอยู่ตั้งนาน
ต่อให้ปัญหาทุกอย่างจะคลี่คลายไปหมดแล้ว แต่เมื่อนึกถึงวันนั้น พวกเขาก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ยังดีที่เรื่องฉู่หลิวเยว่ท้องทำให้พวกเขาเบี่ยงเบนความสนใจไปได้ชั่วคราว
ช่วงนี้ความสนใจของพวกเขาจึงอยู่ที่เรื่องฉู่หลิวเยว่ตั้งท้อง
เมื่อซั่งกวนโหยวมาหยุดที่ตรงหน้าของทั้งสองคน จากนั้นเขาก็พยักหน้าให้กับหรงซิวเพื่อบอกว่าไม่ต้องลุกขึ้นยืน ส่วนเขาก็เดินตรงไปหาฉู่หลิวเยว่ ก่อนจะหยิบของสองสิ่งออกมาจากในแขนเสื้อด้วยความระมัดระวัง ใบหน้าจริงจังมาก
“เยว่เอ๋อร์ เจ้าดูสิ นี่คืออันใด”
ฉู่หลิวเยว่ขยับตัวเข้าไปใกล้ แล้วมองของที่อยู่ในมือซั่งกวนโหยว คาดไม่ถึงว่าเขาจะถือกุญแจอายุยืนขนาดเล็กสองอันที่มีความวิจิตรงดงาม
ด้านบนของกุญแจอายุยืนเป็นสีเงิน อีกทั้งยังฝังทับทิมสดใสแวววาว ส่องสะท้อนล่อแสงอาทิตย์ ทั้งงดงามและสะดุดตามาก
ดวงตาของฉู่หลิวเยว่เปล่งประกาย
“นี่มัน…”
“นี่พ่อทำมันขึ้นมาเอง! เป็นอย่างใดบ้าง งดงามหรือไม่”
ซั่งกวนโหยวถามขึ้นอย่างกระตือรือร้น
“สีนี้เป็นสีเดียวกับอาณาเขตเซียนเทพของเจ้าพอดีเลย!”
ฉู่หลิวเยว่หยิบกุญแจอายุยืนทั้งสองอันขึ้นมา
“ขอบคุณเจ้าค่ะเสด็จพ่อ มันงดงามมาก!”
ขณะที่พูด นางก็เหลือบสายตาเห็นดอกไม้ขนาดเล็กที่สลักอยู่ด้านบน
นางชะงักไปเล็กน้อย
“…เสด็จพ่อ เหมือนว่า…มันจะดูดีเกินไปหน่อยหรือไม่”
……………