novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 135: กระจกส่องกรรม

  1. Home
  2. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  3. บทที่ 135: กระจกส่องกรรม
Prev
Next

บทที่ 135: กระจกส่องกรรม

อาร์ทิสเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังรวบรวมความคิดภายในหัว หลังจากผ่านไปพักหนึ่ง นางก็เอ่ยขึ้นว่า “กระจกส่องกรรมนั้น…โดยพื้นฐานแล้วมันก็คือดาบ”

“มันถูกหลอมขึ้นจากหินห้าสีแบบเดียวกับที่เทพีนฺหวี่วาใช้ซ่อมแซมท้องฟ้า ไว้เฝ้ามองมนุษย์และตัดสินความในยมโลก นอกจากนี้ ทุกสิ่งที่เคยเห็นจะถูกบันทึกไว้ในกระจกส่องกรรม เจ้าจะสามารถดูบันทึกเหล่านี้ได้ตลอดเวลาตราบเท่าที่เจ้ายังเป็นยมทูตแห่งนรก”

ฉินเย่ขมวดคิ้วเข้าหากัน สัญชาตญาณของเขาบอกว่ามันยังมีอะไรบางอย่างมากกว่าที่ตาเห็น เพราะความรู้สึกเย็นยะเยือกไปตามกระดูกสันหลังที่เขารู้สึกได้เมื่อครู่เป็นหลักฐานแล้วว่ากระจกนี่….เจตนาปล่อยจิตสังหารมาที่เขา

“เมื่อครู่นี้เจ้าสัมผัสได้ถึงอันตรายหรือภัยคุกคามต่อชีวิตของเจ้าบ้างหรือไม่?” อย่างไม่คาดคิด อาร์ทิสถามออกมาอย่างตรงจุด “นั่นคือข้อพิสูจน์ กระจกส่องกรรมคือกฎของยมโลก มันไม่เคยปล่อยให้ความชั่วลอยนวล และไม่ปล่อยให้ความดีต้องรอนาน มันมีเกณฑ์ในการตัดสินของตัวเอง และมัน…ก็มีความรู้สึกเป็นของตัวเองด้วย”

“หากเจ้าทำการอะไรที่ทำให้ตัวตนของยมทูตต้องแปดเปื้อน อย่างเช่นยุ่งกับสมุดแห่งความเป็นตาย หรือการสร้างนรกส่วนตัวของเจ้าเองขึ้นมา มัน…ก็จะลบเจ้าออกไปจากโลกนี้โดยไม่ปรานี!”

“มันมีชีวิตอย่างนั้นเหรอ?” ฉินเย่จ้องไปที่กระจกในมือด้วยความเหลือเชื่อ แต่มันก็สะท้อนภาพของเขาเองเหมือนกับกระจกทั่วไป เด็กหนุ่มพลิกมันไปมาอยู่หลายรอบ แต่เขาก็ไม่ได้รับการตอบสนองที่ดูเหนือธรรมชาติจากมันเลยสักนิด

ทว่าขณะที่เขากำลังจะวางมันลง ฉินเย่ก็ชะงักไป หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ไม่สามารถต้านทานความต้องการที่จะจัดทรงผมของตัวเองหน้ากระจกได้

ใบหน้าของอาร์ทิสซีดเผือดไปทันที

ฉินเย่ยังคงไม่สะทกสะท้าน และยังคงชื่นชมใบหน้าของตนในกระจกอย่างต่อเนื่อง อืม…นายที่มันหล่อเหมือนเดิมไปเปลี่ยน…

“…โรคหลงตัวเอง รักษาอย่างไรก็ไม่หาย” อาร์ทิสถอนหายใจออกมาอย่างเวทนา

“อะแฮ่ม…นิสัยนี้ของข้ามันแทบจะกลายเป็นธรรมชาติไปแล้ว…” ฉินเย่กระแอมออกมา “แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น! ประเด็นหลักก็คือ…ข้ามีเคล็ดลับบางอย่างที่จะกระตุ้นให้มันตอบสนองเรา ไม่ว่ามันจะเย็นชาหรือหยิ่งยโสเพียงใด”

“…เจ้าต้องกำลังล้อเล่นแน่ ๆ!” อาร์ทิสมองฉินเย่ราวกับเห็นผี

แม้แต่อาร์ทิสเองก็ไม่เคยเห็นวิญญาณของกระจกส่องกรรมมาก่อน

ฉินเย่แสยะยิ้ม จากนั้นก็ลูบกระจกเบา ๆ “กระจกวิเศษ…บอกข้าเถิด….”

รอยยิ้มบนใบหน้าของอาร์ทิสหายไปทันที และถูกแทนที่ด้วยความจริงจัง

“….ใครงามเลิศในปฐพี?”

“เจ้ามัน@#%*&*$(&%!!” อาร์ทิสรู้สึกอยากจะตบยมทูตตรงหน้าขึ้นมาทันที! ข้าน่าจะรู้ดีว่าไม่ควรหวังอะไรจากเจ้า! ข้ามันโง่เอง!

นางโมโหจนสามเทพผี [1] ในร่างแทบจะหลุดออกมา แต่ขณะที่นางกำลังจะระเบิดอารมณ์ใส่ฉินเย่ จู่ ๆ พื้นผิวของกระจก…ก็เกิดการกระเพื่อม

อาร์ทิสแทบจะไม่เชื่อสายตาของตัวเอง!

ยมทูตคนสุดท้ายได้ถามคำถามแปลกประหลาดมากที่สุดออกมา แต่กระจก…กระจกส่องกรรมกลับตอบสนองจริง ๆ อย่างนั้นน่ะหรือ?!

มันตอบสนองหรือ?!

นี่เจ้ากำลังล้อข้าเล่นหรือเปล่า?!

ฉินเย่เองก็ผงะไปเล็กน้อยเช่นกัน แต่เขาก็รีบปรับสีหน้าของตัวได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างมองก้อนเมฆที่ลอยอยู่ไกล ๆ “เป็นอย่างที่คิด…ความงดงามบนใบหน้าคือความเที่ยงธรรมที่สุด”

“แหวะ!” ทว่าก่อนที่ฉินเย่จะพูดอวยตัวเองจบ เปลวไฟนรกสีเขียวก็พุ่งออกมาจากกระจกในมือ จากนั้นข้อความสีแดงเข้มที่เอียงเล็กน้อยก็ปรากฏขึ้นบนผิวกระจก ราวกับมันถูกเขียนด้วยความโกรธเกรี้ยว “เอามือของเจ้าออกไป เจ้าคนน่าเกลียด!”

“….”

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็เงียบไปทันที

หลังจากผ่านไปประมาณสองวินาที อาร์ทิสก็เอ่ยออกมาอย่างหวาดกลัว “มัวทำอะไรอยู่?!…รีบปล่อยมือของเจ้าซะ! เจ้าไม่รู้หรือว่านี่คือสมบัติในตำนานของยมโลก?! เชื่อหรือไม่ว่าการสร้างความเสียหายให้มัน แม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เจ้าได้รับโทษจำคุกในนรกไปตลอดชีวิต!”

“ไม่มีใครสามารถหยุดข้าได้!! อย่างไรข้าก็จะเค้นความจริงออกมาจากมันให้ได้! มองหน้าข้าและพูด!! พูดออกมาจากจิตใต้สำนึกของเจ้า!” ฉินเย่เอ่ยลอดไรฟันขณะที่เส้นเลือดบริเวณขมับของเขาเต้นตุบ ๆ อย่างไม่สามารถควบคุมได้ ร่างครึ่งบนของเขาหายออกไปนอกหน้าต่างแล้วครึ่งหนึ่ง ขณะที่อาร์ทิสก็ดึงเสื้อของเด็กหนุ่มเอาไว้อย่างลนลาน ช่างเป็นภาพที่ไม่น่าดูเลยสักนิด

แม้ว่ากระจกที่อยู่ในมือของฉินเย่จะแกว่งไปมาอย่างน่ากลัว แต่บรรทัดข้อความที่ดูเหมือนต้องการจะยั่วยุฉินเย่กลับยังคงปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของกระจก “โยนเลย! โยน หากเจ้ากล้าพอ! แล้วมาดูกันว่าเจ้าจะสามารถสร้างความเสียหายให้ข้าได้หรือไม่!”

“อ๋อ แน่นอนข้าทำได้แน่! คิดก่อนที่จะพูดอะไร! เจ้าคิดหรือว่าข้าไม่กล้า?!” ตอนนี้เด็กหนุ่มกำลังคีบกระจกดังกล่าวด้วยนิ้วโป้งและนิ้วกลางอย่างอันตราย อาร์ทิสจ้องมองฉินเย่อย่างหวาดกลัวขณะที่ดึงร่างของฉินเย่

“เฮ้ย ๆ ๆ …แต่แผนที่ภาพรวมของนรกยังอยู่กับมัน! ช่างเป็นกระจกที่น่ากลัวจริง ๆ ได้โปรดเถอะ ปล่อยมือซะ! หรือถ้าเจ้าไม่ปล่อย ข้าจะตะโกนบอกทุกคนแถวนี้ว่าเจ้าจะข่มขืนข้า?!”

ฉินเย่กลืนน้ำลายอย่างเป็นกังวล ทันใดนั้นเขาก็หันหน้าและดึงตัวกลับเข้ามาในห้องตามเดิม จากนั้นก็มองไปยังอาร์ทิสด้วยสีหน้าเหมือนได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง

“อาร์ตี้ ข้าบอกท่านกี่รอบแล้วว่าท่านสามารถทุบตีหรือฆ่าใครก็ได้ แต่ท่านไม่ควรทำเรื่องน่าละอายเช่นนี้ จงใช้ชีวิตอย่างมีค่า และตายอย่างวีรบุรุษ ข้าผู้เป็นยมทูตจะยอมปล่อยให้ดวงวิญญาณมาปั่นหัวเล่นแบบนี้ได้อย่างไร? แล้วข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ท่านปล่อยมือ?! วิญญาณบางตนก็ควรที่จะได้รับบทเรียนเพื่อที่จะได้รู้ว่าแท้จริงแล้วใครคือเจ้านายของมัน!”

อาร์ทิสมองมือของตนที่กอดเอวของอีกฝ่ายไว้แน่น จากนั้นจึงจ้องฉินเย่ด้วยสายตาเย็นยะเยือก “เจ้าหนู…เจ้าอยากตายจริง ๆ สินะ?”

“แต่ในเมื่อท่านอุตส่าห์ขอร้องข้าถึงเพียงนี้ ข้าก็จะยอมเมตตาให้สักครั้งและยอมรับคำขอร้องของท่านก็แล้วกัน…ข้าจะยอมปล่อยให้มันมีชีวิตต่อไปก็ได้” ฉินเย่เดินกลับไปที่เตียงพร้อมกับเอ่ยขึ้นและวางกระจกลงด้านข้าง จากนั้นเขาก็หยิบปลอกหมอนขึ้นมาและเริ่มเช็ดและขัดเงาให้กับมันอย่างแผ่วเบา

การเคลื่อนไหวของเขาเป็นธรรมชาติและราบรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ

“หืม? ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้มีใครบางคนพยายามที่จะทำลายกระจกบานนี้อยู่แล้วรึ? ข้าขอเตือนเจ้านะ ข้าจะไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แน่! ข้าเคยอยู่ในยมโลกมานานหลายพันปี แต่ข้ายังไม่เคยเห็นผู้ใดที่กล้าทำตัวหยิ่งยโสต่อหน้าข้าผู้นี้เฉกเช่นเจ้ามาก่อน!” บรรทัดข้อความปรากฏขึ้นติดต่อกันอย่างรวดเร็วบนผิวกระจก

ฉินเย่ขมวดคิ้ว “ในฐานะของสมบัติอมตะ เจ้าช่วยมีความอดทนมากกว่านี้สักนิดไม่ได้หรือ?”

จากนั้นเขาก็รีบหันไปหาอาร์ทิสและเอ่ยว่า “อาร์ตี้ รีบขอโทษสิ ท่านไม่เห็นหรือว่าท่านทำให้มันโกรธแล้ว?!”

เงียบกริบ

หลังจากผ่านไปสามวินาที….โครม ร่างของฉินเย่กระเด็นไปกระแทกกับประตูห้องและล้มลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง

“นายท่าน ท่านไม่จำเป็นต้องสนใจเขาเลยสักนิด” อาร์ทิสยิ้มขณะที่เดินไปหากระจกส่องกรรมและโค้งคำนับมันและเอ่ยว่า “ข้า….”

“ข้ารู้ อรากษส ไม่ใช่ว่าเจ้าคือผู้ที่ทำให้เกิดเหตุระเบิดที่หว่างกงฉ่างเมื่อครั้งนั้นและถูกข้าเนรเทศไปที่หุบเหวลึกบริเวณสะพานไน่เหออย่างนั้นหรือ? เจ้าสามารถหลบหนีออกมาจากเนรเทศได้อย่างไร? บอกข้ามา” บรรทัดข้อมูลสองสามบรรทัดปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ฉินเย่ได้ยินเสียงลมปริออกมาจากมือที่เป็นยางของอาร์ทิส

เสียงที่ออกมาจากตุ๊กตายางเมื่อครู่นี้แสดงถึงความโกรธของอาร์ทิสได้เป็นอย่างดี

“นายท่าน…” ฉินเย่ก้มหน้าและยิ้มออกมาอย่างช้า ๆ “เมื่อครู่นี้ข้าเพียงล้อเล่นเท่านั้น…ข้า….หมายความว่า แดนมนุษย์ในยามนี้กำลังเกิดวิกฤตการณ์เหนือธรรมชาติอยู่ ในขณะที่ข้าเป็นผู้จัดการกิจการในนรกเพียงคนเดียวเท่านั้น มันเป็นเรื่องยาก แต่ในที่สุดข้าก็สามารถรวบรวมทีมก่อสร้างที่มีฝีมือได้ พวกเขาพร้อมที่จะเริ่มงานได้ทันที และสิ่งเดียวที่พวกเราขาดตอนนี้ก็คือแผนที่ภาพรวม ท่าน…จะใจดีพอที่จะมอบมันให้กับข้าได้หรือไม่?”

“ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับอารมณ์ของข้า” กระจกส่องกรรมตอบกลับมาด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ แต่ก่อนที่ประโยคบนผิวกระจกจะขึ้นจนครบ

อาร์ทิสก็เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “นายท่าน นี่มิใช่เรื่องที่น่าหัวเราะเลยสักนิด ถึงแม้ว่ากระจกส่องกรรมจะเป็นสมบัติอมตะ แต่ท่านได้รับความเสียหายมากเพียงใดตอนที่นรกล่มสลาย? มีเพียงพวกข้าเท่านั้นที่จะสามารถช่วยท่านกลับสู่สภาพเดิมได้ เหล่าวิญญาณจะต้องออกอาละวาดทันทีที่แดนมนุษย์ล่มสลาย และเมื่อเวลานั้นมาถึง พวกเราก็จะไม่สามารถรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นในแดนมนุษย์ได้ นับประสาอะไรกับการมีเวลามาปลดปล่อยวิญญาณของท่านและซ่อมแซมสมบัติอมตะ!”

ทั้งห้องถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ

หลังจากผ่านไปสักพัก กระจกส่องกรรมก็เอ่ยขึ้นว่า “สาวน้อย…เจ้ามองเห็นบาดแผลบนร่างของข้าอย่างนั้นหรือ?”

อาร์ทิสโค้งคำนับอย่างนุ่มนวล “ครั้งหนึ่งข้าเองก็เคยเป็นตุลาการนรกผู้ทำหน้าที่ดูแลทั่วทั้งมณฑล ท่านเป็นสมบัติอมตะที่ไม่สามารถเปิดเผยจิตวิญญาณของตนเองได้ ยิ่งกว่านั้น ตอนที่ข้าปลดผนึกท่านก่อนหน้านี้ ท่านก็ไม่สามารถทะลุผ่านมิติกักขังของข้าไปได้ ทั้งหมดนี้มีความหมายเพียงอย่างเดียว…และนั่นก็คือพลังของท่านในตอนนี้นั้นไม่ได้มากไปกว่ายมทูตยาวดำเลยสักนิด”

ทุกอย่างตกสู่ความเงียบอีกครั้ง

หลังจากผ่านไปประมาณสิบนาที กระจกส่องกรรมก็ขจัดเสี้ยนหนามของมันออกไปและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำกว่าเดิม ทว่ามันก็ยังไม่สามารถบอกได้เลยว่าวิญญาณดวงนี้เป็นชายหรือหญิง “สถานการณ์ที่โลกมนุษย์ในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

จากนั้นเป็นเวลากว่า 30 นาทีที่ฉินเย่เล่าถึงสถานการณ์ในแดนมนุษย์และอธิบายการเตรียมการทุกอย่างที่เขาได้ดำเนินการไปแล้วในนรกให้กับอีกฝ่ายฟัง

กระจกส่องกรรมเงียบไป หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ มันก็ถอนหายใจออกมา “พิภพเดรัจฉาน พิภพอสูร และพิภพเปรต…คิดว่าราชาผีทั้งสามไม่ได้ถูกปัดเป่าไปเมื่อครั้งที่นรกล่มสลาย….”

กระจกหันหน้าไปเผชิญหน้ากับฉินเย่ตรง ๆ แต่ครั้งนี้เงาที่สะท้อนบนกระจกของฉินเย่กลับพูดว่า “ข้าให้เวลาอย่างมากที่สุด 10 ปี สงครามระหว่างแดนมนุษย์และกองกำลังจากยมโลกจะต้องอุบัติชึ้นเป็นแน่ พวกเขา…ไม่ได้ใจดี! แม้ว่าข้าจะเคยเห็นวิญญาณชั่วร้ายมามาก แต่ราชาผีพวกนั้น…เป็นผีที่ชั่วร้ายและเลวทรามที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา!”

“ท่านเคยเห็นพวกเขามาก่อนอย่างนั้นหรือ?” แววตาของฉินเย่กะพริบถี่

“ใช่…” กระจกส่องกรรมสูดหายใจเข้าลึก “ตอนนั้น ตอนที่กงล้อแห่งสังสารวัฏถูกสร้างขึ้นมาในช่วงแรก มันไม่มีความเสถียรเลยสักนิด และพวกเราก็ต้องการวิญญาณที่ชั่วร้ายที่สุดในทุกยุคสมัยเพื่อที่จะทำหน้าที่เป็นรากฐานของมัน เพื่อที่จะจับตัวดวงวิญญาณดังกล่าว…ทางนรกได้ระดมกองกำลังฝู่จวินทั้ง 18 ราชันย์วิญญาณสามตน ตุลาการนรกมากกว่า 200 ตน และยมทูตขาวดำ นักล่าวิญญาณและยมเทพอีกจำนวนมาก…และพวกเจ้าอย่าคิดเชียวว่าข้าสามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของพวกมันได้ เพราะแม้แต่ข้า…ก็ไม่สามารถเปิดเผยความชั่วร้ายของมันพวกมันได้เช่นกัน”

ฉินเย่อ้าปากค้าง “ถ้าเช่นนั้น…ค่าดัชนีพลังหยินของวิญญาณพวกนั้นคือเท่าใดกัน หากสมมติว่าค่าดัชนีพลังหยินของตี้ทิงนั้นอยู่ที่ 30 ล้าน?”

กระจกส่องกรรมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “อย่างน้อยแต่ละตนก็น่าจะประมาณ 12 ล้าน!”

ภายในหัวของอาร์ทิสและฉินเย่มึนงงทันที

“ฝู่จวินสูงสุด…ผู้ที่ใกล้จะได้เป็นพระยม ไม่แปลกใจ…ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดนรกจึงต้องระดมพลคนจำนวนมากขนาดนั้น…” อาร์ทิสพึมพำ

“แม้ว่าพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสในการหลบหนีจากพระกษิติครรภโพธิสัตว์ในครั้งที่พระองค์ทรงตรัสรู้ แต่ค่าดัชนีพลังหยินก็คงเกินล้านไปแล้วในตอนนี้!”

หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ มันยังมีดวงตาแดงก่ำอีกสามคู่ในแดนมนุษย์ที่อาจจะจับตาดูการกระทำของพวกนางอยู่

กระจกส่องกรรมสูดหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้ง “เจ้าหนู…ในฐานะที่เจ้าเป็นยมทูตที่ยายเมิ่งเป็นผู้เลือกด้วยตนเอง ข้าก็จะยอมมองข้ามเหตุการณ์ที่ผ่านมา เมื่อลงไปด้านล่าง เจ้าจงแขวนกระจกบานนี้ไว้ที่ด้านบนสุดของประตูนรก มันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเจ้า”

“ส่วนเรื่องแผนที่ภาพรวม ข้ามีมันอยู่กับตัวจริง ๆ หากพูดกันตามตรง ยายเมิ่งเพิ่งได้รายงานกับท่านเปา [2] เมื่อนางสัมผัสได้ถึงการตรัสรู้ของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ ปฏิกิริยาแรกของนางในตอนนั้นก็คือคว้าข้าและให้ข้าดูแผนที่ภาพรวมของนรกทั้งหมด ช่างมีสติปัญญาล้ำเลิศจริง ๆ….”

ฉินเย่ถามเสียงอ่อน “อ่าา…ยายเมิ่งแข็งแกร่งถึงขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือ? นางถึงสามารถมุ่งหน้าจากพระตำหนักของท่านเปาไปยังที่ที่ท่านอยู่ได้ในชั่วพริบตา?”

อาร์ทิสเอ่ยตอบเด็กหนุ่มอย่างไม่แยแสนัก “ท่านเปาคือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบพระตำหนักที่ 5 ของนรก นามเต็มของท่านคือเปาเจิ่ง เจ้าเองก็คงจะรู้ดีว่าท่านคือใคร กระจกส่องกรรมคือสิ่งที่ท่านจ้าวนรกส่งมอบให้กับท่านเปาด้วยตัวของพระองค์เอง มันถูกแขวนไว้ในพระตำหนักที่ 5 คอยชั่งน้ำหนักการกระทำชั่วทั้งหมด ข้อเท็จจริงที่ว่านางสามารถนำมันมาได้ไม่ใช่เรื่องที่น่าอัศจรรย์ขนาดนั้น”

ฉินเย่พยักหน้า และมองไปยังกระจกส่องกรรมอย่างจริงใจ “ถ้าเช่นนั้น…เมื่อใดท่านถึงจะมอบแผนที่นั่นให้กับข้า?”

“ตอนนี้เลย”

และก่อนที่มันจะเอ่ยจบ ลำแสงสีแดงก็พุ่งตรงไปที่บริเวณกลางหน้าผากของฉินเย่ เด็กหนุ่มรู้สึกได้ว่าร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เขากะพริบตาหนึ่งครั้ง จากนั้นก็หมดสติและล้มลงกับพื้นอย่างแรง

“เขาจะเป็นอะไรหรือไม่?” อาร์ทิสถาม

“เขาไม่เป็นอะไรหรอก” กระจกส่องกรรมตอบ “ยมโลกแห่งเก่านั้นมีขนาดใหญ่มาก พื้นที่ทั้งหมดของมันครอบคลุมพื้นที่หลายล้านตารางกิโลเมตร ข้าเพิ่งใส่ข้อมูลพวกนี้เข้าไปในหัวของเขาด้วยเวทมนตร์บางอย่าง อาจเป็นเพราะว่าข้อมูลพวกนั้นมีมากเกินไป และเขาก็ไม่สามารถประมวลผลมันได้ทั้งหมดในคราวเดียว แต่เดี๋ยวอีกไม่กี่วันเขาก็จะฟื้นเอง”

ฉินเย่ไม่สามารถได้ยินสิ่งที่ทั้งคู่พูดได้อีกต่อไป

ในวินาทีนี้ แม้ว่าร่างกายกายภาพของเขาจะหมดสติไป แต่จิตของเขากลับถูกเคลื่อนย้ายไปยังโลกที่กว้างใหญ่อย่างไม่สามารถหาที่เปรียบได้

พลังหยินมากมายไหลเวียนอยู่ในอากาศ ท้องฟ้าปกคลุมไปได้วยสายฟ้าสีแดง ในขณะที่เสาไฟนรกสีเขียวขนาดมหึมาพุ่งขึ้น 1 หมื่นฟุตจากพื้นดิน มหานครขนาดใหญ่ที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขา

วิญญาณนับล้านมารวมตัวกันจากทุกทิศทาง พลังหยินที่น่าสะพรึงกลัวของสถานที่แห่งนี้ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด แต่ในขณะเดียวกัน ฉินเย่ก็รู้สึกราวกับว่าตนกำลังมองทุกอย่างจากดวงตาของจักรพรรดิสวรรค์ที่จ้องมองไปยังมหานครที่ยิ่งใหญ่อย่างน่าเหลือเชื่อ!

อนุสาวรีย์หินตั้งตระหง่านอยู่ที่ประตูสู่นคร และตัวอักษรสีแดงเลือดถูกเขียนด้วยลักษณะที่ทรงพลัง!

นรก!

กงล้อแห่งสังสารวัฏ พระตำหนักทั้ง 10 ขุมนรกท้ัง 18 ขุม สะพานไน่เหอ หินสามชาติภพ [3]….ทุกอย่างล้วนอยู่ที่นี่ มันคือภาพของนรกก่อนที่เหตุหายนะที่ทำให้นรกเกิดกลียุคครั้งใหญ่จะอุบัติขึ้น!

[1] มักรู้จักกันในชื่อของสามอสุภะ หรือสามพยาธิ เป็นแนวคิดทางสรีรวิทยาของลัทธิเต๋าที่เชื่อว่าในร่างกายของมนุษย์นั้นมีปีศาจร้ายสิงอยู่ และพวกมันก็พยายามที่จะเร่งการตายของเจ้าของร่าง เพื่อที่สาวกเต๋าจะได้รับชีวิตนิรันดร์ พวกเขาจะต้องขจัดสามอสุภะออกจากร่างให้ได้

[2] อ้างอิงถึงเปาเจิ่ง หรือเป็นที่รู้จักในนาม ‘เปากง’ หรือเปาบุ้นจิ้น ตุลาการผู้ใช้สติปัญญาของเขาในการเอาชนะการทุจริตในเหตุการณ์ต่าง ๆ

[3] ก้อนหินที่วางอยู่บริเวณริมแม่น้ำแห่งความหลงลืมซึ่งบันทึกชีวิตในชาติที่แล้วและชาตินี้ของเราเอาไว้ทั้งหมด

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 135: กระจกส่องกรรม"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

เปลี่ยนชีวิต พลิกชะตารัก
เปลี่ยนชีวิต พลิกชะตารัก
August 7, 2021
2901002
ระบบเจ้าสำนัก
August 24, 2022
5ac46d92DXpH11Mz-212×300
อรุณสวัสดิ์ ท่านประธานาธิบดีที่รัก!
April 16, 2021
จารใจรัก
จารใจรัก
February 27, 2021
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF