คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 636 จัดฉาก
เมื่อเห็นว่าคุณหนูเหลียงออกจากสวนไป ภายในอาคารเล็กๆ ของจวนตระกูลถังที่ใช้สำหรับเก็บหนังสือหมิงเวยถอนหายใจ “คุณหนูเหลียงช่างงามเพียบพร้อมจริงๆ ได้ยินว่านางรอบรู้เหตุการณ์ทั้งอดีต และปัจจุบัน ชำนาญเขียนภาพ ช่างเหมาะสมกับนายท่านสิบราวกับกิ่งทองใบหยก”
นายท่านสิบที่นางพูดถึงอยู่ตอนนี้เอนกายพิงอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้ามืดมน “ท่านมั่นใจหรือว่านางจะติดเบ็ด”
หมิงเวยยิ้ม “เดิมทีข้าก็ไม่แน่ใจหรอกเจ้าค่ะ แต่ดูจากตอนนี้แล้วไม่ใช่ก็ใกล้เคียง”
“หมายความว่าอย่างไร”
เมื่อมองไม่เห็นเงาของคุณหนูเหลียงแล้ว หมิงเวยก้มหน้าเล่นกับนิ้วตนเอง
“สตรีมักจะอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับคู่แข่งของตนอยู่เสมอ นางมาที่อี๋ตูก็ไม่เคยออกนอกจวนเลย นอกจากออกไปทักทายฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว ดูเหมือนนางจะไม่ได้ออกจากสวนหลานซินเลย พอได้ยินข่าวนี้จู่ๆ ก็ไปขอพบฮูหยินผู้เฒ่าท่านคิดว่านางตั้งใจอยากพบข้าหรือไม่เจ้าคะ”
“….”
หมิงเวยมองหน้าเขาเล็กน้อย “นายท่านสิบดูเหมือนจะฝืนทนต่อไปไม่ได้ ใช่ อย่างไรก็เป็นคู่หมั้นกัน ไม่ต้องพูดถึงสาวงามอย่างคุณหนูเหลียง ไม่แน่ว่าเรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวกับนาง เช่นนั้นคงทำให้นางเสียใจน่าดู ผู้กล้ายากจะฝ่าด่านหญิงงาม ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ”
ผ่านไปนานกว่าถังซีจะพูดออกไป “ท่านพูดด้วยน้ำเสียงปกติได้หรือไม่ อย่าทำเสียงน่าอายเช่นนั้นเลย”
หมิงเวยเบิกตากว้าง “นายท่านสิบพูดว่าอะไรนะเจ้าคะ ข้าทำเสียงน่าอายตรงไหน เฮ้อ…ข้ารู้ดีเจ้าค่ะว่าข้าสู้คุณหนูเหลียงไม่ได้ แต่ท่านพูดเช่นนี้กับสตรีดูจะโหดร้ายไปหน่อย”
ถังซีรู้สึกว่าไม่อาจพูดคุยกับนางต่อได้อีกสตรีผู้นี้หยาบคายเกินไป ข้างล่างมีเสียงเปิดประตูตามด้วยเสียงของฉือชิ่ง “นายท่านสิบขอรับ”
ถังซีรู้สึกสดชื่นขึ้น “ขึ้นมา”
เสียงฝีเท้าขึ้นบันไดดังขึ้นไม่นาน ฉือชิ่ง และเวินซิ่วอี๋ก็ปรากฏขึ้นบนชั้นสอง
เวินซิ่วอี๋มีสีหน้าบูดบึ้งดูไม่มีท่าทีกระตือรือร้นเลย ทันทีที่เห็นหน้าหมิงเวยนางก็กัดริมฝีปากด้วยอารมณ์โกรธจัด แต่ก็หันหน้าไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนจะถูกอบรมไปแล้ว
หมิงเวยยิ้มเงียบๆ นางยืนอยู่ข้างๆ อย่างสงบเสงี่ยมไม่รบกวนการสนทนาของพวกเขา ถังซีถามเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของเวินซิ่วอี๋ก่อน
เวินซิ่วอี๋ทำความเคารพอย่างไม่เต็มใจเท่าไรนัก และตอบกลับว่า “ไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ แต่ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็วเพียงนั้น”
“ครึ่งเดือนหลังจากนี้จะสามารถฟื้นฟูพลังได้เท่าไรหรือ”
เวินซิ่วอี๋ตกใจ ครึ่งเดือนหลังจากนี้วันแต่งงานของนายท่านสิบหรือ นางคำนวณแล้วตอบกลับว่า “น่าจะประมาณห้าสิบส่วนเจ้าค่ะ”
“แล้วถ้าหากใช้สมุนไพรล้ำค่าเล่าสามารถฟื้นตัวได้เท่าไร”
“สักเจ็ดสิบแปดสิบส่วนเจ้าค่ะ” เวินซิ่วอี๋พูดอย่างไม่แน่ใจ
“เพิ่มมายี่สิบส่วน” จู่ๆ หมิงเวยก็พูดขึ้น และเมื่อทุกคนหันมามอง นางพูดกับถังซีว่า “ข้าจะช่วยนางปรุงยา สามารถเพิ่มได้อีกยี่สิบส่วนจากพื้นฐานเดิมเจ็ดสิบแปดสิบส่วน หากเป็นเช่นนี้ความแข็งแกร่งของแม่นางซิ่วอี๋จะไม่ต่างจากก่อนได้รับบาดเจ็บมากนักเจ้าค่ะ” ถังซีนึกถึงบทบาทของเวินซิ่วอี๋ก็พยักหน้ารับ
ฉือชิ่งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “สามารถฟื้นตัวได้ดีเพียงนั้นจริงหรือ” หมิงเวยพยักหน้ายืนยัน
ฉือชิ่งกำลังจะพูด แต่จู่ๆ เวินซิ่วอี๋ก็พูดขึ้นว่า “ไม่ต้องให้นางปรุงยาเจ้าค่ะ อย่าลืมว่าเหตุใดนางถึงเชื่อฟัง หากให้นางพบโอกาสที่จะฟื้นพลังของตนเองผู้ใดจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
ถังซี และฉือชิ่งมองหน้ากัน ไม่กี่วันมานี้หมิงเวยได้ยืนเคียงข้างพวกเขาช่วยวางแผนอย่างมากจนพวกเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้สักพัก
สีหน้าของหมิงเวยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “มันคงไม่ง่ายหรอก พวกท่านไปเตรียมยา ส่วนข้าก็แค่ไปหาคุณหนูเวินเพื่อปรุงยาแล้วอย่าคาดหวังว่าข้าจะสอนพวกท่าน เพราะนั่นเป็นสูตรยาลับของอาจารย์ข้าเจ้าค่ะ”
เรื่องนี้…เป็นข้อเสนอแนะที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ หลังจากพูดคุยเรื่องนี้กันเรียบร้อยแล้วถังซีก็มองไปที่หมิงเวย
หมิงเวยเข้าใจสิ่งที่เขาสื่อถึงจึงพูดออกไปว่า “ส่วนคุณชายฉือ รบกวนท่านช่วยจัดค่ายกลในจวนตระกูลถังหน่อยเจ้าค่ะ เพราะต้องแยกหยิน และหยางเพื่อให้จวนกลายเป็นพื้นที่อิสระอย่างสมบูรณ์ในระยะเวลาหนึ่งโดยไม่ถูกรบกวน”
ฉือชิ่งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และพูดว่า “ได้อยู่ แต่ถ้ามีคนคิดจะสร้างปัญหาในจวน ให้พวกเราเชิญผู้ช่วยมาไม่ดีกว่าหรือ”
หมิงเวยพูด “เมื่อถึงตอนนั้นจะมีแขกมาร่วมพิธีจำนวนมาก ถ้าเกิดมีอุบัติเหตุในจวน ข้าเกรงว่าตระกูลถังจะไม่สามารถอธิบายได้”
ฉือชิ่งเข้าใจสิ่งที่นางหมายถึงนี่คือการปกป้องแขก
“ได้”
หมิงเวยมองเวินซิ่วอี๋อีกครั้ง “คุณหนูเวิน หนอนพิษกู่ของท่านสามารถใช้ได้หรือไม่”
เวินซิ่วอี๋ตอบอย่างทื่อๆ “ได้”
“เช่นนั้นดีเลยเจ้าค่ะ หวังว่าหลังจากที่ท่านฟื้นฟูพลังเรียบร้อย ท่านจะสามารถใช้หนอนพิษกู่เพื่อควบคุมจวนตระกูลถังทั้งหมดต้องให้แน่ใจว่าสามารถทำได้ แม้แต่มีแมลงวันหนึ่งตัวบินเข้ามาท่านต้องรู้ตัว” พูดถึงตรงนี้นางก็อธิบายเพิ่มอีกว่า “งานมงคลจัดขึ้นตอนกลางคืน สายตาอาจมองอะไรไม่ชัดเจน ท่านต้องให้หนอนพิษกู่ของท่านจัดการเรื่องนี้เพื่อให้พวกเราได้เปรียบ”
เวินซิ่วอี๋ดูมั่นใจมาก “หากข้าบอกว่าใช้ได้แน่นอนว่าต้องทำได้” หมิงเวยได้รับการยืนยันจึงพยักหน้าให้ถังซี
ถังซีมองดูพวกเขา และกล่าวสรุป “เรื่องนี้สำคัญมาก หากประมาทตระกูลถังอาจประสบปัญหาอย่างใหญ่หลวง ท่านทั้งสองอยู่กับตระกูลถังมาหลายปี ไม่ต่างอะไรจากคนในครอบครัวแล้วยังทุ่มเทแรงใจเพื่อพวกเรา ถังซีรู้สึกเป็นพระคุณมาก”
ท้ายที่สุดเขาโค้งคำนับให้ ฉือชิ่งรู้สึกยินดีชั่วขณะหนึ่งเขารีบคำนับตอบ “เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้วขอรับ”
………….
จี้เสียวอู่ถูกพามาอยู่ต่อหน้าถังซีด้วยความงุนงง เขายังนึกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น
ถังซีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “คุณชายจี้”
จี้เสียวอู่คำนับ “ขอรับ”
ถังซีถาม “ข้ามีเรื่องอยากให้คุณชายจี้ช่วยเหลือไม่ทราบว่าได้หรือไม่”
จี้เสียวอู่ตอบกลับ “ข้ามาอาศัยพึ่งพาพวกท่าน คุณชายโปรดพูดมาได้เลย ข้าจะทำให้ดีที่สุด”
ถังซียิ้ม เขาคิดว่าคุณชายจี้ผู้นี้ไม่เหมือนกับน้องสาวของเขาเลย มีความฉลาด และเจ้าเล่ห์เล็กน้อย แต่เนื้อแท้ของเขาเป็นคนซื่อสัตย์ เขาชอบคนที่จริงใจ
“งานแต่งงานของข้าจะจัดในอีกครึ่งเดือน ตอนนั้นมีแขกมาที่บ้านจำนวนมาก แต่มีกำลังคนไม่เพียงพอได้ยินว่าคุณชายจี้เป็นยอดฝีมือของเสวียนตูกวัน ท่านช่วยพวกเราดูแลความสงบเรียบร้อยของวันนั้นได้หรือไม่”
จี้เสียวอู่ตกตะลึง คำขอร้องอะไรกัน เรื่องแบบนี้ควรให้คนที่ตระกูลถังไว้ใจเป็นคนจัดการไม่ใช่หรือเขาเป็นแค่นักโทษ…
“ทำไมหรือ คุณชายจี้ลำบากใจหรือ”
จี้เสียวอู่รีบตอบกลับว่า “จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรกันขอรับ เพียงแต่ว่าตอนนี้ข้าได้รับบาดเจ็บ วรยุทธ์ค่อนข้างหละหลวมมาก เกรงว่าจะไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก”
“ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องให้คุณชายจี้ออกแรงเองหรอก”
แล้วยังมีอะไรให้ปฏิเสธได้อีกจี้เสียวอู่ได้แต่ตอบไปว่า “นายท่านสิบจัดการตามสมควรได้เลยขอรับ”
จากนั้นจี้เสียวอู่ก็พบว่าดูเหมือนว่าเขาจะยกเลิกข้อห้ามบางอย่างแล้ว ตระกูลถังไม่ได้จำกัดเสรีภาพส่วนตัวของเขาอีกต่อไป และเขาสามารถไปทุกที่ที่เขาต้องการ สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือหากเขาต้องการพบหมิงเวยแค่ให้ใครสักคนส่งจดหมายก็ผ่านได้แล้ว
ดังนั้นเขาจึงถามหมิงเวยว่า “เป็นฝีมือของเจ้าหรือไม่ ที่จู่ๆ ถังซีก็เรียกข้าให้ไปช่วยในงานแต่งงาน”
หมิงเวยยิ้มแล้วถามเขา “พี่ห้าดีใจหรือไม่ ข้ายังคิดว่าท่านคงมีความสุขมาก”
จี้เสียวอู่พูดว่า “มีความสุขอะไรกัน! หากไม่ใช่เพราะหนีไปไหนไม่ได้ เจ้าคิดว่าข้าจะยอมถูกผู้อื่นใช้งานหรืออย่างไร”
“เช่นนั้นข้าต้องขอโทษพี่ห้าด้วยเจ้าค่ะ” หมิงเวยทำสีหน้ารู้สึกผิด “อีกสักครู่ข้าจะไปพูดเรื่องของพี่ห้ากับนายท่านสิบให้”
“เดี๋ยว!” จี้เสียวอู่หงุดหงิด “เจ้าจริงจังหน่อยได้หรือไม่ ข้ามาหาเจ้าเพราะอยากถามว่าความลับเรื่องนี้คืออะไรกันแน่ พูดสักหน่อยไม่ได้หรือ”
“มันเป็นความผิดของข้าเองเจ้าค่ะ” หมิงเวยขอโทษอย่างรวดเร็วทำให้เขายากจะโกรธนางอย่างไร้เหตุผล “อันที่จริงข้าจงใจเกลี้ยกล่อมนายท่านสิบให้เขาเรียกท่านมาช่วย ในวันนั้นอาจมีคนโจมตีตระกูลถัง และเป็นการยากที่จะบอกว่าตระกูลถังจะหยุดได้หรือไม่ พวกเราต้องอยู่ด้วยกันเช่นนั้นจะมีโอกาสหนีไปได้”
……………