คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 1068 ไม่ทิ้งความแค้นข้ามคืน
ตอนที่ 1068 ไม่ทิ้งความแค้นข้ามคืน
จ้าวอ๋องถูกแผ่นป้ายหน้าจวนของตนหล่นทับจนบาดเจ็บ ต้องนอนรักษาตัวบนเตียงเกือบครึ่งเดือน ตอนนี้พอจะลุกขึ้นเดินได้บ้าง แต่ยังไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ ทำได้เพียงพักฟื้นอยู่ที่บ้านเท่านั้น
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ นอนอยู่บนเตียงก็ยังสามารถเกิดเรื่องขึ้นได้
ขณะที่จ้าวอ๋องเพิ่งถูกพ่อบ้านอาบน้ำเช็ดตัวให้เสร็จใหม่ๆ กำลังนอนหลับตาพักผ่อนอยู่บนเตียง พลันรู้สึกหนาวสั่นจนขนลุกซู่
แย่แล้ว มีอันตราย
จ้าวอ๋องเพิ่งจะลืมตา มองเห็นกระสอบดำใหญ่คลุมลงมาเต็มๆ เขาตื่นตกใจ กำลังอ้าปากจะตะโกน “ช่วย…”
ร่างกายพลันเจ็บแปลบเหมือนถูกเข็มแทง หมดสติไปทันที
แย่แล้ว ผู้ใดกันที่มาลอบทำร้ายเขา
ฉินหลิวซีเห็นจ้าวอ๋องสลบไปแล้วจึงดึงกระสอบออก จากนั้นถอดเสื้อผ้าของเขาออกก่อนจะเริ่มลงมือทุบตี
นางตีคนไม่ให้เกิดบาดแผลภายนอก แต่จะทำร้ายภายในแทน ดูจากภายนอกจะไม่มีร่องรอยใดๆ แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมา กระดูกทั่วร่างจะรู้สึกเหมือนถูกของหนักบดขยี้ เจ็บปวดสุดทน
เมื่อลงโทษจ้าวอ๋องอย่างสาสมแล้ว นางก็เอากระสอบคลุมเขาอีกครั้ง แล้วแบกเขาขึ้นบนหลัง
จ้าวอ๋องที่ถูกทุบตีกระแทกกับขอบเตียงอีกครั้งจนเกิดเสียงดังตึงอย่างเงียบๆ
ฉินหลิวซีแปะยันต์ล่องหนบนร่างกายตนเอง แล้วแบกจ้าวอ๋องออกจากจวนอย่างไร้ร่องรอย
นางมาถึงจวนซืออี๋จวิ้นจู่แล้วโยนจ้าวอ๋องลงบนเตียงของนาง ห่มผ้าหนาๆ ให้เขาเรียบร้อย จากนั้นก็รอให้ซืออี๋จวิ้นจู่ได้พบกับ ‘ความประหลาดใจ’
จากนั้นนางก็เดินตรวจตรารอบๆ จวน พอเดินมาถึงห้องหนังสือพลันได้ยินเสียงโวยวายสนั่น จึงแอบสอดแนมดู เห็นว่าเป็นเปี่ยนซื่อจื่อแห่งจวนซิ่นหยางอ๋องกำลังเตะโต๊ะทุบเก้าอี้ด้วยความโกรธ
เหตุที่เปี่ยนซื่อจื่อเดือดดาล ก็เพราะแผนภาพค่ายอาคมที่ขาดหายไป ไม่ว่าเขาจะสืบค้นอย่างไรก็ไม่รู้ว่าผู้ใดกันที่ประมูลแผนภาพนั้นไป
เขาอยากใช้อำนาจบีบบังคับจิ่วเสียนให้เปิดเผยข้อมูลผู้ซื้อ แต่จิ่วเสียนกลับไม่ยอม แม้แต่ท่าทีของพวกเขายังแข็งกร้าวกว่าเขาเสียอีก เขาจึงไม่กล้าบีบบังคับ เพราะการประมูลครั้งนั้นมีความเกี่ยวข้องกับทางการ ไม่ต้องเอ่ยถึงพวกผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังจิ่วเสียน กรมพระคลังได้ประโยชน์ก้อนโตในครั้งนี้ ย่อมต้องปกป้องจิ่วเสียนอยู่แล้ว
เปี่ยนซื่อจื่อไม่กล้าขัดแย้งกับจิ่วเสียนและกรมพระคลัง ทั้งยังสืบค้นอะไรไม่ได้ จึงได้แต่ระบายความโกรธอย่างไร้หนทาง
ซืออี๋จวิ้นจู่ที่กำลังเคร่งเครียดเรื่องการตั้งครรภ์เองก็หงุดหงิดใจจนแทบจะหมดความอดทน พอเห็นพี่ชายของตนมาระบายอารมณ์บ้าๆ จึงเอ่ยอย่างหงุดหงิด“พอเถอะ ท่านพ่อส่งข่าวมาว่าไต้ซือเสวียนหมิงกำลังอยู่ระหว่างทางมาที่นี่มิใช่หรือ ของสิ่งนั้นจะหายไปไม่ได้ เจ้ากังวลอะไร คนที่ต้องกังวลก็คือข้าเสียมากกว่า”
เปี่ยนซื่อจื่อเอ่ย “เจ้าไม่รู้อะไร เรื่องจิ่วเสียนแปลกประหลาดนัก ข้ามีลางสังหรณ์ว่าเรื่องนี้จะจบไม่สวย”
แม้เขาจะเป็นคนไม่ดี แต่บางครั้งลางสังหรณ์ของเขาก็แม่นยำเหลือเกิน โดยเฉพาะในเรื่องร้ายๆ ลางนั้นมักจะเป็นจริง
ซืออี๋จวิ้นจู่ขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นกดหน้าอกตัวเองโดยไม่รู้ตัว พวกเขาเป็นฝาแฝดกัน นางเองก็รู้สึกเหมือนเจอแต่เรื่องแย่ๆ อยู่เรื่อยมา พอได้ยินพี่ชายเอ่ยเช่นนี้ นางยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ
“พอแล้ว พอแล้ว อย่าเอ่ยเรื่องโชคร้ายพวกนี้อีก ข้ารำคาญมากแล้ว รอให้ไต้ซือมาแล้วค่อยว่ากัน เขาย่อมต้องมีวิธีแน่” ซืออี๋จวิ้นจู่เอ่ย “ข้าจะกลับห้องแล้ว”
เปี่ยนซื่อจื่อเห็นน้องสาวสีหน้าไม่สบอารมณ์ก็รู้สึกไม่พอใจอยู่ในใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ได้แต่เอ่ย “ถ้าไม่สำเร็จ ก็เรียกหมอมาเตรียมตรวจชีพจรเสียเถิด จะได้ไม่เสียแผนการอันใหญ่หลวงที่ท่านพ่ออุตส่าห์วางไว้เปล่าๆ”
ซืออี๋จวิ้นจู่จ้องพี่ชายเขม็ง “เลิกยุ่งเรื่องของข้าเสียที ห่วงตัวเองก่อนเถอะ”
เอ่ยแทงใจดำจริงๆ เจ้านี่
ฉินหลิวซีมองซืออี๋จวิ้นจู่ที่สะบัดแขนเสื้อเดินออกไป นัยน์ตาดำขลับของนางหรี่ลงเล็กน้อย ไต้ซือเสวียนหมิงผู้นี้ คือคนเดียวกับที่ช่วยตระกูลลี่จัดตั้งค่ายกลห้าธาตุคนนั้นหรือ
ช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้
ซืออี๋จวิ้นจู่กลับมาถึงห้อง นางนั่งลงบนเตียงอย่างแรงก่อนจะขมวดคิ้วครุ่นคิดถึงวาจาของพี่ชาย เผลอยกมือแตะที่ท้องโดยไม่รู้ตัว
บุตรเชยบ้านั่น ไร้ประโยชน์สิ้นดี ทำให้หญิงแซ่ซ่งท้องได้ แต่กลับทำให้ข้ามีลูกไม่ได้ ช่างไร้ค่าเสียจริง นางพึมพำในใจ ไร้ประโยชน์ เสียดายดวงชะตาดีๆ ของข้า
จากนั้นนางก็เอนหลังลงบนเตียง แต่แล้วก็ลุกขึ้นทันที ตวาดเสียงดังลั่น “ผู้ใดกัน”
นางเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเตียงนอนถูกปูเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว บนเตียงยังมีร่างคนคนหนึ่งนอนอยู่ นึกโทษตัวเองที่มัวแต่คิดเรื่องอื่นจนไม่ทันสังเกตว่ามีคนแอบซ่อนอยู่
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเงียบ นางจึงกระชากผ้าห่มออกอย่างแรง ปรากฏร่างขาวโพลนที่ใส่เพียงกางเกงในตัวเดียว นางเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ
นี่ผู้ใดกัน มาสมัครใจขึ้นเตียงกับข้าอย่างนั้นหรือ
นางใช้แส้ยาวสะกิดที่เอวของชายคนนั้น แต่เขาก็ยังไม่ขยับ นางรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะปีนขึ้นเตียงไปดูใกล้ๆ เมื่อมองเห็นชัดเจนก็ต้องตกตะลึง
จ้าวอ๋องหรือ
เขามาอยู่ในสภาพนี้บนเตียงของตนได้อย่างไร
ซืออี๋จวิ้นจู่ใช้มือสะกิดแก้มของจ้าวอ๋อง แล้วลูบไปที่แผงอกอันแข็งแกร่งของเขา จากนั้นนางเลื่อนมือลงไปด้านล่าง
ฉึกๆ
ซืออี๋จวิ้นจู่เลิกคิ้วขึ้นอีกครั้งเอ่ย “เจ้ามาส่งถึงที่เอง อย่าได้โทษจวิ้นจู่ข้า” นางยืนขึ้น ตะโกนเรียกคน “เด็กๆ เตรียมน้ำให้ข้าชำระล้างตัว”
ฉินหลิวซีเดินออกไปอย่างเงียบๆ
ส่วนจ้าวอ๋องตื่นขึ้นมาเหตุการณ์จะรุนแรงเพียงใด นั่นไม่ใช่สิ่งที่นางต้องสนใจแล้ว ในเมื่อกล้าดึงอารามชิงผิงของนางเข้ามาพัวพัน เช่นนั้นการตอบโต้ของนาง ก็เป็นสิ่งที่เขาต้องยอมรับ
ศีลธรรมความละอาย นั่นคืออะไร
เขาคู่ควรจะได้หรือ
ฉินหลิวซีไม่ได้ไปหาฉินหมิงเย่ว์หรือกระทั่งไปถามข่าวคนตระกูลฉิน ฉินหมิงเยี่ยนที่บาดเจ็บในตอนนั้นยังสามารถกระโดดโลดเต้นได้ตามปกติ อยากสืบหาว่าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ใช่ความลับอะไร เพียงแต่ตระกูลฉินไม่ได้บอกความจริง คนทางซีเป่ยย่อมมีคนพร้อมจะเปิดเผย
เมื่อเทียบกับตระกูลฉิน สิ่งที่นางสนใจกว่าคือคนที่เสนอความคิดแย่ๆ นี่ให้แก่จ้าวอ๋อง คือลิ่งหลานสกุลอวี้ใช่หรือไม่
หากแผนนี้สำเร็จ มันจะเป็นการยิงนกสามตัวในครั้งเดียว ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ แล้วคนที่ลากนางลงน้ำด้วยนี้มองว่านางเป็นเพียงบันได หรือถูกผู้ใดสั่งมาให้จงใจจัดการนางกันแน่
ความรู้สึกประหลาดเกี่ยวกับชายคนนี้หวนกลับมาอีกครั้ง เขาเป็นคนของจ้าวอ๋องจริงหรือ
เมื่อกลับมาถึงอารามชิงผิง เฟิงซิวกำลังคุยอยู่กับเฮยซา เฮยซาเห็นนางก็รีบเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น เอ่ย “ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว”
“เจ้าไม่กลับไปที่ถิ่นของเจ้าเพื่อบำเพ็ญเพียรหรือ” ฉินหลิวซีถามด้วยความสงสัย “แล้วเหตุใดจึงกลับมาอีก”
เฮยซาส่ายศีรษะด้วยท่าทางน่าสงสารแล้วเอ่ย “เฮยซาเข้าไปในทะเลทรายดำไม่ได้อีกแล้ว”
ฉินหลิวซีอึ้ง “หมายความว่าอย่างไร”
“ข้าหมายถึงข้าไม่สามารถกลับไปได้อีกแล้ว จากที่เคยเป็นทะเลทรายที่เข้าได้ออกไม่ได้เพราะมีข้าอยู่ ตอนนี้เมื่อข้าออกมาหลายปี พอจะกลับไปอีกก็กลับเข้าไปไม่ได้ มันเหมือนถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง ข้าหาทางเข้าไปเท่าไรก็ไม่เจอ ไม่เพียงแต่ข้า แม้แต่สัตว์อื่นๆ ก็เข้าไปไม่ได้” เฮยซาเอ่ยพร้อมกับสะอื้น “ตอนที่ท่านชวนข้าออกมา ท่านสัญญาว่าถือว่าพาข้าออกมาเล่น ต่อไปอยากกลับไปก็กลับไปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ตอนนี้เล่า ตอนออกมายังดีๆ อยู่เลย กลับไปไม่ได้แล้ว ข้าไม่สน เรื่องนี้ท่านต้องช่วยข้า มิเช่นนั้นข้าไม่ยอม”
ทะเลทรายดำถือเป็นถิ่นฐานเก่าแก่ของเฮยซา การที่ตอนนี้ออกจากถิ่นมาเพียงไม่กี่ปีกลับไม่สามารถกลับไปได้ ถือเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับเขา
ฉินหลิวซี “…”
นี่คือกำลังโยนความผิดให้นางหรือ