จอมศาสตราพลิกดารา - บทที่ 562 วิธีแห่งภูตบําเพ็ญ
หลี่มู่ครั้งนี้เป็นการจัดการรวบรัดอย่างรวดเร็ว
เขาแฝงตัวอยู่ในสํานักกระบี่ทะเลประจิมอยู่นาน สําหรับเรื่องราว
ต่างๆ เกี่ยวกับเก้าสํานัก ไม่เพียงแต่เรื่องที่ได้ยินจากปากของผู้ใช้
แรงงานหรือคนในยุทธจักร กระทั่งยังได้เห็นเรื่องต่างๆ ด้วยตาตนเอง
ฟังด้วยหูตนเองมามากมาย เกี่ยวกับเรื่องระดับสูงบางส่วนของเก้า
สํานักก็เข้าใจมาไม่น้อย
เมื่อเทียบกับภูเขาสู่ เก้าสํานักก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนเลวไปเสีย
ทั้งหมด ทว่าคนดีกลับมีไม่มากนัก
เก้าสํานักก็เหมือนกับกิ่งไม้เก้าสายที่แยกออกมาจากต้นไม้ที่กําลัง
ป่วย แม้ว่ากิ่งก้านใบบางส่วนในนั้นยังฝืนบอกได้ว่าแข็งแรงสุขภาพดี
ทว่ารากต้นมันเน่าไปแล้ว กิ่งก้านใบเหล่านี้จะดีได้อีกนานสักแค่ไหน?
มิหนําซ�า เก้าสํานักตั้งแต่แรกเริ่มก็เป็นขั้วอํานาจที่ผู้ฝึกฝนนอก
พิภพตั้งขึ้นมาเพื่อล้อมปราบลัทธิภูเขาสู่ที่หลี่ไป๋สร้างขึ้นมา สํานักใหญ่
ฝ่ายธรรมะที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนานที่แท้จริงของดาว
ทุรกันดารในอดีต ก็ถูกเหล่าผู้ฝึกฝนนอกพิภพกัดเซาะ แทรกซึม กวาด
ล้างไปนานแล้ว เก้าสํานักในปัจจุบันนั้นเป็นเพียงเครื่องมือ สุนัขป่าที่มาครอบครองดาวทุรกันดาร สังหารไปทั่วสารทิศ กลับดําเป็นขาว ชี้
กวางบอกว่าม้า ใช้กําลังเข้าแย่งชิง ยึดเอาทรัพยากร เป็นเพียงกลุ่มตัว
มอดเท่านั้น
หลี่มู่จึงใช้วิธีอัสนีบาตรขุดรากถอนโคนมอดเหล่านี้ กวาดเอา
หมอกมืดที่ปกคลุมอยู่บนดาวทุรกันดารกว่าร้อยปีนี้ให้หมดไป
แสงดาบสว่างวาบ
เพียงแค่เป็นผู้แข็งแกร่งของเก้าสํานักที่ถูกหลี่มู่หมายหัวไว้ ต่อให้
จะหนีออกไปในทันที ก็ยากที่จะรอดชีวิตไปได้
แสงดาบอันกว้างไกลฟาดผ่านแผ่นฟ้า แวบเดียวก็ยาวถึงหลายสิบ
ลี้
หลังจากที่แสงดาบฟาดฟันผู้แข็งแกร่งของเก้าสํานักไป ก็ยัง
สามารถหลบหนีไปได้อีกหลายลี้ จากนั้นก็กลายเป็นฝุ่นบ้าง กลายเป็น
เม็ดฝนบ้าง กลายเป็นสายลมบ้าง กลายเป็นน�าค้างแข็งบ้าง กลายเป็น
เกล็ดหิมะบ้าง กลายเป็นไอระเหยบ้าง….
ทยอยสลายหายไปจากฟ้าดิน กลับเป็นพลังงานดั้งเดิม หวนกลับสู่
ฟ้าดิน
“หลี่มู่ ข้าจะสังหารเจ้าให้ได้ เพื่อแก้แค้นให้บิดาข้า”คุณชายเมืองตะวันลับฟ้าลอยหนีออกไปร้อยลี้ คิดว่าตนเองหนีมา
จนถึงสถานที่ปลอดภัยแล้ว หันหลังกลับมองมายังทิศของเวทีลอยฟ้า
ดวงตาเปล่งประกายความแค้น เงยหน้าขึ้นลั่นคําสาบาน
ฟิ้ ว!
แสงดาบสายหนึ่งผ่าแยกฟ้าดินพุ่งตรงเข้ามาผ่านทะลุร่างใน
พริบตา
“ไม่…” เขาตะโกนลั่นด้วยความหวาดกลัว รู้สึกถึงความร้อนอบ
อ้าววูบหนึ่ง ราวกับเข้าสู่ช่วงแรกของฤดูร้อนในพริบตา อ้าปากพ่นไฟ
เดือนเจ็ดอันร้อนแรงออกมา ท้ายสุดจึงสลายกลายเป็นฝุ่นหายไป
ระหว่างฟ้าดิน
หลี่มู่ยืนอยู่ด้านบนเวทีลอยฟ้าประดุจเทพแห่งสวรรค์
ร่ายขึ้นในใจ แสงดาบหลายสายพุ่งออกไปสังหารนับร้อยลี้
คนที่ถูกจิตสํานึกของเขาหมายหัวเอาไว้ ไม่สามารถหนีพ้นจาก
รัศมีของแสงดาบสังหารได้เลย
ฉัวะๆๆ!
เสียงแสงดาบแหวกอากาศคล้ายกับลมหายใจไหลเวียนผู้แข็งแกร่งเก้าสํานักสลายเป็นอากาศธาตุไปทีละคนๆ
การออกดาบของหลี่มู่ ค่อยๆ เกิดความเปลี่ยนแปลงอันน่า
มหัศจรรย์ขึ้น
แสงดาบค่อยๆ ยั้งลง เหลือเพียงเสียงแหวกอากาศเล็กน้อย
ประดุจสายลมอ่อนพัดมา และคล้ายกับสายน�าไหล ราวกับความ
หนาวเหน็บลอดออกมา ยังคล้ายกับความร้อนแล่นผ่าน คล้ายกับ
น�าค้างแข็งร่วงหล่นกะทันหัน และยังเหมือนกับหิมะลอยล่อง…แสงดาบ
ยิ่งจางลงเรื่อยๆ ทว่าพลานุภาพกลับแข็งแกร่งมากขึ้น
ในใจหลี่มู่เกิดการเข้าใจชัดแจ้ง
จิตดาบวิถีดาบของเขา มาจากจิตดาบฟ้าประทานไร้รูปร่างเป็น
พื้นฐาน และนําเอาจิตดาบ ‘จริยะวีรบุรุษ’ ของหลี่ไป๋ผสมผสานเข้าไป
และพัฒนาเปลี่ยนแปลงมาบนพื้นฐานธาตุทั้งห้าของ ‘คัมภีร์ห้า
จักรพรรดิอมตะ’
แนวคิดปรัชญาของจีนสมัยโบราณ โดยเฉพาะทฤษฎีลัทธิเต๋าที่มี
เล่าจื้อเป็นตัวแทน จะพิถีพิถันด้านหยินหยาง ธาตุทั้งห้า เต๋าให้กําเนิด
หนึ่ง หนึ่งให้กําเนิดสอง สองให้กําเนิดสาม สามให้กําเนิดสรรพสิ่ง หยิน
หยางห้าธาตุเป็นพื้นฐานหลักของสรรพสิ่ง ด้วยเหตุนี้จึงให้กําเนิดมนุษย์
และทุกสรรพสิ่งทั้งหมดในฟ้าดินออกมาสามารถพูดได้ว่า หยินหยางธาตุทั้งห้าเป็นต้นกําเนิดแห่งมรรคาอัน
ยิ่งใหญ่
และเป็นอภินิหารมากมายของลัทธิเต๋า เป็นต้นกําเนิดการ
เปลี่ยนแปลงแก่นแท้จํานวนนับไม่ถ้วน
‘คัมภีร์ห้าจักรพรรดิอมตะ’ ได้อนุมานออกมาบนพื้นฐานทฤษฎีนี้
ของลัทธิเต๋า
หลี่มู่ฝึกฝน ‘คัมภีร์ห้าจักรพรรดิอมตะ’ สําเร็จ ‘ห้าธาตุรวมเป็น
หนึ่ง’ ทะลวงขั้นเหนือมนุษย์ บนมูลฐานมรรคาอันยิ่งใหญ่ ดังนั้นพลัง
บําเพ็ญปราณแท้ของหลี่มู่จึงเดินอยู่บนเส้นทางห้าธาตุพัฒนา
เปลี่ยนแปลงเป็นสรรพสิ่ง
ด้วยเหตุนี้จิตดาบวิถีดาบและพื้นฐานการยึดเหนี่ยวผูกพันจึงอยู่
บนธาตุทั้งห้า
จิตกระบี่ ‘จริยะบุรุษ’ มีทั้งหมดหนึ่งร้อยยี่สิบ ห้าอักษรคือหนึ่ง
ประโยค สิบอักษรเป็นหนึ่งบรรทัด ยี่สิบอักษรเป็นหนึ่งบท เขียนได้
สวยงามสมบูรณ์แบบ แฝงไว้ด้วยแก่นแท้จิตกระบี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่หลี่
ไป๋สร้างขึ้นมาชั่วชีวิต หลี่มู่นําเอาจิตกระบี่นี้มาแยกทีละชิ้น พัฒนาเป็น
ธาตุทั้งห้าและผสมผสานเข้ากับวิถียุทธ์ของตนเองการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของธาตุทั้งห้า หากจะรวมเข้ากับหนึ่งร้อย
ยี่สิบอักษรของ ‘จริยะบุรุษ’ จําเป็นต้องหาขั้นจิตที่สมบูรณ์เพื่อฝากฝัง
ไว้
หลี่มู่คิดถึงฤดูลักษณ์ทั้งยี่สิบสี่บนดาวโลก
เริ่มใบไม้ผลิ สายฝนโปรย ตื่นจากจําศีล ฤดูใบไม้ผลิ แจ่มใสพร้อม
ฝนธัญพืช ฤดูร้อน เมล็ดพันธุ์อุดมจงหว่านเพาะ ฤดูร้อนเล็กใหญ่
เชื่อมต่อกัน
ฤดูใบไม้ร่วง สิ้นสุดร้อนน�าค้างขาว คืนวันฤดูใบไม้ร่วง น�าค้าง
หนาวน�าค้างแข็งเริ่มโรยรา ฤดูหนาว หิมะเล็กใหญ่ ฤดูหนาวเล็กใหญ่
อันยาวนาน
นี่คือบทเพลงยี่สิบสี่ฤดูลักษณ์ที่คนจีนบนดาวโลกฟังจนคุ้นหู ฤดู
ลักษณ์หมายถึงเวลาและสภาพอากาศ
เหล่าปรัชญาเมธีลัทธิเต๋าของจีนโบราณ เข้าใจว่าการพัฒนา
เปลี่ยนแปลงของฤดูกาลทั้งสี่ในหนึ่งปีมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับการ
เปลี่ยนแปลงของหยินหยางไร้รูปร่างอย่างมาก การปรากฏของปราณ
ทองไม้น�าไฟดินธาตุทั้งห้าในฤดูลักษณ์ที่แตกต่างกัน จะสะท้อนออก
มาถึงความแข็งแกร่งความอ่อนแอที่แตกต่างกันขณะที่ชัดแจ้งถึง ‘จิตกระบี่จริยะบุรุษ’ ขณะที่อยู่ในสระบัวคราม
หลี่มู่ได้เข้าใจถึงเงื่อนงําบางอย่าง และขณะที่ได้ทําศึกกับเจ้าสํานักของ
เก้าสํานัก ก็ได้กระจ่างชัดแจ้งขึ้นมาอีกมากมาย
ความหมายมรรคาแห่งดาบอันสดใหม่ ค่อยๆ เป็นรูปร่าง
แสงดาบยิ่งจางลง จิตแฝงแห่งฤดูลักษณ์ก็ยิ่งลึกยิ่งใกล้มากขึ้น
เมื่อมาถึงท้ายสุด ขณะที่หลี่มู่ร่ายแสดงวิถีดาบ บนอากาศจะ
มองเห็นเพียงสายสีขาวเลือนราง มองไม่เห็นแสงดาบแล้ว ทว่า
อานุภาพของมันแข็งแกร่งมากขึ้น ราวกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
อย่างไรอย่างนั้น ไม่เหลือร่องรอยให้ติดตาม และคล้ายกับวิถีสวรรค์มา
เยือน ป้องกันไม่ได้ แทบจะกลายเป็นฟ้าประทานไร้รูปร่าง
ศึกครั้งนี้ ได้ปิดม่านฉากสุดท้ายลง
เก้าสํานักพ่ายแพ้ราบคาบ
ยอดฝีมือระดับเหนือมนุษย์ขึ้นไปแทบจะดับสูญลงทั้งหมด…มี
เพียงส่วนน้อยไม่กี่คน ที่บาปบนตัวน้อยหน่อย ชื่อเสียงค่อนข้างดี เป็นผู้
แข็งแกร่งที่ทําตนค่อนข้างไปทางฝ่ายธรรมะ จึงถูกหลี่มู่จงใจละเว้น
เอาไว้
หลี่มู่ได้หยุดมือลงเรื่องต่อจากนี้ ส่งต่อให้กับยอดฝีมือของลัทธิภูเขาสู่ไปจัดการก็พอ
เป้าหมายของหลี่มู่ช่างแสนง่ายดาย ก็คือทําลายเก้าสํานักทิ้งเสีย
ให้ดาวทุรกันดารกลายเป็นโลกที่กุมบังเหียนโดยภูเขาสู่ ถึงอย่างไรดาว
ดวงนี้ก็เชื่อมต่อกับแดนเซียนภูเขาสู่บนดาวโลก ภายภาคหน้าไม่แน่ว่า
จะกลายเป็นด่านหน้าการมุ่งสู่โลกแห่งทางช้างเผือกของดาวโลกก็
เป็นได้ ดังนั้นควบคุมไว้ด้วยคนของตนเองจึงเป็นเรื่องดีที่สุด
แต่หลี่มู่ก็ยังเข้าใจว่ามันยากมาก
ไม่ต้องพูดเรื่องอื่นเลย ศึกในวันนี้ ข้อมูลที่ตนเองอยู่บนดาว
ทุรกันดารจะต้องถูกส่งต่อออกไปยังเขตดาราเทพวีรชนอย่างรวดเร็ว
พอถึงตอนนั้น ผู้แข็งแกร่งจากสํานักนอกพิภพ น่ากลัวว่าจะตรงปรี่กัน
เข้ามาไล่ล่าสังหารเขาเป็นแน่
และภูเขาสู่ในฐานะที่เป็นสํานักที่หลุไป๋เป็นผู้สร้างไว้ในอดีต ถูกขีด
เอาไว้ว่าเป็นนักโทษผู้ผิดบาป รับประกันไม่ได้ว่าจะไม่ถูกพวกผู้บําเพ็ญ
นักล่าเงินรางวัลราวฝูงผึ้งถล่มจนย่อยยับ
จําเป็นต้องวางแผนแต่เนิ่นๆ แล้ว
ขณะที่หลี่มู่กลับมายังกระสวยแสงเทพ เหล่ายอดฝีมือของภูเขาสู่
ได้คึกคักกันไปก่อนแล้วสายตามากมายจับจ้องมาที่หลี่มู่ ราวกับกําลังมองเทพเจ้ามาเยือน
โลกมนุษย์ก็มิปาน
เหล่าสํานักใหญ่แห่งภูเขาสู่ ร้อยปีที่ผ่านมาได้ออกศึกกับเก้าสํานัก
ทั้งกลางแจ้งและลอบเร้น ล้วนอยู่ในฝ่ายเสียเปรียบ ได้รับความอัปยศ
ถึงที่สุด อดทนอดกลั้นมาโดยตลอด ทว่าตอนนี้ความอัปยศนั้นได้สลาย
กลายเป็นควันไปพร้อมกับการมาของเทพดาบไร้พ่ายจ้าวลัทธิคนใหม่
ผ่านสงครามนี้ไป เก้าสํานักทั้งหมดล้วนกลายเป็นประวัติศาสตร์
ลัทธิเทพภูเขาสู่ได้เข้าสู่ยุคสมัยใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย
การไล่สังหารคนของเก้าสํานักยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ดังนั้น
ทุกคนจึงไม่รีบร้อน กระสวยแสงเทพบินตรงกลับไปยังเมืองไป๋ตี้
และเวลานี้ ข่าวของชัยชนะได้ส่งกลับมาก่อนหน้าแล้ว
นอกกําแพงเมืองไป๋ตี้ ศิษย์และสาวกของลัทธิภูเขาสู่ล้วนกําลังชู
มือกู่ก้อง ราวกับเสียงของคลื่นฤดูใบไม้ผลิถาโถม ออกมาอย่างบ้าคลั่ง
จากด้านในทุกพื้นที่ของเมืองไป๋ตี้
เรื่องหลังความยินดีต่างๆ ให้พวกของหลงอู่ คุณชายเงาจันทร์มา
จัดการเสียหลี่มู่ไม่ค่อยชอบงานเลี้ยงมาแต่ไหนแต่ไร ดังนั้นเพียงแค่ออกไปนั่ง
ในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองเป็นสัญลักษณ์ หลังจากที่ไปปรากฏตัวต่อหน้า
สาวกทั้งหลายครู่หนึ่ง จึงกลับมายังด้านในวิหารเซียนทะยานปรับลม
หายใจลมปราณ ชดเชยการสิ้นเปลืองในศึกวันนี้ไป และทําการคิดย้อน
ถึงสิ่งที่ได้รับและสูญเสียไป
เข้าสู่กลางคืน
ทั่วทั้งเมืองไป๋ตี้ยังคงอยู่ในการเฉลิมฉลอง จุดไฟสว่างไสว
ในวิหารเซียนทะยาน หลี่มู่ลืมตาขึ้น
จิตใจไม่สงบ ไม่สามารถบําเพ็ญจริงๆ ได้เลย
หลี่มุ่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าสถานการณ์ตรงหน้าตึงเครียดเป็นอย่างมาก
ถ้าหากไม่สามารถขจัดการคุกคามของสํานักนอกพิภพที่มีต่อดาว
ทุรกันดารได้ ภูเขาสู่รวมไปถึงดาวโลก ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะพบกับ
ภัยพิบัติครั้งใหญ่ เพียงแค่ไม่ระมัดระวังอาจจะกลายเป็นมหันตภัยได้
จําเป็นต้องคิดหาวิธีแล้ว
ขณะที่หลี่มู่หยิบตราหยกแล้วปล่อยวิญญาณของหญิงสาวชุดโปร่ง
ดําออกมา“เจ้าตายแน่ หนีไม่รอดแล้ว วันนี้ข้าได้ลั่นชื่อของเจ้าไปแล้ว ผู้
แข็งแกร่งจากสํานักใหญ่มากมายแห่งเขตดาราจักรเทพวีรชนจะเข้ามา
ไล่สังหารเจ้า พวกนักล่าเงินรางวัลจากแดนดาราจื่อเวย ก็จะเข้ามาเด็ด
ศีรษะเจ้า ฮ่าๆๆ…”
วิญญาณของมือสังหารสาวแห่งหอสังหารอาภรณ์ดําคนนี้ ใบหน้า
เหี้ยมเกรียมเปล่งเสียงสาปส่งออกมา
หลี่มู่ไม่พูดไม่จา กระตุ้นจิตสํานึกเพื่ออ่านความทรงจําของอีกฝ่าย
คิดที่จะเข้าใจถึงสถานการณ์ของเขตดาราจักรเทพวีรชนให้มากขึ้น หา
แนวทางสักทางเพื่อขจัดอันตรายของดาวทุรกันดาร
“เหอๆ พลังบําเพ็ญจิตสํานึกของเจ้าก็แค่ขั้นทะลวงสวรรค์เท่านั้น
คิดที่จะมาอ่านความทรงจําของข้า ฝันไปเถอะ” หญิงสาวชุดโปร่งสีดํา
ยิ้มเย็นชา เยาะเย้ยหลี่มู่
แต่ว่าเพียงไม่นาน รอยยิ้มเยาะของนางก็เปลี่ยนเป็นความ
หวาดกลัว
เพราะนางพบอย่างกะทันหันว่า ระดับความแข็งแกร่งจิตสํานึก
ของหลี่มู่ ไม่ได้ด้อยกว่านางเท่าไรนัก ยิ่งไปกว่านั้นยังแฝงไว้ด้วยพลังอัน
แปลกประหลาด เพียงพริบตาก็รุกเข้ามาในจิตวิญญาณของนางและทํา
การอ่านความทรงจํา“เจ้า…ไม่จริง เจ้าเป็นใครกันแน่? บําเพ็ญวิชาอะไรมากัน?”
หญิงสาวชุดโปร่งดําหวาดกลัวและผูกพยาบาท
ในที่สุดนางก็เข้าใจ หลี่มู่น่าจะได้รับการถ่ายทอดระดับสูง
บางอย่างมา ฝึกบําเพ็ญวิชาเทพที่เกินกว่าสํานักทางช้างเผือกจะ
จินตนาการถึง มิเช่นนั้น ไม่มีทางที่จะแสดงออกมาได้อย่างร้ายกาจ
เช่นนี้ กระทั่งเป็นไปได้ว่าบนตัวหลี่มู่น่าจะมีการสืบทอดแห่งราชาใน
ตํานานอยู่
เมื่ออยู่ต่อหน้าการสืบทอดเช่นนี้ ตนเองก็ไม่เหลือโอกาสอะไรอีก
แล้ว
“ข้าจะไปรอเจ้าในนรก หลี่มู่ เจ้าอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”
หญิงสาวชุดโปร่งดําที่สิ้นหวังถึงที่สุด เลือกที่จะสลายวิญญาณ
ตนเองจนกลายเป็นฝุ่นควัน
นางแค้นเคืองหลี่มู่อย่างมาก ดังนั้นจึงยอมที่จะไม่ไปเกิดใหม่ และ
ไม่อยากให้หลี่มู่อ่านความทรงจําแล้วรับข้อมูลไปได้ด้วย
หลี่มู่ถอนใจ
“มือสังหารสาวคนนี้ เป็นตัวละครเหี้ยมหาญที่เด็ดขาดเสียจริง”อ่านความทรงจําได้ไม่สมบูรณ์
โดยเฉพาะเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของเขตดาราจักรเทพวีร
ชน รวมไปถึงสถานการณ์ท่าทีของสํานักใหญ่ต่างๆ ที่มีต่อเงินรางวัล
ของเขา ไม่ได้อะไรมาเลย ยังไม่ทันที่จะอ่านถึงส่วนนี้ หญิงสาวก็ได้
สลายวิญญาณตนเองทิ้งไปแล้ว
แต่ว่า หลี่มู่ได้รับข่าวสารที่มีประโยชน์อย่างมากมาเรื่องหนึ่ง
ในเขตดาราจักรเทพวีรชน มีดาวดวงหนึ่งชื่อว่าดาวร้อยภูต ว่ากัน
ว่าบนดาวดวงนี้ ภูตผีปีศาจแข็งแกร่งอย่างมาก ภูตประหลาดในแดน
มืดมนีอํานาจบาตรใหญ่ มีวิธีที่เหมาะสําหรับภูตบําเพ็ญโดยเฉพาะ
สามารถทําให้คนที่อยู่ในสถานะวิญญาณเริ่มการฝึกบําเพ็ญ เมื่อได้รับ
ความเชี่ยวชาญแล้วจะได้รับชีวิตใหม่
……………………………………….