คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 681 พัวพัน / ตอนที่ 682 ข้าไม่เป็นไร
ตอนที่ 681 พัวพัน
หูเฟิงค้นหาทั่วบ่อน้ำแล้วรอบหนึ่ง แต่นอกจากเชือกป่านขาดสองเส้นแล้ว ก็ไม่พบอะไรอย่างอื่นอีก
ไม่พบคนพวกเขาย่อมดีใจมาก ดูท่าทางนางจะยังมีชีวิตอยู่
ไป๋ต้าเป่าเองก็ถอนใจด้วยความโล่งอก ทว่ายังไม่ทันถอนใจเสร็จสิ้นดี ร่างกายของเขาก็ถูกหูเฟิงโยนลงไปในบ่อน้ำ
หูเฟิงกดศีรษะของเขาเอาไว้ กดให้ทั้งร่างของเขาจมลงในบ่อน้ำอันเย็นเยียบ แล้วยกเขาขึ้นก่อนที่จะขาดอากาศหายใจ เมื่อเขาหายใจได้เพียงสองครั้ง ชายหนุ่มก็กดเขาลงไปอีก ท ทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งไป๋ต้าเป่าที่กำลังดิ้นรนสลบไปโดยสิ้นเชิงถึงจะปล่อยมือ
ตงฟางมู่ถลึงตามองไป๋ต้าเป่าที่นอนสลบไสลอยู่บนพื้นด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันกลับไปกล่าวกับผู้ติดตามว่า “นำตัวเขากับเจ้าใหญ่ไป๋ผู้นั้นส่งไปที่คุกของผู้ว่าจังหวัด”
…
เมื่อหลิวซื่อฟื้นขึ้นมา สามีและบุตรชายคนโตล้วนไม่อยู่ มีเพียงเสี่ยวเฟิงที่อยู่ข้างกายนาง จึงขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าดำคล้ำ
นางลุกขึ้นนั่งบนพื้นเย็นเฉียบ จับมือของไป๋เสี่ยวเฟิงพลางถาม “พ่อของเจ้า พี่ใหญ่ของเจ้าเล่า”
ไป๋เสี่ยวเฟิงก็ขมวดคิ้วเช่นกัน “แท้จริงแล้วท่านพ่อกับพี่ใหญ่ทำอะไรผิดกันแน่ เหตุใดคนหนึ่งถูดตัดแขน คนหนึ่งถูกทรมานจนเกือบตาย สุดท้ายยังถูกคนของเรือนจำขังไว้อีก เก กิดเรื่องอะไรขึ้น” หลายวันมานี้ไป๋เสี่ยวเฟิงเอาแต่อ่านตำราอยู่ในห้องโดยตลอด อีกทั้งเขาก็ไม่เคยเรื่องราวภายในบ้าน จึงคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจว่าจู่ๆ เกิดเรื่องอะไรขึ้นได้
หลิวซื่อร้อนใจจนพูดไม่รู้เรื่อง ตอนนี้พูดกับเสี่ยวเฟิงแล้วยังจะมีประโยชน์อะไร นางจึงไม่พูดออกไปเสียเลย เพียงลุกขึ้นถลันไปด้านนอก
บุตรชายคนเล็กตามนางไป “ท่านจะไปที่ใด”
ทว่าหลิวซื่อไม่ตอบเขา เพียงรีบร้อนออกจากเรือนรับแขกไป
ภายในเรือนรับแขกเกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ขึ้น เผยชิงหานย่อมต้องได้ข่าวแล้ว เขากำลังจะให้คนนำหลิวซื่อมาถามไถ่ ทว่าหลิวซื่อมาหาเขาถึงที่ด้วยตนเองแล้ว
ครั้นหลิวซื่อเข้าไปในเรือนหลาน นางก็คุกเข่าลงตรงหน้าไป๋เจินจูโดยพลัน ขณะเดียวกันก็ร้องไห้น้ำตาไหลพราก พลางจับชายกระโปรงของไป๋เจินจู อ้อนวอนไม่ยอมหยุด
“เจินจู เรื่องนี้เจ้าจะทำเป็นไม่รู้เรื่อง ไม่ช่วยเหลือไม่ได้ เพราะอย่างไรที่เจ้าใหญ่และต้าเป่าทำเรื่องนี้ก็เพราะฟังคำสั่งของเจ้า ตอนนี้พวกเขาถูกจับไปขังคุกแล้ว เมื่อถูกนำ ำตัวไปขึ้นศาล เกรงว่าพวกเขาจะต้องซัดทอดมาถึงตัวเจ้า เจ้าจะต้องช่วยพวกเขาออกมา ไม่เช่นนั้นเจ้าก็อย่าได้คิดว่าจะรอดพ้นจากเรื่องนี้เลย”
ไป๋เจินจูโมโหจนตัวสั่น คนโง่สองคนนี้ ไยเรื่องเล็กน้อยถึงเพียงนี้ก็ทำไม่สำเร็จ ทั้งยังพัวพันมาถึงตัวนางอีก
แม้นางจะบอกว่าวันนี้ตนเป็นถึงบุตรีของจวนชางหยวนโหว แต่ไหนเลยนางจะมีความสามารถช่วยคนออกมาจากคุกของผู้ว่าจังหวัดได้ ตอนนี้มีเพียงสะสางความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับเจ้าใหญ่ ไป๋ เช่นนั้นแล้วนางถึงจะปกป้องตนเองไว้ได้
“ข้าไม่มีอำนาจพอจะช่วยพวกเขาออกมาหรอก แต่ข้ารับรองว่าหลังจากนี้ท่านกับเสี่ยวเฟิงจะไม่ต้องกังวลเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ เพราะข้ายังพอช่วยเหลือได้ แต่ขอให้ท่านจงรู้ไว้ ว่ าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับข้า ท่านกับเสี่ยวเฟิงจะต้องซวยไปด้วยเช่นเดียวกัน และเกรงว่าจะไม่ได้ซวยธรรมดา เพราะความผิดฐานฆ่าคนเป็นความผิดมหันต์ ท่านต้องคิดอ่านให้ดีว่าก้า าวต่อไปควรจะทำเช่นไร”
ทีแรกหลิวซื่อคิดไม่ถึงเรื่องพวกนี้ บัดนี้ไป๋เจินจูเตือนสติขึ้นมา นางจึงเข้าใจโดยพลัน
เจินจูพูดถูกต้อง หากนางถูกเจ้าใหญ่และต้าเป่าซัดทอด พวกนางทุกคนล้วนซวยไปด้วย ที่จริงการปลอมตัวถือเป็นเรื่องเล็ก ทว่าคนที่นางปลอมตัวกลับเป็นคู่หมั้นของจิ้นอ๋อง นี่ไม่เท ท่ากับเป็นความผิดใหญ่หลวงหรือไร
หากเรื่องนี้แดงขึ้นมา เกรงว่านางและเสี่ยวเฟิงคงจะรักษาหัวให้อยู่บนบ่าไม่ได้แล้ว
หลิวซื่อถามเสียงสั่น “เช่นนั้นข้าควรจะทำอย่างไร”
“ท่านคิดดูให้ดีว่าอยากตายไปด้วยกัน หรือต้องการจะเอาตัวรอด” ไป๋เจินจูกล่าว
ในสมองของหลิวซื่อมีแต่ความสับสน คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก “ข้ารู้จักนิสัยของเจ้าใหญ่และต้าเป่าดี พวกเขาไม่จำเป็นต้องถูกไต่สวนก็ต้องซัดทอดมาถึงแน่ หากตอนนี้เริ่มการไต่สวน ไปแล้ว ก็เกรงว่าจะซัดทอดมาแล้วเช่นกัน แล้วพวกเราจะเอาตัวรอดได้อย่างไร”
……….
ตอนที่ 682 ข้าไม่เป็นไร
ทันใดนั้นประตูห้องพลันเปิดออกด้วยลูกถีบของเผยชิงหาน เขาเข้ามาในเรือนพร้อมใบหน้าเขียวคล้ำ แววตาที่คมดุจมีดกวาดมองหลิวซื่อและไป๋เจินจู กล่าวพร้อมโทสะว่า “พวกเจ้าช่ างเก่งเสียจริง หาเรื่องใครไม่หา ดันไปหาเรื่องคนสกุลตงฟาง ตอนนี้ยังคิดจะเอาตัวรอดอีกหรือ พวกเจ้าคิดว่าตงฟางมู่จะยอมง่ายๆ หรือไร”
ไป๋เจินจูคุกเข่าลงต่อหน้าเผยชิงหาน “ท่านพ่อ เรื่องนี้เป็นพวกข้าเลอะเลือนเอง ความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก แต่พวกข้าก็ไม่ได้ต้องการให้เรื่องการปลอมตัวแดงขึ้นมา ถึงได้วาง งแผนเช่นนี้”
เผยชิงหานมุ่นคิ้ว นึกถึงเรื่องที่ไป๋เจินจูไปยังคฤหาน์ตงฟางในวันนั้น ตงฟางมู่และตงฟางหว่านเอ๋อร์คล้ายกับกล่าวถึงใครบางคน และคนผู้นั้นก็เป็นคนจากหมู่บ้านหวงถัวเช่นเดี ยวกัน ตอนนั้นไป๋เจินจูหน้าถอดสี ดูท่าทางแล้วคนผู้นั้นจะรู้เส้นสนกลในจริงๆ
เขาเงียบงันไม่พูดจน ในใจของไป๋เจินจูรู้สึกหวาดกลัวมาก จึงรีบโขกศีรษะให้เขาอีกสองครั้งอย่างแรง “ท่านพ่อ ขอท่านโปรดช่วยเหลือ ช่วยพวกข้าก็เท่ากับช่วยตัวท่านเองนะเจ้า าคะ!”
แววตาของเผยชิงหานเยือกแข็ง เขามองตาของไป๋เจินจูอย่างไร้ความปราณี ก่อนเอ่ยด้วยโทสะว่า “เจ้าขู่ข้ารึ”
ไป๋เจินจูรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่เจ้าค่ะ ลูกจะกล้าขู่ท่านได้อย่างไร ลูกเพียงร้อนใจเกินไป และพูดออกไปโดยไม่ทันระวังเท่านั้น ท่านพ่อ พวกเขาสองคนล้วนทนการถูกโบยไม่ได้ หากช้า าไปกว่านี้ เมื่อพวกเขาซัดทอดมาถึง เกรงว่าท่านก็จะมีเอี่ยวด้วยเช่นกัน ถึงตอนนั้นแล้ว เรื่องราวย่อมยากยิ่งกว่านี้แน่เจ้าค่ะ”
หลิวซื่อรีบพยักหน้า “ใช่เจ้าค่ะ แต่ไหนแต่ไรพวกเขาล้วนใจเสาะ อ่อนแอ อย่าว่าแต่ถูกโบยเลย แค่เอ่ยปากขู่พวกเขาสักสองคำ พวกเขาก็ทนไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ”
ในใจของเผยชิงหานมีกองไฟเต้นเร่าสุมอยู่ เขาอยากจะสังหารคนเหล่านี้ทั้งครอบครัวยิ่งนัก ตนเองรนหาที่ตายก็ช่างเถอะ แต่ยังพัวพันมาถึงตัวเขาด้วยนี่สิ
เผยชิงหานถลึงตามองพวกนางอย่างดุดัน ก่อนจะเอ่ยกับหลิวซื่อเสียงขรึม “ช่วงนี้เจ้าอย่าเพิ่งกลับไปที่นั่น ข้าจะส่งคนไปรับบุตรชายคนเล็กของเจ้ามาที่จวน กินอยูเสียที่นี่ ไ ไม่อนุญาตให้ออกไปก่อเรื่อง เมื่อคลื่นลมสลบแล้วค่อยว่ากัน”
หลิวซื่อรีบพยักหน้าพลางขอบคุณไม่ขาดปาก นางอยากถามว่าจะจัดการเรื่องของเจ้าใหญ่กับต้าเป่าอย่างไร ทว่าเห็นท่าทางของเผยชิงหานแล้วนางกลับไม่กล้า ทำได้เพียงทุกข์ทรมานอยู่ใน นใจ
หลังจากเผยชิงหานออกไป หลิวซื่อก็ถามไป๋เจินจูว่า “เจ้าว่าท่านโหวจะช่วยเจ้าใหญ่และต้าเป่าได้หรือไม่”
ไป๋เจินจูนั่งลงบนเก้าอี้บุนวมหนา สีหน้าเซื่องซึม ทว่าแววตาเยือกเย็นนัก “เกรงว่าจะช่วยไม่ได้แล้วละ!”
…
ไป๋จื่อเดินต่อไปอีกสิบกว่าลี้ ในที่สุดก็กลับเข้าเมืองหลวงจนได้ นายทวารเห็นนางมีสภาพเช่นนั้น ก็ทั้งตกใจระคนดีใจ รีบต้อนรับนางเข้าไปในจวน
จ้าวหลานและตงฟางหว่านเอ๋อร์รออยู่ในโถงรับแขกทั้งคืน ร้องไห้จนตาบวมปูด โดยเฉพาะตงฟางหว่านเอ๋อร์ นางร้อนใจจนเป็นลมไปถึงสองครั้ง โชคดีที่ยาชิงซินซึ่งไป๋จื่อหลอมไว้ก่อนหน น้านี้ยังเหลืออยู่ ไม่เช่นนั้นแม้แต่ตงฟางหว่านเอ๋อร์ก็ต้องเป็นอะไรไปอีกคนแน่
“ฮูหยินเจ้าคะ ฮูหยิน กลับมาแล้ว คุณหนูไป๋กลับมาแล้วเจ้าค่ะ” ชุ่ยเอ๋อร์วิ่งเข้ามาในโถงอย่างไม่คิดชีวิต ก่อนจะตะโกนบอกจ้าวหลานและตงฟางหว่านเอ๋อร์ที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนเก้า าอี้
จ้าวหลานรีบลุกขึ้นยืน ทว่าอาการหน้ามืดเข้าจู่โจมเป็นระลอก จึงรีบจับเก้าอี้ข้างกายเอาไว้ ไม่ให้ตนเองล้มลง
“พี่หญิง ท่านไม่เป็นไรกระมัง” ตงฟางหว่านเอ๋อร์เห็นสีหน้านางผิดแผกไป ก็รีบเข้าไปประคองนางไว้
“ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไร” จ้าวหลานส่ายหน้า
ไม่ทันที่ทั้งสองคนจะออกไปต้อนรับ ไป๋จื่อก็สาวเท้าก้าวใหญ่เข้ามาในโถงแล้ว ครั้นเห็นจ้าวหลานและตงฟางหว่านเอ๋อร์ล้วนมีสีหน้าซีดขาว ในใจนางย่อมรู้ว่าเรื่องของนางทำให้มา ารดาทั้งสองร้อนใจยิ่ง จึงรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก
“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
จ้าวหลานและตงฟางหว่านเอ๋อร์รีบเดินไปหานาง ก่อนที่นางจะจับมือของพวกนางเอาไว้ ยิ้มกล่าวว่า “ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ทำให้พวกท่านกังวลใจเสียแล้ว”