คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 1034 เจ้าโสมน้อย ‘ข้าขอบคุณที่เจ้าแกล้งข้า’
- Home
- คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า
- ตอนที่ 1034 เจ้าโสมน้อย ‘ข้าขอบคุณที่เจ้าแกล้งข้า’
ฉินหลิวซีร้อนใจเล็กน้อย
สหายเก่า กรรมสัมพันธ์ ใครคือผู้ก่ออาชญากรรม ร่างหนึ่งแวบขึ้นมาในหัวของนาง ราวกับหัวใจถูกบีบไว้แน่น
“คนผู้นั้นอยู่ที่ไหน” ฉินหลิวซีถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
ดวงตาเรียวยาวของนักพรตจื่อหยาง มีความชั่วร้ายผุดขึ้นมา ลุกขึ้นจากพื้น ราวกับจะพุ่งไปหานาง เมื่อฉินหลิวซีเคลื่อนไหว เขาก็หันหลังกลับถอยหลังออกไปหลายจั้ง[1]
โซเซเล็กน้อย
ฉินหลิวซีแสยะยิ้ม ทันทีที่ขยับเท้า ก็ได้ยินเสียงดังฟู่ของลิ้นยื่นออกมา และได้กลิ่นเหม็นคาวและรู้สึกเย็นเยียบ
เมื่อก้มลงมอง จุดที่จื่อหยางยืนอยู่เมื่อครู่นี้ ไม่รู้ว่าปรากฏรังงูหลากสีขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ พวกมันแลบลิ้นพุ่งเข้าหานาง
งูกลายเป็นภูตแล้ว บินได้ด้วย!
ฉินหลิวซีหมดความอดทน เมื่อความคิดผุดขึ้นมา ไฟก็ระเบิดออกมาจากร่างกายของนาง ทุกสิ่งที่กล้าเข้าใกล้นางสลายกลายเป็นผง
นักพรตจื่อหยางรูม่านตาหดลง มองดูคนไฟผู้นั้นด้วยความหวาดกลัว
ไฟคือนาง นางก็คือไฟ!
งูหยินเหล่านั้นเกิดจากพลังหยินชั่วร้าย แล้วเลี้ยงมันด้วยเลือดเนื้อของสตรี พิษร้ายแรงเป็นที่สุด ตราบใดที่ถูกกัด พลังชั่วร้ายที่ผสมกับพิษงูจะเข้าสู่ไขกระดูกของร่างกาย ยากที่จะกำจัดออกได้
แต่ตอนนี้งูหยินเหล่านั้นไม่เพียงแต่ทำอะไรนางไม่ได้ ภายใต้ไฟที่แผดเผานี้ แม้แต่เสียงขู่ของงูก็ยังไม่ทันได้ยิน พวกมันก็ถูกเผาจนสลายไปแล้ว
ไม่เหลือแม้แต่ซาก
นักพรตจื่อหยางตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“ถึงตาข้าแล้ว” ฉินหลิวซีมองไปที่เขา ฉีกปากยิ้ม
แย่แล้ว รีบหนี!
“กลับมาเดี๋ยวนี้” ฉินหลิวซีโยนโซ่ตรวนออกมา พันรอบขาของเขาแล้วดึงกลับมา
โซ่ตรวนวิญญาณสีดำสามารถยืดหดได้ไม่จำกัด ฉินหลิวซีเกี่ยวเขาเอาไว้ ทันใดนั้นไฟได้ลุกขึ้นที่ขาของเขา
นักพรตจื่อหยางกรีดร้องอย่างน่าสังเวช กลิ้งไปมาบนพื้นอย่างบ้าคลั่ง
ฉินหลิวซีก้าวไปข้างหน้า ย่อกายลงตรงหน้าเข้า กล่าวว่า “ตอนนี้บอกข้าได้หรือยัง จับสตรีเหล่านั้นไปทำอะไร”
“เจ้าดับไฟก่อน”
ฉินหลิวซีควบคุมความคิด กำลังไฟลดลงเล็กน้อยพลางเอ่ย “บอกมา”
“ข้าไม่รู้ นางเพียงแค่ขังคนไว้ที่ดินแดนหยิน ให้ข้าดึงหยินหยวนออกมา” นักพรตจื่อหยางตอบ
ฉินหลิวซีสายตาเฉียบคม “เจ้าสมควรตาย!”
เมื่อหยินหยวนของสตรีถูกดึงออกมา นางก็จะสูญเสียแก่นแท้ของความเป็นสตรี แก่ชราอย่างรวดเร็ว สูญเสียเลือดเนื้อ สุดท้ายก็จะกลายเป็นศพที่แห้งเป็นหนังหุ้มกระดูก
ไฟโหมลุกขึ้นตามกำลัง
นักพรตจื่อหยางตะโกนในใจว่าไร้ยางอาย ทั้งๆ ที่เขาตอบอย่างซื่อสัตย์แล้ว แต่นางกลับไม่รักษาคำพูด
“หยินหยวนที่ถูกดึงออกมาเอาไปเก็บไว้ที่ไหน”
“ไม่ได้อยู่ในมือข้า ไม่มี ข้าเพียงแค่รับผิดชอบดำเนินการ ข้าเป็นผู้บริสุทธิ์!”
“เจ้ายังมีหน้ามาบอกว่าตัวเองบริสุทธิ์? หมู่บ้านตระกูลเหมยเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว เจ้าเคยใช้เข็มอาคมผนึกทวารทั้งเจ็ดของสตรีผู้หนึ่งเพื่อจองจำดวงวิญญาณ” ฉินหลิวซีแสยะยิ้มพลางเอ่ย “ข้ากล่าวไม่ผิดกระมัง”
เข็มอาคมชั่วร้ายเหล่านั้นเหมือนกับเข็มที่เขาเขวี้ยงออกมาเมื่อครู่นี้ทุกประการ
นักพรตจื่อหยางรู้สึกไม่ยุติธรรมเป็นอย่างมาก เรื่องนานขนาดนั้นใครจะยังจำได้
“ซ้ำยังมีใบหน้านี้ของเจ้า อายุปูนนี้แล้วยังแสร้งทำเป็นเด็กน้อย ขัดหูขัดตา” ฉินหลิวซีลุกขึ้นยืน ไฟนรกล้อมรอบเขาไว้ทันที
“โอ๊ยๆ” นักพรตจื่อหยางส่งเสียงคำรามเป็นครั้งสุดท้าย เสียงหายไปอย่างรวดเร็ว ทั้งร่างกายถูกไฟนรกกลืนกิน
เมื่อไฟนรกออกมา บาปกรรมจางหายไป
ณ บ้านไม้ ได้กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
ฉินหลิวซีไปตามหาในทิศทางเดียวกับเจ้าโสมน้อยและเถิงเจา ในไม่ช้าก็มาถึงทางเข้าถ้ำ แต่ที่นั่นก็ได้วางค่ายอาคมหินปลอมไว้ด้วยเช่นกัน นั่นเป็นค่ายอาคมลวงตาฉีเหมิน ทั้งสองคนอยู่ที่หน้าค่ายอาคม เถิงเจาถือเข็มทิศหาใจกลางค่ายอาคมไม่หยุด
ฉินหลิวซีก้าวเข้าไปหยิบเข็มทิศมาจากเขา เห็นว่าเข็มทิศกำลังหมุนโดยไร้ทิศทาง จึงมองไปยังหินปลอมที่อยู่ตรงหน้า บุกเข้าไปข้างใน
เถิงเจาสีหน้าเปลี่ยนไป “ท่านอาจารย์…”
ฉินหลิวซีได้หายไปจากสายตาของพวกเขา
เจ้าโสมน้อยกล่าวว่า “นางไปนานกว่าสามปี หลังจากกลับมาก็มุทะลุมากกว่าเดิม”
ราวกับไม่กลัวภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของชีวิตตัวเอง ค่ายอาคมลวงตาฉีเหมินนี้ คิดจะบุกก็บุกเข้าไปเลย ก็ไม่กลัวเลยว่าข้างในจะมีอะไรที่คาดไม่ถึง
เถิงเจามีสีหน้ากังวล
ค่ายอาคมลวงตาฉีเหมินนี้ถูกวางไว้อย่างชาญฉลาดมาก เดิมทีเป็นสิ่งกีดขวางบนเส้นทางที่ทอดยาวเข้าไปในถ้ำ หากต้องการทำลายค่ายอาคม จำเป็นต้องเข้าไปในเส้นทางของอุโมงค์ถ้ำก่อนจึงจะสามารถหาใจกลางค่ายอาคมพบ
และในค่ายอาคม มีเพียงผู้ที่สามารถต้านทานภาพลวงตาอันน่าหลงใหลเท่านั้นจึงจะสามารถค้นพบใจกลางค่ายอาคมได้ และภาพลวงตาก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน เกิดขึ้นจากจิตมารของคน
ในค่ายอาคมลวงตา ณ เวลานี้ มืดมนไปทุกทิศทาง มีลมกระโชกแรง ปัดเอาหมอกหนาออกไป ฉินหลิวซีอยู่ที่เส้นเลือดมังกร นางมองเห็นอาจารย์ชื่อหยวนที่นอนอยู่บนพื้นโดยไร้พลังชีวิต
นางมองดูอาจารย์แก่ชราที่ผมเต็มไปด้วยสีขาว หิมะตกจากบนท้องฟ้าลงมาบนตัวของเขา ยิ่งทำให้ดูหนาวเหน็บ
ซาหยวนจื่อคุกเข่าอยู่ตรงหน้านาง ขอร้องให้นางช่วยเขา
ฉินหลิวซีกำยาสร้างรากฐานในมือไว้แน่น สีหน้าเรียบเฉย เพียงแต่ยืมมองอยู่ตรงนั้น ดูเขาหมดลมหายใจ ดูเขาถูกหิมะสีขาวปกคลุม
ไม่มีความกตัญญู
ราวกับมีคนด่าอย่างดุเดือดข้างใบหูนาง
ฉินหลิวซีหันหลังเดินจากไป ทันทีที่หันหลัง นางก็กลับมาที่ทางเดินในถ้ำอีกครั้ง ภาพลวงตาทั้งหมดก็หายไป
การตายของท่านอาจารย์เป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้เขาเป็นเทพประจำเมือง เป็นเทพที่ฝึกบำเพ็ญบุญกุศลแล้ว นางไม่ควรจมปักอยู่กับอดีต
ดูเหมือนมีบางอย่างออกไปจากหัวใจ ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ฉินหลิวซีเริ่มเป็นอิสระมากขึ้น
ลมหนาวพัดออกมาจากในถ้ำ พัดเอาเสื้อคลุมของนางสั่นไหว สายลมบาดหน้าคนจนรู้สึกเจ็บปวด น้ำแข็งกัดกร่อนกระดูก มีผีร้องไห้คร่ำครวญอยู่ข้างหู ร่างผีหลายตนโผล่ออกมาจากถ้ำ รวมถึงอุโมงค์ยาว หัวกะโหลกแต่ละอันอ้าปากทำท่าจะกัด
ฉินหลิวซีถือหินเก้าตาไว้ในมือ ท่องคาถาจู่โจมผีร่างแตกกระจาย แล้วมองไปยังหัวกะโหลกที่อยู่บนฝาผนังเต็มไปหมด สายตาตกไปที่กะโหลกหนึ่งอันที่สีขาวดั่งหยก เขย่งปลายเท้าเล็กน้อย มองดูกะโหลกที่ยื่นออกมาจากผนัง ออกแรงเหยียบกระโดดขึ้นไปข้างบน
หัวกะโหลกสีขาวราวกับหยกนั้นถูกนางใช้แรงดึงออกมา
หัวกะโหลก ‘ความรุนแรงของศัตรูทำเอาข้าสับสน!’
เมื่อโยนหัวกะโหลกเข้าไปในส่วนลึกของอุโมงค์ก็มีเสียงดังสะท้อน สภาพแวดล้อมโดยรอบเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ค่ายอาคมถูกทำลายลง
ยังคงมีหัวกะโหลกฝังอยู่บนฝาผนัง แต่กลับมีน้ำมันตะเกียงไหลออกมาจากเบ้าตา แสงไฟส่องสว่างออกมา ดูประหลาดเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมแปลกๆ ลอยมา
เจ้าโสมน้อยกับเถิงเจาเดินเข้ามา
“กลิ่นอะไรหอมขนาดนี้ ซี๊ด หนาวมาก” เจ้าโสมน้อยสูดลมหายใจ ลูบแขนของตัวเอง เมื่อเห็นหัวกะโหลกบนผนังก็มุมปากกระตุก “นี่มันนักพรตปีศาจแบบใดกันจึงได้ใช้หัวกะโหลกทำเป็นโคมไฟ โรคจิตจริงๆ”
ฉินหลิวซีเอ่ยเสียงเรียบว่า “มีโรคจิตกว่านี้อีก อยากฟังหรือไม่”
เจ้าโสมน้อย ‘ไม่ ข้าไม่อยาก ข้าปฏิเสธ!’
ฉินหลิวซีมองตะเกียงหัวกะโหลกเหล่านั้น กล่าวว่า “เมื่อครู่ข้าได้กลิ่นหอมมาจากน้ำมันตะเกียงเหล่านี้ เป็นตะเกียงที่จุดด้วยน้ำมันศพ”
น้ำมันศพมีกลิ่นแปลกๆ และตะเกียงหัวกะโหลกทั้งหมดในที่นี้ล้วนจุดด้วยน้ำมันศพ
เจ้าโสมน้อย “!”
ข้าขอบคุณเจ้า เดิมทีที่นี่ก็น่ากลัว เจ้ายังจะใช้คำพูดสยดสยองเช่นนี้มาแกล้งข้าอีก!
[1] จั้ง หน่วยหนึ่งในมาตราวัดของจีน เท่ากับ 3.3 เมตร