จอมศาสตราพลิกดารา - บทที่ 614 ความลับแห่งบรรพกาล
หลี่มู่มองชายหนุ่มที่ชื่อว่าถังเฉียนเยี่ยน ท่าทีไม่สะทกสะท้าน สี หน้าสงบ น�าเสียงราบเรียน เหมือนกับไม่ใช่จงใจคุยโว ระหว่างคําพูด กิริยาเคลื่อนไหวและพฤติกรรมมีความมั่นใจในตัวเองอย่างสูง พอคิด ไปถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับเครือข่ายเซียนที่ตนเองพบมาบางส่วนก่อนหน้านี้ ก็ยืนยันได้ว่านี่เป็นเรื่องจริง
เขาถูกพลังของเครือข่ายเซียนทําให้สั่นสะเทือนได้อีกครั้ง
“เช่นนั้น ขอถามท่านถังหน่อย ข้าต้องจ่ายด้วยอะไรหรือ?” หลี่มู่ ถามขึ้น
ใต้หล้าไม่มีมื้อกลางวันที่ได้มาเปล่าๆ
อีกฝ่ายเข้ามาหาด้วยตนเอง แล้วยังเสนอสวัสดิการมากมายให้ เช่นนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะมามอบอย่างเดียวโดยไม่มีเงื่อนไข
ถังเฉียนเยี่ยนยิ้มๆ เอ่ยตอบว่า “สนทนากับคนฉลาด ช่างเป็นเรื่อง ที่สราญใจเสียจริง เงื่อนไขของพวกเรานั้นง่ายมาก ข้อหนึ่ง อย่าได้ตั้ง ตนเป็นศัตรูกับเครือข่ายเซียน ข้อสอง ขอให้กิจกรรมต่างๆ การใช้ คําพูดของท่านบนเครือข่ายเซียนยึดอยู่ในกฎเกณฑ์ของเครื่องข่าย
เซียนด้วย ข้อสาม ถ้าหากภายภาคหน้าเครือข่ายเซียนต้องการความ ช่วยเหลือของท่าน ขอให้ท่านยื่นมือเข้าช่วยเหลือพวกเราอย่างสุดกําลัง ภายในขอบเขตนั้นด้วย…ทั้งหมดสามเงื่อนไข”
หลี่มู่ตะลึงไป “ง่ายดายเช่นนี้เชียว?”
สามเงื่อนไขที่ดูเหมือนไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย
อับแรกคงไม่มีใครบ้าไปเป็นศัตรูกับเครือข่ายเซียนแน่ๆ นอกจาก เขาไม่อยากจะมีชีวิตต่อไปแล้ว
ถัดมาต่อให้เป็นผู้ฝึกตนปกติ การกระทําและคําพูดจาในเครือข่าย เซียนก็ล้วนปฏิบัติตามกฏของเครือข่ายเซียนอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เพราะ กฎเกณฑ์เหล่านี้ไอ้ออกมาจากเลือดและการหล่อหลอมโดยไฟ คนที่ท้า ทายกฎเหล่านี้ล้วนตายกันไปหมดแล้ว แต่เป็นเพราะกฎเกณฑ์เหล่านี้ เป็นตัวแทนของความยุติธรรมเป็นธรรม ซึ่งอยู่ในขอบเขตความเข้าใจ ของผู้ฝึกตนทั้งหมด
เงื่อนไขข้อสุดท้าย ‘อย่างสุดกําลัง’ สี่คํานี้ พูดถึงขอบเขตข้อ กําหนดการให้ความสนับสนุนไว้กว้างมาก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่จะรับ ไม่ได้
หลี่มู่ไม่คิดเลยว่าเครือข่ายเซียนจะพูดด้วยง่ายเช่นนี้
“ง่ายหรือ?” ถังเฉียนเยี่ยนยิ้มอย่างลึกลับ เอ่ยต่อว่า “พูดออกมา ฟังดูง่าย แต่เวลาปฏิบัติกลับดูยาก หลังจากนี้ท่านจะเข้าใจเอง…ยิ่งไป กว่านั้น สิ่งที่ทุกสิ่งที่ท่านได้รับจากเครือข่ายเซียน ล้วนต้องจ่าย ค่าตอบแทนและของแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมอยู่แล้ว ไม่ใช่การได้มา เปล่าๆ ดังนั้นพวกเราจึงไม่ต้องการให้ท่านจ่ายอะไรอีก…เมื่อพูดเช่นนี้ แสดงว่าท่าน ‘ดาบคลั่ง’ ยอมรับในสัญญาของพวกเราแล้วหรือ?”
หลี่มู่พยักหน้าตอบ “ถูกต้อง ข้าคิดว่าเงื่อนไขสามข้อนี้ ไม่มีอะไรที่ รับไม่ได้”
ถังเฉียนเยี่ยนปรบมือ ลูบมือยิ้มขึ้นแล้วเอ่ยว่า “ดีเลย ช่างน่าเบิก บานใจ”
เขาค่อนข้างชื่นชมการวางตัวของหลี่มู่อย่างเห็นได้ชัด
หลี่มู่ถามต่อ “จําเป็นต้องมีการประทับสัญญาอะไรไหม?”
ถังเฉียนเยี่ยนสั่นศีรษะ ยิ้มตอบกลับว่า “สําหรับท่านที่มีพลัง บําเพ็ญและฐานะเช่นนี้ สัญญาไม่ได้มีความหมายอะไรเลย พวกเรา ยอมที่จะเชื่อคําพูดจากปากเสียมากกว่า การแลกเปลี่ยนอย่าง สุภาพบุรุษ คํามั่นสัญญามีคุณค่าดั่งมหาทองคํา”
คํานี้พูดได้ดีจริงๆ
ศิลปะการพูดล่ะนะ
ในใจหลี่มู่ มีความรู้สึกดีๆ ต่อผู้รับผิดชอบเครือข่ายเซียนของเขต ดาราเทพวีรชนคนนี้
หลายปีมานี้ เครือข่ายเซียนสามารถหยั่งรากลึกอันใหญ่โตลงบน ทางช้างเผือกที่กว้างใหญ่นี้ได้ การมีชื่อเสียงและตําแหน่งฐานะเช่นทุก วันนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีสาเหตุ
หลายครั้ง ไม่ใช่มีเพียงแค่อํานาจความแข็งแกร่งและแรงคุกคาม ถึงจะสามารถเกลี้ยกล่อมใจคนหรือปากคนได้ สเน่ห์นิสัยและรสนิยม การทํางาน ก็สามารถทําได้เช่นกัน
หลี่มู่เมื่อพูดถึงจุดนี้ ในใจสั่นกึก รู้สึกว่าครั้งนี้ในที่สุดก็ได้พบกับ บุคคลยิ่งใหญ่ที่ได้เรื่องได้ราวในเขตดาราเทพวีรชนเสียที มีปัญหา บางอย่างที่อาจจะพอสอบถามได้ จึงลองถามออกไปดู “ข้ามีปัญหาบาง เรื่อง อยากจะขอคําชี้แนะจากท่านถังเสียหน่อย ไม่ทราบว่าตอนนี้จะ สะดวกพูดคุยหรือไม่”
ถังเฉียนเยี่ยนในชุดขาวขอบทอง บุคลิกสะโอดสะองดูสง่ามีภูมิ ใบหน้าเปื้ อนยิ้ม ตอบกลับมาว่า “ท่านสามารถสอบถามอย่างไร้กังวล ขอแค่เป็นเรื่องที่ข้าสามารถตอบได้ รับรองว่าจะอธิบายให้ท่านฟังจน หมด”
“เช่นนั้นก็ขอบคุณมาก” หลี่มู่เอ่ย “สิ่งที่ข้าอยากรู้มากที่สุดก็คือ ที่มาของคําว่า ‘นักโทษผู้ผิดบาป’ รวมไปถึงทําไมในทางข้างเผือก พอ พูดถึงชนเผ่านี้จะต้องไล่ล่าสังหาร ก่อนหน้านี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ไม่ทราบว่าเรื่องนี้ ท่านถังจะสามารถอธิบายให้ข้าเข้าใจได้หรือไม่”
ถังเฉียนเยี่ยนยิ้มอย่างสง่างาม
“จริงๆ แล้วเรื่องนี้ หลังจากที่ท่านได้รับตราแขกคนสําคัญแล้ว สิทธิ์การใช้งานเพิ่มขึ้น ก็สามารถที่จะค้นหาได้บนเครือข่ายเซียน แต่ใน เมื่อท่านถามมาก่อน ข้าก็สามารถพูดได้…นักโทษผู้ผิดบาปเป็นคําเรียก สิ่งมีชิวิตบนดาวดวงหนึ่งที่มาจากสุสานดาราในระบบสุริยะ ที่ข้ารู้ สิ่งมีชีวิตอันมีสติปัญญาบนดาวดวงนี้หลักๆ แล้วเป็นมนุษย์ ในช่วงเวลา ที่ผ่านไปหลายพันปี ก็เคยมีอัจฉริยะที่น่าตกตะลึงหลายสิบคนออกมา จากบนดาวดวงนี้ สร้างคลื่นลูกใหญ่พัดโหมในทางช้างเผือก”
หลี่มู่ฟังจบ พยักหน้า นี่ตรงกับสิ่งที่เขาได้ยินมาก่อนหน้านี้
“หรือว่าจะเป็นเพราะเหล่าอัจฉริยะที่เดินทางออกจากดาวโลก เหล่านี้ไปทําเรื่องไม่ดีไว้ ดังนั้นจึงถูกเรียกว่านักโทษผู้ผิดบาป?” เขา ถามขึ้น
ถังเฉียนเยี่ยนสั่นศีรษะตอบกลับว่า “ไม่ใช่เลย…อ่อ เดิมทีดาวแห่ง บาปดวงนั้น พวกท่านเรียกกันว่าดาวโลกใช่ไหม?” เขารู้ว่าหลี่มู่ก็เป็น นักโทษผู้ผิดบาป ดังนั้นจึงพูดต่อว่า “ที่ดาวแห่งบาปถูกเรียกว่าดาวแห่ง บาปนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับอัจฉริยะอันยอดเยี่ยมหลายสิบคนนั้น เลย ตรงกันข้ามเสียด้วยซ�า อัจริยะหลายสิบคนนี้ จริงๆ แล้วถูกคนรุ่น ก่อนทําให้ลําบาก จนต้องมาค้นหาหนทางการไถ่บาป เพียงแต่ความ หยายามของพวกเขาได้รับผลกลับมาไม่มากนัก เพราะการคิดจะไถ่ บาปมันช่างแสนยากเข็ญเสียเหลือเกิน”
หลี่มู่เอ่ยขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น “บาปแบบไหนกันแน่? ที่ทําให้ พวกเขาลบล้างมันได้อย่างลําบาก?”
ถังเฉียนเยี่ยนตอบกลับ “เรื่องนี้พูดก็ไม่ชัดเจนนัก ข้าก็รู้มาเพียง เล็กน้อยเท่านั้น บอกท่านไปก็คงไม่เป็นไร ว่ากันว่าก่อนหน้านี้หลายยุค ในทางช้างเผือกผืนนี้ ยังไม่มีการคงอยู่ของเขตสุสานดารา และไม่มี ดวงดาวแห่งบาปเช่นกัน ต่อมาในอวกาศได้เกิดภัยพิบัติขึ้นครั้งหนึ่ง ก่อให้เกิดความลําบากแก่สิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะพวกเผ่าพันธุ์ใหญ่และ เผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาแห่งแดนดาราจื่อเวย ล้วนถูกคลื่นกระทบจน บาดเจ็บล้มตายไปมากมาย มีหลายเผ่าที่ถึงกับสูญพันธุ์ จักรพรรดิ ราชวงศ์เทพ สํานักต่างในอดีตที่เคยปกครองทางช้างเผือกผืนนี้ แทบ จะสลายกลายเป็นควันจากภัยพิบัติในครั้งนั้น นําเอาการบาดเจ็บล้ม ตายพยันอันตรายมาให้แก่ชนเผ่านับไม่ถ้วน และภัยพิบัติครั้งนี้ ก็เป็น
เพราะดวงดาวจากเขตสุสานดาราดวงนั้นทําให้เกิดขึ้น เล่ากันว่าตอนที่ ดาวโลกจากปากของท่านปรากฏขึ้น ก็ได้นําเอาภัยพิบัตินี้มายังแดน ดาราจื่อเวย ดังนั้นเหล่าผู้ฝึกฝนที่โกรธเคือง หลังจากที่ก้าวผ่านภัยพิบัติ ครั้งนั้น จึงได้สลักความแค้นในใจพุ่งไปยังดาวโลก ดาวโลกสีน�าเงิน ตั้งแต่นั้นมาจึงถูกเรียกว่าดวงดาวแห่งบาป เพียงแค่เป็นชีวิตที่เดิน ออกมาจากดาวดวงนั้น ก็จะถูกเรียกว่านักโทษผู้ผิดบาป และถูกขั้ว อํานาจทั่วทั้งทางช้างเผือกไล่ล่าสังหาร”
หลี่มู่ฟังแล้วอยู่ในความมึนงงสับสน ความตกตะลึงในใจมากขึ้นถึง ขีดสุด
ประวัติศาสตร์เช่นนี้ เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
ดาวโลกนําเอาภัยพิบัติความสูญเสียที่ไม่อาจย้อนกลับไปได้มา ให้แก่แดนดาราจื่อเวยหรือ?
หากว่าตามการค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์บนดาวโลก มีทฤษฎี การระเบิดบิ๊กแบงและทฤษฎีการเกิดของดาวโลกอยู่ ดังนั้นในมุมมอง ทางวิทยาศาสตร์ของหลี่มู่ ดาวโลกนั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็น ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงของจักรวาล
แต่ว่า ตอนนี้จากคําพูดของถังเฉียนเยี่ยน ดาวโลกเดิมทีไม่ได้เป็น ของทางช้างเผือกผืนนี้หรือ?
หลายยุคนับไม่ถ้วนก่อนหน้านี้ ดาวโลกได้ปรากฏขึ้นอย่าง กะทันหัน จากนั้นได้นําเอาภัยพิบัติเข้ามา
หรือก็คือ ดาวโลกเดิมทีอยู่ที่พื้นที่หนึ่ง หรืออาจจะอยู่ที่แดนดารา อื่น กระทั่งอาจจะเป็น…จักรวาลอื่น?
ฟังแล้วมันน่าตกใจจริงๆ
หลี่มู่คิดไม่ถึงจริงๆ ที่มาของดวงดาวแห่งบาปจะเป็นเช่นนี้
ไม่เหมือนกับที่เขาคิดเอาไว้อย่างสิ้นเชิง
ถ้าหากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงล่ะก็ เหล่าผู้ฝึกฝนชนเผ่าใหญ่ๆ ในแดน ดาราจื่อเวยก็ล้วนเป็นผู้ถูกทําร้ายเสียด้วยซ�า
พวกเขาโกรธแค้นดาวโลก การที่จะโกรธแค้นไล่สังหารทุกชีวิตที่ ออกมาจากดาวโลก ก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
มิน่ามิน่า ที่ถังเฉียนเยี่ยนพูด เหล่าอัจฉริยะที่เดินออกจากดาวโลก อย่างเล่าจื้อ หลี่ไป๋ ล้วนกําลังตามหาหนทางไถ่บาป
ถ้าหากเป็นหลี่มู่ ก็คงจะคิดหาวิถีไถ่บาปเช่นเดียวกัน
แต่หลี่มู่รู้สึกว่า เรื่องราวไม่ควรจะง่ายเช่นนี้
สําหรับเหล่าปรัชญาเมธีอย่างท่านเล่าจื้อ หลี่ไป๋ สิ่งที่เรียกว่า ‘ไถ่ บาป’ น่าจะเป็นการตามหาความจริงในครั้งนั้นที่ได้ดับสูญไปหลายล้าน ปีแล้ว
เพียงแต่ว่า พวกเขาตอนนี้ไปที่ไหนกัน จะตามหาความจริงเจอ แล้วหรือยังนะ?
หลี่มู่ยิ้มขืน ถามต่อมาอีกว่า “ท่านถัง ในเมื่อเหล่าผู้ฝึกฝนแดน ดาราจื่อเวยล้วนโกรธแค้นดวงดาวแห่งบาปจนแค่เห็นก็ต้องสังหารทิ้ง เช่นนี้ แล้วทําไมเครือข่ายเซียนที่รู้ว่าข้าเป็นหนึ่งในนักโทษผู้ผิดบาป จึง ยังยินยอมเสนอตราแขกคนสําคัญให้ ยินยอมที่จะยอมรับพลังบําเพ็ญ และตัวตนของข้า? หรือว่าเครือข่ายเซียนไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เลยกัน? หรือ ว่าเครือข่ายเซียนจริงๆ แล้วเกี่ยวข้องกับนักโทษผู้ผิดบาป?”
ถังเฉียนเยี่ยนยิ้มและตอบกลับ “ภัยพิบัติครั้งนั้นได้ผ่านมานาน แสนนานแล้ว นานจนเพียงพอที่จะทําให้คนที่รอดตายจากภัยพิบัติครั้ง นั้น กลายเป็นฝุ่นล่องลอยอยู่ในอวกาศจนหมดแล้ว ต่อให้เป็นรุ่นหลัง ของคนเหล่านั้น หรือกระทั่งสิ่งที่สืบทอดทิ้งเอาไว้ให้พวกเขา ก็อาจจะ สลายหายไปตามกาลเวลาและการเปลี่ยนแปลงของดวงดาวแล้ว เช่นกัน ที่สืบทอดมาก็มีเพียงแค่ตํานานเท่านั้น ดังนั้นแดนดาราจื่อเวย ในตอนนี้ แม้ว่าจะยังมีซากปรักหักพังหลงเหลืออยู่บ้าง หรือกระทั่งคํา สอนของคนเหล่านั้นถ่ายทอดเอาไว้ แต่คนที่ได้ผ่านภัยพิบัติครั้งนั้น
จริงๆ ก็ล้วนไม่เหลืออยู่แล้ว คนรุ่นหลังมองนักโทษผู้ผิดบาปเป็นคู่แค้น จากตํานานที่เล่าขาน มองนักโทษผู้ผิดบาปเป็นสัตว์ร้ายแห่งกระแสน�า จนมันกลายเป็นความเคยชินประเภทหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ความแค้นที่สลักไว้ ในจิตใจ การไล่สังหารและป้องกันนักโทษผู้ผิดบาป กลายเป็นการยํา เกรงและป้องกันต่อภยันอันตรายและภัยพิบัติไป แต่เมื่อตกมาถึง เรื่องราวและตัวคน กลับไม่ใช่ความขัดแย้งที่จะปรับความเข้าใจไม่ได้ ผ่านไปนานหลายปี เหล่าขั้วอํานาจใหญ่บางส่วนในแดนดาราจื่อเวยที่ ไล่สังหารเหล่านักโทษผู้ผิดบาปอย่างไม่หยุด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสาเหตุ ในครั้งนั้นแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นเพราะผลกําไรและความขัดแย้ง ตรงหน้า เหล่าผู้อาวุโสเหล่านั้นของท่าน ได้เคยสร้างความตกตะลึงใน ยุคสมัยเอาไว้ ในทางช้างเผือกผืนนี้ มีทั้งศัตรู มีทั้งเพื่อน เครือข่ายเซียน อย่างพวกเราก็ไม่คิดที่จะจมปลักอยู่กับตํานานในอดีต แต่ยินยอมที่จะ เชื่อมั่นในพลังของตนเอง ว่าสามารถแก้ไขภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ การจะคอยซักไซ้หาความกับคนและเรื่องที่ผ่านมาแล้วมันไม่มี ความหมายอะไร ยิ่งไปกว่านั้น เครือข่ายเซียนและผู้อาวุโสของท่าน เหล่านั้น ก็เคยมีการแลกเปลี่ยนกันอยู่ ร่วมมือกันอย่างสําราญใจ ดังนั้น สําหรับนักโทษผู้ผิดบาปแล้วจึงไม่มีความรู้สึกขับไล่อะไรทํานองนั้น”
“เครือข่ายเซียนเคยแลกเปลี่ยนกันกับปรัชญาเมธีดาวโลก?” หลี่มู่ ดวงตาเป็นประกาย เอ่ยต่อว่า “ท่านถัง ท่านหมายความว่า เครือข่าย เซียนสามารถติดต่อกับพวกเขาได้ใช่ไหม?”
ถ้าหากสามารถติดต่อกับปรัชญาเมธีชาวโลกอย่างเล่าจื้อและหลี่ ไป๋ เรื่องก็คงง่ายขึ้นเยอะเลย
ปริศนามากมาย ก็จะถูกไขออกอย่างสมบูรณ์ หลี่มู่ก็จะไม่ต้องสู้อย่างโดดเดี่ยวอีกแล้ว หาพลพรรคเจอเสียที ……………………………………….