คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 355 นายน้อย
“ฮ่าๆๆ เจ้าอยากได้หรือ? ขายให้เจ้าถูกๆ มีของดีอะไรมาแลก ทางที่ดีเป็นวัตถุดิบที่สามารถหลอมหุ่นเชิดได้” จินเฟยเหยาหยอกล้ออินเยวี่ยด้วยสีหน้าทะเล้น บางครั้งยังอดหัวเราะหึๆ ๆ ขึ้นมาไม่ได้
อินเยวี่ยมองนางอย่างหมดวาจา เมื่อครู่นางพัวพันมังกรปิศาจ ดึงดันจะเอาค่ามัดจำจากร่างมังกรปิศาจ…เป็นเล็บขาหลังห้าเล็บ
เล็บหนึ่งสูงเท่าร่างนาง ห้าเล็บเพียงพอให้นางหลอมสร้างหวาหวั่นซีห้าคน ไม่มีกระดูกมีเล็บก็พอฝืนใช้ได้ จินเฟยเหยายิ้มอย่างกระหยิ่มยินดี นางรู้ว่าอินเยวี่ยก็อยากได้กร ระดูกมังกรจึงคิดจะนำเล็บอันหนึ่งแลกสิ่งของกับอินเยวี่ย
“เขียนรายการวัตถุดิบที่เจ้าต้องการให้ข้า ข้าจะดูว่ามีสิ่งของเหล่านี้หรือไม่” อินเยวี่ยยิ้มและเอ่ยอย่างอ่อนโยน
“เจ้ารอข้าดูก่อนว่านอกจากกระดูกและหนังสุกรผีเสื้อหยกยังต้องการสิ่งใดอีก” จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ นำตำราเวทหุ่นเชิดออกมาพลิกค้นหา
“ข้ามีโลหิตสีเงินของม้าสายตรงฉีหลินนิดเดียว ถ้าเจ้ามีเอามาให้ข้าอีกหนึ่งขวด ยังมีเหล็กอ่อนวารี ข้าต้องการแน่ๆ ให้ข้าคิดอีกหน่อยว่ายังมีอะไรอีก จริงสิ หว่างคิ้วหุ่นเชิ ดบังเอิญถูกข้าจิ้มเป็นรู ตอนนี้ใช้มุกล้ำค่าใส่ลงไป แต่ต่อไปต้องกลายเป็นจุดอ่อนแน่ ถ้าเจ้ามีของดีอะไรที่มีขนาดใกล้เคียงกันก็ขายให้ข้าด้วย ข้าจะเพิ่มมันเข้าไป” จินเฟยเ เหยาพลิกดูตำราเวทหุ่นเชิด พลางบอกสิ่งของที่ต้องการแก่อินเยวี่ยไม่หยุด
บนใบหน้าของอินเยวี่ยแขวนรอยยิ้ม นั่นเป็นรอยยิ้มป้ายยี่ห้อก่อนหั่นราคา ท่าทางพร้อมต่อราคาแล้ว
ในถ้ำเซียนที่มืดครึ้มและเย็นเยียบของเขา ภายใต้การมุงดูของฝูงศพ จินเฟยหยาต่อรองราคาอย่างยากลำบาก เผชิญหน้ากับยอดฝีมือด้านค้าขาย ความหน้าหนาของนางไม่มีที่ให้ใช้ออกจึงพ พ่ายแพ้โดยสมบูรณ์
มองอินเยวี่ยหยิบเหล็กอ่อนวารีขนาดเท่ากำปั้น โลหิตม้าสายตรงของฉีหลินครึ่งขวดเล็กออกมาจากถุงเฉียนคุนด้วยใบหน้าขมขื่น จากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว เรื่องนี้ทำให้จินเฟยเหยา แค้นใจ เพียงแต่นี่คือราคาที่ตนเองเจรจาไว้ ไม่เหมาะจะกลับคำพูด ได้แต่เดือดดาลจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“นี่คือของขวัญที่ร้านข้ามอบให้ เจ้าใส่ตรงหว่างคิ้วหุ่นเชิดได้” สุดท้าย อินเยวี่ยพลันหยิบมุกเม็ดเล็กๆ สีขาวเทาขนาดเท่ามุกล้ำค่าเม็ดหนึ่งออกมาจากถุงเฉียนคุน
จินเฟยเหยารับมาแล้วเอ่ยถามอย่างสงสัย “นี่คือสิ่งใด?”
“มุกผีดิบ ในนั้นหลอมสร้างจากหมอกพิษเฉพาะตัวของข้า ขอเพียงระเบิดออก ทุกสิ่งภายในรัศมีห้าหลี่จะกลายเป็นเหมือนโลกวิญญาณน้ำพุเหลือง ระวังหน่อยอย่าใช้ง่ายๆ เจ้าวางใจได้เ เต็มที่ ในนั้นไม่มีโรคระบาดที่แพร่กระจายได้” อินเยวี่ยเตือนเป็นพิเศษประโยคหนึ่ง กลัวว่านางจะกังวลว่าหมอกพิษในนั้นจะแพร่เชื้อได้
และยังมอบยาถอนพิษให้จินเฟยเหยาขวดหนึ่งมีทั้งหมดหกเม็ดเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ตามความเข้าใจที่เขามีต่อจินเฟยเหยา คนที่ต้องให้นางช่วยรอบตัวมีไม่เกินหกคนเด็ดขาด ห หกเม็ดก็เหลือแหล่แล้ว อย่างมากที่สุดคือตัวนางเองและกบที่ชื่อพั่งจื่อกินยาแก้พิษ คนอื่นๆ ถึงไม่ถูกพิษตายก็ต้องถูกนางกิน
“แค่เม็ดเดียว…” จินเฟยเหยาทำปากยื่น เก็บมุกผีดิบอย่างว่องไว นี่คือไพ่ตาย อานุภาพทำลายล้างรุนแรงมาก ห้ามใช้ง่ายๆ
จินเฟยเหยาเก็บของเสร็จก็คิดจะไปโลกวิญญาณเหอเซี่ย “สหายเซียนอิน ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าคิดจะไปโลกวิญญาณเหอเซี่ยก่อน สิ่งของที่เจ้าเอ่ยถึงถ้าข้าหาพบจะเก็บไว้ ถึงตอนนั้นจะข ขายให้เจ้า”
สิ่งที่นางเอ่ยถึงคือสิ่งของที่เหมือนอัคคีเมฆาพวกนั้น ความหมายของอินเยวี่ยคือเพิ่มมาหนึ่งคนก็สามารถเพิ่มโอกาสได้ ถึงอย่างไรเขาจะมาซื้อในราคาสูง ดังนั้นจึงคัดลอกลงในป้า ายหยกให้จินเฟยเหยาลองค้นหาดู
อินเยวี่ยครุ่นคิดแล้วถามว่า “สหายเซียนจิน เจ้าคิดจะเผยแพร่แผนที่ในกระจกสภาพโลกวิญญาณออกไปหรือไม่?”
“เพราะเหตุใด? ว่าไปแล้วกระจกสภาพโลกวิญญาณเป็นของเจ้ามิใช่หรือ เหตุใดเจ้าจึงไม่ใช้เอง?” จินเฟยเหยานึกถึงเรื่องนี้ขึ้นได้จึงเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“ข้าคัดลอกลงในป้ายหยกแต่แรกแล้ว ของเดิมนำมาขายหาศิลาวิญญาณดีกว่า เจ้านี่ใช้แทนศิลาวิญญาณไม่ได้เสียหน่อย” อินเยวี่ยยิ้ม
“ไม่ถูกสิ” จินเฟยเหยารู้สึกไม่ถูกต้องทันที “ถ้าเจ้าคิดจะเผยแพร่แผนที่ออกไป ตนเองบันทึกไว้ในป้ายหยก จากนั้นขายออกไปก็ใช้ได้แล้ว คาดว่ามีคนจำนวนมากยินดีซื้อ ทำกำไรได้ก้อ อนใหญ่”
อินเยวี่ยถอนหายใจ “ผู้อาวุโสท่านนั้นเคยบอกตอนมอบกระจกสภาพโลกวิญญาณให้ข้า สิ่งนี้แค่หลอมสร้างเล่นสนุกๆ ถ้าคัดลอกแล้วเผยแพร่ออกไปต้องขายไม่ได้ศิลาวิญญาณแน่ ได้แต่ใช้เ เพื่อความสะดวกของผู้บำเพ็ญเซียน ถ้าอยู่ในมือข้าแล้วแลกศิลาวิญญาณไม่ได้จะทำให้ข้านอนไม่หลับตอนกลางคืน ดังนั้นข้าจึงขายของเดิมออกไป แต่ถ้าทำได้ ข้าอยากให้เจ้าคัดลอกและเผย ยแพร่ออกไป”
“เพราะเหตุใดต้องคัดลอกและเผยแพร่ออกไป? ทั้งยังต้องแถมป้ายหยกอีก” พอจินเฟยเหยาได้ฟัง นี่คือเรื่องที่ทำดีแต่ไม่ได้ดีมิใช่หรือ? ทั้งยังไม่มีความจำเป็นด้วย
“มีประโยชน์สิ ถ้าโลกเหล่านี้เชื่อมถึงกันทั้งหมด ความเคลื่อนไหวของสินค้าจะยิ่งมากขึ้น ของวิเศษที่สามารถฟื้นฟูโลกวิญญาณน้ำพุเหลืองจะถูกคนค้นพบ แบบนี้ก็จะสามารถซื้อสิ่งของที เหมือนอัคคีเมฆาได้เร็วหน่อย ถึงอย่างไรอาศัยความสามารถของข้าเพียงลำพัง คิดจะค้นหาสิ่งของเหล่านี้ให้พบไม่ใช่เรื่องง่าย คนเยอะกำลังก็มาก ถึงอย่างไรข้าก็ไม่มีหวังจะเหาะขึ้ นแดนสวรรค์ ไม่เห็นโลกวิญญาณน้ำพุเหลืองฟื้นคืน ข้าคงตายตาไม่หลับ” อินเยวี่ยเอ่ยเบาๆ
จินเฟยเหยาหมดวาจา นี่มันเหตุผลอะไรกัน บอกว่าอยากให้ผู้อื่นไปหักร้างถางพงยังเถรตรงกว่า ถ้าแผนที่ในกระจกสภาพโลกวิญญาณเผยแพร่ออกไป สำนักและผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนมากจะไปโลก กวิญญาณอื่นๆ จนถึงตอนนี้ นอกจากน่านน้ำที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนผืนนั้น โลกวิญญาณอื่นๆ แทบจะไม่มีคนเคยไป ต่อให้มีคนไปทางนั้นโดยบังเอิญก็ไม่เคยมีคนกลับมา
โลกวิญญาณเหล่านั้นเป็นตัวแทนของความร่ำรวย สัตว์ปิศาจไม่ทราบชื่อ หญ้าวิญญาณและเหมืองศิลาวิญญาณอันอุดมสมบูรณ์ เจ้าอินเยวี่ยสามารถส่งผีดิบออกไปได้ชัดๆ กลับไม่ทำเรื่องนี้ ตอน นนี้อยู่ๆ คิดจะให้ข้าเผยแพร่แผนที่ในกระจกสภาพโลกวิญญาณออกไป ไม่รู้ว่ามีเจตนาใด
นางไม่ส่งเสียง เรื่องนี้สำหรับนางแล้วไม่มีผลดีและผลเสีย ถ้าจะเผยแพร่ออกไป นางรู้จักสถานที่ดีๆ แห่งหนึ่ง นั่นคือซื่อเต้าจิง ขอเพียงโยนไปที่นั่น ไม่ต้องใช้เวลาหลายสิบปี ท ทุกคนจะมีแผนที่เหล่านั้นคนละฉบับ ผู้บำเพ็ญเซียนชอบหนีไปท่องเที่ยวหาประสบการณ์ภายนอก คนที่เดินทางบนเส้นทางเหล่านั้นจะยิ่งมีมากขึ้น
เอ๋? จินเฟยเหยาพลันนึกได้ กระจกสภาพโลกวิญญาณเป็นแผนที่เมื่อสามพันปีก่อน เส้นทางเหล่านั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ก็ยังไม่รู้ ถ้าเผยแพร่ออกไป โดยพื้นฐานแล้วต้องมีสำนักใหญ ญ่ไปซ่อมแซมและสะสางเส้นทางเพื่อให้ตนเองใช้งานได้สะดวก
“เจ้าเคยไปยังสถานที่อื่นแล้วพบว่าเดินทางไม่ได้หรือไม่?” คิดถึงตรงนี้ จินเฟยเหยาพลันเอ่ยปากถาม
“อา” อินเยวี่ยตะลึงงันและเอ่ยอย่างขัดเขิน “สหายเซียนจินเฉลียวฉลาดยิ่ง ข้าแน่ใจว่ามีคนอยากไปโลกวิญญาณอื่นเพื่อแสวงโชค แต่มีเส้นทางหลายสายถูกปิดกั้น ต่างฝ่ายต่างก็มีส สาเหตุ อาศัยกำลังของข้าคงสะสางเส้นทางไม่ได้ในเวลาสั้นๆ อีกทั้งต้องใช้ศิลาวิญญาณเป็นจำนวนมาก ข้าจ่ายไม่ไหว”
“เจ้าตัดใจจ่ายศิลาวิญญาณไม่ได้สินะจึงให้ข้าเผยแพร่แผนที่ออกไป เจ้าจะได้รอให้ผู้อื่นซ่อมแซมเส้นทางเสร็จ จากนั้นก็ไปเปิดร้านที่โลกวิญญาณอื่น เจ้าต้องใช้ศิลาวิญญาณมากเพียงใ ใดกันแน่!” จินเฟยเหยามองเขา เจ้าหมอนี่ให้ข้ากระจายแผนที่ออกไปเพราะเหตุนี้จริงๆ ด้วย
อินเยวี่ยเม้มปากหัวเราะ “ไม่มากเท่าไร อีกทั้งนอกจากข้า ศิษย์ที่เป็นลูกน้องเหล่านี้เป็นศพทั้งหมด มีเพียงโลกวิญญาณที่รับผู้ฝึกวิชาชั่วร้ายข้าจึงเปิดร้านได้ อีกทั้งสถานที ซึ่งมีคนมากที่สุดกลับเป็นโลกวิญญาณอันเที่ยงธรรม การค้าของข้าไปไม่ถึงทางนั้น กระทบกับการหาศิลาวิญญาณอย่างมาก”
“เจ้ายินดีร่วมมือกับคนอื่นหรือไม่? ข้ารู้จักคนผู้หนึ่ง ยากจนมาก ไม่รู้ว่าตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่อย่างไร ต้องเลี้ยงดูสำนักใหญ่แห่งหนึ่ง ทั้งยังใฝ่ฝันจะสร้างสำนักอันยอดเยี่ยม ก่อนหน้านี้ตอนข้าเห็นเขา เขาก็ปลอมตัวเป็นสตรีออกปล้นทรัพย์ไปทั่ว ถ้าเจ้ายินยอมร่วมมือกับเขา ข้าคิดว่าเขาน่าจะยอมเปิดร้าน จินเฟยเหยานึกถึงปิศาจยากไร้ขึ้นได้ ไม่รู้ว่า าตอนนี้ยังกำลังปล้นทรัพย์อยู่หรือไม่” ครั้งที่แล้วปู้จื้อโหยวเคยเอ่ยถึง คงไม่ได้ถูกหงใช้กำลังบังคับไปแล้วนะ
“เชื่อถือได้หรือไม่ คิดบัญชีได้หรือไม่?” อินเยวี่ยสนอกสนใจอย่างยิ่ง เขาตั้งใจจะร่วมมือกับสำนักใหญ่แห่งหนึ่งมานานแล้ว แต่ยังหาตัวเลือกที่เหมาะสมไม่ได้ คนที่ร่วมมือกับสำน นักชั่วร้ายไม่ใช่คนดีอะไร ลักษณะไม่ค่อยดี เขาเป็นห่วงว่าจะละโมบศิลาวิญญาณหรือไม่ อีกทั้งคนที่ไม่ละโมบในทรัพย์สมบัติก็ไม่ยอมร่วมมือกับผู้ฝึกวิชาชั่วร้าย
จินเฟยเหยาลูบใบหน้าครุ่นคิด “เป็นคนใช้ได้ สำนักของเขามียอดเขาของข้า นับว่าเป็นของข้าส่วนหนึ่ง ไม่รู้เรื่องคิดบัญชี ก่อนหน้านี้ถูกข้ากล่อมจนอยู่หมัด ตอนนี้เป็นเจ้าสำนัก แห่งหนึ่ง อย่างไรก็น่าจะมีสติขึ้นมาบ้าง”
“คิดบัญชีไม่เป็นก็ดี ข้าจะไปตามหาเขาได้อย่างไร?” พอได้ยินว่าคิดบัญชีไม่เป็นอินเยวี่ยก็รู้สึกสนใจ ทั้งยังถูกคนอย่างจินเฟยหยากล่อมจนอยู่หมัดคนแบบนี้ยิ่งร่วมมือด้วยง่า าย
“เจ้า…” จินเฟยเหยากลอกตาใส่เขา นึกว่าจะหาคนที่คิดบัญชีเป็น ทำอยู่นานกลับคิดจะหาคนที่คิดบัญชีไม่เป็น แบบนี้ตนเองจะได้ตัดสินใจได้สะดวก
แต่คิดๆ ดูสยงเทียนคุนก็ไม่มีพรสวรรค์ทางด้านนี้ มีแต่สวรรค์จึงรู้ว่าเขาทำการค้าหรือไม่ ไม่แน่ว่าตอนนี้ยังกำลังปล้นชิงอยู่ หาศิลาวิญญาณได้เล็กน้อยก็ไม่เลว อินเยวี่ยม มีวิธีทำการค้า ร่วมมือกับเขาต้องได้ศิลาวิญญาณไม่น้อยแน่ การพัฒนาสำนักน่าจะไม่มีปัญหา ถ้าไม่มีกำลังทรัพย์สำนักก็พัฒนาไม่ได้ โดยพื้นฐานแล้วศิษย์ในสำนักล้วนกินฟรี ใช้คนไปท ทำงานนิดหน่อยก็ต้องให้ศิลาวิญญาณแก่พวกเขา
ดังนั้นจินเฟยเหยาจึงบอกชื่อและฐานะของสยงเทียนคุนแก่อินเยวี่ย เกรงว่าเขาไปหาแล้วสยงเทียนคุนจะไม่เชื่อเขา จินเฟยเหยาจึงนำป้ายหยกออกมาแล้วใช้การรับรู้ทิ้งคำพูดไว้ใ ในนั้น ทั้งยังกำชับอย่างละเอียด ไม่ให้อินเยวี่ยรังแกมากเกินไป แบ่งผลประโยชน์ให้สยงเทียนคุนบ้าง
จินเฟยเหยาสั่งเรื่องราวเสร็จสิ้นก็อำลาอินเยวี่ยออกเดินทางไปโลกวิญญาณเหอเซี่ย พอดีต้องผ่านโลกวิญญาณซิงหลัวจึงแวะไปจัดการธุระเรื่องกระจกสภาพโลกวิญญาณ
นกปีกสวรรค์ไม่ได้อยู่กับจินเฟยเหยา ถึงนางคิดจะตามหาปู้จื้อโหยวก็หาไม่พบแต่นางกลับมีวิธีอื่น หลังจากถึงโลกวิญญาณซิงหลัวจินเฟยเหยาก็ไปร้านซื่อเต้าจิงแห่งหนึ่งทันที ระบุว่าต้องการพบปู้จื้อโหยว
ผู้ดูแลของซื่อเต้าจิงร้านนี้เห็นจินเฟยเหยาบุกเข้ามาระบุชื่อว่าต้องการพบปู้จื้อโหยว ทั้งยังมีสีหน้ามั่นอกมั่นใจอย่างยิ่งว่าปู้จื้อโหยวและพวกเขามีความสัมพันธ์กัน ผู้ดูแ แลลังเลเล็กน้อยจึงเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง “ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสมาหานายน้อยของเราด้วยธุระใด?”
“หา!” จินเฟยเหยาตะลึงงัน เจ้าหมอนี่ขายข่าวสารมิใช่หรือ!