คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 541 ชาติกำเนิด
ในตอนเช้าตรู่ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า
หลังจากพักผ่อนทั้งคืน หยางชูรู้สึกกำลังกายฟื้นคืนเต็มที่เขาเปิดประตู และยืดเส้นยืดสาย ในขณะที่เขากำลังจะหาที่สำหรับออกกำลังกายกล้ามเนื้อ เขาก็เห็นคนสวมชุดนักพรตเดินมาจา ากอีกฟากหนึ่งของเส้นทางอย่างช้าๆ
“นั่นท่านราชครูไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงมาเวลานี้ได้”
เสวียนเฟยยิ้มบางๆ แล้วถามว่า “พี่หนิง และแม่นางหมิงตื่นหรือยัง”
หยางชูตอบกลับ “เมื่อวานเหนื่อยกันมากตอนนี้ยังพักผ่อนอยู่!” จากนั้นก็หันหลังแล้วตะโกน “ศิษย์พี่! เสวียนเฟยถามหาท่าน!”
หลังจากนั้นไม่นานหนิงซิวก็ปรากฏตัวที่ประตูเขาเลิกคิ้วถาม “คิดว่าข้าไม่ได้ยินหรืออย่างไร เขาต้องการพบคนสองคน”
เหตุใดถึงตะโกนเรียกเพียงแค่เขากัน หยางชูยิ้มอย่างไร้ยางอาย “เรื่องสำคัญพวกท่านสองคนคุยกันเถอะ! นางเป็นแค่สตรีจะช่วยอะไรได้”
หมิงเวยเปิดประตูอีกฝั่งหนึ่งนางลูบหน้าพลางพูดว่า “ข้าเองก็ได้ยินนะเจ้าคะ!”
หยางชูสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเขาพูดอย่างใส่ใจว่า “ดูท่านสิ ตายังลืมไม่ขึ้นเลยจะรีบตื่นขึ้นมาทำไมกัน รอเดี๋ยวนะข้าจะไปเอาน้ำล้างหน้ามาให้”
หนิงซิวกระตุกมุมปากเขาก้มหน้าลงมองนิ้วทั้งสิบที่พันด้วยผ้าพันแผลของตนเอง
ทุกวันนี้เขาอยากให้ท่านอาจารย์ลืมศิษย์คนเล็กไป…
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จตัวฝูก็ทำอาหารเช้ามาให้ ทั้งสี่คนเข้าไปในห้องเพื่อพูดคุยกัน
“ตอนเข้าเฝ้าฝ่าบาทท่านพูดอะไรบ้าง” หยางชูถามก่อน
เสวียนเฟยยิ้ม และนึกถึงเรื่องเมื่อคืนนี้
หลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูดฮ่องเต้ก็มองมาที่เขาเป็นเวลานานก่อนที่จะถามว่า “ท่านฆ่าอวี้หยางหรือ”
“ทั้งใช่ และไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้หรี่ตา “อย่ามาเล่นลิ้นกับเจิ้น!”
“พ่ะย่ะค่ะ” เสวียนเฟยตอบ “อวี้หยางตายด้วยน้ำมือของกระหม่อม แต่ตอนนั้นกระหม่อมถูกควบคุมพ่ะย่ะค่ะ”
“อ้อ” ฮ่องเต้ตอบ “ท่านเป็นราชครูเป็นเจ้าสำนักเสวียนตูกวัน เคล็ดวิชาจะด้อยกว่าได้อย่างไร”
เสวียนเฟยตอบอย่างใจเย็น “เรื่องนี้เป็นความประมาทเลินเล่อของกระหม่อม หากมีครั้งหน้าจะไม่ตกหลุมพรางอีกแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ถาม “เพราะเหตุนี้ท่านจึงรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งราชครูงั้นหรือ”
เสวียนเฟยตอบ “กระหม่อมต้องการให้ฝ่าบาทริบตำแหน่งราชครูไม่ใช่เพราะกระหม่อมฆ่าอวี้หยาง แต่เป็นเพราะ…”
เขาเงยหน้าขึ้นมองฮ่องเต้ “กระหม่อมไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นราชครูพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้พูดเสียงเข้ม “หมายความว่าอย่างไร พูดให้ดี อย่ามาพูดครึ่งๆ กลางๆ !”
เสวียนเฟยก้มหน้า “เหตุผลที่กระหม่อมพูดเช่นนี้ก็เพราะว่าฆาตกรที่อยู่เบื้อง หลังบอกความลับมาหนึ่งเรื่อง บิดามารดาผู้ให้กำเนิดกระหม่อมมีความเป็นไปได้ที่จะมีความสัมพันธ์บางอย่าง กับพวกเขา หรืออาจเป็นหนึ่งในสมาชิกของพวกเขา ดังนั้นกระหม่อมจึงคิดว่าหากยังเป็นราชครูต่อไปคงเป็นการยากที่จะโน้มน้าวใจประชาชนได้พ่ะย่ะค่ะ”
…………
“แล้วตกลงบิดามารดาผู้ให้กำเนิดท่านเป็นผู้ใดกันแน่”
เสวียนเฟยถอนหายใจเบาๆ แล้วหยิบกุญแจอายุยืน[1]มาวางบนโต๊ะ
“แซ่เดิมของข้าคือเฉิน” เขาพูด “เฉินจากราชวงศ์ก่อน”
รูม่านตาของหมิงเวยก็ขยายออกทันที “ท่าน…”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของนางเสวียนเฟยก็หัวเราะ “นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นท่านตกใจมาก ช่างคุ้มค่าที่จะบอกความลับนี้จริงๆ!”
“…”
เสวียนเฟยพูดต่อไปว่า “ฮ่องเต้องค์สุดท้ายของราชวงศ์ก่อน หยุนจิงถูกยึดมีขุนนางเก่ากลุ่มหนึ่งปกป้ององค์ชายสิบให้หลบหนีจากเมืองหลวง องค์ชายสิบผู้ สืบราชบัลลังก์ แต่หลังจ จากดำรงตำแหน่งฮ่องเต้ได้เพียงสิบวันก็ถูกทหารแคว้นฉู่ฆ่าตาย การขึ้นครองราชย์ของเขาไม่ได้รับการยอมรับในประวัติศาสตร์”
“องค์ชายสิบผู้นั้นเป็นปู่ของข้า” เสวียนเฟยรินชาให้ตัวเองแล้วดื่มช้าๆ เขาดูผ่อนคลายมาก เขาโยนข้อมูลเรื่องนี้เพื่อทำให้คนอื่นตกใจ แต่ตนเองกลับดูไม่ใส่ใจ
หยางชูซึมซับความลับนี้อย่างยากลำบากเขาถามว่า “ท่านคงไม่ได้บอกเรื่องนี้แก่ฝ่าบาทหรอกนะ”
“จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร” เสวียนเฟยยิ้ม “เด็กกำพร้าจากราชวงศ์ก่อน ท่านอยากจะให้ข้าตายงั้นหรือ ข้าเพียงแค่พูดอย่างคลุมเครือว่าบิดามารดาของข้าอาจเป็นขุนนางจากราชวงศ์ ก่อน คนเหล่านั้นไม่สามารถไปเล่าสถานการณ์ของข้าต่อหน้าฝ่าบาทได้หรอก”
หยางชูพยักหน้า “ก็จริง”
ในที่สุดหมิงเวยก็ได้สติกลับมานางถอนหายใจ “อย่างนี้นี่เอง! ในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
ในประวัติศาสตร์เดิมเป็นเรื่องปกติที่เสวียนเฟยจะเดินเข้าสู้เส้นทางของปีศาจ เขาเป็นทายาทของราชวงศ์ก่อนย่อมต้องการล้างแค้นให้ครอบครัว เช่นเดียวกับองค์หญิงหย่งชิง หรือราชวงศ์ ก่อนจะดีต่อนางกัน แต่นางยังคงนิ่งเฉยเป็นเวลาหลายปีเพื่อที่จะแก้แค้น โดยเลือกที่จะปล่อยให้คนต่างเผ่าเข้ามายึดดินแดน ให้แคว้นฉี และแคว้นฉู่พังพินาศ แต่ตามสถานการณ์ปกติ แล้วไม่เกี่ยวว่าเขาจะกลายเป็นคนเลวหรือไม่ แน่นอนว่าการทำให้เสวียนเฟยละทิ้งความเชื่อเดิม กลุ่มดาวพวกนั้นต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
เสวียนเฟยพูดต่อว่า “เนื่องจากของดูต่างหน้าของท่านอาจารย์ถูกขโมยไป ข้าต้องไปเจดีย์กงเต๋อเพื่อค้นหาว่าชายผู้นี้ซ่อนอยู่ที่ใด คืนนั้นก็เป็นเช่นนี้ผู้ใดจะรู้ว่าอวี้ห หยางจะมา เมื่อเขาพบว่าของสิ่งนั้นหายไปจึงถามข้าพอข้าตอบก็ตัดสินใจลงมือกับข้า”
“ตอนแรกข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขา เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่ในอารมณ์โกรธจึงเผลอพูดความลับออกมา”
เสวียนเฟยถอนหายใจ “เขาบอกว่าตอนแรกท่านอาจารย์พอใจข้ามาก แต่ต่อมาก็เปลี่ยนใจ ข้าคิดว่าเขากำลังโกหกแท้จริงแล้วข้าต่างหากที่เป็นผู้สืบทอด เขายังพูดอีกว่าข้าไม่มีคุณสม มบัติที่จะเป็นเจ้าสำนักเลยเพราะท่านอาจารย์เสียชีวิตเพราะข้า”
“พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร หรือว่าการตายของราชครูซูสิงเกี่ยวข้องกับบุรุษชุดครามกัน”
เสวียนเฟยพยักหน้า “อวี้หยางไม่รู้ข้อมูลวงในทั้งหมด หลังจากนั้นบุรุษชุดครามก็ปรากฏตัว และข้าก็ได้รู้ความจริงจากปากเขา เขาบอกว่าหลายปีก่อนเขามาที่เสวียนตูกวันเพื่อพบ ท่านอาจารย์ เขาเล่าเรื่องนี้ และต้องการให้ข้ากลับคืนสู่ราชวงศ์ แต่ท่านอาจารย์ไม่อนุญาตทั้งสองฝ่ายจึงต่อสู้กัน…”
“คนผู้นั้นทำให้ท่านอาจารย์บาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นท่านก็ป่วยหนักอวี้หยางรู้เพียงว่าท่านอาจารย์ได้รับบาดเจ็บเพราะข้า แต่เขาไม่รู้เรื่องราวภายใน ในช่วงวาระสุดท้ายท่านอาจาร รย์จึงให้อวี้หยางสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนัก
ข้าคิดว่าเขาน่าจะรู้สึกว่าชาติกำเนิดของข้าอาจกลายเป็นอันตรายที่ซ่อนอยู่ได้ น่าเสียดายที่ไม่ทันได้กล่าวสั่งเสียก็เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บสาหัส ข้าที่กลับมาจากท่องยุทธ จักรคิดว่าอวี้หยางแต่งเรื่องขึ้นจึงไม่ยอมจำนน และชิงตำแหน่งเจ้าสำนักมา…”
เสวียนเฟยยิ้มเยาะตนเอง “ข้าดูถูกอวี้หยาง ผู้ใดจะรู้ว่าท้ายที่สุดแล้วข้าคือผู้ที่ฝ่าฝืนเจตจำนงของท่านอาจารย์เสียเอง”
“อวี้หยางพูดเรื่องนี้จิตใจของข้าก็หวั่นไหว ทั้งงงทั้งโกรธจนไม่สามารถควบคุมได้ และเมื่อข้ารู้สึกตัวก็ได้แย่งชิงมีดสั้นของเขามา และแทงเขาจนตาย…”
หมิงเวยพูด “บุรุษชุดครามคอยซุ่มโจมตีที่เจดีย์กงเต๋อก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อท่านอารมณ์ไม่คงที่เกรงว่าจะติดอยู่ในเคล็ดวิชาของเขาเจ้าค่ะ”
เสวียนเฟยพยักหน้า “แท้จริงแล้วเคล็ดวิชาของเขาอยู่เหนือกว่าข้า อวี้หยางตายแล้วข้าไม่รู้ว่าต้องทำอะไรอยู่พักหนึ่ง จู่ๆ เขาก็ปรากฏตัวแล้วบอกว่าข้าฆ่าศิษย์พี่ร่วมสำนัก ก หากคิดจะตั้งหลักที่เสวียนตูกวันต่อไปเกรงว่าจะเป็นเรื่องยาก สู้เดินทางไปกับเขาไม่ดีกว่าหรือจากนั้นข้าถึงได้รู้ความลับนั้น…”
หยางชู และหมิงเวยชำเลืองมองกันและถามด้วยความสงสัย “เช่นนั้น กลุ่มดาวเหล่านั้นคือทหารหน่วยกล้าตายจากราชวงศ์ก่อนงั้นหรือเจ้าคะ”
“ใช่” เสวียนเฟยพูดเสียงเบา “เขาบอกข้าว่าขอเพียงข้าไปกับเขา ข้าจะได้ตำแหน่งชิงหลง[2] เมื่อถึงเวลาอันสมควร และได้พิสูจน์ความสามารถของตนเองแล้วจะได้เป็นเจ้าสำนักดวงดาว เมื่อถึงเวลานั้นกลุ่มดาวทั้งหมดจะอยู่ภายใต้คำสั่งของข้า”
เขาเงยหน้ามองทั้งสามคน “เขายังบอกอีกว่าพลังของสำนักดวงดาวอยู่เหนือเกินกว่าที่ข้าจะจินตนาการได้ สิ่งที่ข้าค้นพบนั้นเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของภูเขาน้ำแข็ง มีสำนักดวงดาวอย ยู่ต่อให้อยากกลับคืนสู่บัลลังก์ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”
……………..
[1] กุญแจอายุยืน : สิ่งเป็นมงคลคล้ายแม่กุญแจเอาไว้คล้องคอเด็กทารกเพื่อให้มีอายุยืน
[2] ชิงหลง : มังกรฟ้า