คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 610 บรรเทา
อันอ๋องที่เพิ่งจากไปกลับมาอีกครั้ง
ฮ่องเต้ถามเขา “เกิดอะไรขึ้น เหตุใดถึงดูรีบร้อนเช่นนี้”
อันอ๋องตอบว่า “เสด็จพ่อ อาเหยี่ยนกลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อ้อ หาพบแล้วหรือ”
“ยังไม่พบพ่ะย่ะค่ะ” อันอ๋องตอบ “เขาขอร้องลูกว่าอยากไปทางใต้”
ฮ่องเต้ได้ยินเช่นนั้นก็สงสัย “ทางใต้งั้นหรือ”
“ไป…แคว้นฉู่พ่ะย่ะค่ะ”
อันอ๋องก้มหน้านับในใจ และก็ได้ยินเสียงโกรธเกรี้ยวของฮ่องเต้ “ถึงจะก่อเรื่องก็ต้องมีขอบเขตกันเสียบ้าง! ไปแคว้นฉู่รึคิดว่าตนเองเป็นผู้ใดกัน เสียนอ๋องผู้สง่างามแห่งต้าฉีจะไ ไปรนหาที่ตายที่แคว้นฉู่หรืออย่างไร เจิ้นช่วยชีวิตเขาไว้ไม่ใช่ให้มาทำให้มันสูญเปล่าเช่นนี้!”
“เสด็จพ่อพระทัยเย็นก่อนพ่ะย่ะค่ะ!” อันอ๋องคุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วคว้าแขน เสื้อของฮ่องเต้ “ลูกได้ต่อว่าเขาไปแล้วว่าหากไม่อยากเป็นเสียนอ๋องก็ช่วยปกป้องหลุมศพของบรรพบุรุษ ด้วย อย่าสร้างความเดือดร้อนให้กับพวกเรา! เสด็จพ่อเมตตากรุณาต่อเขาเพียงนี้ แต่กลับไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่รู้หรือว่าสถานะของเขาอ่อนไหวเพียงใด หากเสด็จพ่อไม่ใส่ใจผู้คนก็จะหาว่ าใจร้ายต่อลูกหลาน ปล่อยให้เขาไปแคว้นฉู่ หากเกิดอะไรขึ้นกับเขาแล้วจะโทษผู้ใด เขาไม่เข้าใจถึงความพยายามของเสด็จพ่อได้อย่างไรกัน!”
คำพูดนี้ทำให้ฮ่องเต้จิตใจสงบลง
ใช่…ด้วยเหตุผลเช่นนี้ ถึงลูกสามจะโง่ แต่เข้าใจความคิดของเขามากที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ฮ่องเต้ควรมี
อันอ๋องพูดต่อไปว่า “เมื่อครู่ลูกตำหนิเขาไปเช่นนี้ แต่พอมาคิดดูอีกทีก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีเหตุผลก็เลยมาขอความคิดเห็นจากเสด็จพ่อ”
“อ้อ” อันอ๋องพูดในสิ่งที่ฮ่องเต้ต้องการจะพูดก่อนดังนั้นเขาจึงไม่โกรธ
“ความเห็นอะไร”
อันอ๋องพูด “ด้วยนิสัยของเด็กคนนั้น เสด็จพ่อเองก็ทรงทราบดี หากเขาต้องการทำอะไรก็จะพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมา ลูกตำหนิเขาไปเช่นนั้น เกรงว่าเขาจะแอบออกจากเมืองหลว วงไปอย่างลับๆ”
ฮ่องเต้พยักหน้า
“เว้นเสียแต่พวกเราจะกักขังเขาไว้ แต่หากทำเช่นนั้นจะทำให้คนวิพากษ์วิจารณ์ โดยคิดว่าเราจงใจฉวยโอกาสทำให้เรื่องยากขึ้นอีกอย่างเขารักคุณหนูหมิงมาก หากรั้งไม่ให้เขาไปช่วยไม่ เพียงแต่เขาจะไม่ซาบซึ้งในความเมตตาของเสด็ตพ่อเท่านั้น แต่อาจจะรู้สึกขุ่นเคืองอีกด้วย เหตุใดพวกเราต้องมานั่งเสียแรงไป แต่ไม่คุ้มค่าด้วยเล่า”
ความคิดของฮ่องเต้สั่นคลอน “เจ้าจะบอกว่า…”
อันอ๋องถูมืออย่างเขินอาย “ลูกคิดว่าควรทำตามความปรารถนาของเขา เขาอยากลงใต้ก็ปล่อยเขาไป หากสำเร็จความปวดพระทัยของเสด็จพ่อจะได้รับการบรรเทา หากไม่สำเร็จเขาต้องหาวิธีแก้ด้ วยตนเอง หากเขาไม่กลับมา…ก็ไม่เกี่ยวกับพวกเราไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ทอดมองอีกฝ่าย อันอ๋องที่มองด้วยความกังวลราวกับเด็กที่รออาจารย์ตรวจการบ้าน ตนคิดว่าตนเองทำได้ไม่เลว แต่ไม่แน่ใจว่ามีปัญหาหรือไม่
เขาพูดอย่างอารมณ์ดีกว่า “ความคิดของเจ้าก็ไม่แย่ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ไม่เหมาะสม”
อันอ๋องถอนหายใจด้วยความโล่งอก และก้มศีรษะลงเพื่อขอคำแนะนำ
“เสด็จพ่อแนะนำได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้พูด “เรื่องนี้ไม่ควรประกาศเป็นพระราชโองการ เจ้าเรียกเขามาพูดถึงปัญหาแล้วบอกใบ้เป็นเชิงว่าอนุญาตแล้ว บางคำไม่สามารถพูดออกไปอย่างชัดเจนเกินไปไม่อย่างนั้นจะเป็นการยื่นด ดาบให้อีกฝ่าย”
“พ่ะย่ะค่ะ” อันอ๋องตอบรับคำชี้แนะ
ฮ่องเต้สอนเขาอีกว่า “ในฐานะฮ่องเต้ไม่ว่าจะชอบหรือเกลียดก็ตาม ก็ไม่สามารถแสดงสีหน้าให้อีกฝ่ายเห็นได้ จำเรื่องนี้เอาไว้ และอย่าแสดงต่อหน้าเขา”
“พ่ะย่ะค่ะ” อันอ๋องก้มหน้า อันอ๋องกลับมายังท้องพระโรงด้วยความรู้สึกหนักใจเล็กน้อย เขาเรียกหาหยางชู และบอกเรื่องฮ่องเต้ทรงอนุญาตแก่เขา
เมื่อเห็นท่าทีดีใจของหยางชู อันอ๋องอ้าปาก และกลืนคำพูดกลับไปในที่สุด
ก่อนหน้านี้หยางชูบอกว่าฮ่องเต้กลัวเขา ในใจอันอ๋องไม่เห็นด้วย แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเขาก็ตระหนักว่าผู้ที่ไม่เข้าใจความคิดของฮ่องเต้จริงๆ แล้วก็คือตัวเขาเอง แน่นอน ว่าเขาไม่พูดคำพูดเหล่านั้นของฮ่องเต้กับหยางชู
แม้ว่าเขา และหยางชูจะเข้ากันได้ดี แต่ฮ่องเต้ก็เป็นบิดาผู้ให้กำเนิดเขา
บางครั้งอันอ๋องรู้สึกเหมือนตัวเขาเป็นที่รองรับอารมณ์ระหว่างมารดา และลูกสะใภ้ รู้ว่าพวกเขามีความขัดแย้งกัน แต่ไม่สามารถประนีประนอมได้จึงทำได้เพียงพะเน้าพะนอทั้งสองฝ่าย แต่นี่ เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยสำหรับการปกครองใต้หล้าเมื่อเขาขึ้นเป็นฮ่องเต้แห่งต้าฉี ความขัดแย้งที่ต้องเผชิญจะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
เขาจะสามารถจัดการกับมันได้ดีหรือไม่อันอ๋องไม่มีความมั่นใจ
คำพูดที่พูดกับเสด็จพ่อในวันนี้หยางชูเป็นคนสอนเขา บางครั้งอันอ๋องรู้สึกว่าแม้ว่าทั้งสองคนจะขัดแย้งกัน แต่พวกเขาก็เข้าใจอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้งจริงๆ
หยางชูสามารถเข้าใจจิตใจของฮ่องเต้ได้ทุกครั้ง และรู้ว่าประเด็นอยู่ตรงไหน แต่เป็นเขาที่ไม่รู้อยู่เสมอ
“อาหารวันนี้ไม่อร่อยหรือเพคะ ท่านอ๋องถึงทานไปนิดเดียวเอง” เสียงของอันอ๋องเฟยเรียกสติเขา
อันอ๋องวางตะเกียบลงและไม่พูดอะไร
อันอ๋องเฟยโบกมือไล่สาวใช้ให้ถอยออกไปจากนั้นก็นั่งลงข้างกายเขา
“ท่านอ๋องมีเรื่องอะไรหรือเพคะ”
อันอ๋องพูดเสียงอู้อี้ “ไม่มีอะไร”
“ท่านต้องมีอะไรอย่างแน่นอน” อันอ๋องเฟยเลิกคิ้วขึ้น “ทำไมหรือตอนนี้ท่านอ๋องมีความสามารถแล้ว หม่อมฉันไม่สามารถฟังความคิดของท่านได้อีกต่อไปแล้วอย่างนั้นหรือเพคะ”
“…”
อันอ๋องพูดเสียงเบาด้วยความลำบากใจ “เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน ข้าเกรงว่าจะอธิบายไม่ชัดเจน”
“หากท่านไม่พูดก็ไม่มีวันชัดเจน” อันอ๋องเฟยพูดเสียงอ่อนโยน “สามีภรรยาเป็นหนึ่งเดียวกัน ผู้ใดจะไปรู้สถานการณ์ของท่านอ๋องในตอนนี้ได้ดีกว่าหม่อมฉันเล่า ถึงแม้ว่าหม่อมฉันจะไม่มีค ความคิดดีๆ แต่ก็สามารถทำให้ท่านสบายใจได้จริงหรือไม่เพคะ”
อันอ๋องคิดตามก็เห็นว่าจริงอย่างที่นางพูดมันก็อึดอัดจริงๆ ที่จะเก็บมันไว้จึงถามนางว่า “หวางเฟยคิดว่าข้าจะ…ดำรงตำแหน่งนั้นได้ดีจริงๆ หรือไม่”
อันอ๋องเฟยถามด้วยความสงสัย “เหตุใดท่านอ๋องถึงพูดเช่นนี้วันนี้ท่านทำได้ดีไม่ใช่หรือ”
มาถึงจุดนี้แล้วอันอ๋องก็ไม่คิดปิดบังนาง “อันที่จริงเป็นอาเหยี่ยนที่ให้คำแนะนำแก่ข้าถึงได้ข้ามผ่านมันไปได้ ฎีกาเหล่านั้นทุกครั้งที่ข้าอ่านมันก็สับสนแล้ว…”
เขาคิดว่าได้พูดออกไปทั้งทีก็เล่าไปให้หมดเลยก็แล้วกัน
“…ทุกครั้งที่ไปว่าราชการ ข้ารู้สึกทรมานหลังจากผ่านไปหนึ่งวันแล้วได้กลับมาถึงค่อยมีความสุข”
อันอ๋องเฟยครุ่นคิด “ไม่แปลกใจเลยที่ช่วงนี้ท่านอ๋องถึงดูเป็นเด็กดีไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่น”
“เดี๋ยว…ข้าไปเที่ยวเล่นตอนไหนกัน”
อันอ๋องเฟยหรี่ตา “ก่อนหน้านี้ท่านไปดื่มสุราเคล้านารีกับนักเต้นระบำบนเรือสำราญอยู่เลย ผู้ที่ทำเรื่องน่าอายเป็นผู้ใดกันเล่า เรื่องนั้นอันตรายมากนับว่าโชคยังดีที่อีกฝ่าย ยไม่ได้ตั้งใจจะสังหาร ทำเพียงแค่ทุบท่านให้สลบแล้วจากไปไม่อย่างนั้นตอนนี้ท่านอ๋องคงไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน!”
อันอ๋องย่นคอ “ผ่านมาตั้งครึ่งปีแล้ว เหตุใดท่านยังจำได้…”
“เพราะมันน่าอายเกินไปมิใช่หรือเพคะ ชินอ๋องผู้สง่างามประสบกับความสูญหายครั้งใหญ่เช่นนี้ แม้แต่หน้ายังไม่กล้าโผล่ออกไปต้องโทษที่ท่านประพฤติตนไม่ดี!”
“ท่านบอกจะบรรเทาอารมณ์ไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงดุข้าแทนล่ะ”
“สมควรแล้วเพคะ!” อันอ๋องเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดหัวข้อก่อนหน้านี้ต่อ “หม่อมฉันจะบอกว่าครึ่งปีนี้ท่านอ๋องเหมือนเปลี่ยนไปเป็นอีกคน จู่ๆ ก็มีความสามารถขึ้นมาที่แท้ท่าน ก็โกงนี่เอง ช่างเถอะๆ ท่านอ๋องรู้ดีว่าตนเองทำได้แค่ไหน อันที่จริงไม่ควรคาดหวังกับท่านมากเกินไปด้วยซ้ำ”
“นี่! เหตุใดท่านพูดถึงสามีตนเองอย่างนั้น” อันอ๋องไม่พอใจ
อย่างไรก็ตามอันอ๋องเฟยไม่ลังเลที่จะขยี้จุดเจ็บของเขา “หม่อมฉันไม่ได้คาดหวังให้สามีประสบความสำเร็จท่านอ๋องก็รู้ตนเองดีมิใช่หรือ”
“สตรีเช่นท่านนี่…”
“สตรีเช่นหม่อมฉันทำไมหรือเพคะ” อันอ๋องเฟยถามเสียงดุ
“…ไม่มีอะไร” อันอ๋องพึมพำ “เหตุใดท่านถึงไม่เหมือนฮูหยินคนอื่น ข้าบอกทำไม่ได้ท่านควรให้กำลังใจข้าสิ นี่เป็นตำแหน่งที่ได้รับความเคารพสูงสุดเลยนะ ท่านไม่อยากเป็นมารดาของแผ่ นดินหรือ”
“สนมก็เป็นสตรีที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจต่างจากสตรีอวดดีข้างนอกพวกนั้น! หากท่านอ๋องทำสำเร็จหม่อมฉันก็จะเป็นกำลังใจที่ดีให้แก่ท่าน แต่หากท่านทำไม่สำเร็จหม่อมฉันก็จะไม่บ บังคับ เมื่อหม่อมฉันแต่งงานกับท่านอ๋องหม่อมฉันคิดดีแล้ว หม่อมฉันไม่ได้คาดหวังให้ท่านอ๋องต้องประสบความสำเร็จขอเพียงชั่วชีวิตนี้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็เพียงพอแล้ว…”