จอมศาสตราพลิกดารา - บทที่ 524 แนวโน้ม จากไป
เรื่องแรกที่หลี่มู่ทําหลังจากกลับประเทศคือทําเก็บตัวฝึกฝน คิด
ทบทวนประสบการณ์การต่อสู้
บนโลกขาดแคลนพลังฟ้าดิน หลังจากศึกตะวันออกกลาง ปราณ
แท้ในกายของหลี่มู่ลดลงไปสองในสามส่วนขึ้นไป ทําได้แค่รอการเปิด
ของแดนเซียนครั้งต่อไปเพื่อเสริมพลังเท่านั้นแล้ว
แต่ว่า ต่อให้ปราณแท้ในกายใช้จนหมดสิ้น ความแข็งแกร่งทางกาย
เนื้อของหลี่มู่ก็มากพอที่จะพัดกวาดผู้แข็งแกร่งคนใดบนโลกก็ตามแต่
ดังนั้นจึงไม่กลัวแม้แต่น้อย
ประเด็นคือศึกที่สู้กับมังกรร้ายสีดําหลี่มู่ได้รับบาดเจ็บ จําเป็นต้อง
รักษาอาการบาดเจ็บก่อน
ส่วนงานสืบหาผู้ทรยศในฝ่ายทหารก็ดําเนินไปอย่างราบรื่น เป็น
รองผู้อํานวยการจัดงานประลองยุทธ์สือพั่วจวินคบค้ากับยอดฝีมือ
ผู้ก่อการร้าย ‘อูฐทราย’ เมื่อก่อนหน้านี้ ขายผลประโยชน์ชาติแลกกับ
ทรัพยากรฝึกฝนสือพั่วจวินมาจากสํานักห้าธาตุหนึ่งในเจ็ดสํานักศักดิ์สิทธิ์ มีชาติ
กําเนิดเป็นคนในยุทธจักร เรื่องราวการเข้าร่วมกองทัพของเขาคล้าย
กับฟ่านจู่อั๋ง ก่อนหน้านี้แสดงท่าทีกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก คิดไม่ถึง
ว่าจะแอบคบค้ากับพวกผู้ก่อการร้าย เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรที่ลัทธิ
เทพแท้จริงเอามาจากแดนเซียน ไม่เสียดายที่จะขายผลประโยชน์ของ
ประเทศ
จากการถอดเนื้อหาในแฟลชไดร์ฟอันนั้น และการสืบหาภายใน
ฝ่ายทหาร สือพั่วจวินในที่สุดก็ยากจะหลบหนี
สุดท้ายพวกลู่เฮ่าหรานสํานักเทวินทร์ และเจ้าสํานักเขาโบราณลง
มือด้วยตนเอง สังหารสือพั่วจวินที่อวดอ้างถือดี ณ เขาฉีเหลียน
ส่วนพวกลู่เฮ่าหรานที่ได้รับการถ่ายทอด ‘วิชาฝึกลมหายใจ’ อีกทั้ง
ผ่านการหล่อเลี้ยงจากพลังฟ้าดินอันเต็มเปี่ ยมจากแดนเซียนเขาฉิน
หลิ่ง พลังพุ่งเพิ่มพรวด ทําลายข้อติดขัด อยู่เหนือสือพั่วจวินที่ใช้
ทรัพยากรของพวกผู้ก่อการร้าย แอบฝึกฝนเก็บซ่อนพลัง ในสามสี่
เดือนที่ผ่านมา พวกกลุ่มสํานักชมดารา สํานักปราณแท้ที่สือพั่วจวิน
แอบดึงเป็นพวกก็ถูกลากออกมาด้วยเช่นกัน
ผ่านการต่อสู้ศึกนี้ เจ็ดสํานักศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นห้าสํานักศักดิ์สิทธิ์
สํานักชมดาราและสํานักปราณแท้ถูกตัดชื่อออกและการร่วมมือระหว่างฝ่ายทหารและยุทธจักรก็นับว่าเป็นการ
เริ่มต้นที่ดี
หลี่มู่มอบอาวุธสมัยปัจจุบัน เอกสารและข้อมูลต่างๆ ทั้งหมดที่ได้
จากโกดังห้องทํางานใต้ดินของลัทธิเทพแท้จริงให้กับฝ่ายทหาร ส่วน
สมุนไพร ผลไม้ แร่ และทรัพยากรฝึกฝนต่างๆ ที่ได้จากที่นั่นก็แบ่งเป็น
สามส่วน สองส่วนมอบให้กับประเทศและรัฐบาล อีกส่วนหนึ่งมอบ
ให้กับยุทธจักรจีน
สําหรับงานประลองยุทธ์ที่จัดโดยรัฐบาลหลี่มู่นั้นไม่ได้เข้าร่วมด้วย
สําหรับหลี่มู่ การคัดเลือกอัจฉริยะและผู้มีความสามารถในยุทธ
จักรจบไปตั้งแต่การเดินทางไปยังแดนเซียนเขาฉินหลิงแล้ว หากเขาไป
ร่วมงานประลองยุทธ์อีก นั่นคือการไปรังแกคนอื่น
ลู่เฮ่าหรานเจ้าสํานักเทวินทร์ชื่อเสียงบารมีกว้างไกล เป็นเจ้าแห่ง
ยุทธจักรคนที่หนึ่งโดยไร้ซึ่งข้อโต้แย่ง
นี่คือผู้นําที่รัฐบาลต่างยอมรับ มีน�าหนักมากๆ ไม่ใช่น�าหนักแค่คน
สามคนห้าคนในสังคมชี้นิ้วแต่งตั้งเจ้ายุทธจักรกันเองแบบนั้น
เซียวตง ลูกศิษย์ของหลี่มู่ แสดงออกได้เยี่ยมยอดมาในการ
ประลองยุทธ์ ส่องประกายเจิดจรัสร่วมกับลู่ซวิ่นสํานักเทวินทร์ ลั่ว
เสวียนซินผู้ฝึกไร้สังกัด และเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งที่ชื่อว่าชิวสุ่ยหมิง ได้รับการขนานามว่า ‘หยกทั้งสี่แห่งยุทธจักร’ กลายเป็นผู้เยี่ยมยุทธที่เป็นที่
เป็นที่ยอมรับว่าเป็นผู้มีความหวังที่จะฝึกฝน ‘วิชาฝึกลมหายใจ’ จนถึง
ขั้นสูงสุดได้ในสิบปีข้างหน้า และก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของ
สมาคมยุทธจักรแห่งประเทศจีนโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เช่นกัน
ภายใต้การชี้แนะอย่างตั้งใจจากฝ่ายทหารและหลี่มู่ งานประลอง
ยุทธ์ครั้งนี้ทําลายการจัดลําดับอาวุโสสังคมยุทธจักรเก่าที่ดูความอาวุโส
ที่คุณสมบัติ ไม่ดูที่ความสามารถ เด็กหนุ่มที่พรสวรรค์ไม่ธรรมดามีใจ มี
ความคิดก้าวหน้าและใจที่จะตอบแทนประเทศต่างแสดงความสามารถ
ให้เห็น ได้รับการยอมรับในยุทธจักร
สุดท้ายหลี่มู่ได้รับมอบชื่อ ‘เทพแห่งยุทธ์’ ยุทธจักรของจีนเคารพ
บูชา
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ลําพังแค่ ‘วิชาฝึกลมหายใจ’ ที่สร้าง
คุณูปการให้กับยุทธจักร ศึกตะวันออกกลางที่สังหารจนทั่วโลกสั่น
สะท้านก็มากพอที่จะได้รับเกียรติเช่นนี้แล้ว
หลังจากผ่านการประลองยุทธ์ครั้งนี้ รัฐบาลก็ชักนํา จัดการดูแลคน
ในยุทธจักรได้เป็นรูปเป็นรอยอย่างช้าๆ
เพราะการปรากฏตัวและการสยบจากหลี่มู่ การจัดการดูแลผู้
แข็งแกร่งชั้นยอดและขอบเขตวิถียุทธ์ของประเทศจีนเดินนําหน้าทั่วโลกอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่มีทางเกิดสถานการณ์ที่ผู้แข็งแกร่งอาศัยพลัง
ของตนต่อกรกับประเทศ และก็ไม่มีทางเกิดเรื่องที่ขั้วอํานาจผู้แข็งแกร่ง
บางขั้วร่วมมือกันต่อรองกับรัฐบาล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงข้ามคือประเทศ
ใหญ่ยักษ์ประเทศอื่น ในด้านนี้กลับเห็นได้ชัดว่าเจอกับอุปสรรค ทําได้
แค่เป็นฝ่ายตามใจ ยื่นข้อเสนอ โอนอ่อนกับผู้แข็งแกร่ง และผู้มีพลัง
พิเศษเหมือนกับยอดมนุษย์พวกนั้น
ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน ความวุ่นวายและการต่อสู้ทั้งในที่แจ้งและที่
ลับที่ ‘ฮาร์บินเจอร์’ สร้างขึ้นก็จบลง
สมาชิกสํารวจประเทศต่างๆ ก็กลับประเทศได้ราบรื่น สมาชิกที่
หายตัวไปทั้งสามคนก็ต่างถูกส่งกลับประเทศของตัวเองเช่นกัน…
หลังจากได้เห็นภาพศึกที่ตะวันออกกลาง อีกทั้งหลี่มู่บอกว่าหากปล่อย
คนตามกําหนดเวลาก็จะไม่สืบสาวราวเรื่อง ประเทศและกลุ่มที่วางแผน
อยู่เบื้องหลังและลักพาตัวสมาชิกทั้งสามคนนี้ก็ไม่กล้าดําเนินแผนการ
ของตัวเองอีกต่อไป พลังสยบที่เทพสังหารแห่งบูรพาสําแดงออกมาช่าง
แข็งแกร่งเกรียงไกรนัก
สุดท้าย ‘ฮาร์บินเจอร์’ ก็อยู่ในเขตประเทศจีน ไม่ได้ส่งมอบออกไป
ประเทศจีนอนุญาตให้ประเทศใหญ่ต่างๆ ส่งนักวิจัยมายัง
ห้องทดลองที่ฐานปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียนร่วมกันทําการวิจัยได้ นี่เป็น
เงื่อนไขที่ยอมอ่อนข้อให้สุดๆ แล้วประเทศต่างๆ ก็ไม่มีข้อขัดแย้งใดกับข้อเสนอนี้
ขั้นตอนการต่อรองที่เป็นรายละเอียดหลี่มู่เองก็ไม่รู้ และก็ไม่ได้
สนใจด้วย
เรื่องเฉพาะทางก็ปล่อยให้คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญไปจัดการ
เวลาผ่านไป
หลี่มู่เอาเวลาส่วนใหญ่ไปไว้กับด้านฝึกฝนอบรมผู้แข็งแกร่งในยุทธ
จักรของจีน
เขาก้าวไปทั่วทุกหัวระแหง ทุกประเทศบนโลก ประหนึ่งเทพมังกร
เห็นหัวไม่เห็นหาง เจอคนมากมาย ทั้งฆ่าคนและช่วยคน เจอผู้มีแวว
ฝึกฝนวิถียุทธ์ไม่น้อย ทําการถ่ายทอดวิชาแตกต่างกันไปให้ และประมือ
คบค้า แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มผู้มีพลังพิเศษทั่วโลก ไม่แบ่งประเทศ
ไม่แบ่งชาติพันธุ์ ขอแค่อุปนิสัยซื่อสัตย์ พึ่งพาได้ เมื่อเจอผู้มีแววจริงๆ ก็
จะรับไว้เป็นลูกศิษย์ ให้การฝึกฝน สั่งสอน
เขาเคยพาลั่วเสวียนซินไปพบเผ่าแวมไพร์ที่โรมาเนีย และก็พา
ชิวสุ่ยหมิงที่ฝึกฝนวิชาธาตุน�าดําลงไปในจุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร ไป
พบสัตว์ประหลาดน�าน่ากลัวที่ซ่อนตัวอยู่ในทะเลลึก พาลู่ซวิ่นบินไปยัง
ท้องฟ้าสูง พาเซียวตงปีนภูเขาทุกลูกบนโลก พาคนเยี่ยมยอดที่เขาเจอไปยังสถานที่ฝึกฝนที่เหมาะเหมาะกับพวกเขา ถ่ายทอดวิชา ไขข้อข้อง
ใจ
ทั่วโลกต่างเล่าลือตํานานของเทพวิถียุทธ์แห่งตะวันออก
ขั้วอํานาจและกลุ่มที่แอบทําเรื่องชั่วพวกนั้นก็ยากจะหนีฝีมืออัน
เหี้ยมโหดของหลี่มู่ไปได้ ถูกขุดลากถอนโคนทําลายสิ้นซาก ไม่ปราณี
เลยแม้แต่น้อย
ไม่นาน ท่าทางของโลกก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
ลัทธิเลวร้าย กลุ่มผู้ก่อการร้ายต่างๆ หายไป
พวกใจทะเยอทะยานก่อเรื่องเดือดร้อนไปในพื้นที่แถบหนึ่ง กลุ่ม
ทหารที่ใจทะเยอทะยานก่อเรื่องชิงอํานาจก็หายไปเช่นกัน
สําหรับพวกจอมปลอมมอมเมาจิตใจคน ใบหน้าเมตตาจอมปลอม
แสร้งทําตัวเป็นคนดีพวกนั้น เขาก็ไม่ปราณีเช่นกัน
โลกมีเวลาเตรียมตัวแค่ยี่สิบปีเท่านั้น
ตอนนี้เหลืออีกไม่ถึงสิบสี่ปี
หลี่มู่เดาว่า ‘การอพยพ’ ที่ซินแสเฒ่าว่าเป็นไปได้ว่าหมายถึงวันที่
พลังกฎแห่งเต๋าในระบสุริยะหายไป สิบสี่ปีให้หลัง พลังปกป้องนี่หายไปโลกทําได้แค่เผชิญหน้ากับศัตรูโหดเหี้ยมที่ทะลักเข้ามาจากห้วง
มหาสมุทร ถึงตอนนั้นหากพลังเทคโนโลยีของโลก หรือพลังวิถียุทธ์
ต้านทานพวกนอกโลกไม่ได้ล่ะก็ เช่นนั้นชะตาของสรรพชีวิตบนโลก
และโลกที่รออยู่ก็มีเพียงแค่ถูกทําลาย และหายไปเท่านั้นแล้ว
เวลาสิบสี่ปีนั้นสั้นนัก หลี่มู่ไม่มีเวลาไปถกปัญหาเรื่องมนุษยธรรม
ถูกผิด สิทธิมนุษยชนกับพวกนักวางแผน พวกคนจอมปลอมพวกนั้น
เขาใช้วิธีอันโหดเหี้ยม ถอน ‘วัชพืช’ พวกนี้ถึงจะรับประกันได้ว่า
‘พืชดีๆ’ จะเติบโตบนโลก
ขั้วอํานาจของเขาได้ผลเก็บเกี่ยวที่ดีมาก
การร่วมมือ การติดต่อและความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ ถึง
ขั้นสูงสุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน
โลกเปลี่ยนเป็น ‘โลกไร้พรมแดน’ อย่างรวดเร็วกว่ายุคใดใน
ประวัติศาสตร์
เพียงชั่วพริบตา เวลาหนึ่งปีก็ผ่านไป
ในปีนี้ โลกมีแดนลับแล แดนเซียนสิบกว่าแห่งทยอยเปิดติดๆ กันหลี่มู่ผสานบันทึกของมังกรดําชั่วร้ายและความเข้าใจที่ตนสํารวจ
ความเข้าใจต่อแดนเซียน การสังเกตต่อคลื่นวนมิติในแดนเซียนก็ถึงขั้น
ละเอียดเป็นอย่างมาก
ฤดูใบไม้ผลิปี 2024
หมอกมิติสีขาวลอยตลบไปทั่วทั้งเทือกเขาฉินหลิ่ง
ห่างไปปีหนึ่ง แดนเซียนเขาฉินหลิ่งเปิดขึ้นอีกครั้ง
และในขณะเดียวกันนี้เอง แดนลับแลยี่สิบกว่าแห่งเล็กใหญ่อื่นๆ
ทั่วโลกที่เปิดออกเมื่อก่อนหน้านี้ ก็เปิดขึ้นพร้อมกัน
“ถึงเวลาแล้ว”
หลี่มู่เดินออกมาจากวัดโบราณหรานเติง มองไปยังหมอกหนาเวิ้ง
ว้างในเทือกเขาฉินหลิ่ง ใบหน้าฉายรอยยิ้ม
ครั้งนี้ไม่เหมือนกับการเปิดออกของแดนลับแลเล็กๆ กระจัด
กระจายพวกนั้น ครั้งนี้เป็นการเปิดออกของแดนเซียนขนาดใหญ่ทั่ว
โลก นั่นหมายความว่าสิ่งที่หลี่มู่อนุมานนั้นถูกต้อง เส้นทางติดต่อ
ระหว่างโลกกับเขตดาราบางแห่งนอกระบสุริยะอาจจะเปิดขึ้นอย่างเป็น
ทางการจากการเปิดออกของแดนเซียนขนาดใหญ่ครั้งนี้ หนึ่งปีที่ผ่านมาคลื่นวนมิติที่เขาผนึกไว้ในแดนเซียนเขาฉินหลิ่งขยายใหญ่ถึงเส้น
ผ่านศูนย์กลางหนึ่งหมื่นเมตรแล้ว
หลี่มู่ก้าวเข้าไปในหมอกมิติสีขาว
และในตอนนี้ ในแดนเซียนเขาฉินหลิ่งก็เริ่มมีผู้แข็งแกร่งหลายล้าน
คนจากขั้วอํานาจวิถียุทธ์ที่มาจากทั่วโลกเข้ามาสํารวจและฝึกฝนแล้ว
ตัวเลขนี้เทียบกับเมื่อหนึ่งปีก่อนแล้วเพิ่มขึ้นมาหลายร้อยเท่า แต่ก็
ยังคงเหมือนโปรยทรายลงไปในมหาสมุทร สําหรับโลกแดนเซียนเขาฉิน
หลิ่งกว้างใหญ่ไพศาล ช่างเล็กจ้อยไร้ค่า เหล่าผู้แข็งแกร่งถูกหมอกมิติ
ส่งไปยังที่แตกต่างกันในโลกใบนี้ ห่างกันหลายหมื่นลี้ บางทีจวบจนแดน
เซียนปิดตัวลง พวกเขาก็ไม่อาจได้เจอกัน โลกใบนี้กว้างใหญ่เหลือเกิน
หลี่มู่มาถึงหน้าคลื่นวนมิติ
“นายท่าน ท่านมาแล้วจริงๆ?”
หัวหน้าหน่วย ‘เหล็กทมิฬ’ จากเยอรมัน คามิลสาวผมทองที่สวย
จนชวนตะลึงคนนั้นพาเบลทีน่าคอยเฝ้าอยู่ที่คลื่นวนมิติ เมื่อเห็นหลี่มู่
ปรากฏตัวขึ้น ในดวงตางดงามก็เต็มไปด้วยความบูชาและศรัทธา หนึ่งปี
ที่ผ่านมา หลี่มู่เคยไปที่หน่วย ‘เหล็กทมิฬ’ ได้พูดคุยอะไรกับคามิล และ
ก็ได้ชี้แนะวิชาที่เธอฝึกฝน ตอนนี้ทั่วโลกต่างรู้แล้วว่า ‘เทวะกระบี่’ คามิล ผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งของเยอรมัน เป็นผู้บูชาและศรัทธาในหลี่มู่
อย่างบ้าคลั่ง
หลี่มู่ยิ้ม
เขาค่อนข้างจะปวดหัวหัวหน่อยๆ กับการตามจีบเป็นฝ่ายรุกอย่าง
กระตือรือร้นของผู้หญิงคนนี้จริงๆ
การเลือกหรือทิ้งความรู้สึกเป็นจุดอ่อนของเขามาโดยตลอด
“ผมจะเข้าไปในคลื่นวนมิติมุ่งหน้าไปห้วงดารานอกพิภพเพื่อทํา
การสํารวจ” หลี่มู่ตอบ
คามิลตอบอย่างร้อนรน “ฉันยินดีติดตามนายท่านไปด้วย คอยรับ
ใช้ข้างกายท่าน”
หลี่มู่ยิ้มตอบ “พลังของคุณยังไม่พอ เพิ่มการฝึกฝนอยู่ในโลกนี้
ก่อนเถอะ รอวันหนึ่ง ผมจะพาคุณไปในห้วงดาราสมุทรแน่นอน”
พูดจบ ร่างของหลี่มู่เพียงกะพริบก็แปลงเป็นแสงดาบเข้าไปใน
คลื่นวนมิติแห่งนี้
……………………………………