จอมศาสตราพลิกดารา - บทที่ 613 ผู้เป็นราชา
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
หลี่มู่เริ่มลงมือ ‘ขุดคุ้ย’ อย่างจริงจัง
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามเต็ม ในที่สุดเขาก็พบกับกระทู้แรกสุด บางส่วน เข้าใจถึงสาเหตุของเรื่องราว
“ให้ตายเถอะ วังประสานฟ้าอีกแล้ว”
หลี่มู่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ถูกสาดน�าครําเข้าเต็มเปา
วันนั้นที่ศิษย์วังประสานฟ้าเข้าเข่นฆ่าสังหารเจ้าของร้านผู้บริสุทธิ์ และผู้บําเพ็ญที่ถนนด้านใต้ หลี่มู่ยังรู้สึกไม่สบายใจเลย ตอนนั้นรู้สึกว่า ศิษย์วังประสานฟ้าเหล่านี้มันโหดเหี้ยมเกินไป โดยเฉพาะเจ้าคนที่ชื่อมู่ ซุ่น มีนิสัยเข่นฆ่าล้างเผ่าจริงๆ ไม่คิดว่าเจ้าพวกสุนัขจะมาไม้นี้อีกด้วย
มิน่าก่อนที่มู่ซุ่นจะตายในวันนี้ ได้พูดออกมาว่าสามารถช่วยตนเอง ล้างมลทินให้ได้
ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง
หลี่มู่นวดจมูก
“ถ้ารู้ก่อนก็ไม่สังหารมู่ซุ่นแล้ว”
ขอแค่เจ้านี่ลุกขึ้นยืนยอมรับความผิด แน่นอนว่าสามารถเปิดเผย ความจริงของเรื่องราวออกมาได้ทันที
น่าเสียดาย หลี่มู่ในตอนนั้นไม่รู้เลยจริงๆ
ถ้าหากมู่ซุ่นรู้ว่าสาเหตุที่หลี่มู่สังหารเขาอย่างไม่ลังเลคือเรื่องนี้ คง ได้กระอักเลือดพ่นไปกว่าหกเจ็ดจั้ง นอนตายตาไม่หลับแน่นอน
แต่ว่าในมือหลี่มู่ก็ยังมีภาพบันทึกกระจกวารีบางส่วนที่สามารถ ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้กังวลแม้แต่น้อย
แต่ภายในช่วงสั้นๆ หลี่มู่ก็ยังไม่มีความคิดที่จะเผยแพร่ภาพกระจก วารีออกมา
ไอ้การที่คนอื่นด่าทอ แล้วก็รีบร้อนออกตัวอธิบาย มันดูไม่มีรสนิยม เสียเลย
หลี่มู่รู้สึกว่าเหล่าผู้ฝึกตนเหล่านี้บนเครือข่ายเซียน เหมือนกับ ‘นักเลงคีย์บอร์ด’ บนดาวโลกอย่างไรอย่างนั้น ดีแต่วาทะทางปาก หลบ อยู่ด้านหลังเครือข่ายเซียนไม่เปิดเผยตัว ดังนั้นคําพูดในปากจึงไม่มีการ
ระมัดระวังแม้แต่น้อย แต่พอมาเจอกันต่อหน้าจะมีสักกี่คนที่กล้าต่อว่า เขา?
นอกจากการตอบกระทู้ด้วยคําด่าทอบนกระดานสนทนาแล้ว ยังมี คนอีกมากมายส่งข้อความส่วนตัวเข้ามา คําสบถด่าทอมากมาย และยัง มีบางส่วนถึงกับกล้าท้าดวล ในนั้นอาจจะมีอยู่สักคนสองคนที่คิดจะ ลงโทษและกําจัดจริงๆ แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกมันปาก จากนั้นนําเอา เนื้อหาในข้อความส่วนตัวออกไปแสดงด้านในกระดานสนทนา
หลี่มู่ได้รับข้อความส่วนตัวมากกว่าหมื่นในศูนย์กลางส่วนบุคคล ของตนเอง
หลังจากเขาอ่านจดหมายหลายร้อยฉบับไปก็โมโหจนขบเขี้ยว
ดังนั้นเขาจึงคิด และได้เขียนกระทู้ลงไปหนึ่งกระทู้บนกระดาน สนทนา ‘สายลมเมฆาเทพวีรชน’
“ข้ากลับมาแล้ว ข้ามีเรื่องอยากจะพูด”
นี่คือหัวข้อของกระทู้นี้
…
“นายท่าน เขาปรากฏตัวแล้ว ปรากฏตัวขึ้นจริงๆ แล้ว”
ในทะเลโลหิต จอมมารจันทราโลหิตกระโดดเหยงขึ้น จากนั้นรีบวิ่ง ไปรายงานแก่บุตรศักดิ์สิทธิ์ทะเลโลหิต
“ใคร?”
“หลี่มู่ เขาปรากฏตัวบนเครือข่ายเซียนอีกแล้ว”
บุตรศักดิ์สิทธิ์ทะเลโลหิตลุกขึ้นยืนทันที “เขายังกล้าปรากฏตัวอีก หรือ พูดอะไรมาบ้าง? รีบไปดู”
เขาเข้าสู่ระบบเครือข่ายเซียนทันที
…
“เป็นเขา เป็นเขาจริงๆ”
แทบจะในพริบตา ทั่วทั้งกระดานสนทนา ‘สายลมเมฆาเทพวีรชน’ ได้เดือดขึ้นทันที
คนมากมายล้วนมองเห็น ว่าผู้ใช้ที่ชื่อว่า ‘ถูกบีบให้เลี้ยงหมู’ ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งแล้ว
กระดานสนทนาปะทุขึ้นทันที
เพราะว่ามีคนพิสูจน์ยืนยันมาก่อนหน้าแล้ว ว่า ‘ถูกบีบให้เลี้ยงหมู’ ก็คือ ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่นั่นเอง
ช่วงหลายวันนี้ เหล่าผู้ฝึกตนล้วนก่นด่าสาปแช่งหลี่มู่บนเครือข่าย เซียน ใช้คําพูดวิพากษ์ประณาม เชิญให้หลี่มู่แสดงตัวออกมาเพื่อ อธิบายแก่ผู้ฝึกตนทั่วทั้งเขตดารานับครั้งไม่ถ้วน ใช้ทุกวิถีทางเพื่อจะ บีบให้หลี่มู่ออกมา
แต่ก็ไม่เป็นผล
ยิ่งไปกว่านั้นคนมากมายล้วนรู้ว่า ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่กําลังถูกวัง ประสานฟ้า นักล่าเงินรางวัลทางช้างเผือกกับผู้ฝึกตนหลายฝ่ายร่วมกัน ไล่ล่าสังหาร เหมือนหนูที่วิ่งผ่านถนนแล้วถูกคนไล่บี้อย่างไรอย่างนั้น ก็ เลยยิ่งกําเริบเสิบสานทับถมลงไปอย่างไม่มีเกรงมีกลัว
ช่วงนี้ คําพูดที่ไม่น่าฟังมากมายล้วนถูกนํามาใช้กับหลี่มู่ คิดที่จะให้ เขาปรากฏตัวขึ้น
ทว่าตอนนี้ หลี่มู่ที่เดิมทีควรจะถูกไล่สังหารจนไม่ว่างมาสนอะไร ทั้งสิ้น กลับปรากฏตัวออกมาจริงๆ แล้ว
ข่าวสารแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น เหล่าผู้ฝึกตนมากมายก็เห็นว่า ‘ถูกบีบให้เลี้ยงหมู’ ได้ เขียนกระทู้ใหม่ออกมา…
“ข้ากลับมาแล้ว ข้ามีเรื่องอยากจะพูด”
หัวข้อนี้อ่านแล้วตรงตัวชัดเจน เหมือนกับต้องการจะอธิบายอะไร บางอย่าง
หรือว่ามารคลั่งสังหารคนนี้จะถูกแรงกดดันจากมวลชน ในที่สุดจึง ออกมาขอโทษยอมรับผิด?
คนมากมายเมื่อเห็นหัวข้อนี้ ก็ยิ้มเย็นชาเย้ยขึ้นมา
ไร้เดียงสาเสียจริง
ก่อเรื่องให้คนเดือดสวรรค์ดาลเสียขนาดนั้น คิดว่าคําขอโทษมันจะ จบเรื่องหรือไรกัน?
ฝันไปเถอะ
จากนั้นพวกเขาจึงกดเข้าไปดูในกระทู้ อยากจะรู้ว่าหลี่มู่ที่ กลายเป็นหนูข้างถนนต้องการจะพูดอะไรกันแน่
ทว่าเหล่าผู้ฝึกตนก็พบเรื่องที่ทําให้พวกเขารู้สึกปวดเศียรเวียน เกล้าแทบคลั่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
สิทธิ์ในการอ่าน
กระทู้นี้ถูกตั้งค่าให้มีการเก็บค่าเข้าชม
จําเป็นต้องจ่ายผลึกเซียนทองแดงยี่สิบเม็ด จึงจะสามารถอ่าน เนื้อหาของกระทู้ได้
ยี่สิบเม็ด?
ขึ้นราคาบ้าบออีกแล้ว
ไร้ยางอายจริงๆ
ในตอนนี้ยังทําพฤติกรรมเช่นนี้อีก ชาติที่แล้วคงไม่ได้ขาดทั้งเงิน ขาดทั้งชีวิตหรอกนะ
แต่ ความอยากรู้อยากเห็นในใจของเหล่าผู้ฝึกตนมันห้ามไว้ไม่อยู่ จริงๆ
ดังนั้นผู้ฝึกตนมากมายจึงโมโหจนปวดฟัน ก่นด่าสารพัด ทว่า ท้ายสุดก็ยังจ่ายผลึกเซียนทองแดงยี่สิบเม็ดออกไป เพื่อเข้าไปอ่าน เนื้อหาในกระทู้
แต่เพียงแค่เข้าไปอ่าน เหล่าผู้ฝึกตนก็แทบจะโมโหจนคลั่ง
เพราะเนื้อหาด้านในมีเพียงแค่ประโยคเดียว…
“เจ้าพวกที่ด่าข้าไว้ ข้าจําพวกเจ้าไว้หมดแล้ว รอก่อนเถอะ”
แค่ประโยคนี้ประโยคเดียว
นี่…หมดแล้วหรือ?
เหล่าผู้ฝึกตนที่จ่ายเงินแล้วอ่านจนจบ ในใจมึนอึ้งอย่างสมบูรณ์
เข้าใจว่าจะมีบทสํานึกผิดร่ายยาวด้วยอาการน�าตานองหน้าหรือไม่ ก็คําโอ้อวดปากแข็งอะไรทํานองนั้น แต่ไอ้ประโยคเดียวบ้าบอนี่มัน อะไรกัน ทําไมถึงไปเหมือนกับคําขู่ของเด็กน้อยเวลาทะเลาะกันไปเสีย อย่างนั้น
ถูกเจ้าจําไว้แล้วจะทําไมกัน?
เจ้าตอนนี้ก็เหมือนกับรูปปั้ นดินพระโพธิสัตว์ข้ามแม่น�าที่ปกป้อง ตัวเองยังไม่ได้เลย
ตกต�าขนาดนี้ยังจะกล้ามาคุกคามคนอื่น?
เหล่าผู้ฝึกตนทั้งโกรธทั้งโมโห
พวกเขารู้สึกว่าตนเองถูกปั่ นหัวเข้าแล้ว
หลี่มู่คนนี้ อยากได้เงินแต่ไม่รักชีวิตเสียอย่างนั้น
เวลานี้ยังจะมาใช้วิธีเช่นนี้หาเงินอยู่อีก ปัญหามันอยู่ที่พอเจ้าหา เงินได้ จะมีชีวิตเอาไว้ใช้มันหรือเปล่า?
‘เทพสงครามอาทิตย์ทอง’ กระโดดออกมาอีกครั้ง
“ข้าขอทิ้งคําพูดไว้ที่นี่เลย ข้าคือผู้อาวุโสสํานักอาทิตย์ทองจินห ยวนอี้ เจ้าจําชื่อข้าไว้แล้วมันเป็นเช่นไรกัน?” หลายวันมานี้ นอกจากมู่ซุ่นรวมไปถึงศิษย์ที่เป็นลูกน้องบางส่วน แล้ว ก็มี ‘เทพสงครามอาทิตย์ทอง’ คนนี้นี่ล่ะ ที่คอยออกมาก่นด่าหลี่มู่ คอยพัดลมให้ไฟโหม ทว่าตอนนี้ เขาได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตนเอง ยอดชายเสียจริง มีผู้ฝึกตนมากมายในกระดานสนทนาชื่นชมขึ้นมาทันที รู้สึกว่าจิน หยวนอี้คนนี้ช่างเข้มแข็งทระนงยิ่งนัก และเริ่มมีคนมากมายเลียนแบบ “ฮ่าๆ จดจําพวกข้าหรือ? ข้าคือเจ้าสํานักยุทธ์เทพเว่ยมู่หรงผู้ไม่ เคยเปลี่ยนชื่อแก้สกุล หลี่มู่ คนเลวอย่างเจ้าจําทําอะไรข้าหรือ?” “ข้าเฟิงหลิวเซิงแห่งชนเผ่าวายุ หลี่มู่เจ้าโจรกระจอกชั้นต�า ข้ายัง กลัวเจ้าจะจําข้าไม่ได้เสียด้วยซ�า” “ข้าคือหยิ่นเชาจากสํานักอันดับหนึ่งแห่งดาวเฉียนหยวน สํานักเฉียนหยวน…”
“ข้าหลานอู๋อวี่…”
“ข้าคือ…”
คนกลุ่มหนึ่งทยอยๆ เขียนตอบกระทู้บนกระดานสนทนา จงใจ ประชดโจมตีกลับใส่หลี่มู่
หลี่มู่เมื่อเห็นก็กลุ้มใจขึ้นมา
เอ๋?
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ผู้ฝึกตนของเขตดาราเทพวีรชน ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นมีความกล้า ขนาดนี้กันแล้วหรือ?
แต่สิ่งที่หลี่มู่ไม่รู้ก็คือ ตอนนี้ ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับศึกในเมืองพายุ ดาราได้แพร่สะพัดออกไปเพียงหย่อมๆ เหมือนเกล็ดปลาเท่านั้น มี เพียงพวกขั้วอํานาจใหญ่ระดับสูง ได้รับข่าวสารจากช่องทางพิเศษของ ตนเอง ส่วนผู้ฝึกตนในทางช้างเผือกส่วนใหญ่ยังคงไม่รู้อะไรนัก
โดยเฉพาะบนเครือข่ายเซียน ข่าวสารที่หลี่มู่สังหารครั้งใหญ่ ยัง ไม่ได้ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง
ดังนั้น ‘ชาวเครือข่าย’ ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่จึงยังไม่รู้ว่า ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่ไม่ได้เพียงแค่จัดการผู้อาวุโสขั้นนักรบทั้งสี่ของวังประสานฟ้า แต่ ยังซัดเผ่าสุนัขนรกขั้นขุนพลจนกระเจิงไปอีกด้วย
ขณะที่หลี่มู่กําลังกลุ้มใจ ก็ได้มีจดหมายส่วนตัวพิเศษฉบับหนึ่งส่ง มา
บนภาพของเครือข่ายเซียน ชายกลางคนดูทรงภูมิสง่าในชุดคลุมสี ขาวขอบทองคนหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น
คนผู้นี้ยิ้มให้กับหลี่มู่ เอ่ยขึ้นว่า “สวัสดี ข้าคือผู้ดูแลเครือข่ายเซียน ในเขตดาราเทพวีรชน ท่าน ‘ดาบคลั่ง’ ที่เคารพ ยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ รู้จักกับท่าน”
หลี่มู่ตกตะลึง
ผู้ดูแลเครือข่ายเซียนเขตดาราเทพวีรชน?
ก่อนหน้านี้หลี่มู่ได้ทําการเรียนรู้เรื่องเบื้องหลังและที่มาของ เครือข่ายเซียนอยู่บ้าง รู้ว่านี่เป็นองค์กรที่ครอบคลุมทั้งทางช้างเผือก ใหญ่โตมโหฬารอย่างมาก เบื้องหลังลึกล�า เป็นการคงอยู่ของระดับอัน ยิ่งใหญ่แห่งทางช้างเผือกที่แท้จริง
ถ้าหากนําแดนดาราจื่อเวยเทียบเป็นดาวโลกแล้วล่ะก็ เครือข่าย เซียนก็ถือว่าเป็นบริษัทข้ามชาติที่แข็งแกร่งในสิบลําดับแรกของโลก อย่างแน่นอน
ในเขตดาราเทพวีรชน สํานักมารฟ้าถูกเรียกว่าเป็นสํานักอันดับ หนึ่ง
แต่เมื่อเทียบกับเครือข่ายเซียนแล้วก็เป็นเพียงแค่พ่อมดเล็กมาเจอ กับพ่อมดใหญ่ เหมือนหยดน�าที่หยดลงสู่ทะเลอย่างไรอย่างนั้น ไม่มี อะไรจะมาเทียบกันได้เลย
ชายกลางคนดูทรงภูมิสง่าตรงหน้าคนนี้ ถ้าเป็นผู้ดูแลเครือข่าย เซียนเขตดาราเทพวีรชนล่ะก็ ตําแหน่งฐานะนี้ก็ทําให้คนตกตะลึงได้ เลยทีเดียว ไม่ได้แตกต่างกับเจ้าสํานักมารฟ้าเลย
“สวัสดี”
หลี่มู่รักษาความระมัดระวังและความสงบเสงี่ยมเอาไว้
นกเค้าแมวเข้าบ้านใคร ก็เกิดเรื่องได้ทุกครั้งครา
คนผู้นี้มาหาตนด้วยเรื่องอะไรกัน?
ชายกลางคนยิ้มขึ้นอย่างไว้บุคลิก เอ่ยว่า “ข้าชื่อถังเฉียนเยี่ยน รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่จะได้แจ้งท่านว่า พลังการรบของท่านถูก
ประเมินเป็นขั้นขุนพลแล้ว กลายเป็นหนึ่งในแขกคนสําคัญที่สุดของ เครือข่ายเซียนของพวกเรา พวกเราจึงทําการจัดการสิทธิ์การใช้ของ ท่านเสียใหม่ ยกระดับจากแขกทั่วไปเป็นแขกคนสําคัญ และได้ส่งตรา แพลตตินั่มที่เป็นสัญลักษณ์ฐานะแขกคนสําคัญให้ทางไปรษณีย์…”
โอ้
ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง
หลี่มู่ค่อนข้างตกใจระคนยินดี
การบริการของเครือข่ายเซียนค่อนไปทางดุลยภาพความเป็น มนุษย์จริงๆ
สําหรับคนที่พลังบําเพ็ญหรือขั้นที่แตกต่างกัน ก็มีระดับสิทธิ์การใช้ งานที่แตกต่างกัน นี่มันน่าสนใจจริงๆ มิน่าเล่าก่อนหน้านี้ที่ตนเองทํา ตราสมาชิกสีทองแดงจากตลาดมืดนั่น จึงไม่สามารถเปิดใช้งาน บางส่วนของเครือข่ายเซียนได้ ที่แท้ก็เพราะสิทธิ์การใช้งานไม่เพียงพอ
เพียงแต่ว่าคนผู้นี้ที่ชื่อถังเฉียนเยี่ยน อืม ชื่อนี้มันดูพิเศษจริงๆ
หลี่มู่ไม่พูดอะไรต่อ รอฟังคําพูดต่อไป
ถังเฉียนเยี่ยนเอ่ยต่อ “บนเครือข่ายเซียน การบริการมากมายถูก จัดไว้เฉพาะลูกค้าที่มีสิทธิ์การใช้งาน การยกระดับสิทธิ์การใช้งาน ท่าน
สามารถได้รับการบริการทุกส่วนของพวกเราได้ ต่อให้ท่านต้องการชุด เกราะอาวุธระดับสมบัติวิญญาณ ต้องการวิชาฝึกฝนของขั้นราชา คิดที่ จะฝากตัวเป็นศิษย์กับขั้นราชา หรือจะเชิญให้ผู้เป็นราราชาออกโรงแก้ แค้นให้ท่านก็สามารถทําได้ ขอเพียงแค่สิทธิ์การใช้งานและทรัพย์สิน มากเพียงพอ”
คําพูดอันน่าตกตะลึง หลี่มู่ถูกคําพูดนี้เล่นงานจนสะดุ้งโหยง อาวุธระดับสมบัติวิญญาณ? ให้ผู้เป็นราชาลงมือแทนเจ้า? นี่มันน่ากลัวไปหน่อยแล้ว
ขั้นการบําเพ็ญ อันดับแรกสุดคือขั้นแมลง ถัดมาคือขั้นสามัญ สูงขึ้นอีกคือขั้นนักรบ ขึ้นไปอีกคือขั้นขุนพล ในเขตดาราเทพวีรชน ขั้น ขุนพลถือว่าเป็นตัวตนที่ยืนอยู่บนชั้นสูงสุดแล้ว ทว่าเหนือกว่าขั้นขุนพล ก็คือขั้นราชา
แมลง สามัญ นักรบ ขุนพล ราชา! ขั้นราชา ถูกเรียกว่าผู้เป็นราชา
เขตดาราเทพวีรชนยังไม่เคยมีผู้เป็นราชากําเนิดขึ้น ผู้แข็งแกร่ง ระดับนี้ จะต้องแข็งแกร่งเกินกว่าที่คนทั้งหมดจะจินตนาการได้แน่นอน เพียงแค่คิดในใจก็คงสามารถสังหารผู้แข็งแกร่งขั้นขุนพลได้แล้ว ควบคุมโชคชะตาของขั้วอํานาจ สํานักและดวงดาวนับไม่ถ้วนในทาง ช้างเผือก หนึ่งคําพูดคือกฎเกณฑ์ สามารถกลืนกินตะวันจันทราไขว่คว้า ดวงดาวได้
เครือข่ายเซียนกลับสามารถทําให้ผู้แข็งแกร่งขั้นราชาให้บริการแก่ พวกเขาได้หรือ?
………………………………………