คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 691 ผู้มีพระคุณ / ตอนที่ 692 จับต้นชนปลายไม่ถูก
ตอนที่ 691 ผู้มีพระคุณ
เมิ่งหนานจามครั้งหนึ่ง ก่อนจะรีบถามว่า “ตอนนี้พวกข้าเข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่”
เด็กรับใช้เบี่ยงกายไปด้านข้าง เขายิ้มเจื่อนเอ่ย “แน่นอนขอรับ ได้แน่นอน เชิญท่านทั้งสองขอรับ!” ที่จริงเขาควรจะเข้าไปรายงานตั้งนานแล้ว ทว่าจู่ๆ จิ้นอ๋องก็ใช้งานเขาไปทำอย่ างอื่น ถึงได้ล่าช้ามาจนถึงตอนนี้
เมิ่งหนานเร่งฝีเท้าก้าวเข้าไป ระหว่างทางถามไถ่เด็กรับใช้ที่นำทางอยู่ด้านหน้าไม่ขาดปาก “แม่นางไป๋อยู่ที่จวนหรือไม่”
“นางมาที่นี่นานหรือยัง”
“พักนี้นางเป็นเช่นไรบ้าง”
“เหตุใดนางถึงอยู่ที่จวนนี้”
เด็กรับใช้ที่ทำหน้าที่นำทางไม่กล้าพูดสุ่มสี่สุ่มห้า จึงทำเป็นไม่ได้ยินคำถามเหล่านั้น และเร่งฝีเท้าเดินหน้าไปอย่างว่องไว
เมื่อมาถึงโถงหน้า ตงฟางมู่กำลังดื่มชากับหูเฟิงอยู่ข้างในนั้น ทั้งสองคนสนทนาไปพลาง หัวร่อต่อกระซิกกันไปพลาง ท่าทางสนิทสนมกันมาก
“ท่านตงฟาง!” นี่เป็นครั้งแรกที่เมิ่งหนานพบตงฟางมู่ แต่เขากลับเคยได้ยินเรื่องราวของตงฟางมู่มามากมาย ในใจมีความนับถืออยู่หลายส่วน
ตงฟางมู่โบกมือ “เจ้าคือเมิ่งหนานหรือ”
เมิ่งหนานโค้งตัวลงเล็กน้อย “ข้าคือเมิ่งหนานขอรับ ได้ยินชื่อเสียงของท่านตงฟางมานานแล้ว รู้สึกนับถือเป็นอย่างยิ่ง วันนี้มีโอกาสได้พบ นับว่าข้าโชคดีเสียจริงๆ”
หูเฟิงแค่นหัวเราะ “ปากหวานทีเดียวนะ คฤหาสน์ตงฟางก็ตั้งอยู่ที่เมืองหลวงมาโดยตลอด ไยไม่เห็นเจ้ามา วันนี้พอข้ามาที่นี่ เจ้าก็อยากมาพบอาจารย์ของข้าเลยหรือ”
เมิ่งหนานรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง เขาเงยหน้าขึ้นมองหูเฟิงครั้งหนึ่ง ทว่าไม่ได้พูดอะไร
ตงฟางมู่หัวเราะฮ่าๆ “เอาละๆ เจ้าพูดให้น้อยลงหน่อยเถอะ ผู้มาเยือนเป็นแขก ในเมื่อเขามาแล้วก็นับว่าเขาคิดเช่นนั้น”
จากนั้นเขาก็โบกมืออีกครั้งให้เมิ่งหนานหาที่นั่งลง จากนั้นก็สั่งเด็กรับใช้ให้มารินน้ำชา แล้วค่อยถามว่า “ข้าได้ยินจากจื่อเอ๋อร์มานานแล้ว ว่าตอนที่นางอยู่ที่หมู่บ้านหวงถ ถัวนั้น เจ้าเคยช่วยชีวิตนางเอาไว้ด้วย นางเห็นเจ้าเป็นมิตรแท้ และอยากหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนที่จวนอยู่เสมอ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมาที่นี่เสียก่อน”
“นางพูดเช่นนั้นจริงหรือขอรับ นางคิดจะไปหาข้าจริงหรือ” เมิ่งหนานดีใจมาก
ตงฟางมู่พยักหน้า “เป็นเช่นนั้น หากไม่เชื่อ อีกเดี๋ยวเจ้าก็ลองถามนางเอาเองแล้วกัน”
หูเฟิงมีสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก จึงเบือนหน้าหนีไป ไม่มองเมิ่งหนานอีก
ไม่นานนักก็มีเด็กรับใช้นำทางไป๋จื่อมาที่โถงหน้า นางเห็นเมิ่งหนานนั่งอยู่ในโถงแต่ไกล จึงอดเร่งฝีเท้าขึ้นไม่ได้ ทันทีที่เข้าไปด้านในก็กล่าวว่า “พี่ใหญ่เมิ่ง ท่านมาได้อย่างไร ร”
เมิ่งหนานลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยพลัน เขาก้าวเข้าไปหานาง พลางมองเด็กสาวที่สบายดีอยู่เบื้องหน้านี้ ดูท่าทางนางจะสูงขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ทีเดียว สีหน้าสดใส สวมเสื้อผ้าที่ไม่นับว ว่างดงาม ทว่าเหมาะสมกับร่างกายของนางอย่างยิ่ง ขับเน้นให้นางสะสวยชวนมองจริงๆ เขามองดูแล้วก็อยากแต่จะเอ่ยปากชมเท่านั้น
เขาตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นเสียจนไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรไปชั่วขณะ ทำได้เพียงจ้องมองไป๋จื่ออย่างตกตะลึง ทว่าในใจก็อยากตำหนิอยู่บ้าง ในที่สุดจึงเอ่ยปากออกไป “เด็กสาวผู้นี้ มาเ เมืองหลวงแล้วก็ไม่ไปหาข้า ทำเอาข้าทุกข์ทรมานรออยู่ตั้งหลายวัน”
“ทุกข์ทรมาน? ท่านทุกข์ทรมานอะไรหรือ” ไป๋จื่อไม่เข้าใจ
จินเสี่ยวอันที่อยู่ข้างๆ รีบพูดแทรก “แม่นางไป๋ เจ้าไม่รู้เสียแล้ว ตั้งแต่ที่คุณชายทราบว่าเกิดเรื่องที่หมู่บ้านหวงถัว เขาก็คิดแต่จะไปหาเจ้าที่นั่น ทว่าฮูหยินของพวกข้าล้ มป่วยเสียก่อน เขาจึงปลีกตัวไปไม่ได้ ได้แต่ทุกข์ทรมานรอจดหมายของเถ้าแก่เฉินทุกคืนวัน ทุกสามวันจะมีจดหมายมาหนึ่งฉบับ ทว่าก็ได้แต่ผิดหวังทุกครั้งไป หากวันนี้คุณชายเคอไม่ มาบอกข่าวถึงที่ ตอนนี้ก็คงจะยังไม่รู้ว่าเจ้ามาที่เมืองหลวงแล้ว”
ไป๋จื่อมีสีหน้ารู้สึกผิด หลายวันมานี้นางง่วนอยู่กับการรักษาอาการป่วยของตงฟางหว่านเอ๋อร์ ไม่มีกะใจสนเรื่องอื่น เดิมทีนางคิดเอาไว้ว่าจะไปเยี่ยมเสียนเอ๋อร์ด้วย ทว่าตอนนี้ก ก็ยังไม่ได้ไปเช่นกัน
“พี่ใหญ่เมิ่ง เป็นข้าไม่ดีเอง ข้าควรจะไปพบท่านตั้งนานแล้ว”
เมิ่งหนานถอนใจเสียงหนึ่ง ก่อนจะยิ้มว่า “ช่างเถอะ เจ้าไม่ไปพบข้าก็ย่อมต้องมีเหตุผลของเจ้า ข้าไม่กล่าวโทษเจ้าหรอก แต่วันนี้เจ้าต้องให้ข้าอยู่กินมื้อเย็นด้วย หากเจ้าไม่ทำเช ช่นนั้น ข้าจะไม่ยอมไปไหนเชียว”
……….
ตอนที่ 692 จับต้นชนปลายไม่ถูก
ตงฟางมู่หัวเราะเสียงดัง “เจ้าหนุ่มคนนี้ไม่รู้จักเกรงใจเสียจริง ดี ข้าชอบความกล้าเช่นนี้ของเจ้ายิ่งนัก วันนี้ก็อยู่กินมื้อเย็นที่นี่ ให้จื่อเอ๋อร์ทำอาหารที่เจ้าชอบสักสอง อย่างเป็นอย่างไร”
เมิ่งหนานรีบพยักหน้า “ดีขอรับ ข้าชอบกินเกี๊ยว จีตั้นปิ่ง น้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นข้าวโพด ไก่ผัดพริก ปลาเจี๋ยนเหล้า…”
เขาร่ายรายนามอาหารออกมารวดเดียวสิบอย่าง ทั้งหมดล้วนเป็นอาหารที่ไป๋จื่อเคยทำ และเขาจดจำไว้ไม่เคยลืมเสมอมา
ตงฟางมู่ได้ฟังแล้วก็เหม่อลอย เริ่มรู้สึกเสียดายที่รั้งเขาไว้กินมื้อเย็นด้วย
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ ข้าไว้หน้าเจ้าสามส่วน เจ้าก็เริ่มเหิมเกริมเลยหรือนี่ เจ้าต้องการให้จื่อเอ๋อร์ของข้าเหนื่อยตายหรืออย่างไร อาหารมากมายขนาดนั้น เจ้ากินหมดหรือ”
เมิ่งหนานหัวเราะแห้งๆ พลางเกาศีรษะ “ข้าเพียงพูดไปเรื่อยเปื่อยขอรับ ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดก็ได้ ทำเพียงครึ่งหนึ่งก็เป็นอันใช้ได้แล้วขอรับ”
“ครึ่งหนึ่ง?” ตงฟางมู่เลิกคิ้ว
“ไม่ใช่ๆ สามอย่าง สามอย่างก็พอแล้วขอรับ” เมิ่งหนานรีบโบกมือปฏิเสธ
คราวนี้ตงฟางมู่ถึงค่อยพอใจ เขาตบบ่าเมิ่งหนาน “เจ้าหนุ่ม เป็นคนต้องรู้จักพอนะ!”
“ขอรับ!” เมิ่งหนานหัวเราะแหะๆ ไม่ยอมหยุด
หูเฟิงลุกขึ้นยืน กล่าวกับไป๋จื่อว่า “ข้าจะเป็นลูกมือให้เจ้าเอง”
เมิ่งหนานรีบเข้าไปใกล้ “ข้าก็เป็นลูกมือให้เจ้าได้ ให้ข้าร่วมด้วยเถอะ!”
“คุณชายเมิ่ง เจ้าทำเป็นอะไรเป็นบ้างหรือ” หูเฟิงแค่นหัวเราะ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งหนานพลันคิดอยู่นานมาก แต่ก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่าเขาทำอะไรเป็นบ้าง ทว่าจู่ๆ ก็ปรบมือ “โอ้! ข้านึกออกแล้ว ข้าเติมฟืนเป็น ข้าช่วยพวกเจ้าเติมฟืนใ ในเตาไฟได้”
หูเฟิงส่ายหน้า “หน้าที่นั้นย่อมมีคนทำอยู่แล้ว เจ้าผัดผักเป็นหรือไม่”
“ไม่เป็น!” เมิ่งหนานส่ายหน้า
“ห่อเกี๊ยวเป็นหรือไม่” หูเฟิงถามอีก
เมิ่งหนานส่ายหน้าอีกครั้ง “ไม่เป็น!”
หูเฟิงจึงยักไหล่ “เช่นนั้นเจ้าก็รอกินเถอะ” กล่าวจบเขาก็จูงมือไป๋จื่อเดินออกไป
ครั้นเห็นเมิ่งหนานมีสีหน้าผิดหวัง ตงฟางมู่ก็ตบไหล่ของเขาอีก พลางยิ้มเอ่ยว่า “เจ้าหนุ่ม นั่งลงเถอะ ในเมื่อเจ้าช่วยงานในครัวไม่ได้ เช่นนั้นก็อยู่เสียที่นี่ อยู่คุยเล่น นเป็นเพื่อนข้าก็แล้วกัน”
เมิ่งหนานทำได้เพียงนั่งลง ความสงสัยในใจเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จึงถามออกไปเสียเลย “ท่านตงฟาง เหตุใดไป๋จื่อถึงอยู่ที่นี่หรือขอรับ ท่านรู้จักกับนางตั้งแต่เมื่อใด”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าไม่รู้สึกว่าไป๋จื่อหน้าตาเหมือนข้าบ้างหรือ” ตงฟางมู่กล่าวอย่างอารมณ์ดี
เมื่อวาจานี้ออกมาจากปากของอีกฝ่าย เมิ่งหนานก็หวนคิดอย่างละเอียด เป็นจริงตามนั้น ดวงตาคู่นั้นของไป๋จื่อเหมือนกับตงฟางมู่ที่อยู่เบื้องหน้ายิ่งนัก
“คนที่รู้เรื่องนี้มีไม่มาก และเพราะเจ้าเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตของจื่อเอ๋อร์ ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ข้าถึงได้จะบอกเจ้า”
เมิ่งหนานนั่งหลังตรงแหน็วในทันที ตั้งอกตั้งใจฟัง
ตงฟางมู่เอ่ยว่า “ที่จริงแล้วจื่อเอ๋อร์คือหลานสาวของข้าที่หายตัวไปหลายปี พวกข้าบังเอิญพบกันที่เมืองฉี ตอนนั้นแม่ของนางป่วยหนักมาก นางพบเห็นเข้าพอดี นี่อาจจะเป็นบัญชาสว วรรค์ก็ได้ ทุกอย่างถึงได้พอเหมาะพอเจาะเช่นนี้”
เมิ่งหนานตกใจจนอ้าปากค้าง ลอบเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ ในใจ ตงฟางมู่มีบุตรีคนหนึ่ง เมื่อสิบกว่าปีก่อนนางแต่งให้กับเผยชิงหานแห่งจวนชางหยวนโหยว ให้กำเนิดบุตรีคนหนึ่ง ทว่ ายังไม่ทันครบเดือนดีก็สิ้นชีพ ก่อนหน้านี้เขาได้ยินว่าเผยชิงหานนำตัวบุตรีคนนี้กลับมาแล้ว อีกทั้งบุตรีคนนี้ก็มีหมั้นหมายกับจิ้นอ๋องด้วย
เขานึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ เมื่อหลายวันก่อนเขาได้ยินมาอีกว่าเซียวอ๋องไปสู่ขอที่สกุลเผย แม้กระทั่งกำหนดวันแต่งงานไว้แล้ว…นี่มันเรื่องอะไรกัน
ด้วยนิสัยของหูเฟิงแล้ว จะยอมให้เรื่องราวบานปลายไปถึงขั้นนี้ แต่เจ้าตัวยังคงทำเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้นได้อย่างไร
อีกทั้งตอนนี้ไป๋จื่อก็ควรอยู่ที่จวนชางหยวนโหวไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงอยู่ที่นี่
เมื่อเห็นเขามีสีหน้างุนงง ตงฟางมู่ก็ยิ้มว่า “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้เจ้ากำลังจับต้นชนปลายไม่ถูกกระมัง”