ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 664 จดหมายขอบคุณ
เผยเชียนเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบแก้วไวน์แดงขึ้นจิบเพื่อสงบสติอารมณ์
อืม ทำไมถึงรู้สึกว่า ‘กะแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้’ นะ…
เขาเคยโดนโจมตีฉับพลันแบบนี้กลางโต๊ะอาหารมากกว่าหนึ่งครั้งจนแทบจะ
สร้างภูมิต้านทานได้แล้ว
แต่บอสเผยผู้มีประสบการณ์ช่ำชองไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ หรอก
ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับบอสเผย ยังพอมีเวลาพลิกสถานการณ์กลับ!
เผยเชียนวางแก้วไวน์แดงลงบนโต๊ะ “แน่ใจแล้วนะว่าจะร่วมมือกับแบรนด์
เฟอร์นิเจอร์และบริษัทอสังหาริมทรัพย์
“จะไม่พิจารณากันต่ออีกหน่อยเหรอ
“ผมว่าแผนนี้ยังดูไม่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่”
ส่วนจะให้ไปพิจารณาอะไรเพิ่ม เผยเชียนก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ว่ายังไงหลักๆ ที่
เขาคิดตอนนี้คือทำเงินให้ได้น้อยๆ หรือเลี่ยงไม่ให้ทำเงินเลย แต่แค่หาเหตุผล
เหมาะๆ ไม่ได้เฉยๆ
เมื่อไหร่ที่บอสเผยไม่รู้จะทำยังไง เขาจะพูดแย็บให้พนักงานมโนไปอีกทาง
ซ่งไข่เงียบไปพักใหญ่ก่อนจะพยักหน้า “แน่สิครับบอสเผย ทำไมถึงจะไม่ทำ
ล่ะครับ“รู้ๆ กันอยู่ว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ร่ำรวยมาก!
“ส่วนแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ถึงหลายแบรนด์จะไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่ แต่พวก
เขาก็กำไรสูงมาก มีช่องให้ลดราคาอีกมาก ถ้าเราช่วยให้ลูกค้าได้ส่วนลดและทำให้
บริษัทได้ส่วนแบ่งกำไร ทำไมถึงจะไม่ควรทำล่ะครับ”
เผยเชียนหน้าเคร่งเครียดขึ้น
คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ร่ำรวยมาก
คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์มีกำไรสูง
ถ้ายังมัวแต่ย้ำเรื่องพวกนี้อยู่ ฉันจะสั่งระงับแผนพวกแก!
สีหน้าของซ่งไข่เต็มไปด้วยความงุนงง ส่วนเหลียงชิงฟานตกสู่ภวังค์ความคิด
บรรยากาศกระอักกระอ่วนขึ้นมา
เผยเชียนปล่อยให้เงียบต่อไปแบบนี้ไม่ได้ เขาจึงคิดว่าจะบอกให้ทุกคนเลิก
คิดถึงปัญหานี้ ให้กินก่อนแล้วจากนั้นก็ค่อยๆ คิดดู
เพราะยิ่งคิดนานเท่าไหร่ บริษัทก็ยิ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นช้าลง
แต่จังหวะนั้น ลู่หมิงเหลียงที่นั่งฟังบทสนทนาอยู่เงียบๆ ก็พูดขึ้น
“พวกคุณทั้งคู่ยังใหม่สำหรับเถิงต๋า รูปแบบการกระทำสิ่งต่างๆ เลยไม่
ใกล้เคียงกับจิตวิญญาณเถิงต๋า ไม่แปลกเลยที่จะไม่เข้าใจจุดประสงค์เบื้องหลัง
คำสั่งของบอสเผย”ซ่งไข่กับเหลียงชิงฟานผงะไป ก่อนจะแสดงสีหน้าสงบเสงี่ยมพร้อมฟังคำสอน
“บอสลู่แนะนำเราหน่อยได้มั้ยครับ”
เผยเชียนเองก็หันไปมองลู่หมิงเหลียงเหมือนกัน บนหัวของเขามีเครื่องหมาย
คำถามปรากฏ
?
ฉันชวนแกมากินข้าวให้ครบคนเฉยๆ อย่าตีความคำพูดฉันสุ่มสี่สุ่มห้านะเว้ย!
อ๋อ ลู่หมิงเหลียงหรอกเหรอ งั้นก็ไม่เป็นไร
ถ้าเป็นพวกแบบหลินหวาน หวงซื่อปั๋ว หรือเปาซวี่ เผยเชียนคงหาทางพูดขัด
หรือเปลี่ยนเรื่อง
เพราะการตีความของคนพวกนี้มักจะนำไปสู่ปัญหา!
กลับกัน บอสเผยเชื่อใจลู่หมิงเหลียงมาก เลยปล่อยให้อีกฝ่ายได้พูดอะไรสัก
หน่อย
ลู่หมิงเหลียงเรียบเรียงความคิด “ตอนได้ยินโมเดลการทำกำไร ผมก็ตกใจ
เหมือนกัน เพราะมันเหนือความคาดหมายผมสุดๆ
“แต่พอลองคิดดู ผมก็พบปัญหา โมเดลทำกำไรที่พวกคุณคิดเป็นแค่ส่วนเล็กๆ
จากทั้งหมดที่บอสเผยคิดไว้”
เผยเชียน “…”
เหลียงชิงฟานกับซ่งไข่ตกตะลึงและนั่งหลังตรงรอฟังอย่างตั้งใจลู่หมิงเหลียงพูดต่อ “ยินดีด้วยที่พวกคุณทั้งคู่ได้เดินเข้าสู่กรอบความคิดของ
บอสเผย พวกคุณตระหนักถึงสิ่งที่มีค่าที่สุดอันดับสองของเถิงต๋าคอร์เปอเรชัน
ในตอนนี้แล้ว
“เถิงต๋ายืนหยัดมายาวนานด้วยการดำเนินงานที่ซื่อสัตย์ ไม่เคยคิดโกงใคร
พวกเราสร้างชื่อมาแบบนั้นในสายตาลูกค้า ดังนั้นเมื่อเราเริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรม
ใหม่ ลูกค้าจึงมักจะไว้ใจเราง่ายๆ
“กิจการของเถิงต๋าอาจจะราคาแพง คุณภาพต่อราคาอาจไม่ดีนัก แต่เราไม่
เคยเอาเปรียบลูกค้า ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในตัวเราสุดๆ นี่คือทรัพยากรที่ทรงคุณค่า
ที่สุดอันดับสองของบริษัทเรา”
ซ่งไข่ยกมือขึ้นช้าๆ ด้วยความสงสัย “ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ แล้ว
ทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดคืออะไรเหรอครับ…”
ลู่หมิงเหลียงรู้สึกงุนงงเล็กน้อย ในใจนึกสงสัยว่าทำไมต้องอธิบายเรื่องนี้อีก
แต่พอเห็นว่าซ่งไข่หาคำตอบไม่ได้ เขาจึงต้องอธิบายอย่างช่วยไม่ได้ “แน่นอน
ว่าก็ต้องเป็นมันสมองของบอสเผยอยู่แล้ว”
ซ่งไข่ถึงบางอ้อ เขาพยักหน้ารัว
จริงด้วย ทำไมคำถามง่ายๆ แบบนี้ถึงตอบไม่ได้นะเรา
เผยเชียน “…”
เขาพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะลู่หมิงเหลียงพูดต่อ “เพราะลูกค้าเชื่อมั่นในตัวเถิงต๋ามากนี่แหละ ถึงทำให้เรา
ประสบความสำเร็จในทุกอุตสาหกรรมที่ก้าวเท้าเข้าไป ดังนั้นความเชื่อมั่นจึงมีค่า
มากๆ การให้อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยร่วมมือกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และบริษัท
อสังหาริมทรัพย์จะเท่ากับเอาความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีให้เราไปช่วยสนับสนุน
กิจการอื่น
“ตามหลักการแล้วก็ถือว่าได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย ในฐานะคนกลาง เราจะ
เป็นสะพานเชื่อมลูกค้ากับบริษัทอื่น บริษัทที่ร่วมมือกับเราจะทำเงินได้น้อยลง
กำไรถูกแบ่ง ลูกค้าได้ส่วนลด ถ้าจัดแจงแบบนี้เราจะได้รับผลประโยชน์
“แต่คำถามคือ คุณมั่นใจได้ไงว่าความร่วมมือในลักษณะนี้จะอยู่ใน
สถานการณ์ในอุดมคติเสมอ คู่ค้าอาจจะเริ่มต้นกับเราดี แต่หลังๆ มาอาจเริ่มโลภ
มากขึ้นเพราะเห็นว่าหาเงินได้ง่ายขนาดไหน พวกเขาอาจจะลดคุณภาพสินค้าลง
เพื่อเพิ่มกำไร แล้วลูกค้าก็มาเจอเข้า…
“เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าบริษัทที่เราร่วมมือด้วยจะไม่ลดคุณภาพลง
“ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทรัพยากรของเถิงต๋าก็จะแปดเปื้อน รากฐานที่เถิงต๋า
สร้างมาจะสั่นคลอน เราอาจจะขาดทุนหนัก
“อย่าเชื่อมั่นว่าบริษัทอื่นจะมีมโนธรรมเหมือนเถิงต๋า ไม่กี่วันก่อนเราเพิ่งได้
บทเรียนจากบริษัทจู้เจียมาไม่ใช่เหรอ”
เหลียงชิงฟานกับซ่งไข่เข้าใจทันที
เป็นภัยแอบแฝงที่ร้ายแรงมาก!จริงๆ แล้วทั้งสองเคยคิดถึงประเด็นนี้ แต่ก็ปัดตกไปเพราะสองเหตุผล หนึ่ง
เพราะเป็นการขอความร่วมมือเฉยๆ ไม่ได้มีการเซ็นสัญญาเป็นทางการ สอง พวก
เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เพราะไว้ใจบริษัทอื่นเกินไป
พอได้ฟังที่ลู่หมิงเหลียงพูด ทั้งสองก็ตาสว่างทันที
บอสเผยเป็นห่วงเรื่องนี้นี่เอง!
ทั้งสองหันไปทางบอสเผยแล้วเห็นบอสกำลังจิบไวน์พลางครุ่นคิดอะไรอยู่
เหมือนว่ากำลังพยายามปรับแผนให้ดีขึ้นกว่าของพวกเขา
ทั้งคู่นั่งหลังตรงขึ้นมาทันที
แต่เผยเชียนกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่
พอได้ยินว่ารากฐานที่บริษัทสั่งสมมาอาจสั่นคลอนได้ เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมา
เล็กน้อย
ฟังดูเหมือนเป็นหนทางที่ง่ายดายในการขาดทุนเลย!
เผยเชียนโกหกหรือเอาเปรียบลูกค้าไม่ได้เพราะกฎของระบบ แต่ถ้าบริษัทคู่
ค้าของเถิงต๋าแอบตลบหลัง ระบบก็ทำอะไรไม่ได้
พูดอีกอย่างคือ มีช่องโหว่…
แต่ความคิดก็แวบขึ้นมาครู่เดียวก่อนเผยเชียนจะปัดทิ้งไป
ฉันแค่อยากขาดทุน ไม่ได้อยากทำอะไรโดยไม่รู้ผิดชอบชั่วดีจะปล่อยให้บริษัทห่วยๆ ใช้ชื่อฉันไล่โกหกคดโกงคนอื่นได้ยังไง ไม่ได้เด็ดขาด!
ไล่พวกนั้นไปให้ไกลจากฉันเลยนะ!
แต่พอได้ฟังที่ลู่หมิงเหลียงพูด เผยเชียนก็ได้ไอเดียใหม่
ในเมื่อเหลียงชิงฟานกับซ่งไข่อยากขยายขอบเขตกิจการตัวเอง เผยเชียนก็
ต้องเล่นงานกลับ!
เหมือนตอน ROF จางหยวนตั้งใจจะใช้ชื่อเสียงของแบรนด์ร้านอินเทอร์เน็ต
โมหยูทำแบรนด์คอมพิวเตอร์ประกอบขึ้นมา แต่เผยเชียนก็ใช้กิจการนั้นก่อตั้ง
1024 วันดิจิทัลเพื่อผลาญเงินให้ได้มากที่สุด
แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นก็ไม่ต้องไปรำลึกถึงมัน
อย่างน้อยตอนนั้นกลยุทธ์นี้ก็ได้ผล!
เผยเชียนเอาไอเดียตอนนั้นมาใช้จัดการปัญหาที่ลู่หมิงเหลียงเพิ่งยกขึ้นมาได้
ตามกฎของระบบ เมื่อไหร่ที่กิจการลูกมีชื่อเสียงดี ระบบจะผ่อนปรน
ข้อกำหนดในการทำกำไรให้ เหมือนอย่างกรณีของนี่เฟิงโลจิสติกส์
คิดได้แบบนั้น เผยเชียนก็พูดขึ้น “เราพิจารณาให้อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อย
ร่วมมือกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎ
ที่เคร่งครัด“จ้างคนตั้งทีมตรวจสอบคุณภาพเป็นระยะ ก่อนจะร่วมมือกัน ให้คนไปศึกษา
สภาพปัจจุบันของบริษัทนั้นๆ อย่างละเอียดให้เข้าใจถึงสภาพการเงินและสภาพ
การดำเนินงานจริง
“ทีมตรวจสอบคุณภาพควรหมุนเวียนพื้นที่รับผิดชอบเรื่อยๆ เพื่อป้องกันการ
ฉ้อโกง
“เราจะเป็นคนจัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมดของทีมตรวจสอบคุณภาพ ไม่ว่าจะ
เป็นอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย และค่าเดินทาง ที่สำคัญคือ เราจะไม่เปิดเผยตัวตน
ของเรา
“ถึงจะตกลงร่วมมือกันเรียบร้อยแล้ว ทีมตรวจสอบคุณภาพก็ควรสุ่มตรวจ
เป็นระยะ สนับสนุนให้ลูกค้ารายงานปัญหาด้วย ถ้าพบว่าบริษัทไหนไม่ปฏิบัติตาม
ข้อกำหนด เราจะบอกเลิกสัญญาทันทีและต้องชดเชยให้ลูกค้าตามความเสียหาย
ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
“เงื่อนไขทั้งหมดต้องระบุไว้ในสัญญาความร่วมมืออย่างชัดเจน ถ้ายอมรับ
เงื่อนไขไม่ได้ ก็ทำงานกับเถิงต๋าไม่ได้
“ถ้าในการร่วมมือยังมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ก็ถือเป็นความรับผิดชอบของคุณ
สองคน”
เหลียงชิงฟานกับซ่งไข่ดูจริงจังขึ้นมาทันที “ครับ บอสเผย!”
ชัดเจนว่าถ้ามีเงื่อนไขตามนี้ ก็น่าจะมีแบรนด์เฟอร์นิเจอร์กับบริษัท
อสังหาริมทรัพย์ไม่กี่แห่งที่ยังเต็มใจร่วมงานกับเถิงต๋า เอาเข้าจริงอาจจะไม่มีด้วย
ซ้ำใครจะยอมเซ็นสัญญาที่มีเงื่อนไขมากมายขนาดนี้
แบรนด์เฟอร์นิเจอร์กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์พวกนี้ทำเงินกันได้เป็นกอบเป็น
กำอยู่แล้ว ถ้าได้อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยมาเป็นพวกก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่ตาย
อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยเสนอให้มีการตรวจคุณภาพเป็นระยะและต้อง
ชดเชยเมื่อพบปัญหาเพื่อแลกกับการให้บริษัทอื่นใช้ชื่อแบรนด์ได้ แบบนี้พวกเขา
จะยอมเหรอ
แต่เหลียงชิงฟานกับซ่งไข่คิดว่าคำสั่งของบอสเผยนั้นสมเหตุสมผลมาก ถ้า
บริษัทไหนไม่ยอมเซ็นสัญญายอมรับเงื่อนไข เถิงต๋าจะมั่นใจได้ยังไงว่าบริษัทนั้นจะ
รักษาคำพูดของตัวเอง
บริษัทแบบเถิงต๋าที่ไม่สนกำไรระยะสั้นเพื่อกำไรในระยะยาวมีแค่ไม่กี่แห่งใน
โลก
ขณะเดียวกัน จุดนี้ก็เป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความเคารพมากที่สุด
ลู่หมิงเหลียงอดพยักหน้าเบาๆ ขึ้นมาไม่ได้ เยี่ยมมาก สองผู้จัดการเริ่มเข้าใจ
ความหมายที่แท้จริงของจิตวิญญาณเถิงต๋าแล้ว!
เผยเชียนจิบไวน์สงบใจ เขาไม่คิดเลยว่าอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยจะสร้าง
ปัญหาได้มากมายขนาดนี้
เขาคิดว่าโปรเจ็กต์นี้ต้องเจ๊งแน่นอน แต่ตอนนี้ดูเหมือนพลังจินตนาการของ
เขาจะมีไม่มากพอ
หรือ…พลังจินตนาการของโลกนี้จะสูงเกินไปเขาเกิดคำถามขึ้นมาว่า ควรจะเปิดอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยเพิ่มอีกรึเปล่า
ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยช่วยผลาญเงินได้
เพราะแต่ละอาคารใช้เงินสูงมาก อย่างน้อยในระยะสั้นเผยเชียนก็ไม่ต้องคิดว่ามัน
จะคืนทุนได้
แต่ขณะเดียวกัน โมเดลอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยนั้นเสี่ยงเกินไป อย่างวันนี้
จู่ๆ ก็มีช่องทางให้ขยายกิจการขึ้นมา ตลาดใหญ่ที่ไม่เคยเห็นอาจจะโผล่ขึ้นมาทำ
กำไรให้บอสเผยได้เป็นกอบเป็นกำ
เผยเชียนคิดไม่ตก
“อ้อ จริงด้วยครับบอสเผย ผมมีอะไรให้ครับ” ซ่งไข่นึกอะไรขึ้นได้ จึงหยิบ
จดหมายในกระเป๋าเสื้อยื่นให้เผยเชียน
เผยเชียนหยิบมาดู
จดหมายมาเป็นซองเปล่าๆ ไม่มีแสตมป์หรือชื่อผู้ส่ง มีแค่จดหมายขอบคุณ
ด้านใน
‘สวัสดี
‘ฉันตกเป็นเหยื่อของ ‘อพาร์ตเมนต์หมกสารก่อมะเร็ง’ อันที่จริงฉันต่อสู้กับ
‘อพาร์ตเมนต์หมกสารก่อมะเร็งมาเนิ่นนานก่อนที่อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยจะ
ก่อตั้งขึ้น ฉันลงแรงลงเวลาไปมาก แต่ก็ไม่เกิดผล
‘ฉันทำอะไรไม่ได้เลย เพราะเสียงของคนธรรมดานั้นเบาเกินไป‘ฉันรู้สึกขอบคุณมากๆ ที่มีชาวเน็ตมากมายออกมาพูดเรื่องนี้ ขณะเดียวกัน ก็
ซึ้งใจมากที่อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยมอบวิธีแก้ปัญหาที่ปลอดภัยและไร้กังวลให้
ฉัน ฉันไม่ต้องสู้กับบริษัทจู้เจียอีกแล้ว ฉันแค่ทิ้งพวกเขาไปแล้วมาเลือกอพาร์ต
เมนต์บ้านจอมเฉื่อยแทน
‘ฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสักวัน อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยจะขยายกิจการ
ออกไปนอกจิงโจวเพื่อให้ทุกคนในประเทศสามารถเช่าอพาร์ตเมนต์ได้อย่างสบาย
ใจ!’
เผยเชียนไม่รู้ว่าใครเป็นคนเขียน เพราะไม่ได้ลงชื่อไว้
หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ เขาก็พับจดหมายเก็บใส่ซอง แล้วยื่นกลับให้ซ่งไข่
“เก็บไว้ให้ดี ห้ามทำหาย
“อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยจะพยายามเต็มที่เพื่อให้ผู้เช่าทุกคนเช่าอพาร์ต
เมนต์ได้อย่างสบายใจ!”