ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1268 คนหนึ่งกล้าสั่ง อีกคนก็กล้ารับ
ซุนซีพยักหน้า “แบบนี้นี่เอง เข้าใจแล้วครับ
“แต่ผมยังมีคำถามอีกข้อเกี่ยวกับราคาของสกิน
“บอสเผยบอกว่าให้ทำเงินจากการขายสกิน แล้วทำไม
เราไม่ตั้งราคาให้สูงกว่านี้หน่อยล่ะครับ กระสุนเพชฌฆาต 2
กับ GОG ไม่ใช่คู่แข่งกันอยู่แล้ว ราคาสกินของสองเกมที่ไม่ใช่
แนวเดียวกันจะไม่เท่ากันก็ไม่แปลกนี่ครับ
“กระสุนเพชฌฆาต 2 เป็นเกม FРS เลยมีฐานผู้เล่นค่อน
ข้างน้อย ถ้าตั้งราคาสกินต่ำ กำไรก็จะต่ำตามไปด้วย
ถ้ายอดขายไม่ดี เราก็จะตกสู่วงจรอุบาทว์
“ผมคิดว่าตั้งราคาสกินให้สูงขึ้นตั้งแต่แรกน่าจะดีกว่า
ถ้ากำไรดีก็ค่อยให้ส่วนลดและลดราคาลงเพื่อกระตุ้นยอดขาย
ทำแบบนี้น่าจะปลอดภัยกว่านะครับ”
เผยเชียน “…”
แม่เจ้า พวกคนนอกนี่หลอกยากจริงๆ
ถึงทีมงานของฝ่ายเกมเถิงต๋าจะเป็นมืออาชีพมาก แต่
โดยรวมแล้วพวกเขาเชื่อมั่นในตัวบอสเผยสุดๆ ดังนั้นถึงจะ
มีข้อสงสัย พวกเขาก็จะไม่ถามอะไรมากและมักจะไปคิดเอา
เอง
เห็นได้ชัดว่าคำถามของเทียนหัวสตูดิโอนั้นเฉียบคมกว่า
แต่คำถามเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ทำอะไรเผยเชียนไม่ได้
ขนาดมือเก๋าในวงการเกมยังถูกเผยเชียนหลอกมาแล้ว
นับประสาอะไรกับหน้าละอ่อนพวกนี้
เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ “ผมคิดว่า
คำถามนี้เหมือนปัญหาไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน
“ผู้เล่นบอกว่า ขายสกินถูกหน่อย แล้วจะช่วยซื้อเยอะๆ
“ผู้พัฒนาเกมบอกว่า ซื้อเยอะๆ ก่อน แล้วจะลดราคาส
กินให้
“ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเป็นฝ่ายยอมก่อน สุดท้ายก็จะตก
สู่วงจรอุบาทว์
“ถ้าทำอย่างที่คุณว่า คือขายราคาสูงก่อนแล้วค่อย
ลดราคาทีหลัง ผมถามหน่อยว่าถ้าสกินราคาแพงขายดี คุณ
จะยังกล้าลดราคาลงเยอะๆ รึเปล่า ถ้าลดราคา จะลด 50%
30% หรือต่ำกว่านั้น ผมว่าคุณน่าจะลดแค่ 20% หรือ 30%
เพื่อให้ดูเหมือนมีส่วนลดเท่านั้น
“ถ้าสกินขายไม่ดี แล้วยังลดราคาอีก ก็จะดูเหมือนว่ารา
คาสกินตั้งสูงเกินไปตั้งแต่แรก ผู้เล่นจะหัวเราะเยาะและยิ่ง
ไม่อยากซื้อ
“เพราะงั้นไอเดียของคุณค่อนข้างโลกสวยไปหน่อย แต่
ในทางปฏิบัติแล้วอาจไม่ได้ผลเหมือนที่คิด
“บางอย่างถ้าคุณไม่ได้ทำตั้งแต่แรก มาทำทีหลังอาจจะ
ยากกว่าที่คิด
“ส่วนเรื่องกลุ่มเป้าหมายของเกม…
“มันก็เป็นปัญหาไก่กับไข่อีกเหมือนกัน
“ถ้าเกมดึงดูดผู้เล่นได้ไม่มากพอ ผู้เล่นก็จะน้อย รายได้
ก็จะน้อยตาม ทำให้ไม่มีเงินสำหรับการอัปเดตต่อ แล้วก็ดึงดูด
ผู้เล่นได้น้อยลงเรื่อยๆ
“นานวันเข้าก็จะกลายเป็นวงจรอุบาทว์
“เพราะงั้นถ้าจะทำก็ต้องทำให้ดีที่สุดตั้งแต่แรก คือ
ตั้งราคาให้ต่ำตั้งแต่แรกเลย ผู้เล่นจะได้รู้สึกกระดากใจที่
ไม่ยอมควักเงินจ่าย เราต้องทำให้พวกเขารู้สึกว่าถูกขนาดนี้
ใครยังไม่ซื้อก็บ้าแล้ว จากนั้นเราก็จะเข้าสู่วงจรประเสริฐ!”
เผยเชียนพูดด้วยท่าทางจริงจัง ทำให้ดูน่าเชื่อถือใน
สายตาทุกคน
ซุนซีพยักหน้า พูดอะไรไม่ออก
บอสเผยหมายความว่า ถึงตอนนี้ผู้เล่นจะยังไม่เยอะ
ตราบใดที่กระสุนเพชฌฆาต 2 ทำออกมาได้ดีและเป็นมิตรกับ
ผู้เล่นมากพอ จำนวนผู้เล่นในอนาคตก็จะเพิ่มขึ้น
เรื่องนี้เป็นเรื่องของอนาคต ไม่มีใครบอกได้ แล้วก็ไม่
มีใครปฏิเสธได้เหมือนกัน
ไม่อย่างนั้นก็เหมือนกับแช่งตัวเอง
เกมยังไม่ทันได้เปิดตัว แต่ดันคิดว่าจะไม่มีใครเข้ามาเล่น
แบบนี้เป็นการทำลายขวัญกำลังใจเกินไป
ดังนั้นหัวข้อนี้จึงจบลงตรงนี้
โจวมู่หยันกระแอมกระไอ “อืม งั้นก็ตกลงใช้โมเดลตามนี้
แล้วกันครับ
“แต่ผมคิดว่าทางดายักคอร์เปอเรชันน่าจะบ่นเรื่อง
โมเดลการทำเงินนี้แน่ๆ…”
การขายสกินราคาถูกย่อมไม่เป็นผลดีต่อการทำเงินของ
ดายักคอร์เปอเรชัน
เทียนหัวสตูดิโอเป็นบริษัทพัฒนาเกม แต่ดายักคอร์เปอ
เรชันเป็นผู้ให้บริการ เรื่องนี้ฝั่งผู้ให้บริการจะให้ความสำคัญ
มากกว่า
เผยเชียนหัวเราะเบาๆ “ทำไมต้องสนใจความคิดเห็น
ของพวกเขามากขนาดนั้นด้วยล่ะครับ การกำหนดราคาเกม
ไม่ควรปล่อยให้ผู้ให้บริการเป็นฝ่ายตัดสินใจ เพราะเหมือนเอา
ปลาแห้งไปถามแมวว่าอยากกินมั้ย แน่นอนว่าคำตอบย่อม
มีแค่คำตอบเดียว”
เป้าหมายของผู้ให้บริการถ้าพูดให้ดีหน่อยคือ ‘ทำให้เกม
ดีขึ้น’ แต่ถ้าพูดให้ตรงกว่านั้นก็คือ ‘ทำเงินให้มากขึ้น’
สองประโยคดูเผินๆ เหมือนจะไม่ต่างกัน แต่ในขั้นตอน
การปฏิบัติงานจริงมักมีความแตกต่างกันมาก และ
จะโน้มเอียงไปอย่างหลังมากขึ้นเรื่อยๆ และห่างจากอย่างแรก
ไปไกล
โจวมู่หยันพยักหน้าและยกนิ้วโป้งให้บอสเผยในใจ
สมแล้วที่เป็นบอสเผย นักออกแบบเกมฝีมือโดดเด่น
แบบเขาไม่มีทางสนใจความคิดเห็นของบริษัทผู้ให้บริการ
อันที่จริงทักษะด้านการให้บริการเกมของบอสเผยนั้นไม่
มีใครเทียบได้ เพราะงั้นทำไมต้องสนใจว่าดายักคอร์เปอเรชัน
จะคิดยังไงด้วย GОG เหยียบ IОI จนจมดินได้ แค่นั้นก็อธิบาย
ปัญหาได้แล้ว
“โอเคครับ ถ้าเรื่องโมเดลการทำเงินได้ข้อสรุปแล้ว
ตอนนี้ก็เหลือแค่เรื่องสไตล์งานภาพ
“บอสเผยคิดว่าสไตล์ภาพแบบไหนเหมาะที่สุดเหรอครับ
”
เผยเชียนยิ้ม “ผมขอฟังความคิดเห็นของทุกคนก่อน”
โจวมู่หยันหันไปหาซุนซีอีกครั้ง
ซุนซีคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น “ความสำเร็จของฐานทัพ
กลางทะเลอยู่ที่อาวุธระดับตำนานอย่างปืนกิเลนเพลิงกับปืน
บาร์เร็ตมรณะ ซึ่งมีรูปลักษณ์ที่ดูเว่อร์เกินจริงและเท่มาก ถึงผู้
เล่นส่วนใหญ่จะบอกว่าอยากได้ความสมจริง แต่พอ
ใส่เอฟเฟ็กต์เข้าไปกลับชอบกันมาก
“ผมคิดว่าเราควรใช้ทิศทางนี้ คือทำออกมาให้ดูเว่อร์ๆ
เท่ๆ”
นักออกแบบเกมคนอื่นๆ รวมถึงโจวมู่หยันต่างก็
พยักหน้าเห็นด้วย
แต่จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งพูดขึ้นเบาๆ “จริงเหรอ ผมว่าจริงๆ
แล้วทำอาวุธให้ดูธรรมดา เรียบง่าย และสมจริงก็ไม่ได้ผิด
อะไรนะ”
ทุกคนหันไปมองพร้อมกันแล้วพบว่าเจ้าของเสียงคือ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
บอสเผย
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบลงทันที
เหมือนว่า… บทบาทของทั้งสองฝ่ายสลับกันหรือเปล่า
เถิงต๋าควรเป็นฝ่ายพูดถึงความสำเร็จของฐานทัพกลาง
ทะเลอย่างบ้าคลั่ง ส่วนเทียนหัวสตูดิโอควรจะยืนยันใน
แนวทางของตัวเองไม่ใช่เหรอ
ทำไมมันกลับตาลปัตรแบบนี้
ตอนนี้กลายเป็นว่าเทียนหัวสตูดิโออยากใช้ประโยชน์
จากความสำเร็จของฐานทัพกลางทะเล แต่บอสเผยกลับปัด
ตกตลก
นี่มันบ้าไปแล้ว!
ซุนซีลองถามหยั่งเชิง “บอสเผยจะบอกว่าเราวางแผน
จะขายสกินเพื่อทำเงิน แต่สกินของปืนให้ทำออกมาธรรมดา
เรียบง่าย และสมจริงเหรอครับ…”
เผยเชียนพยักหน้า “ทำไมเหรอ ผมคิดว่าความธรรมดา
เรียบง่าย และสมจริง ไม่ได้ขัดกับการทำออกมาให้ดูดีหรือ
มีเอกลักษณ์นะ”
ทุกคนในห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
แม่เจ้า พูดออกมาได้ยังไง!
คำพูดของบอสเผยทำให้ทุกคนนึกถึงลูกค้าผู้ไร้เหตุผลที่
ชอบสั่งอะไรขัดแย้งกัน เช่น ‘ทำสีดำหลายเฉด’ และ ‘ทำสีขาว
หลายเฉด’ ซึ่งไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง ก็จะหาข้อ
ตำหนิได้เสมอ
โจวมู่หยันถอนหายใจ “บอสเผยมีคุณหร่วน คุณก็ทำ
อะไรก็ได้ตามที่ต้องการสิครับ…
“งั้นให้คุณหร่วนมาช่วยเราสักสองวันได้ไหมครับ ผมคิด
ว่าบรีฟแบบนี้มีแต่เขาที่ทำได้”
ให้หร่วนกวางเจี่ยนมาช่วยเหรอ
ไม่ได้เด็ดขาด!
เผยเชียนส่ายหน้าทันที “หร่วนกวางเจี่ยนน่าจะไม่ว่าง
เพราะทางเถิงต๋ามีหลายโปรเจ็กต์ที่ต้องให้เขาดูแล
“อีกอย่างเทียนหัวสตูดิโอก็มีนักวาดและนักออกแบบ
โมเดลของตัวเองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปหาที่ไหนไกล ผมว่า
คนของพวกคุณก็เก่งมากแล้วครับ”
โจวมู่หยันทำหน้าเซ็ง “แต่พวกเขาถนัดแค่ทำงาน
ตามคำสั่งเนี่ยสิครับ”
นักวาดของเทียนหัวสตูดิโอส่วนใหญ่จะทำงานตามที่
นักออกแบบเกมสั่งอย่างเคร่งครัด จนชินกับระบบการทำงานนี้
ไปแล้ว
ให้คอนเซ็ปต์กว้างๆ แล้วปล่อยให้พวกเขาออกแบบตาม
ใจชอบอย่างนั้นเหรอ
มันยากเกินไปสำหรับพวกเขา
หร่วนกวางเจี่ยนออกแบบผลงานด้วยตัวเองตั้งแต่ต้น
และทำงานร่วมกับเถิงต๋ามานาน ความสามารถด้าน
การควบคุมสไตล์งานภาพจึงเหนือชั้นกว่านักวาดทั่วไปมาก
เผยเชียนยิ้มบาง “ทุกอย่างมีครั้งแรกเสมอ
“ผมคิดว่านักวาดของเทียนหัวสตูดิโอฝีมือดีกันอยู่แล้ว
เชื่อถือได้ทุกคน ลองให้พวกเขาทำดู อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดี
เกินคาดก็ได้นะครับ”
โจวมู่หยันและเหล่านักออกแบบเกมหันมองหน้ากัน
ไปมา พวกเขาเห็นความรู้สึกเดียวกันบนใบหน้าของกันและกัน
บอสเผยคิดว่าทุกคนเป็นคุณหร่วนหรือไง
นักวาดในบริษัทของเราไว้ใจไม่ได้ขนาดนั้น!
ถึงจะให้คำสั่งที่ชัดเจนไป แต่ผลงานก็ยังไม่ค่อยดี
ถ้าปล่อยให้พวกเขาออกแบบเองอย่างอิสระ ผลงานที่ได้จะ
ไม่ยิ่งแย่ไปกว่าเก่าเหรอ
แต่พวกเขาพูดออกไปตรงๆ ไม่ได้ เพราะถ้าเรื่องนี้หลุด
ออกไป หัวหน้าทีมศิลป์คงจะโกรธจัดแน่นอน
ถ้าทีมศิลป์ลุกขึ้นมาประท้วงคงจะรับมือได้ยาก
พวกเขาจึงได้แต่มองหน้ากันไปมา ไม่มีใครพูดอะไร
นี่คือสิ่งที่เผยเชียนต้องการ
ในเมื่อไม่มีข้อสงสัยอะไรแล้วก็ได้เวลาชิ่ง
เขาหันไปมองหมิ่งจิ้งเชา “เป็นไงบ้าง พอจะได้ไอเดียรึยัง
”
เผยเชียนไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะยิ่งพูดก็ยิ่งมีโอกาส
ผิดพลาด
ถ้าพูดแล้วเกิดขัดแย้งกับสิ่งที่พูดไปจะทำยังไง
เพราะงั้นถ้าหมิ่งจิ้งเชาบอกว่าโอเคแล้ว เขาก็จะรีบ
ชิ่งทันที
หมิ่งจิ้งเชามองบันทึกของตัวเองพลางนึกถึง ‘วิธี
วิเคราะห์จุดประสงค์ของบอสเผย’ และประสบการณ์การ
ออกแบบของหูเสี่ยนปิน ไม่นานเขาก็ตอบ “ก็… พอจะมีไอเดีย
บ้างแล้วครับ”
เผยเชียนลุกขึ้นทันที “โอเค งั้นก็จัดการได้เลย!
“ทุกคนแยกย้ายได้ รอให้หมิ่งจิ้งเชาทำแผนการออกแบบ
สักสองสามวัน จากนั้นค่อยแจกจ่ายงานให้พวกคุณ
“บอสโจว คุณค่อยๆ ตัดสินใจก็ได้ว่าจะให้ใครมาเป็น
หัวหน้าฝ่ายออกแบบเกมกระสุนเพชฌฆาต 2 ถ้าตัดสินใจ
ไม่ได้ก็ลองปรึกษาหมิ่งจิ้งเชาดู”
โจวมู่หยันถึงกับเหวอไปเลย คำพูดต่างๆ ที่ได้ยินทำให้
เขาสับสนไปหมด
อะไรเนี่ย ประชุมจบแล้วเหรอ
ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรสักอย่างเลย!
คุยกันมาตั้งนาน รู้แค่ว่าการควบคุมเกมจะคล้ายกับ
กระสุนเพชฌฆาต โมเดลการทำเงินคือขายสกิน ส่วนสไตล์
งานภาพของเกมคือ ‘เรียบง่าย สมจริง และมีเอกลักษณ์’…
โครงสร้างเกมพื้นฐานคืออะไรยังไม่รู้เลย
ส่วนเรื่องหาหัวหน้าฝ่ายออกแบบมาช่วยหมิ่งจิ้งเชา เขา
ก็ยังคิดอะไรไม่ออก
โจวมู่หยันให้นักออกแบบกลุ่มนี้มาฟังการประชุมและ
แสดงความคิดเห็น จะได้ดูว่าใครมีความมั่นใจและเหมาะสม
กับโปรเจ็กต์นี้
แต่เหล่านักออกแบบก็ไม่ได้ต่างจากเขาเลย คือไม่เข้าใจ
อะไรทั้งนั้น
ยังไม่ทันได้พูดอะไร การประชุมก็จบลงแล้ว
พวกเขาคงจะสับสนเหมือนกัน ไม่รู้เลยว่าจะทำโปรเจ็กต์
นี้ยังไง ถามอะไรไปก็คงไม่ได้คำตอบ
ทุกคนหันไปมองหมิ่งจิ้งเชา
ความหมายชัดเจนมากคือ เราไม่เข้าใจน่ะไม่เป็นไร แต่
ถ้านายเองก็ไม่เข้าใจ ก็รีบรั้งบอสเผยไว้แล้วถามให้ชัดเจนซะ!
ยังไงนายก็เป็นคนดูแลโปรเจ็กต์ สุดท้ายแล้วนายก็ต้อง
เป็นคนพัฒนาเกมนี้
แต่หมิ่งจิ้งเชากลับพยักหน้า “โอเคครับบอสเผย ผมว่า
น่าจะโอเคแล้ว”
“…” ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ
นี่มันความสัมพันธ์บ้าอะไรกันเนี่ย
คนหนึ่งกล้าสั่ง อีกคนก็กล้ารับ!
พี่จะรีบกันไปไหน!