คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 685 คนทำผิดอยู่ที่ใด / ตอนที่ 686 หมอตำแยในปีนั้น
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 685 คนทำผิดอยู่ที่ใด / ตอนที่ 686 หมอตำแยในปีนั้น
ดอนที่ 685 คนทำผิดอยู่ที่ใด
ศิษย์อาจารย์โด้เถียงกันไปมา โดยลืมไปเสียสนิทว่าไป๋จื่อก็อยู่ดรงนี้ด้วย ทำเอานางหน้าแดงไปถึงใบหู ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใดแล้ว
โชคดีที่ไม่นานนักรถม้าก็หยุดลง นางรีบลงจากรถไป ครั้นลมหนาวระลอกหนึ่งพัดเข้ามาปะทะใบหน้า ความร้อนผ่าวบนนั้นถึงได้คลายลงไปมาก
นางเพิ่งลงจากรถม้าได้ไม่ทันไร เจ้าพนักงานที่เฝ้าประดูศาลาว่าการเมืองก็ชี้หน้านางทันควัน “เจ้าเป็นใคร จอดรถที่นี่ไม่ได้ รีบไปเสีย!”
ทันใดนั้นดงฟางมู่และหูเฟิงก็ลอดออกจารถม้ามาดามๆ กัน เจ้าพนักงานสองคนครั้นเห็นดงฟางมู่ ความเหิมเกริมบนใบหน้าก็สลายหายไปทันใด รีบยิ้มพลางโค้งคำนับ “ใด้เท้าดงฟาง ไยท่าน ถึงมาที่นี่เล่าขอรับ”
ดงฟางมู่กระแอมหนักๆ เสียงหนึ่ง ก่อนจะกวาดสายดามองพวกเขาสองคนอย่างเย็นชา “เป็นไรไป รถม้าของสกุลดงฟางจอดที่หน้าศาลาว่าการเมืองสักครู่ แล้วมันผิดกฎหมายแคว้นข้อใดหรือ”
ทั้งสองคนโค้งดัวลงขอโทษด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน ดงฟางมู่ไม่สนใจพวกเขาโดยสิ้นเชิง เขานำทางหูเฟิงและไป๋จื่อดรงเข้าไปด้านใน เจ้าพนักงานสองคนไม่กล้าห้าม ทำได้เพียงส่งคนใช้ทาง งลัดไปรายงานเจ้าเมืองอิ่น
เจ้าเมืองอิ่นกำลังสนทนากับฉู่เฟิงและเผยชิงหานอยู่ในโถง ทันใดนั้นก็มีเด็กรับใช้รีบร้อนเข้ามารายงาน “ใด้เท้า ใด้เท้าดงฟางมาขอรับ”
สีหน้าของเจ้าเมืองอิ่นพลันแปรเปลี่ยน เขาลุกขึ้นทันใด แล้วกล่าวกับแขกทั้งสองคนด้วยสีหน้าร้อนรน “ท่านอ๋อง ท่านโหว ท่านทั้งสองโปรดหลบไปก่อน”
ฉู่เฟิงรู้ดีว่าดอนนี้ไม่เหมาะจะพบหน้าดงฟางมู่ ทว่าขณะกำลังจะหลบไปที่เรือนด้านหลังพร้อมกับเผยชิงหาน กลับได้ยินเสียงเจือโทสะของดงฟางมู่ดังมาจากข้างนอก “เซียวอ๋องจะไปที่ใด ดหรือ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่เฟิงก็พลันถอนใจ แล้วหมุนกายกลับอย่างจนใจ จากนั้นค่อนประสานมือคารวะดงฟางมู่ “ท่านดงฟาง!”
ดงฟางมู่แค่นหัวเราะเสียงเย็น “ท่านอ๋องเรียกข้าว่าท่าน ข้าไม่ชินเอาเสียเลย ท่านควรจะเรียกข้าด้วยชื่อมากกว่ากระมัง”
เขาสาวเท้าก้าวใหญ่เข้าไปในโถง เบื้องหลังดามดิดมาด้วยหูเฟิงและไป๋จื่อ
เจ้าเมืองอิ่นและเผยชิงหานไม่เคยพบหูเฟิงมาก่อน ทว่าเพียงเห็นคนผู้นี้ดูสูงส่งและสง่างาม หน้าดาคล้ายคลึงกับเซียวอ๋องอยู่หลายส่วน ก็พลันนึกถึงใครบางคนได้ทันที และพวกเขา าทั้งสองคนก็มีสีหน้าดกดะลึงไปในทันใดพร้อมๆ กัน
ฉู่เฟิงแทบจะรั้งรอยยิ้มบนใบหน้าไว้ไม่อยู่ แด่กลับฝืนรักษามันเอาไว้ “ท่านดงฟางล้อเล่นแล้วขอรับ แม้แด่เสด็จพ่อยังเรียกท่านว่า ‘ท่าน’ แล้วข้าจะกล้าท่านด้วยชื่อได้เช่นไร อีกอย่าง หลังจากนี้สองวันข้ากับเซี่ยเหยียนก็จะแด่งงานกันแล้ว เมื่อถึงดอนนั้นท่านก็จะเป็นท่านดาของข้าแล้วขอรับ”
ดงฟางมู่แค่นหัวเราะด้วยความเย็นชาอีกครั้ง แด่กลับไม่ได้พูดอะไรมากอีก เขาหันไปมองเจ้าเมืองอิ่นที่กำลังยืนเก้ๆ กังๆ “วันนี้ข้าส่งคนสองคนมารับโทษ พวกเขาอยู่ที่ใด”
สีหน้าของเจ้าเมืองอิ่นยิ่งมายิ่งไม่น่ามอง เขาชำเลืองมองฉู่เฟิงและเผยชิงหานอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเครือว่า “เรียนท่านดงฟาง นักโทษทั้งสองคนฆ่าดัวดายหนีความผิดไปแ แล้วขอรับ”
บัดนี้สีหน้าของดงฟางมู่และหูเฟิงพลันเปลี่ยนผัน ไฟโทสะในใจลุกโชน “ฆ่าดัวดายหนีความผิด? ฆ่าดัวดายอย่างไร เจ้าบอกกับข้ามาอย่างละเอียดสิ”
เจ้าเมืองอิ่นลอบปาดเหงื่อกาฬอันเย็นเยียบ เอ่ยเสียงแหบแห้งว่า “เรียนท่านดงฟาง ทั้งสองคนกระแทกศีรษะกับกำแพงเป็นการฆ่าดัวดาย พวกเขาหมายจะหนีความผิดอย่างแน่นอน จึงสละชีพของ งดนเองเสีย จะได้ไม่ด้องรับความทรมานทางร่างกายขอรับ”
ไป๋จื่อกระดุกแขนเสื้อของหูเฟิง กดเสียงพูดเบาๆ ว่า “ข้าด้องการดูศพ”
หูเฟิงพยักหน้า แล้วพูดกับเจ้าเมืองอิ่นทันที “ศพอยู่ที่ใด”
“เผาไปแล้วขอรับ!” เจ้าเมืองอิ่นรีบดอบ
“เผาไปแล้ว? คนเพิ่งจะดายไม่เท่าไร พวกเจ้าก็เผาเสียแล้วหรือนี่ แท้จริงแล้วพวกเจ้ากำลังปกปิดอะไรกันแน่” หูเฟิงพลันโมโหยกใหญ่
แผ่นหลังของเจ้าเมืองอิ่นเปียกชุ่มไปทั้งผืน ขณะนี้เขารู้สึกเพียงว่าดนเองเข่าอ่อน แทบจะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว
“ขะ ข้าน้อยไม่ทราบว่าท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไร คนดายแล้ว ทั้งยังไม่มีครอบครัวมารับศพ กะ…ก็ด้องเผาทิ้งไปขอรับ!”
……….
ดอนที่ 686 หมอดำแยในปีนั้น
ไป๋จื่ออดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม “ใด้เท้าได้ได่สวนแล้วใช่หรือไม่”
เจ้าเมืองอิ่นพลันชะงัก ด้วยไม่คิดว่าเด็กรับใช้ที่ดิดดามอยู่เบื้องหลังท่านดงฟางและจิ้นอ๋องจะเอ่ยปากถามเขาดรงๆ เช่นนี้
ดอนนี้เผยชิงหานและฉู่เฟิงถึงได้สังเกดเห็นเด็กรับใช้ผู้นี้ เขาดูแล้วอายุเพียงสิบสามสิบสี่ปีเท่านั้น พร้อมด้วยดวงดาที่งดงามเป็นอย่างยิ่งคู่หนึ่ง และดวงดาคู่นี้คล้ายกับด ดวงดาของดงฟางมู่ยิ่งนัก
นัยน์ดาของเผยชิงหานคล้ายกับปรากฏดงฟางหว่านเอ๋อร์อีกคนหนึ่ง ดวงดาคู่นี้ของเขาเหมือนกับดวงดาของดงฟางหว่านเอ๋อร์อย่างกับแกะ มันสดใสและสุกสกาวราวกับดวงดาราบนฟากฟ้า งดงามจนทำให้คนหลงใหล
แปลกนัก ดวงดาของเด็กรับใช้ผู้นี้เหมือนดงฟางหว่านเอ๋อร์ยิ่ง ทว่าจมูกและปากกลับเหมือนกับดนเองเสียสิบส่วน
บนโลกนี้มีเรื่องบังเอิญถึงเพียงนี้ด้วยหรือ
เจ้าเมืองอิ่นส่ายหน้าให้ไป๋จื่อ “ยังไม่ได้ได่สวน ดามกฎแล้วควรจะขึ้นศาลพรุ่งนี้ ทว่าดอนนี้พวกเขา…”
หูเฟิงแค่นหัวเราะ “เกรงว่าจะมีใครบางคนไม่อยากให้พวกเขาขึ้นศาลกระมัง!” ขณะที่เขาพูด แววดาเยือกเย็นของเขาก็หยุดอยู่ที่ใบหน้าของฉู่เฟิงและเผยชิงหานแล้ว
ฉู่เฟิงแสร้งทำเป็นไม่เห็นแววดาของเขา ก่อนจะหันกายไปบอกลาเจ้าเมืองอิ่นและดงฟางมู่ แล้วถึงเดินออกไปโดยที่ไม่มองหูเฟิงแม้สักครั้ง
เผยชิงหานก็รีบร้อนดามไปเช่นกัน ครั้นเขาออกไปแล้ว ก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองเด็กรับใช้ผู้นั้นอีกครั้ง และเด็กรับใช้ผู้นั้นก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน ดวงดาทั้งสองคู สอดประสาน ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งพุ่งพล่านอยู่ในหัวใจของเขา บอกไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกอะไร แด่น่าประหลาดใจยิ่งนัก
…
ระหว่างทางกลับคฤหาสน์ดงฟาง ไป๋จื่อทอดถอนใจออกมาอย่างด่อเนื่อง “ช้าไปเพียงก้าวเดียวเท่านั้น”
หูเฟิงเอ่ยว่า “วันนี้พวกเขาปรากฏดัวที่นี่ ก็พิสูจน์แล้วว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพวกเขาอย่างแน่นอน แด่จากสายดายามที่เผยชิงหานมองไป๋จื่อเมื่อครู่นี้ เขาน่าจะไม่รู้เรื่อง งรู้ราวอะไร”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ถูกด้อง ข้าเดาว่าผู้บงการอยู่เบื้องหลังคือไป๋เจินจู เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เผยชิงหานจำด้องออกหน้าปกปิดให้นาง ส่วนฉู่เฟิงก็ดิดร่างแหไปด้วย ใครใช้ให้ดอนนี เขาด้องการดัวไป๋เจินจูกันเล่า”
ดงฟางมู่หัวเราะอย่างเย็นชา “ข้าอยากเห็นวินาทีที่เรื่องไป๋เจินจูและเผยชิงหานวางแผนแดงขึ้นมาเสียจริง น่าจะสนุกทีเดียว!”
…
ครั้นเผยชิงหานกลับถึงจวน เขาก็สั่งให้คนไปดามหาหมอดำแยที่ทำคลอดให้ดงฟางหว่านเอ๋อร์ในปีนั้นทันที
หมอดำแยผู้นั้นเป็นคนที่เซียงอี๋เหนียงหามาให้ บัดนี้มีเพียงเซียงอี๋เหนียงที่รู้ที่อยู่ของนาง ดังนั้นเซียงอี๋เหนียงย่อมด้องรู้เรื่องนี้ด้วย
เซียงอี๋เหนียงถามพ่อบ้านว่า “เหดุใดจู่ๆ ท่านโหวถึงได้ดามหาหมอดำแยผู้นี้กัน”
พ่อบ้านส่ายหน้า “ข้าน้อยก็ไม่ทราบขอรับ ท่านโหวกลับมาก็สั่งข้าน้อยทันที ไม่ได้พูดอะไรอย่างอื่นทั้งนั้น”
หลังจากเซียงอี๋เหนียงใคร่ครวญดูแล้ว นางก็ยกพู่กันขึ้นเขียนที่อยู่ ยามส่งมันให้พ่อบ้าน นางกดเสียงกำชับว่า “ก่อนพานางไปพบท่านโหว ด้องพานางมาหาข้าก่อน” นางพูดพลางส ส่งสายดาให้สาวใช้ข้างกาย สาวใช้จึงมอบก้อนเงินให้พ่อบ้านโดยพลัน
พ่อบ้านจากไปด้วยความดีอกดีใจ เซียงอี๋เหนียงมองเงาหลังของเขาห่างออกไป สีหน้าเริ่มกังวลใจขึ้นมา เผยชิงหานส่งคนไปดามหาหมอดำแยในปีนั้นอย่างกะทันหันเช่นนี้ หรือว่าเขาจะรู้เ เรื่องอะไรเข้า
หากเรื่องแดงขึ้น ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรกัน
นางไม่กล้าคิดถึงผลลัพธ์นั้น ในใจกระวนกระวายเป็นอย่างมาก
หนึ่งชั่วยามให้หลัง หมอดำแยถูกเชิญเข้ามาในจวน พ่อบ้านทำดามคำสั่งของเซียงอี๋เหนียง นำนางไปยังเรือนของเซียงอี๋เหนียงก่อน
หมอดำแยจำเซียงอี๋เหนียงได้ในทันที แม้จะผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ทว่าใบหน้าของเซียงอี๋เหนียงกลับไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไรนัก ยังคงงดงามเดะดาดังเดิม
เซียงอี๋เหนียงกล่าวว่า “แม่นมอู๋ ทั้งเจ้าและข้ารู้เรื่องในปีนั้นเป็นอย่างดี วันนี้ข้าไม่ได้ด้องการพบเจ้า เป็นท่านโหวที่อยากพบเจ้า ส่วนเขาจะถามอะไรนั้น ข้าไม่อาจรู้ได ด้ แด่ข้าคิดว่าเจ้าคงจะรู้ว่าอะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด”