novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 136: ประวัติศาสตร์อันยาวนานของนครวิญญาณ

  1. Home
  2. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  3. บทที่ 136: ประวัติศาสตร์อันยาวนานของนครวิญญาณ
Prev
Next

บทที่ 136: ประวัติศาสตร์อันยาวนานของนครวิญญาณ

มันเป็นเรื่องยากที่จะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด

และไม่สามารถที่จะอธิบายได้

มันรุ่งโรจน์ สง่างาม โอ่อ่าและยิ่งใหญ่ พร้อมกระแสพลังหยินอันรุนแรง….ไม่มีคำพูดใดที่จะสามารถอธิบายความยิ่งใหญ่มหานครตรงหน้าได้

ขนาดของมันนั้นช่างเหลือเชื่อ มันใหญ่มากจนไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นเพียงนครแห่งหนึ่ง ฉินเย่ก้มมองลงไปราวกับตัวเองเป็นเทพเจ้า และสิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือภาพร่างขนาดย่อยที่มีลักษณะคล้ายกับแผ่นดินจีน จากจุดนี้ มหานครนรกนั้น…มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับทั้งมณฑล!

ถึงแม้ว่าเขาจะมองมันจากด้านบน แต่เขาก็ยังมองเห็นรายละเอียดของมันอย่างชัดเจน เปลวไฟนรกลอยอยู่ทั่วทุกที่ วิญญาณจำนวนมากหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศราวกับยุงตัวเล็ก ๆ ที่พุ่งเข้าไปหาเหยื่อ มันคือสัญลักษณ์ของนรก

นครวิญญาณ…

แกนกลางของยมโลก!

ไม่ว่าเขาจะมองไปทางไหน วิสัยทัศน์ของเขาจะขยายใหญ่ไปยังพื้นที่นั้นโดยอัตโนมัติ เขามองเห็นทุกอย่างชัดเจน…ทุกนคร เมือง และแม้แต่หมู่บ้านต่างมีสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เหมือนใคร

อาคารในเขตนครจะมีขนาดใหญ่ แต่กลับลดหลั่นลงมาในเมืองและเขต และเมื่อถึงในส่วนของหมู่บ้าน อาคารต่าง ๆ ก็ไม่ได้มากไปกว่าวิหารอันเรียบง่ายที่มีเสาหินและแท่นบูชายัญ

ดูเหมือนจะไม่ใช่หรือเปล่า?

ไม่ นอกจากบริเวณขอบของยมโลกแห่งเก่า ๆ ที่ยังไม่ได้อยู่ภายใต้การขยายงานแล้ว มันก็ยังมีนครอีกนับพัน เมืองอีกนับร้อย และหมู่บ้านอีกนับหมื่นกระจัดกระจายไปทั่ว อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่สร้างขึ้นนั้นเทียบได้กับความรุ่งโรจน์ของทะเลและความงดงามของดวงดาว!

“นี่…ต้องใช้เวลานานเพียงใดกว่าที่ทุกอย่างจะมาถึงจุดนี้ได้?” รูม่านตาของเขาสั่นไหวขณะที่เลื่อนสายตาไปยังบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำจูเจียง จุดที่มีศาลาไว้ทุกข์และสุสานโบราณนับไม่ถ้วนตั้งอยู่ นครรัฐซึ่งเป็นนครโบราณที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่สามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำจูเจียงที่มีความยาวหลายร้อยไมล์!

มหานครขนาดใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยพลังหยินที่หนาแน่น และลูกไฟวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วน มันไม่มีตึกระฟ้าแบบที่สามารถเห็นได้ทั่วไปในสังคมสมัยใหม่ แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น ความรุ่งโรจน์ของมันก็เป็นสิ่งที่มิอาจปฏิเสธได้ มันตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น แต่เท่าที่สายตาของเขาจะมองเห็น มันยังมีศาลาอีกจำนวนนับไม่ถ้วนถูกสร้างอยู่ทุกหนทุกแห่ง มันแทบจะเหมือนกับพระราชวังอาฝางกงไม่มีผิด!

และหากเขานับเฉพาะเมืองที่มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับนครรัฐ ทั่วทั้งนรกนี้…มีเมืองอยู่ทั้งหมด 15 เมือง!

ฉินเย่รู้ดีว่าหากมองกลับไปยังแดนมนุษย์ จากทั่วทั้งแผ่นดินจีนมีเมืองใหญ่อยู่เพียงสิบเมืองเท่านั้น หรือหากพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ นรกนั้นมีขนาดใหญ่กว่าประเทศจีนทั้งประเทศ!!

“ความรุ่งโรจน์เช่นนี้คงจะเกิดจากข้อเท็จจริงที่ว่าอำนาจในการปกครองยังคงไม่เปลี่ยนไป แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายพันปี….” พึมพำออกมาเบา ๆ จากนั้นนัยน์ตาก็ล็อกไปที่เมืองหลวงของนครวิญญาณ

ภาพที่เห็นขยายใหญ่ขึ้นอย่างใจนึก และทัศนวิสัยของเขาก็หยุดลงตรงจุดโฟกัสของเขา ราวกับฉินเย่กำลังตกลงจากฟากฟ้าและพุ่งตรงลงสู่ใจกลางของเมือง แต่ทันใดนั้น เด็กหนุ่มก็รู้สึกราวกับว่าร่างของเขาปะทะเข้ากับพลังที่มองไม่เห็น และจากนั้น เขาก็ไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้อีก

นครวิญญาณยังคงอยู่ห่างออกไปอีกหลายพันเมตร แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสามารถมองเห็นถนนที่มีภาพลักษณ์คล้ายกับใยแมงมุม เขตที่อยู่อาศัยนั้นกระจัดกระจายไปตามชายขอบของนครและสว่างไสวด้วยเปลวไฟนรกจากโคมไฟ น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถเข้าไปใกล้กว่านี้ได้

“เจ้าไม่มีอำนาจพอที่จะเข้าไปใกล้กว่านี้”

ฉินเย่แทบจะกระอักเลือดออกมาเมื่อได้ยินเสียงที่ดังขึ้น

นี่ยังมีระบบการทำงานแบบนี้ซ่อนอยู่อีกอย่างนั้นหรือ?

นครวิญญาณอยู่ตรงหน้า! และข้าก็มาได้ถึงขนาดนี้แล้ว แต่ท่านกลับบอกข้าว่าข้าไม่มีอำนาจพอที่จะเข้าไปดูใกล้กว่านี้เนี่ยนะ?

“ข้อเท็จจริงที่เจ้าสามารถมาถึงตรงนี้ได้ก็เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเจ้าได้รับหน้าที่อย่างชอบธรรมในการสร้างนรกขึ้นมาอีกครั้ง…” ขณะที่เสียงดังกล่าวดังขึ้นในอากาศ พลังหยินที่อยู่โดยรอบก็รวมกันจนเกิดไปร่างมายาของคนคนหนึ่ง

ยายเมิ่ง!

ฉินเย่ตกตะลึง หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็หัวเราะออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน “เหตุใดท่านจึงมาอยู่ทุกที่แบบนี้ล่ะ? ท่านควรจะหยุดตามข้าเสียทีนะ”

ทว่าหญิงชรากลับเมินเฉยต่อคำพูดของเขาและเอ่ยต่อ “นครวิญญาณคือแก่นแท้ของนรก การจัดวางโครงสร้างและสัดส่วนการออกแบบทั้งหมดจะต้องผ่านการคำนวณและกระบวนการที่เข้มงวด สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเมืองหลวงของนรกเท่านั้น…แต่มันยังเป็นการดำรงอยู่ที่ทรงพลังซึ่งใช้เวลาสร้างมานานกว่าหลายพันปีลงอีกด้วย มันคือขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่ของนรก”

ฉินเย่กะพริบตาปริบ เขาเดินเข้าไปหาคนตรงหน้าและโบกมือไปมาตรงหน้าของอีกฝ่าย จากนั้นจึงชูนิ้วกลางให้นาง ทว่านางกลับไม่ตอบสนองใด ๆ

“นี่คงจะเป็นแก่นวิญญาณสุดท้ายที่นางทิ้งไว้ในสมุดโบราณสินะ?” ฉินเย่เดิมทะลุร่างมายาของยายเมิ่งไป มันไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าการฉายภาพของนางในอดีต

“จงดู” ยายเมืองค่อย ๆ ยกมือของนางขึ้นและกดลงไปยังนครวิญญาณที่อยู่ห่างออกไป ทันใดนั้น แสงสีฟ้าเข้มก็เปล่งประกายออกมาจากพระราชวังที่อยู่ใจกลางนคร จากนั้น….สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในนครวิญญาณก็เริ่มสว่างขึ้นจากจุดศูนย์กลาง ถึงแม้ว่าจะดูวุ่นวาย แต่กลับเป็นระเบียบเรียบร้อย! ภายในเวลาไม่กี่นาที ทั่วทั้งนครก็เผยให้เห็นอักขระรูนขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากแสงสีฟ้าดังกล่าว!

มันดูคล้ายกับข้อความทางพุทธศาสนาในสมัยโบราณ ทว่ายังมีบางส่วนที่แตกต่างอย่างชัดเจนเช่นกัน นอกจากนี้ มันเป็นรูนขนาดใหญ่ที่สลักอยู่บนพื้นดิน ยิ่งใหญ่และงดงาม

“ยิ่งใหญ่จริง ๆ…” ฉินเย่พึมพำกับตนเองเบา ๆ

ยายเมิ่งยกมือของนางขึ้นช้า ๆ ทันใดนั้น นครวิญญาณทั้งหมดก็ถูกขุดขึ้นมาจากพื้น ในขณะที่กลุ่มก้อนเมฆและท้องฟ้าเคลื่อนผ่านสายตาของฉินเย่ไปอย่างรวดเร็ว กว่าเขาจะกลับมาได้สติอีกครั้ง ส่วนที่ถูกขุดขึ้นมาของนครวิญญาณก็มาอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว และเขาก็มีขนาดเพียงเท่ามดตัวหนึ่งเท่านั้นเมื่อยืนอยู่ต่อหน้ามัน

และสิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือการมีอยู่ของขุมนรกที่ได้รับการป้องกันอย่างแน่นหนา เปลวไฟ น้ำแข็งที่หนาวจัด และกระทะน้ำมันเดือด ถูกล้อมรอบโดยป่าดาบที่ต้นไม้ใบหน้ามีความคมเหมือนดาบและทะเลเพลิง!

เขามองเห็นยมทูตขาวดำถือไม้ขกสังปั๊ง (ไม้ร้องไห้) [1] สวมหมวกทรงสูงและวิญญาณอีกหลายตัวที่อยู่ด้านหลังแตกฮือราวกับมดรังแตก ขณะที่ยมเทพหลายสิบตนวิ่งตามหลังอย่างใกล้ชิด นักล่าวิญญาณจำนวนมากบินไปมาในร่างยมทูตราวกับฝูงยุง…และฉินเย่ยังสามารถมองเห็นใบหน้าของเหล่าชาย หญิง คนแก่และเด็กที่มองออกมาจากกระแสพลังหยินที่ปะทุออกมาจากหุบเหวนรกบ้างเป็นครั้งคราว กลุ่มคนพวกนี้มีทั้งร่ำรวยและยากจน ซึ่งพวกเขาทั้งหมดต่างกำลังกรีดร้องเสียงหลง ขณะที่ถูกกลืนกินโดยกระแสพลังหยินอันดำมืดนั้น ราวกับว่าพวกเขาได้กลับใจและกำลังชดใช้ความผิดบาปของตนใช้ชาติที่แล้วอยู่!

“นี่คือพันธนาคารของนรก มันมีหน้าที่กักขังวิญญาณบาปที่จะต้องถูกส่งไปยังกงล้อแห่งสังสารวัฏหรือขุมนรกทั้ง 18 ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามมากเพียงใด ก็จะไม่มีผู้ใดสามารถรอดพ้นและหลบหนีออกมาได้ ในเวลานี้ เจ้าสามารถสร้างสถานคุมขังที่เทียบกับที่นี่ได้หรือไม่?”

ทว่าก่อนที่หญิงชราจะเอ่ยจบ ส่วนที่ถูกขุดขึ้นมาของนครวิญญาณก็มลายหายไปต่อหน้าต่อตา ขณะเดียวกันที่ห่างไกลออกไป ฉินเย่มองเห็นพื้นที่ 34 เขตเต็มไปด้วยพลังหยินลอยขึ้นไปบนฟ้า มันมีทั้งขุมนรกที่เต็มไปด้วยไฟโลกันตร์ เชือกนรกสีดำ และขุมนรกอื่น ๆ ที่มีเสียงกรีดร้องที่โหยหวนดังให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง และมันมีแม้กระทั่ง…เหล่าดวงวิญญาณที่ถูกผู้ด้วยเชือกดำ ถูกนำทางไปยังสถานที่เหล่านี้จากทั่วทุกทิศทาง พวกเขาทั้งหมดค่อย ๆ เดินไปอย่างช้า ๆ ราวกับเป็นเครื่องจักรที่แข็งกระด้าง

ทั้งหมดนั้นดูคล้ายกับฝูงศพของนกอพยพ

“พระตำหนักทั้งสิบ ขุมนรก และกงล้อแห่งสังสารวัฏ…ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกลไกของนรกในการชั่งน้ำหนักความผิดในชีวิตของวิญญาณแต่ละตน เจ้าสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่?”

ฟึ่บ…ภาพทั้งหมดตรงหน้าของเขาสลายหายไปราวกับกลุ่มก้อนพลังหยินอีกครั้ง ยายเมิ่งสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปในแขนเสื้อของตนและเอ่ยด้วยเสียงที่แหบพร่า “ยิ่งเจ้าเห็นมาก เจ้าก็จะยิ่งสับสน ยิ่งเจ้าคิดถึงมันมาก เจ้าก็จะยิ่งถูกล่อลวงและทำสิ่งที่เกินควร เหตุผลที่ข้าบอกทุกอย่างกับเจ้าก็เพราะว่าข้าต้องการให้เจ้ารู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะพิจารณาสิ่งใดที่อยู่นอกเหนือขอบเขตความสามารถของตนเอง”

“นี่คือสภาพของมหานครที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี เจ้าจะต้องทำทุกอย่างไปทีละขั้น แนวทางการสร้างขึ้นใหม่ของเจ้าควรเริ่มด้วยหน่วยที่พื้นฐานที่สุดอย่างหมู่บ้าน เริ่มต้นอย่างช้า ๆ สร้างเมืองหลวงแห่งแรกขึ้นให้ได้เสียก่อน จากนั้นจึงเริ่มขยายถนนและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รอบเมือง และเมื่อถึงเวลานั้น เมื่อเจ้าเริ่มรู้สึกว่าตนต้องย้ายไปยังเมืองหลวงแห่งใหญ่ นั่นก็จะเป็นเวลาที่เจ้าควรครุ่นคิดเกี่ยวกับการสร้างนครวิญญาณ”

ฉินเย่ที่กลับมาได้สติพยักหน้าอย่างเข้าใจ

ไม่ว่าผ้าปักที่ออกมานั้นจะสวยงามเพียงใด แต่มันก็ถูกปักลงไปทีละน้อย

ในเวลานี้เขายังไม่มีคุณสมบัติที่จะปักลายหลัก สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้ก็คือฝึกฝนและพัฒนาทักษะของตนเอง

หลังจากเงียบไปสักพักเพื่อครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ในที่สุดยายเมิ่งก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “เด็กน้อย นี่คงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเราจะได้เจอกัน…”

น้ำเสียงของหญิงชราเบาลง และเจือไปด้วยความเสียใจ “ข้ายอมรับว่ายายแก่คนนี้ได้หลอกเจ้ามาตั้งแต่แรก แต่ข้าก็ยังไม่เชื่อว่าการยอมรับพวกนี้จะเป็นเหตุผลที่เพียงพอให้เจ้านำมาต่อรอง”

สายตาของนางดูเหมือนกับกำลังมองไปยังความว่างเปล่าที่อยู่ห่างออกไป “เจ้าไม่ควรคิดว่าการสร้างยมโลกขึ้นมาใหม่คือผลจากแผนการของใครบางคน ไม่มีสิ่งใดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ และทุกอย่างล้วนถูกกำหนดล่วงหน้าด้วยหลักของเหตุและผล เจ้าไม่ต้องการที่จะตาย และเพราะเหตุผลนั้นเจ้าจึงยอมรับการแต่งตั้งเป็นยมทูตและค้นหาชิ้นส่วนแรกของเศษตราเจ้านรกอย่างขันแข็ง ในท้ายที่สุด เจ้าก็ก้าวไปอยู่เหนือผู้คนนับพันล้านและได้รับสิทธิ์ในชีวิตและความเยาว์วัยอันเป็นนิรันดร์”

สายลมนรกที่พัดอยู่รอบ ๆ ทำให้ผมสีขาวของหญิงชราปลิวไปมา “การได้ใช้ชีวิตอยู่คือของขวัญที่ดีที่สุดที่มนุษย์ทุกคนได้รับ”

“เจ้าได้รับของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต และทุกสิ่งต้องได้รับการแลกมาอย่างสมน้ำสมเนื้อ ทั้งหมดนี้คือ…กฎของสวรรค์”

“ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไม่เสียงสิ่งตอบแทน สิ่งที่เจ้าทำอยู่ตอนนี้คือ…ความเท่าเทียม”

พรึ่บ….เปลวไฟนรกลุกโชนขึ้น และร่างของยายเมิ่งก็หายไปอย่างรวดเร็วราวกับแสงเทียนในสายลม

ทั่วทั้งมิติเงียบเสียงลง เหลือเพียงฉินเย่และภาพรวมอันยิ่งใหญ่ของนรกที่อยู่เบื้องหน้า ดวงจันทร์และกลุ่มดาวมากมายก่อตัวเป็นฉากหลังของความสันโดษ

ฉินเย่นิ่งเงียบ หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็ตะโกนออกเสียงดัง “ยายเฒ่า?”

ไร้เสียงตอบรับ

“หากท่านไม่ออกมาตอนนี้ข้าจะลาออกจากตำแหน่งแล้วนะ?”

ยังคงไร้เสียงตอบรับ

หลังจากผ่านไปห้านาที ฉินเย่ก็หัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “เดิมกระหม่อมเป็นสามัญชน ทำไร่ไถนาที่หนานหยาง เพียงขอรักษาชีวิตในกลียุค ไม่คิดถามหายศศักดิ์ [2]….เหตุใดท่านถึงยืนยันที่จะให้ข้าเป็นผู้กอบกู้โลกนี้กัน?”

เขามองลงไปยังแผนที่สีทองที่ส่องประกายอยู่ด้านล่างด้วยแววตาที่ซับซ้อน หลายนาทีต่อมา เด็กหนุ่มก็แย้มยิ้ม “แต่ก็…ไม่เป็นไร”

เอาล่ะ

เขาอยากจะทำตัวขี้เกียจและปล่อยตัวไปตามสถานการณ์ โลกเบื้องหน้าของเขานั้นรุ่งเรืองอย่างน่าเหลือเชื่อ และมันก็แทบจะไม่มีความสำคัญสำหรับเขาเลยไม่ว่าเขาจะใช้ชีวิตในอีกศตวรรษข้างหน้าด้วยความรุ่งโรจน์หรือในเงามืด แต่มันก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะต้องรักษาความเจ้าเล่ห์ไว้ตลอดเวลาทันทีที่มีชื่อเสียง

นั่นค่อนข้างจะเป็นปัญหาไม่น้อย

เขาไม่ได้อยากจะมีส่วนร่วมในกิจการของแดนมนุษย์และยมโลกเลยสักนิด แต่นี่ก็เป็นไปตามเงื่อนไขที่ว่าจะไม่มีใครเข้ามายุ่งกับชีวิตอันเรียบง่ายของเขาเช่นกัน

แต่ตอนนี้ ราชาผีที่อยู่ที่มณฑลเสฉวนกำลังต้องการเศษตราจ้าวนรกทั้งสองชิ้นที่เขาครอบครองอยู่เป็นอย่างมาก นอกจากนี้เขาเองก็เป็นยมทูต และมันมีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่สามารถแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้อยู่ เช่นเหตุการณ์ของชู้รักคนนั้น หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตระกูลหลี่ที่เมืองไดซาน

วงล้อแห่งกรรมได้เริ่มหมุนทันทีที่เขาช่วยชีวิตตัวเองให้รอดพ้นจากระยะเวลาจำกัดสามวันนั้นมาได้

“อันที่จริง เมื่อกลับมีคิดดูอีกครั้ง การสร้างนรกขึ้นมาใหม่ก็ถือได้ว่าเป็นงานที่มีความหมายและน่าสนใจเช่นกัน” เด็กหนุ่มยิ้มออกมาขณะที่สายลมหยินพัดเสื้อผ้าของเขาจนกระพือว่อน “ข้า…ใช้ชีวิตมานานเกินไป และมักจะมองหางานที่มีความหมายกับชีวิตของตนเอง แต่หลังจากผ่านไปหลายทศวรรษ ข้าก็ได้เห็นมาทั้งหมดแล้ว”

“และในเมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุใดข้าจึงไม่….”

พรึ่บ! สายตาของฉินเย่ก็หันไปมองยังหมู่บ้าน ทันใดนั้นข้อมูลมากมายรวมทั้งชื่อ ข้อมูล และอักขระรูนก็หลั่งไหลเข้ามาในรูม่านตาของเขา

“ในเมื่อข้าได้ให้คำมั่นสัญญาไปแล้ว เหตุใดข้าจึงไม่ทุ่มสุดตัวไปเลยล่ะ?”

ชุดข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาและฉินเย่ก็ค่อย ๆ เข้าใจว่าในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในนรกนั้นต้องการอะไรบ้าง

“แท่นบวงสรวง….ศาลาเหนี่ยวรั้งวิญญาณ…ประตูนรก…คนกรรเชียงเรือ…”

“ขนาดของศาลาเหนี่ยวรั้งวิญญาณคือ….สัญลักษณ์รูนที่ต้องการได้แก่….”

“คนกรรเชียงเรือ…เป็นทางเลือกเมื่อไม่มีทางหวงเฉวียน แต่พันธนาคารนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถขาดได้…และดูเหมือนว่าเราจะไม่ได้ต้องการแค่วัสดุก่อสร้างเสียแล้ว… นอกจากนี้เราคงต้องหาซื้อผลึกเขียนในตอนที่มีเวลาด้วย…”

[1] ไม้ขกสังปั๊ง (ไม้ร้องไห้) เป็นไม้ที่ใช้ในพิธีกงเต๊ก

[2] แปลมาจากบนกวีที่ถูกเขียนขึ้นโดยจูกัดเหลียงหรือก็คือขงเบ้ง นักการเมืองจีน นักยุทธศาสตร์ นักเขียน วิศวกร และนักประดิษฐ์ซึ่งดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีและผู้สำเร็จราชการแทนของแคว้นสู่ในยุคสามก๊ก

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 136: ประวัติศาสตร์อันยาวนานของนครวิญญาณ"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์
วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์
March 26, 2021
เนตรเซียนทะลุมิติ
เนตรเซียนทะลุสมบัติ
July 22, 2022
บุปผาเคียงบัลลังก์
บุปผาเคียงบัลลังก์
February 26, 2022
Memorize-212×300
Memorize
May 17, 2021
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF