คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 679 ขวางทางรวย / ตอนที่ 680 หนี
ตอนที่ 679 ขวางทางรวย
หลิวซื่อเห็นบุตรชายมีท่าทางเช่นนั้น ก็รีบถามสามีว่า “ต้าเป่าเป็นอะไรไป”
เจ้าใหญ่มองตาขวางใส่บุตรชาย กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไร “ไร้ค่านัก ไม่มีความกล้าเลยแม้สักนิด แล้วจะทำงานใหญ่อะไรสำเร็จได้”
นางรินสุราจอกหนึ่งให้ต้าเป่า “ต้าเป่า ดื่มสุราระงับความตื่นกลัวสักจอกเถอะ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เข้าใจหรือไม่”
ไป๋ต้าเป่าเงยหน้าขึ้นดื่มสุรา คล้ายกับรู้สึกดีขึ้นมา เขาพยักหน้าให้มารดา “ข้าเข้าใจแล้ว”
หลิวซื่อถามเจ้าใหญ่อีกว่า “มีใครเห็นเจ้าตอนที่เข้าเมืองมาหรือไม่”
เจ้าใหญ่โบกมือ “ไม่มี ข้ามั่นใจ รถม้าก็เป็นรถที่ข้าเช่ามา ไม่มีใครพบตัวพวกเราแน่นอน”
ครั้นเจ้าใหญ่เพิ่งกล่าวจบ ก็ได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากในลานบ้านโดยพลัน “พวกเจ้าเป็นใคร เข้าไปไม่ได้!”
หลิวซื่อกำลังจะออกไปดู แต่กลับเห็นเงาร่างสูงใหญ่สองสายเจ้ามาจากข้างนอก ดวงตาทั้งสองคู่ถลึงมองพวกนางอย่างเย็นชา
“หะ หูเฟิง?” หลิวซื่อมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง ใบหน้านี้คือหูเฟิงไม่ผิดแน่ ไม่ใช่ว่าเขาไปเป็นทหารหรือไร ไยมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้
เจ้าใหญ่ก้าวออกมา ในใจลอบกล่าวว่าแย่แล้ว ก่อนจะรีบส่งสายตาให้ไป๋ต้าเป่า ส่งสัญญาณให้เขาอย่าได้แตกตื่น ต้องใจเย็นเข้าไว้
เดิมทีไป๋ต้าเป่าก็ลนลานมากอยู่แล้ว บัดนี้เห็นหูเฟิงมีสีหน้าถมึงทึงอีก ก็พาให้นึกถึงความโหดเหี้ยมยามที่เขาหักแขนบิดา ในใจรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่งยวด ร่างกายสั่นสะท้านรุนแรง งขึ้นเรื่อยๆ
หูเฟิงแค่นหัวเราะ “หากไม่อยากตายก็พูดความจริงกับข้า ไป๋จื่ออยู่ที่ใด”
เจ้าใหญ่ตะโกนเสียงดังโดยพลัน “เจ้าพูดมั่วอะไร พวกข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าไป๋จื่ออยู่ที่ใด ไม่ใช่ว่านางอยู่ที่หมู่บ้านหวงถัวหรอกหรือ เจ้าไปตามหานางที่หมู่บ้านหวงถัวสิ มา าทำอะไรที่นี่กัน”
“อย่าคิดว่าพวกเจ้าทำอะไรลงไปแล้วข้าจะไม่รู้ ไป๋จื่อขวางทางรวยของพวกเจ้า พวกเจ้าก็ต้องต้องการกำจัดนางโดยเร็ว เห็นแก่ตอนนี้ที่ข้ายังมีความอดทน ข้าจะถามเป็นครั้งสุดท้าย ไ ไป๋จื่ออยู่ที่ใด”
เจ้าใหญ่ย่อมไม่ยอมสารภาพ เขาเชิดหน้ากล่าวว่า “ข้าบอกว่าไม่รู้ เจ้านี่…”
ทว่าเจ้าใหญ่ยังพูดไม่จบ ก็เห็นแสงอันเย็นเยือกสว่างวาบขึ้นเบื้องหน้า ไหล่ข้างซ้ายรู้สึกเบาหวิว ก่อนที่แขนข้างหนึ่งจะตกลงสู่พื้น นิ้วมือยังขยับอยู่ ส่วนเลือดสดๆ สาดกระเ เซ็นออกมา พริบตานั้นเขาแม้กระทั่งไม่รู้สึกเจ็บ ครั้นความเจ็บปวดถาโถมเข้ามา เขาก็แทบจะสลบไปเลยทีเดียว
หลิวซื่อกรีดร้องลั่นเรือน ดวงตาพร่าเลือน ก่อนจะสลบไปเช่นกัน
หูเฟิงไม่สนใจเจ้าใหญ่ไป๋อีก เขาหันไปมองไป๋ต้าเป่า “เจ้าพูดสิ”
ไป๋ต้าเป่ายังคงตัวสั่นสะเทิ้มน้ำร้อนๆ สายหนึ่งไหลลงจากกางเกง กลิ่นเหม็นสาบพลันตลบอบอวลไปทั่วห้องโถง
ปลายกระบี่ของหูเฟิงยังคงมีเลือดหยดลงมา เป็นเลือดของบิดาเขา
“ข้า ข้าจะพูด ข้าจะพูดเอง…” ไป๋ต้าเป่าพยักหน้าทั้งๆ ที่ตัวสั่น
เจ้าใหญ่อยากจะห้าม แต่เขาก็ไม่กล้า บริเวณที่ถูกตัดยังคงมีเลือดทะลักออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแค่ความเจ็บปวดเท่านั้น ความรู้สึกเวียนศีรษะหลังจากเสียเลือดมากก็ตามมาแล้ว
“รีบพูดมา!” ตงฟางมู่ตะคอกด้วยโทสะ
เสียงตะคอกเคร่งขรึมนี้ทำให้ไป๋ต้าเป่าตกใจจนทรุดลงคุกเข่ากับพื้น จากนั้นเขาก็หมอบลง โขกศีรษะให้หูเฟิงไม่ยอมหยุด “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า เป็นพ่อของข้า ไม่ใช่สิ ไม่ใช่พ พ่อของข้า เป็นไป๋เจินจูต่างหาก เป็นความคิดของไป๋เจินจู นางบอกว่าขอเพียงไป๋จื่อตาย ตำแหน่งบุตรีสกุลเผยของนางถึงจะมั่นคงได้”
หูเฟิงตวัดกระบี่ยาว หูข้างหนึ่งของไป๋ต้าเป่าร่วงลงบนพื้น “เจ้าถามเจ้า ว่าไป๋จื่ออยู่ที่ใด ขืนยังไม่ยอมตอบมาแต่โดยดี ข้าจะตัดหัวเจ้าทิ้งเสีย”
ไป๋ต้าเป่ากุมบาดแผลที่มีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ร้องไห้พลางพูดว่า “ข้าจะพูดๆ นางถูกพ่อของข้าโยนลงไปในบ่อน้ำนอกเมืองแล้ว”
…
ตอนที่ 680 หนี
หลังจากไป๋จื่อปีนขึ้นจากบ่อน้ำ นางก็เดินอยู่บนถนนหลวงพร้อมกับร่างที่สั่นงันงก ที่นี่ห่างจากประตูเมืองหลวงสิบกว่าลี้ นางเป็นหมอ จึงรู้ดีว่าภายใต้สถานการณ์ในขณะนี้ หา ากยังไม่รีบเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าแห้งโดยเร็วที่สุด ทำให้ร่างกายอบอุ่นเสียก่อน นางเกรงว่าจะต้องตายบนทางกลับเมืองหลวงเส้นนี้แล้ว
ระหว่างที่นางกำลังคิดคำนวณด้วยความร้อนใจ ก็พลันมีแสงไฟวับวามอยู่ลิบๆ นางพลันกล่าวในใจว่าฟ้าย่อมมีทางออกให้คนเราเสมอ จึงรีบเดินเข้าไปหาแสงไฟนั้น พบว่าเป็นกระท่อมหลัง หนึ่ง ภายนอกดูผุพังมาก เป็นสถานที่ที่แม้แต่ขอทานก็ไม่อยากอาศัยอยู่
ภายในกระท่อมมีไฟสุมอยู่กองหนึ่ง ด้านข้างกองไฟไม่มีใครสักคน น่าแปลกยิ่งนัก
นางเดินเข้าไปหากองไฟ ทว่ายังไม่ทันจะเข้าไปถึงกองไฟนั้น เงาดำสายหนึ่งก็พลันโผล่พรวดออกมา เคลื่อนที่มาถึงเบื้องหน้าของไป๋จื่อ ในมือของคนผู้นั้นถือกริชคมกริบไว้เล่มหนึ่ ง ปลายกริชแหลมเล็งมาที่หน้าอกของนาง ทิ่มแทงเข้ามาอย่างแรงกล้า
ไป๋จื่อหลีกกายอย่างว่องไว คนผู้นั้นคล้ายกับเคลื่อนที่ได้ไม่ค่อยสะดวก จึงแทงกริชไม่ถูกตัวนาง ส่วนร่างของตนเองล้มตึงลงกับพื้น ก่อนจะสลบไปในทันที
นี่มันอะไรกัน ไป๋จื่อรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง
นางเตะกริชออกจากมือของคนผู้นั้น เมื่อแน่ใจแล้วว่าเขาสลบไปจริงๆ อีกทั้งบนร่างไม่มีอาวุธอื่นใด คราวนี้นางถึงจะนั่งยองลงข้างกายเขา เพื่อพลิกตัวเขากลับมา
ไป๋จื่ออาศัยแสงไฟที่อยู่ด้านข้างมองใบหน้าที่เยาว์วัยอย่างยิ่ง อย่างมากก็อายุยี่สิบต้นๆ หน้าตาหล่อเหลา ผิวเนียนละเอียด ท่าทางเหมือนจะเป็นคุณชายสักคนหนึ่ง
คุณชายผู้นี้บาดเจ็บ บาดแผลที่ขาซ้ายลึกจนเห็นกระดูก ตรงไหล่ขวามีรอยกระบี่ แม้จะจัดการกับบาดแผลไปแล้ว แต่ก็ยังคงมีไข้ขึ้นสูง มิน่าเล่าเขาถึงได้หน้าแดงจัด ที่แท้ก็เป็น เพราะอุณหภูมิในร่างกายพุ่งขึ้นสูงนี่เอง
เขาเป็นใครกัน เหตุใดถึงได้มาพักค้างแรมที่นี่ในสภาพนี้
เมื่อนึกถึงหายนะของตนเองเมื่อครู่ นางเกือบจะตายด้วยน้ำมือของเขาแล้ว ทว่าจู่ๆ นางก็เริ่มรู้สึกเห็นใจบุรุษที่ไม่ได้สติตรงหน้าผู้นี้อยู่บ้าง
ไป๋จื่อถอดชุดคลุมบนตัว บิดน้ำออกจนหมาด ก่อนจะพาดมันไว้ข้างกองไฟ ส่วนตัวนางเองก็นั่งลงข้างๆ เพื่อผิงไฟเช่นกัน จากนั้นนางถึงจะลากบุรุษที่สลบไปผู้นั้นเข้ามาใกล้ พัน แผลบนขาให้เขา แล้วจึงใช้กริชที่ผ่านการเผาไฟแล้ว ตัดเนื้อเน่าบนหัวไหล่ของเขาทิ้งไป สุดท้ายค่อยใช้ยาจินชวงที่หาได้จากบนร่างของเขามาทาลงไปอีกครั้ง
ความเจ็บปวดบริเวณหัวไหล่ทำให้เขาตื่น เขาลืมตาขึ้นเป็นซอกเล็กๆ เห็นสตรีที่สวมเพียงเสื้อตัวในคนหนึ่งนั่งยองอยู่ด้านข้าง กำลังใส่ยาบนบาดแผลให้เขาอยู่
ผมเผ้าของนางยุ่งเหยิงมาก คล้ายกับเปียกโชกมาก่อน นางกำลังก้มหน้า ปอยผมบดบังใบหน้าไปมากกว่าครึ่ง ทำให้เขามองเห็นใบหน้าของนางไม่ชัด เห็นแต่เพียงดวงตาที่สุกใสเป็นพิเศษของน นาง ที่เพียงแค่ได้มองดวงตาคู่นี้ เขาก็รู้ได้ว่านางต้องงดงามอย่างยิ่ง
ไป๋จื่อกวาดสายตามองเขา เอ่ยเสียงเรียบว่า “ตื่นแล้วหรือ”
เขารีบหลับตา ไม่ส่งเสียงใด
ไป๋จื่อก็ไม่พูดมาก หลังจากใส่ยาเสร็จ นางก็หมุนกายไปอีกด้านหนึ่ง หันหลังให้เขา ผึ่งชุดคลุมและรองเท้าผ้าฝ้ายต่อ
เสื้อตัวในบนกายแห้งไปมากกว่าครึ่งแล้ว ทว่าเสื้อคลุมกลับยังคงต้องผึ่งไฟต่อไป ไม่รู้เช่นกันว่าเมื่อไรมันถึงจะแห้ง
ชายหนุ่มที่แกล้งหลับลืมตาขึ้นอีกครั้ง มองเงาหลังบอบบางนั้น เมื่อนึกถึงสภาพของนางในตอนนี้แล้ว ในใจของก็เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมา สตรีที่บอบบางเช่นนี้ปรากฏตัวที่นี่ในยา ามวิกาล ทั้งยังมีสภาพจนตรอกถึงเพียงนี้ได้ นางต้องพบเรื่องเลวร้ายอะไรมาเป็นแน่
เขาเจ็บแผลมาก ศีรษะหนักอึ้ง ไม่รู้ว่าหลับไปอีกครั้งตั้งแต่เมื่อใด เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าข้างนอกก็สว่างจ้าแล้ว ส่วนสตรีที่พันแผลให้เขาหายไปไม่เห็นเงา
…
ไป๋ต้าเป่านำทางหูเฟิงและตงฟางมู่ไปถึงริมบ่อน้ำแล้ว หูเฟิงบอกให้ตงฟางมู่จับตาดูไป๋ต้าเป่าให้ดีๆ เขาถอดชุดคลุมและรองเท้าผ้าฝ้ายบนร่างออก ก่อนจะกระโดดลงน้ำไป