novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ - บทที่ 414 พระราชวังเปี้ยนพลิกผัน ผู้ใดเป็นเจ้าแผ่นดิน? (5)

  1. Home
  2. กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ
  3. บทที่ 414 พระราชวังเปี้ยนพลิกผัน ผู้ใดเป็นเจ้าแผ่นดิน? (5)
Prev
Next

ฉีมู่เอ่อร์ก้าวเท้าออกมาเบื้องหน้า แล้วเอ่ยด้วยเสียงน่าเกรงขาม “ทุกท่านอย่างเพิ่งวู่วาม ข้าคิดว่าเรื่องนี้ยังมีจุดน่าสงสัยอยู่ จำต้องสืบสวนอย่างเข้มงวด”

ขุนพลผู้หนึ่งพลันกล่าวสวนขึ้นมาทันที “คนที่เข้ามาในห้องบรรทม มีเพียงองค์ชายสี่ผู้เดียวเท่านั้นที่ใช้วิชาทวนวัฏจักรเป็น ยังมีจุดน่าสงสัยอันใดอีก? ท่านอัครเสนาบดีต้องการปกป้องเขาเช่นนั้นหรือ?!”

ซูหลีร้อนใจ สถานการณ์ในยามนี้ไม่เป็นผลดีต่อหยางเซียวอย่างเห็นได้ชัด แต่หากจะชี้ตัวคนผิดในเวลานี้ ก็มิใช่เรื่องง่ายเช่นกัน ภายนอกหยางเซียวมีนิสัยขี้เล่น แต่แท้จริงเป็นคนปราดเปรื่อง จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่มีผู้สนับสนุนในราชสำนักเลย นางเงยหน้าเล็กน้อย กวาดตามองเหล่าขุนนาง สังเกตสีหน้าท่าทางของพวกเขาเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ

ฉีมู่เอ่อร์กล่าว “หลักฐานดังกล่าว เป็นเพียงคำบอกเล่าของนางกำนัลกับขันที และการสันนิษฐานของเซียวอ๋องเท่านั้น เมื่อครู่เซียวอ๋องตรัสเองว่า ฝ่าบาททรงรักองค์ชายสี่มาก พวกเขามีความรักและความผูกพันอันลึกซึ้ง องค์ชายสี่มีเหตุผลใดต้องปลงพระชนม์ฝ่าบาทด้วยเล่า!”

สายตาของหยางเจิ้นแปรเปลี่ยนเป็นคมปลาบดั่งใบมีด เขาจ้องหน้าฉีมู่เอ่อร์ แล้วเค้นถามอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ “ท่านอัครเสนาบดีกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? ท่านคิดว่าข้าใส่ร้ายเขางั้นหรือ?”

ใบหน้าของฉีมู่เอ่อร์ไร้ซึ่งความกลัว กลับแย้มยิ้มเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “กระหม่อมมิได้หมายความเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงคิดว่าเรื่องนี้จำต้องสืบสวนอย่างละเอียด ต้องหาหลักฐานและพยานให้ครบ จึงจะสามารถให้คำอธิบายแก่ไพร่ฟ้าได้พ่ะย่ะค่ะ!”

สายตาของหยางเจิ้นพลันเคร่งขรึมลง ทว่าเขากลับยิ้มเย็นชา แล้วเอ่ยว่า “ท่านอัครเสนาบดีกล่าวมีเหตุผล จำต้องสืบสวนอย่างละเอียดจริงๆ” เอ่ยจบ เขาก็เอามือไพล่หลังแล้วหมุนกาย ไม่มองหน้าฉีมู่เอ่อร์อีกแม้แต่น้อย ขณะหมุนกาย เขาชำเลืองมองคนผู้หนึ่ง

คนผู้นั้นราวกับตระหนักได้ รีบก้าวออกมากล่าวว่า “สืบหาความจริงจำต้องใช้เวลานาน ทว่าแคว้นเรามิอาจขาดประมุขได้ ยามนี้ฝ่าบาทเสด็จสวรรคตแล้ว สมควรเลือกผู้สืบราชทอดบัลลังก์คนต่อไปทันที เพื่อเป็นการปลอบขวัญไพร่ฟ้า”

เหล่าขุนนางต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วย คนผู้หนึ่งทอดถอนใจ แล้วเอ่ยว่า “ท่านแม่ทัพหงกล่าวถูกต้อง แต่ทว่า…ฝ่าบาททรงมีพระโอรสเพียงสี่พระองค์ องค์ชายสองพระองค์สิ้นพระชนม์ในสนามรบตั้งแต่เมื่อสามสิบปีก่อนแล้ว อีกพระองค์ก็พระวรกายอ่อนแอ จากโลกไปนานแล้ว ยามนี้มีเพียงองค์ชายสี่เพียงพระองค์เดียว แล้วเช่นนี้…”

แม่ทัพหงกลับแย้มยิ้ม แล้วกล่าวขึ้นว่า “ทุกท่านลืมไปแล้วกระมัง หากกล่าวถึงพระโอรสของฮ่องเต้ ยามนี้นอกจากองค์ชายสี่หยางเซียว ยังมีอีกพระองค์หนึ่ง”

เขากล่าวพลางเดินไปยืนข้างกายหยางเจิ้น ทุกคนตื่นตะลึง ก่อนจะได้ยินเขากล่าวเสียงดังต่อว่า “พระบิดาของเซียวอ๋องเป็นองค์รัชทายาทแห่งองค์ปฐมฮ่องเต้ เพียงแต่น่าเสียดายที่รัชทายาทพระองค์นั้นสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังหนุ่ม องค์ปฐมฮ่องเต้เสียพระทัยยิ่งนัก ไม่นานก็ตรอมพระทัยและเสด็จสวรรคต หลังจากฮ่องเต้เต๋อเจินขึ้นครองราชย์ เพื่อปลอบขวัญพระวิญญาณขององค์ปฐมฮ่องเต้ที่อยู่ในปรโลก เคยมีรับสั่งให้มีราชโองการแต่งตั้งให้รัชทายาทพระองค์นั้นเป็นฮ่องเต้เหรินเจินย้อนหลัง เช่นนี้ เซียวอ๋องก็ถือเป็นพระโอรสของฮ่องเต้ และมีคุณสมบัติสืบทอดราชบัลลังก์ได้เช่นกัน!”

“คำพูดของแม่ทัพหงไม่นับว่าถูกต้องนัก” ขุนนางพลเรือนผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังอัครเสนาบดีเสนอความคิดเห็นที่ต่างออกไป “เซียวอ๋องทรงเป็นพระโอรสของฮ่องเต้ก็จริง แต่มิใช่พระโอรสของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน!”

“แล้วอย่างไรเล่า? ผู้ใดเป็นคนกำหนดว่าผู้สืบทอดราชบัลลังก์จำต้องเป็นพระโอรสของฮ่องเต้พระองค์นี้? เซียวอ๋องทรงขี่ม้าทำศึกมากว่าครึ่งค่อนชีวิต สร้างผลงานด้านการรบเพื่อแคว้นเปี้ยนเรามานับไม่ถ้วน พระองค์มิเพียงองอาจยามอยู่ในสนามรบ แต่ยังชาญฉลาดและชำนาญการวางกลยุทธ์อีกด้วย หากให้เซียวอ๋องขึ้นครองราชย์ ภายภาคหน้า แคว้นเปี้ยนของเราจะต้องชนะแคว้นเฉิงและแคว้นติ้ง กลายเป็นแคว้นอันดับหนึ่งได้อย่างแน่นอน!”

สายตาของหยางเจิ้นไหวระริกเล็กน้อย เผยอกลีบปากเผยรอยยิ้มได้ใจ ทว่ากลับกล่าวอย่างถ่อมตน “การรักษาความสงบสุขของแผ่นดินล้วนเป็นหน้าที่ของไพร่ฟ้าปวงชนทุกผู้ ในฐานะคนของตระกูลหยาง ภาระอันยิ่งใหญ่ที่แบกไว้บนบ่ายิ่งหนักหนากว่าผู้ใด ข้าย่อมต้องพัฒนาแคว้นเปี้ยนของเราให้เจริญรุ่งเรือง ด้วยความสามารถทั้งหมดที่มี!”

ซูหลีลอบตึงเครียด ความทะเยอทะยานของเสด็จน้า คล้ายสูงกว่าที่นางคิดไว้มาก! กระทั่งสูงกว่าฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนที่เพิ่งสวรรคตไปเสียด้วยซ้ำ! ด้วยชื่อเสียงด้านการทำศึกของเขา หากขึ้นครองราชย์จริงๆ เกรงว่าภายหน้าแผ่นดินคงไม่มีสักวันที่จะสงบสุข! ส่วนหยางเซียว ด้วยความผิดฐานลอบปลงพระชนม์พระบิดาของตนเอง อย่างไรก็ต้องมีจุดจบที่เลวร้ายอย่างแน่นอน!

ยามนี้หากต้องการทำให้หยางเซียวพ้นผิด จำต้องหาหลักฐานให้ได้ก่อน คนร้ายลงมืออย่างกระชั้นชิด บางทีอาจทิ้งเบาะแสบางอย่างเอาไว้ ซูหลีใคร่ครวญ พลางเดินมายืนข้างเตียงมังกร เห็นเพียงฝั่งด้านในของเตียงมีหมอนผ้าไหมวางอยู่หนึ่งใบ หมอนนุ่มใบนี้มีลักษณะเรียวยาว หัวใจนางพลันสะดุด หรือฮ่องเต้ถูกปิดใบหน้าด้วยสิ่งนี้จนขาดอากาศหายใจตาย?

นางหยิบหมอนใบนั้นขึ้นมา แล้วตรวจสอบดูอย่างละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ยอมให้รายละเอียดใดเล็ดลอดไปได้แม้แต่น้อย ขณะที่สายตามคมปลาบของนางเลื่อนผ่านขอบหมอนด้านหลังที่ดูไม่สะดุดตาแม้แต่น้อย สายตาของนางก็พลันสะดุดกึก

หัวใจของนางเต้นรัว นางค่อยๆ เลื่อนสายตามองไปยังมือที่ทิ้งข้างลำตัวของขันทีสองคนที่ยืนอยู่ข้างนางกำนัลหรูอวิ๋น

ยามนี้ ครั้นฉีมู่เอ่อร์เห็นเหล่าขุนนางยังคงถกเถียงกันเรื่องที่จะให้ใครเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์ ก็อดเดือดดาลไม่ได้ เขาตะโกนเสียงดัง “ทุกท่านโปรดเงียบ กรุณาฟังข้าพูดสักคำ!”

เสียงเอะอะด้านนอกตำหนักพลันเงียบสนิท ฉีมู่เอ่อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ทุกท่านอาจไม่ทราบ เรื่องผู้สืบทอดบัลลังก์นั้น ฝ่าบาทได้ทรงตัดสินพระทัยไปนานแล้ว! ฮ่องเต้ได้เรียกตัวข้ากับใต้เท้าหยางเซิง และใต้เท้าจ้าวหลู่เข้าวังอย่างลับๆ และเขียนพระราชโองการสละราชบัลลังก์ด้วยพระองค์เอง พระราชโองการถูกเก็บไว้ด้านหลังป้ายแขวนประตูของตำหนักฉินเจิ้ง เพียงนำมาดู ก็จะรู้เองว่าฝ่าบาททรงประสงค์ให้ผู้ใดสืบทอดราชบัลลังก์”

ขุนนางสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาก้าวออกมารับคำทันที ด้านซ้ายคือ ‘หยางเซิง’ เสนาบดีกรมข้าราชการพลเรือน รับผิดชอบการแต่งตั้งและปลดขุนนางทั่วทั้งแคว้น ผู้นำของหกกระทรวง ด้านขวาคือ ‘จ้าวหลู่’ ผู้บัญชาการทหารองครักษ์วังหลวง สามคนนี้คือขุนนางที่ฮ่องเต้ไว้วางใจมากที่สุดยามยังมีชีวิตอยู่ พวกเขามีอำนาจบารมีสูงส่ง และทรงอิทธิพลมากในราชสำนัก ครั้นพวกเขาก้าวออกมา ทุกคนต่างตะลึงงัน

หยางเซิงกล่าวเสียงดังกังวาน “ท่านอัครเสนาบดีฉีกล่าวถูกต้องแล้ว ฝ่าบาททรงเขียนราชโองการสละราชบัลลังก์แล้วจริงๆ สวีกงกงเป็นผู้ปิดผนึกพระราชโองการต่อหน้าพระพักตร์ หากต้องการเปิดพระราชโองการจำต้องใช้กุญแจสามดอกที่สั่งทำพิเศษ โดยกุญแจสามดอกนั้นพวกข้าสามคนแบ่งกันเก็บรักษาเอาไว้กับตนเอง ฝ่าบาททรงทิ้งคำสั่งเสียเอาไว้ หากอนาคตเกิดเรื่องใดขึ้น พวกข้าสามคนสามารถใช้กุญแจสามดอกนี้เปิดกล่องไม้ เพื่อประกาศพระราชโองการต่อหน้าธารกำนัลได้” เอ่ยจบ เขาก็ล้วงกุญแจดอกเล็กกระจิริดออกมาจากอกเสื้อ รูปร่างลักษณะพิเศษ ต่างจากกุญแจทั่วไป

ไม่นาน จ้าวหลู่กับฉีมู่เอ่อร์ก็ล้วงกุญแจของตนเองออกมาด้วยเช่นกัน

ฉีมู่เอ่อร์หันไปหาสวีฉาง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “สวีกงกง ไปหยิบพระราชโองการมา”

“ขอรับ!” สวีฉางรับคำแล้วออกไปทันที ผ่านไปไม่นาน กล่องไม้สี่เหลี่ยมยาวๆ กล่องหนึ่งก็ถูกนำมาวางอยู่ต่อหน้าทุกคน และบนกล่องไม้ใบนั้นก็มีรูกุญแจอยู่สามรูพอดี

ขุนพลหลายคนต่างมองหน้ากัน ที่แท้ก็มีพระราชโองการอยู่จริงๆ! สีหน้าของพวกเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง พากันหันไปมองหยางเจิ้น

ยามนี้ สายตาของหยางเจิ้นแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ทว่าใบหน้ากลับยังคงเรียบนิ่ง เขาชำเลืองมองกล่องไม้กล่องนั้นเล็กน้อย แล้วกล่าวด้วยความสงสัย “ในเมื่อมีพระราชโองการสละราชบัลลังก์ เหตุใดใต้เท้าทั้งสามท่านจึงไม่บอกแต่แรก?”

แม่ทัพหงผู้นั้นแค่นเสียงเย็นชาทันที “เหอะ! ใครจะไปรู้ว่าพระราชโองการที่อยู่ในนี้เป็นของจริงหรือไม่!” เขากล่าวด้วยความมั่นใจ น้ำเสียงดังกังวานจนก้องอยู่ในหู

ฉีมู่เอ่อร์ชำเลืองมองเขาเล็กน้อย แม้ไม่พอใจนัก แต่กลับไม่ถือสาหาความ เพียงกล่าวเสียงเข้มว่า “เป็นของจริงหรือไม่ อีกประเดี๋ยวพอนำออกมา ทุกท่านก็จะรู้เอง!”

กุญแจทั้งสามดอกถูกนำมาเสียบเข้าไปในรูตามลำดับ ไม่นานเสียง ‘กริ๊ก’ ก็ดังขึ้น ผนึกถูกเปิดแล้ว ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตึงเครียด ทำได้เพียงรอกล่องไม้กล่องนั้นเปิดออก

ซูหลีลอบประหลาดใจ ยามนี้คนที่สมควรกังวลมากที่สุดคือเสด็จน้า ถึงแม้เขาจะจ้องกล่องไม้ใบนั้นอย่างไม่ยอมละสายตา แต่สายตากลับไร้ซึ่งวี่แววกังวลใจ ราวกับกำลังรอคอยบางสิ่งเงียบๆ นางพลันไม่สบายใจขึ้นมาทันที

ฉีมู่เอ่อร์ตั้งสติ ก่อนจะก้าวเข้าไปเปิดกล่องไม้ ภายในตำหนักเงียบสงัดไร้เสียง สายตาหลายสิบคู่จับจ้องฝากล่องที่ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ

เพียงแต่วินาทีต่อมา ฉีมู่เอ่อร์อึ้งงันไปทันที ราวกับถูกสะกดจุดลมปราณอย่างไรอย่างนั้น

……………………

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 414 พระราชวังเปี้ยนพลิกผัน ผู้ใดเป็นเจ้าแผ่นดิน? (5)"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

11
War sovereign Soaring The Heavens
November 18, 2025
ท่องภพสยบหล้า
ท่องภพสยบหล้า
December 23, 2022
01139-the-bloodline-system
The Bloodline System
March 24, 2022
1
ฉันนี่แหละคือซูเปอร์สตาร์ I’m really a superstar
December 20, 2020
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF