คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 354 ยืนกรานช่วยเหลือ
“จริงสิ ข้ามีเรื่องขอคำชี้แนะหน่อย หลังจากพวกท่านตายก็เก็บวิญญาณไว้ที่เผ่าปิศาจหมดหรือ?” จินเฟยเหยาครุ่นคิดแล้วเอ่ยถามอย่างใจกล้า
มังกรปิศาจชะงัก ตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด “เปล่า หลังจากตายแล้วพวกเราเหาะขึ้นแดนสวรรค์โดยตรง ผู้ใดจะทิ้งวิญญาณจริงไว้ที่เผ่าปิศาจ ไม่ได้บ้าเสียหน่อย”
จูเชวี่ยโกหก หรือจูเชวี่ยถูกคนหลอก...จินเฟยเหยาคิดได้ทันที ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกว่าไม่น่าเชื่อถือ พูดจาเหลวไหลจริงๆ เสียด้วย แต่ถ้าพูดแบบนี้ วิญญาณจริงเหล่านั้นคือสิ่งใด ?
“สัตว์เทพพวกนั้นมันเรื่องอะไรกันแน่? ไม่อยู่ที่โลกระดับเทพดีๆ กลับเข้าสิงร่างวิ่งพล่านไปทั่ว อยู่ว่างไม่มีอะไรทำหรือ ดูสิว่าทำร้ายคนมากมายเพียงใด โลกวิญญาณน้ำพุเหล ลืองก็เป็นหายนะที่สัตว์เทพอย่างพวกท่านสร้างขึ้น” จินเฟยเหยาไม่พอใจอย่างยิ่ง ถ้ามิใช่เทาเที่ยมาหาตนเองอย่างงุนงง เกรงว่าตอนนี้ตนเองคงเข้าสำนักที่ไม่เลวแห่งหนึ่งในโลก กวิญญาณเป่ยเฉินและอาศัยพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นกำเนิดใหม่เป็นผู้อาวุโสไปแล้ว ถึงตอนนั้นคงมีศิษย์นับไม่ถ้วน ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น ใช้ชีวิตอย่างอิสระผ่อนคลายก็พอ
ตอนนี้ตนเองต้องร่อนเร่ไปทั่ว กินใช้อย่างประหยัดเพราะพวกเขาทำร้ายแท้ๆ
ถ้ามังกรปิศาจมีดวงตา ตอนนี้ต้องถูกนางถลึงตาใส่อย่างดุร้ายแน่นอน “นิสัยของเจ้าเหมือนเจ้าอ้วนเทาเที่ยจริงๆ ไม่ถูกสิ เจ้ายังหน้าไม่อายยิ่งกว่ามันอีก คนอย่างเจ้าได้วิญญาณจริง ของเทาเที่ยคือโชคดีแล้ว เจ้ายังจู้จี้อีก ถึงผู้อื่นอยากได้ก็ไม่ได้ ถ้าไม่มีเทาเที่ยคุณสมบัติขยะอย่างเจ้าคิดจะเลื่อนเป็นขั้นกำเนิดใหม่คือเรื่องเพ้อฝัน”
“ใครว่า ไม่มีเทาเที่ยข้ายังเลื่อนเป็นขั้นกำเนิดใหม่ได้ดังเดิม” จินเฟยเหยาปากแข็ง ไม่ว่าใครถูกด่าว่าเป็นสิ่งไร้ประโยชน์คงไม่เบิกบานใจ นางไม่ยอมรับว่าตนเองไม่มีเทาเที่ยก ก็เลื่อนเป็นขั้นกำเนิดใหม่ไม่ได้
“ฮึ” มังกรปิศาจส่งเสียงขึ้นจมูก “ถ้าไม่มีพลังบำเพ็ญเพียรที่เทาเที่ยกินคนคอยส่งเสริมเจ้า เจ้าเลื่อนขั้นได้ก็แปลกแล้ว อีกทั้งคุณสมบัติอย่างเจ้า กินสิบคนดูดซับได้แค่คนเดียว วก็ถือว่าโชคดีแล้ว”
จินเฟยเหยากัดฟันไม่คิดจะถกเถียงปัญหาเรื่องคุณสมบัติกับมันอีกต่อไป “ยังจะพูดอีก พวกท่านตายแล้วก็ขึ้นแดนสวรรค์สิ ยังเอาวิญญาณจริงลงมาทำอะไร?”
“ทำอะไร? ยังจะทำอะไรได้ ย่อมต้องหาคนรับใช้หลายคนมาให้ตนเองน่ะสิ” มังกรปิศาจเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
“คนรับใช้?” จินเฟยเหยามีสีหน้างุนงง ความคิดนี้ไม่เหมือนกับที่นางจินตนาการไว้เลยสักนิด เบือนหน้าไปมองอินเยวี่ย พบว่าเขามีสีหน้ารู้กระจ่างมานานแล้ว จินเฟยเหยาก็โง่งมไปท ทันที
ในจินตนาการของนาง วิญญาณจริงของบรรดาสัตว์เทพลงมาจากแดนสวรรค์ต้องมีแผนการร้ายใหญ่หลวงแน่ ถ้าไม่ใช่ทำให้เกิดการสู้รบก็ต้องทำลายสันติสุขอะไรเทือกนั้น คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเห หตุผลนี้ หาคนรับใช้? นี่นับเป็นเหตุผลอะไร
ราวกับมังกรปิศาจคร้านจะพูดเรื่องน่าเบื่อหน่ายเหล่านี้อีกจึงไม่สนใจจินเฟยเหยาและนอนลงแกล้งตายต่อ
อินเยวี่ยเห็นจินเฟยเหยาตกตะลึงเกินไป จึงดึงนางมาบอกว่า “ในอดีตข้าก็เคยถามปัญหาแบบเดียวกัน ผู้อาวุโสมังกรเคยบอกข้า ข้าจะคลายความสงสัยให้เจ้า”
อินเยวี่ยดึงจินเฟยเหยามาข้างๆ เล่าให้นางฟังอย่างละเอียด นางรับฟังจนใบ้กิน นี่มันเรื่องบ้าบออะไร
ที่แท้หลังจากผู้บำเพ็ญเซียนเหาะขึ้นแดนสวรรค์ บนนั้นมีวิธีทำให้คนอายุยืนยาวหลายอย่าง นอกจากไม่ต้องกังวลเรื่องพลังบำเพ็ญเพียร ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องอายุขัย ใช้ชีวิตอย่างอิ สระและเอ้อระเหย เวลานานไปจะมีเรื่องจิปาถะมากมาย ปัญหาจึงเกิดขึ้น
คนที่เหาะขึ้นไปนอกจากสัตว์ภูติของตนเองก็พาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ขึ้นไปไม่ได้ หมายความว่าไม่อาจพาภรรยาบุตรชายบุตรสาวและศิษย์ขึ้นไปด้วย อีกทั้งที่น่าเศร้าใจคือ สัตว์ภูติที่ เคยทำสัญญาโลหิตต่อให้สามารถกลายร่างเป็นคนได้ในโลกระดับวิญญาณ หลังจากขึ้นแดนสวรรค์ จะใช้ได้แต่ร่างสัตว์เคลื่อนไหว กลายร่างเป็นคนไม่ได้ เนื่องจากเคยถูกหยามเกียรติ
ดังนั้นนอกจากบรรดาผู้บำเพ็ญเซียนทำหุ่นเชิดใช้งานเอง สัตว์ภูติที่พาขึ้นไปก็กลายร่างเป็นมนุษย์ไม่ได้จึงได้แต่ใช้ร่างสัตว์อยู่ร่วมกัน ต่อให้หุ่นเชิดดีเพียงใดก็สู้ใช้คนมี ชีวิตไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงสัตว์ภูติในร่างสัตว์เหล่านั้น
อีกทั้งเผ่าปิศาจที่ฝึกบำเพ็ญจนเหาะเหินขึ้นไปได้ก็ไม่มีความยุ่งยากแบบนี้ หลังจากพวกเขาเหาะขึ้นไปแล้วอยากจะเปลี่ยนร่างเป็นคนก็เปลี่ยนได้ อยากจะเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ก็เ เปลี่ยนได้ ทำให้บรรดาสัตว์ภูติอิจฉาแทบตาย
ผู้บำเพ็ญเซียนที่แดนสวรรค์ไม่ต้องช่วงชิงทรัพยากร ไม่ต้องฆ่าฟันกันเอง อยู่ว่างกินๆ เล่นๆ ทั้งวัน ย่อมต้องมีคนไปทำงานจิปาถะ ทว่าพลังการบำเพ็ญเพียรของทุกคนใกล้เคียงกัน พวก กเขาใช้กำลังจับตัวเผ่ามนุษย์และเผ่ามารมาไม่ได้ ก็ยังมีเผ่าปิศาจมาทำงาน คิดจะรับภรรยาน้อยสักหน่อยก็ไม่มีคนมากมายขนาดนั้น
ดังนั้นบรรดาผู้บำเพ็ญเซียนจึงแสดงความสามารถพิเศษของแต่ละคน พวกเขาโยนของวิเศษหรือสิ่งล้ำค่านานาชนิดที่แฝงการรับรู้ของตนเองลงไป ดูว่าใครเก็บได้ ถ้าคนที่เก็บสิ่งของเหล่านั นได้เลื่อนขั้นเหาะเหินขึ้นมาก็จะรับเป็นศิษย์ในสำนักของพวกเขา แบบนี้ก็ถือว่ามีศิษย์แล้ว ค่าตอบแทนก็ไม่เลว รอจนพลังการบำเพ็ญเพียรของพวกเขาสูงขึ้นก็จะแยกตัวออกไปอยู่ คนเดียว ถือว่าเป็นอำนาจส่วนหนึ่งของตนเอง
ถึงจะไม่มีการต่อสู้ แต่ถ้าอยากจะอยู่อย่างหยิ่งทะนง ผู้ที่มีกำลังคนมากมายจะอยู่อย่างอิสระกว่า คนยังแบ่งเป็นระดับชั้น เซียนในแดนเซียนก็เช่นเดียวกัน
เทียบกับวิธีการส่งของแบบหว่านแหของบรรดาผู้บำเพ็ญเซียน วิธีการของสัตว์เทพแห่งเผ่าปิศาจเรียบง่ายกว่ามาก แค่โยนวิญญาณจริงลงไปและอาศัยความชื่นชอบเลือกคน ขอเพียงเลื่อนขั้ นเหาะขึ้นมาได้ ขึ้นสวรรค์แล้วก็คือลูกน้องของพวกมัน
“ข้าไม่เอานะ! เทาเที่ยที่กินแม้กระทั่งก้นของตนเอง ข้าไม่ติดตามเจ้าวิปริตแบบนั้นหรอก เคล็ดวิชาทงเสินล่ะ พวกมันก็ทำใช่หรือไม่!” จินเฟยเหยาตระหนักได้ว่าถ้าวันหน้าตนเอง เหาะขึ้นไป ต้องมีชะตาชีวิตที่อนาถอย่างยิ่งแน่นอน จึงเดือดดาลขึ้นมา
เจ้าตัวขาดไหวพริบแบบนั้น มีแต่สวรรค์จึงรู้ว่าโง่งมเพียงใด ไม่อยากติดตามคนแบบนี้หรอก ถึงต่อไปสามารถแยกจากพวกเขาไปอยู่ตัวคนเดียว แต่ติดตามเทาเที่ยต้องถูกคนหัวเราะเยาะแน่นอ อน
อินเยวี่ยส่ายหน้า “เคล็ดวิชาทงเสินเป็นเคล็ดวิชาที่เซียนของเผ่ามารและเผ่ามนุษย์สร้างขึ้นเพื่อไม่ให้เผ่าปิศาจได้เปรียบง่ายๆ”
“หมายความว่ามีวิธีหลุดพ้นจากวิญญาณจริง?” จินเฟยเหยาตระหนักถึงเรื่องนี้ได้ทันทีจ้องมองอินเยวี่ยพลางเอ่ยถาม
“ยากมาก ถ้าเจ้ายอมทำลายพลังบำเพ็ญเพียรของตนเองให้กลายเป็นคนธรรมดา วิญญาณจริงจะไปหาคนอื่นเอง” อินเยวี่ยยิ้ม ไม่มีใครตัดใจทำได้เลย
“ทำลายพลังการบำเพ็ญเพียรของตนเอง เรื่องนี้ข้าไม่ยอมหรอก” จินเฟยเหยาปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด แต่นางพลันแย้มยิ้มชั่วร้าย “ฟังคำพูดของเจ้าแล้วข้าคิดได้วิธีหนึ่ง หลังจากเ เหาะขึ้นไปแล้วไม่ต้องสนใจเจ้าเทาเที่ยนั่น”
“วิธีอะไร?” อินเยวี่ยเอ่ยถามอย่างสงสัย แม้แต่มังกรปิศาจก็ยกหัวขึ้นมาอย่างสนใจ แอบฟังเงียบๆ
จากนั้นได้ยินจินเฟยเหยาเอ่ยอย่างห้าวหาญ “เซียนเผ่ามารและเผ่ามนุษย์ที่เหาะขึ้นไปล้วนไม่เกรงกลัวเผ่าปิศาจ ทั้งยังสร้างเคล็ดวิชาทงเสินออกมาได้ต้องร้ายกาจกว่าสัตว์เทพเหล ล่านั้นแน่ ขอเพียงข้าร้ายกาจกว่าเทาเที่ยมันย่อมสยบข้าไม่ได้ ถึงข้าเหาะขึ้นไปก็ไม่ต้องกลัวมัน ถ้ามันกล้าพูดมากกับข้าข้าจะใช้กำปั้นอัดมัน!”
“…” อินเยวี่ยและมังกรปิศาจหมดวาจา มังกรปิศาจอยากจะระเบิดหัวเราะ ถ้ายายนี่เหาะขึ้นแดนสวรรค์ได้ต้องทำให้เทาเที่ยมีโทสะแทบตายแน่นอน
“มังกรเฒ่าตัวนี้มันเรื่องอะไรกัน? นี่คือวิญญาณจริงหรือร่างเดิม” ในเมื่อทำความเข้าใจเรื่องทั้งหมดชัดเจน จินเฟยเหยาจึงชี้มังกรปิศาจ
“ข้าติดกับของผู้อื่นจึงถูกสะกดอยู่ที่นี่ บอกกับเจ้าก็ไม่เป็นไร นี่เป็นเพียงวิญญาณจริงครึ่งตัวของข้า ยังมีวิญญาณจริงอีกครึ่งตัวเป็นเลือดเนื้อของข้าถูกกักอยู่ที่อื่น ข ขอเพียงมีวิญญาณจริงและเลือดเนื้อครึ่งนั้น ถึงไม่มีใครดึงเข็มสยบปิศาจได้ ข้าก็สามารถทำลายได้เอง” มังกรปิศาจเอ่ยอย่างโอ้อวด
จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ “พวกเรามาทำข้อตกลงกัน”
“เจ้า?” มังกรปิศาจรู้สึกว่ายายนี่เกะกะลูกตาเป็นพิเศษทันที ไม่ทำอะไรตามหลักการปกติ ตอนนี้คิดอะไรขึ้นมาได้อีกล่ะ
“ถ้าข้าพบวิญญาณจริงและเลือดเนื้อครึ่งหนึ่งและนำกลับมาให้ท่าน ทำให้ท่านกลับแดนสวรรค์ได้ ท่านจะบอกวิธีหลุดพ้นการควบคุมของเทาเที่ยแก่ข้าได้หรือไม่?” จินเฟยเหยาถามด้วยส สีหน้าจริงจัง
ที่แท้เรื่องนี้ มังกรปิศาจเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “วิญญาณจริงของเผ่าปิศาจไม่ได้ทำให้เจ้าตายเสียหน่อย มีเพียงคนที่ไม่เป็นเคล็ดวิชาทงเสินจึงถูกควบคุมโดยสมบูรณ์ อย่างเจ้าเหาะขึ นแดนสวรรค์ไปเทาเที่ยก็ไม่อยากรับไว้หรอก อีกทั้งวิญญาณจริงและเลือดเนื้อของข้าก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด เจ้าจะไปตามหาที่ไหน!”
“ที่แท้เป็นเช่นนี้ ถ้าอินเยวี่ยเหาะขึ้นไปได้ก็จะไม่ถูกควบคุมหรือ?” จินเฟยเหยามองอินเยวี่ย
“ตอนนี้เขายังไปไม่ได้ ต้องฝึกจนกลายเป็นโห่วจึงเหาะขึ้นสวรรค์ได้ ไม่เช่นนั้นได้แต่เป็นราชันศพหมื่นปีอยู่ที่นี่” มังกรปิศาจส่งเสียงขึ้นจมูก ราวกับมีความสัมพันธ์ไม่ค่อยดี กับโห่ว
“โห่ว? ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรเจ้าก็ไม่ตายอีก ค่อยๆ ฝึกไป” จินเฟยเหยาตะลึงงัน จากนั้นเอ่ยพลางตบบ่าอินเยวี่ย
อินเยวี่ยยิ้มน้อยๆ ไม่เอ่ยวาจา
คำพูดก็เอ่ยจบแล้ว เรื่องราวก็เข้าใจแล้ว จินเฟยเหยาปัดไม้ปัดมือเริ่มขยับเขยื้อนขึ้นมา นางวิ่งไปด้านหลังมังกรปิศาจ เลือกกระดูกหยาบเท่าครึ่งตัวคนชิ้นหนึ่ง โอบกอดแล้วคิด จะลากไป
อินเยวี่ยมองนางอย่างตกตะลึง ไม่รู้ว่านางคิดจะทำอะไร!
มังกรปิศาจยิ่งมองนางที่กำลังกัดฟันคิดจะใช้กำลังดึงกระดูกของตนเองออกมาอย่างตกตะลึงพรึงเพริด อดคำรามด้วยโทสะไม่ได้ “เจ้าคิดจะทำอะไร!” จากนั้นมันก็สะบัดกระดูก เหวี่ยงจิน เฟยเหยาเข้าไปในป่าศพทันที
ครู่หนึ่งนางก็วิ่งกลับมา เอ่ยอย่างมีโทสะ “มังกรเฒ่าอย่างท่านตระหนี่เกินไปแล้ว ข้าช่วยท่านหาวิญญาณจริงและเลือดเนื้อปลดปล่อยท่านกลับแดนสวรรค์ แค่กระดูกนิดๆ หน่อยๆ ท่านก็ ตัดใจให้ข้าไม่ได้ ต้องให้ค่ามัดจำหน่อยสิ มีที่ไหนทำงานอย่างเดียวโดยไม่ให้ค่าแรง!”
“ข้าให้เจ้าไปหาวิญญาณจริงและเลือดเนื้อเมื่อใด! อย่างเจ้าหรือจะหาวิญญาณจริงและเลือดเนื้อพบ ฝันไปเถอะ” มังกรปิศาจเดือดดาลอย่างยิ่ง ยายคนไร้ยางอาย ทำไมจึงมีคนหนังหน้าหนาเหมื อนสหายเก่าถึงขั้นนี้นะ
“เปล่าหรือ?” จินเฟยเหยาลูบคางด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ท่านไม่ต้องเกรงใจ ข้าพูดได้ทำได้มาตลอด จะไม่เอาสิ่งของของท่านไปโดยไม่ทำงานแน่”
“ไม่ให้!” มังกรปิศาจคำราม
จินเฟยเหยาสีหน้าแปรเปลี่ยน ตวาดอย่างเข้มงวด “อาละวาดเป็นเด็กๆ ไปได้ หรือท่านไม่อยากกลับแดนสวรรค์! แสร้งทำท่าหยิ่งในศักดิ์ศรีให้มันน้อยๆ หน่อย รีบตัดสินใจ ข้าไม่มีเวลามาช ชักช้าเป็นเพื่อนท่านที่นี่ ยังมีเรื่องสำคัญรอให้ข้าไปทำอีก!”
นางตวาดแบบนี้ทำให้อินเยวี่ยและมังกรปิศาจตะลึงงัน
เหตุใดมังกรปิศาจจะไม่อยากกลับแดนสวรรค์ เพียงแต่คนขั้นว่างเปล่าช่วงกลางอย่างอินเยวี่ยค้นหาอยู่นานก็หาสิ่งของไม่พบ อาศัยคนขั้นกำเนิดใหม่อย่างนางจะหาพบหรือ?
โดยเฉพาะคนที่เทาเที่ยเลือกยิ่งไม่น่าเชื่อถือเข้าไปใหญ่!