novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 206: วิทยานิพนธ์

  1. Home
  2. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  3. บทที่ 206: วิทยานิพนธ์
Prev
Next

บทที่ 206: วิทยานิพนธ์

โครงการแลกเปลี่ยน? ทันทีที่ได้ยินเขาก็รู้สึกราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนภายในหัวใจถูกราดด้วยน้ำแข็งเย็น ๆ และเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวัง “เราอยู่ในสำนักฝึกตนแห่งแรก…ผู้เฒ่ากู่ ด้วยสถานะของคุณ คุณน่าจะรู้เรื่องเกี่ยวกับหน่วยสอบสวนพิเศษดี เราจะทำอะไรแบบนั้นได้อย่างไร?”

“ไม่ ไม่ ไม่ใช่” ดวงตาของกู่ชิงเป็นประกายเจ้าเล่ห์ขณะที่เขายิ้ม “นั่นเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น โครงการแลกเปลี่ยน งานสัมมนา การประชุมแลกเปลี่ยนเชิงวิชาการ…ไม่ว่าท่านจะอยู่ในสถาบันใด ท่านก็จะต้องได้เข้าร่วมอย่างน้อยหนึ่งอย่างในนี้แน่ ๆ! ตราบใดที่ท่านทำได้ดีพอ ท่านจะต้องได้รับโอกาสในการเข้าร่วมหนึ่งอย่างในนี้แน่นอน!”

ดวงตาของฉินเย่เป็นประกายขึ้นทันที

ให้ตายเถอะ! มันยังมีความหวังอยู่!

แต่…ไม่ใช่ว่าความแตกต่างทางโอกาสระหว่างนักเรียนดีเด่น กับนักเรียนหลังห้องมันไม่กว้างเกินไปหน่อยหรือไง?

แต่ถึงอย่างนั้น ความคิดของเขาก็เริ่มหมุนไปตามเส้นทางใหม่ที่เพิ่งเปิดออกอย่างรวดเร็ว ใช่แล้ว…การแลกเปลี่ยน สำนักฝึกตนแห่งแรกอาจจะไม่มีโครงการแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ แต่พวกเขาจะต้องมีโครงการแลกเปลี่ยน หรือปฏิสัมพันธ์กับโลกแห่งการบ่มเพาะภายนอกอย่างแน่นอน!

สำนักฝึกตนแห่งแรกอาจจะตัดขาดจากสังคม แต่พวกเขาไม่มีทางตัดขาดจากโลกแห่งการบ่มเพาะได้!

เถาหรานจะต้องรู้เรื่องพวกนี้แน่! เพราะอย่างไรเสียการติดต่อสื่อสารภายนอกเป็นก็ส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบของเหล่าศาสตราจารย์อยู่แล้ว!

ก่อนหน้านี้ฉินเย่ได้ทำใจแล้วว่าเขาคงจะออกไปนอกเมืองได้ก็ต่อเมื่อถึงเดือนกันยายนเท่านั้น แต่คำแนะนำของกู่ชิงกลับสร้างจุดพลิกผันให้กับเขาอย่างไม่น่าเชื่อ “ผู้เฒ่ากู่ ข้อกำหนดในการเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่คุณว่ามีอะไรบ้าง?”

กู่ชิงแย้มยิ้มราวกับจิ้งจอกเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์ “หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ…การเผยแพร่วิทยานิพนธ์”

“ตราบใดที่ท่านสามารถเผยแพร่วิทยานิพนธ์ได้ ท่านย่อมมีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมโครงการพวกนั้นได้ แต่คำถามเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ก็คือท่านมีหัวข้อที่ดีในการทำวิทยานิพนธ์หรือไม่ มันไม่จำเป็นต้องดีมาก ทั้งหมดที่ท่านต้องการมีเพียงเรื่องไร้สาระที่ดูน่าเชื่อถือและท่านก็สามารถนำออกมาพูดได้ก็เท่านั้น”

มันเป็นการดีจริง ๆ หรือที่จะพูดอะไรเกี่ยวกับการแสวงหาความรู้…แค่ก แค่ก…เอ่อ วิชาการ…มันน่าขยะแขยงชะมัดที่ต้องใช้วิธีการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าพวกนั้น!

แน่นอน เขามีหัวข้อที่ดี!

สหายยวี ถึงเวลาแสดงละครชุดใหญ่อีกครั้งแล้ว!

“มันจะเป็นไปได้หรือ?” อาร์ทิสเองก็ตกตะลึงกับคำแนะนำนี้เช่นกัน วิธีนี้จะทำให้พวกนางสามารถออกไปนอกเมืองได้อย่างเปิดเผย! มันเหมือนกับมีประตูมาตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ความคิดที่คดเคี้ยวของตุลาการนรกและยมทูตขาวดำก็ทำให้พวกนางคิดว่าบานประตูมันถูกล็อกอยู่ ซึ่งนั่นทำให้พวกนางพยายามหาวิธีการมากมายเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงประตูบานดังกล่าว ตั้งแต่วิธีที่สร้างสรรค์ไปจนถึงการใช้ประตูหลัง แต่คำตอบกลับอยู่ตรงหน้าพวกนางมาโดยตลอด ทั้งหมดที่พวกนางต้องทำก็คือหมุนลูกบิดและเปิดประตูออกไปเท่านั้น!

อ่าาา….นักเรียนหัวกะทิหน้าตาเป็นเช่นนี้เองหรือ? นี่คือความคิดของผู้มีพรสวรรค์สินะ? ทำไมชายผู้นี้ถึงอัจฉริยะขนาดนี้? อาร์ทิสและฉินเย่อดไม่ได้ที่จะผงะไปกับการแสดงความฉลาดอย่างกะทันหันของกู่ชิง

สกปรก… เป็นวิธีที่สกปรกมากจริง ๆ!

อันที่จริงมันสกปรกจนฉินเย่อยากจะออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เขากระแอมเบา ๆ “ข้าเข้าใจแล้ว ถ้าหากมีเวลาเมื่อใด ข้าจะถ่ายทอดความฝันให้เจ้าทันที”

จากนั้นเขาก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว

นี่คือความเหนือกว่าของระดับเชาวน์ปัญญา ภายใต้ความฉลาดที่ไม่สามารถประเมินได้ของกู่ชิง ฉินเย่และอาร์ทิสก็ไม่ต่างอะไรจากหนอนตัวจ้อย แม้ว่าพวกเขาจะกลับมาที่หอพักแล้ว อาร์ทิสก็ยังคงพึมพำถึงการพูดคุยเมื่อครู่นี้ของพวกเขา “ผู้มีปัญญา…ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโลกถึงมักจะถูกครอบครองโดยผู้มีปัญญา กลวิธีของพวกเขามันน่าขยะแขยงมากจริง ๆ พวกเราไม่สามารถเทียบชั้นได้ ไม่มีทาง แต่พูดถึงเรื่องนี้ เจ้าเองก็ผ่านชีวิตในมหาวิทยาลัยมาหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือ? เหตุใดมันจึงมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างสติปัญญาของเจ้ากับเขากัน?”

“ท่านจะเชื่อหรือไม่หากข้าบอกว่า ตอนนี้ข้าอยากจะฉีกหน้าท่านน่ะ?! ท่านพูดราวกับว่าตัวเองเป็นคนคิดเองอย่างนั่นแหละ!” ฉินเย่กลอกตาขณะที่โต้กลับไป

“…อ่าาาา เป็นการโต้กลับที่ตรงประเด็นจริง ๆ…มันตรงจนไม่มีที่ว่างให้ข้าพูดอะไรเลย…”

ฉินเย่เลิกคนสนใจอีกฝ่าย เขามุ่งหน้าตรงไปที่ห้องทำงานของเถาหรานราวกับผีเสื้อที่โบยบิน เต็มไปด้วยความสุขและความอิ่มเอมใจ หางตาของเถาหรานกระตุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้เมื่อเห็นสีหน้าที่แปลกประหลาดของเด็กหนุ่ม

“ศาสตราจารย์เถาครับ” ฉินเย่นั่งลงพร้อมกับรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า “ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ?”

เถาหรานที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกราวกับว่าเขาเป็นชิ้นเนื้อติดกระดูกที่ถูกตกอยู่ในเป้าสายตาของสุนัขที่หิวโซทันที เริ่มสงสัยว่าสิ่งที่ตนเห็นเป็นเพียงภาพหลอนหรือเปล่า เขาปรับกรอบแว่นตาของตัวเองและจ้องหน้าของฉินเย่อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ “หากคุณมาเพราะเรื่องไร้สาระ…ผมขอไม่ฟังนะ”

หืม? สัญชาตญาณของตาแก่นี่เฉียบคมใช้ได้เลยไม่ใช่หรือ? ฉินเย่กะพริบตาอยู่สองสามครั้งก่อนจะเอ่ยว่า “ทางสำนักของเรามีโอกาสได้เข้าร่วมในงานสัมมนาวิชาการหรือโครงการแลกเปลี่ยนอะไรบ้างหรือเปล่าครับ?”

นี่เขาหูฝาดไปหรือเปล่า?

เถาหรานปรับแว่นของตัวเองอีกครั้ง ไม่…เขาสาบานได้เลยว่าตัวเองรู้สึกถึงแรงอาฆาตพยาบาทของโลกถูกปกคลุมไปชั่วขณะ แต่ทำไมคำถามของอีกฝ่ายถึงเปิดกว้างและตรงไปตรงมาเช่นนี้…เขาคงจะแก่แล้วจริง ๆ สินะ…

แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังลังเลที่จะตอบคำถามของฉินเย่ สัญชาตญาณของเขามันบอกว่ามันมีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น ดังนั้นเขาจึงปรับแว่นอีกครั้ง…อีกครั้ง…มันก็ยังรู้สึกผิดปกติ…และก็อีกครั้ง…

ฉินเย่กะพริบตาปริบ ๆ ให้ชายสูงวัยราวกับลูกสุนัขและถามขึ้นว่า “ศาสตราจารย์ครับ คุณคงไม่ทำลายความฝันและความพยายามของผมใช่ไหมครับ?”

แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นคนตรงไปตรงมา และมีความฝันที่เหมาะสมหรือเปล่า มันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคุณคือผู้ที่มีพรสวรรค์ แต่ผมก็ไม่เคยเห็นคุณอาสาสมัครทำงานอะไรมาก่อน…มุมปากของเถาหรานกระตุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้ จากนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา “มี”

“แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

“ทำไมล่ะครับ?” ฉินเย่เริ่มไม่พอใจ มันเป็นเพราะเขาว่าไม่หล่อพอหรือไม่แข็งแกร่งพออย่างนั้นหรือ? หรือเขาควรจะทำให้อีกฝ่ายตกตะลึงด้วยพลังของขั้นยมทูตขาวดำ ที่นี่ ตอนนี้เลย?

เถาหรานเลื่อนลิ้นชักที่อยู่ข้าง ๆ ตนและหยิบเอกสารปึกหนึ่งออกมา “นี่คือคำขอสำหรับโครงการแลกเปลี่ยนที่ถูกส่งมาโดยหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่เปิดภาคการศึกษามา แต่เรายังไม่ได้ตอบตกลงไปแม้แต่ที่เดียว”

มันเยอะมาก…ดวงตาของฉินเย่เป็นประกายขึ้น แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอะไรออกมาอีก เถาหรานก็ดันกองเอกสารตรงหน้ามาให้และพูดว่า “คุณดูเอาเองเถอะ”

ฉินเย่ดูเอกสารทั้งหมดและอ่านมัน “ผู้ฝึกตนรุ่นใหม่แห่งแผ่นดินจีน? การทดลองผู้ฝึกตนเขตตะวันออกเฉียงใต้? สัมมนาความลับอาณาจักรสวรรค์? ”

“มีปัญหาเหรอครับ?”

“แน่นอนว่ามี” เถาหรานจิบชาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ “ประการแรก เราคือสำนักฝึกตนแห่งแรก เราคือสถาบันศึกษา และจุดประสงค์หลังของทุกสถาบันการศึกษาก็คือความรู้ ไม่ใช่ความสามารถ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการแสดงความสามารถนั้นไม่สำคัญ แต่แค่มันยังไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของเราในตอนนี้เท่านั้น”

เขาชี้ไปที่ปึกหนึ่งในเอกสารทั้งหมด “ดูสิ นี่คือคำเชิญเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของผู้ฝึกตนรุ่นใหม่ ใครจะเป็นตัวแทนของเรา? มันต้องไม่ใช่เหล่าศาสตราจารย์หรือหัวหน้าโจวแน่ ๆ ไม่เช่นนั้นทุกคนคงจะตำหนิว่าพวกเรารังแกพวกเขา เหล่าอาจารย์ผู้สอนเองก็ถูกตัดออกไปเช่นกัน เพราะอย่างไรแล้ว มีองค์กรใดบ้างที่ไม่รู้ว่าอาจารย์ผู้สอนของเราทุกคนล้วนเป็นหัวกะทิที่ได้รับการรวบรวมมาจากทั่วทุกสารทิศ?”

ฉินเย่ดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจขึ้นมาเล็กน้อย “เช่นนั้นก็หมายความว่าผู้ที่จะเป็นตัวแทนของทางสำนักจะต้องเป็นนักเรียนใหม่เท่านั้น?”

เถาหรานพยักหน้า “แต่มันเพิ่งผ่านมานานแค่ไหนกันตั้งแต่ที่เราเปิดภาคการศึกษามา? พวกเรายังไม่เสร็จสิ้นภาคทฤษฎีเลยด้วยซ้ำ องค์กรพวกนี้เพียงต้องการใช้ชื่อเสียงของสำนักฝึกตนแห่งแรกในการปีนขึ้นไปอยู่จุดสูง ๆ เท่านั้น…แล้วแบบนี้ เราจะมอบโอกาสให้พวกเขาได้อย่างไร?”

เถาหรานส่งเสียงฮึดฮัดออกมาอย่างไม่พอใจนัก “ด้วยเหตุนี้ สิ่งเดียวที่เราสามารถเข้าร่วมได้ในตอนนี้ก็มีเพียงสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนวาทกรรมและความรู้เท่านั้น แล้วคุณเห็นคำเชิญไหนในนี้เกี่ยวข้องกับมันบ้างหรือเปล่าล่ะ?”

ฉินเย่กะพริบตาปริบ ๆ และดึงเอกสารแผ่นหนึ่งออกมา บนกระดาษแผ่นหนึ่งเขียนหัวข้อไว้อย่างชัดเจนว่า “เรียนเชิญศาสตราจารย์เถาหรานเข้าร่วมการอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการจำแนกประเภทของวิญญาณในวันที่ 9 พฤษภาคม ณ​ เมืองเยียนจิง”

ชายสูงวัยมองมันอย่างไม่สนใจนัก “นั่นเป็นคำเชิญมาถึงผมเป็นการส่วนตัว”

ฉินเย่พลิกดูเอกสารทั้งหมดและพบว่ามัน…ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องเลยจริง ๆ

ไม่มีจดหมายเชิญใดที่ส่งมาหาสำนัก เพื่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงวิชาการเลยสักฉบับ

เถาหรานจุดบุหรี่ขึ้น “เพียงเพราะว่าอาจารย์ผู้สอนและศาสตราจารย์นั้นโด่งดังและมีชื่อเสียงไม่ได้หมายความว่าทางสถาบันจะเป็นเช่นนั้น ชื่อเสียงของสถาบันขึ้นอยู่กับจำนวนเอกสารที่ได้รับการตีพิมพ์ น่าเสียดายที่เราเพิ่งก่อตั้งขึ้นมาแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น แล้วเราจะเอาอะไรตีพิมพ์? ใครจะสามารถตีพิมพ์วิจัยของเขาลงในผู้ฝึกตนรายสัปดาห์ได้? เมื่อเทียบกับแผนกวิจัยวิญญาณหลักที่ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อนานมาแล้ว สำนักฝึกตนแห่งแรกก็เป็นเพียงแค่เด็กแรกเกิดเท่านั้น”

ฉินเข้าใจความหมายที่ชายสูงวัยต้องการจะสื่อเป็นอย่างดี เด็กหนุ่มถามต่อ “ถ้าอย่างนั้น…ทางสำนักฝึกตนแห่งแรกก็ไม่ได้ห้ามอาจารย์ผู้สอนไม่ให้ทำวิจัยของตัวเองใช่ไหมครับ?”

มันเป็นหลุมพราง…เถาหรานหรี่ตา มันรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังเดินไปตามทางเดินแถบชนบท และมันก็มีหลุมมีบ่อเต็มไปหมด…

“คุณกำลังคิดจะหาหัวข้อวิจัยอย่างนั้นหรือ?”

ฉินเย่พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น

แววตาของชายสูงวัยเต็มไปด้วยความตกตะลึง เป็นความตกตะลึงเดียวกันกับที่เขาเจอผ้าอนามัยและผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในถูกซ่อนไว้ในห้องของฉินเย่ หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพักเขาก็เอ่ยออกมาในที่สุด “โดยทั่วไปแล้ว…ทางสถาบันควรให้การสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่…”

ฉินเย่กระแอมออกมาเบา ๆ ราวกับต้องการสื่ออะไรบางอย่าง คุณช่วยบอกมาเลยได้ไหมว่าผมทำได้หรือไม่ได้?!

“แต่!” เถาหรานมองอีกฝ่ายและคีบบุหรี่ออก “หัวข้อวิจัยทุกหัวข้อจำเป็นจะต้องได้รับการอนุมัติและสนับสนุนโดยศาสตราจารย์ประจำสาขาและลงทะเบียนภายใต้ชื่อของทางสถาบัน เสี่ยวฉิน ถ้าคุณสามารถทำได้ คุณจะได้รับผลประโยชน์มากมาย แต่คุณได้ลองคิดอีกแง่หนึ่งหรือเปล่า? ตอนนี้อาจารย์ผู้สอนทุกคนในสำนักต่างกำลังมุ่งเน้นอยู่กับการศึกษา หากคุณเสนอหัวข้อวิจัยมาตอนนี้แล้วไม่สำเร็จ อาจารย์ผู้สอนท่านอื่น ๆ จะมองคุณอย่างไร?”

ฉินเย่มองเถาหรานอย่างประหลาดใจ

นี่คือการแสดงความรักและเป็นห่วงอย่างล้นหลาม ในฐานะของศาสตราจารย์ประจำสาขา เถาหรานย่อมได้รับผลประโยชน์มากมายหากงานวิจัยของฉินเย่ประสบความสำเร็จ แต่แทนที่จะนึกถึงผลประโยชน์ของตัวเอง สิ่งแรกที่ชายสูงวัยนึกถึงกลับเป็นการปกป้องภาพลักษณ์ของฉินเย่

เดี๋ยวก่อนนะ…นี่ภาพลักษณ์ของเขาในหมู่อาจารย์ทั้งหมดมันดูแย่ขนาดนั้นเลยหรือ?! ทำไมเขาถึงต้องถูกกีดกันออกจากเรื่องพวกนี้ด้วย?

อย่างไรก็ตาม ฉินเย่ใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง “ผมมีหัวข้อวิจัยที่อยากจะขอการสนับสนุนจากศาสตราจารย์ครับ”

ในเมื่ออีกฝ่ายยังยืนกรานที่จะทำเช่นนั้น เถาหรานก็ไม่พยายามที่จะเกลี้ยกล่อมเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกต่อไป กลับกัน เขาปรับแว่นของตัวเองและเอ่ย “ไหนคุณลองพูดให้ผมฟังหน่อย….”

“มันเกี่ยวกับการวิวัฒนาการและความหลากหลายของวิญญาณครับ!” ฉินเย่สูดหายใจเข้าจนเต็มปอดและอธิบายทุกอย่างในรวดเดียว

“มันคือหัวข้อเดียวกันกับที่ผมพูดในการบรรยายเปิด! ศาสตราจารย์เถาครับ ก่อนหน้านี้ผมได้เคยตรวจสอบมาแล้ว มันยังไม่มีงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในหัวข้อนี้มาก่อน! ในความเป็นจริง ผมคิดว่าคนเดียวที่กำลังศึกษาเกี่ยวกับสิ่งนี้อยู่ก็คือศาสตราจารย์ยวี ผมรู้ดีว่าหากหัวข้อวิจัยนี้จะถูกบรรจุลงในหลักสูตรหลักของสถาบัน มันจำเป็นจะต้องใช้อะไรมากกว่าความพยายามของคนคนเดียว และมันก็คงต้องใช้เอกสาร ตัวอย่างและหลักฐานมากมาย อย่างไรก็ตาม ตัวผมเองก็พอจะมีประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึกในด้านนี้อยู่บ้าง และผมก็หวังว่าทางสำนักจะให้การสนับสนุนผมในเรื่องนี้ครับ!”

แววตาของเถาหรานเป็นประกายขึ้น เขาหยิบปากกาขึ้นมาและเคาะบนกระดาษตรงหน้า

นี่เป็นหัวข้อวิจัยที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้น ศาสตราจารย์ยวีก็คงไม่กำหนดให้เขตไล่ล่าในเมืองไดซานอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังสำหรับการทดลองแน่ เท่าที่เขารู้ ศาสตราจารย์ยวีเองก็กำลังผลักดันเรื่องนี้ และหน่วยงานหลายหน่วยงานก็เริ่มจับตาดูหัวข้อวิจัยนี้แล้วเช่นกัน แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังไม่ได้ตกลงกันอย่างจริงจัง

ทำไมน่ะหรือ?

เหตุผลง่ายมาก ก็เพราะว่าจนถึงทุกวันนี้…จำนวนการวิจัยเกี่ยวกับวิญญาณนั้นมีน้อยเกินกว่าที่จะพิสูจน์อะไรได้น่ะสิ และวิญญาณแปลกประหลาดอย่างวิญญาณมรดกสายเลือดก็เป็นหนึ่งในตัวอย่าง มันมีความเป็นไปได้สูงที่วิญญาณมรดกสายเลือดจะเป็นวิญญาณแปลกประหลาดเพียงชนิดเดียวที่จีนได้ทำการวิจัยอยู่ในตอนนี้ แต่เพราะการขาดข้อพิสูจน์และหลักฐานที่ชัดเจน

แม้แต่ศาสตราจารย์ยวีก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าความหลากหลายทางวิญญาณนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ และหากการปรากฏตัวขึ้นของวิญญาณมรดกสายเลือดเป็นเพียงเหตุบังเอิญหรือเหตุการณ์ที่ยากจะเกิดขึ้น เช่นนั้นการทำวิจัยเกี่ยวกับความหลากหลายของวิญญาณก็คงจะไม่มีความหมายอะไรมากนัก แม่ว่าพวกเขาจะสามารถพิสูจน์การมีอยู่ของมันได้ก็ตาม

ดังนั้นหากคุณต้องการตีพิมพ์งานวิจัยของตนลงบนหนังสือพิมพ์ผู้ฝึกตนรายสัปดาห์ จนสามารถดึงดูดความสนใจจากแหล่งวิชาการจำนวนมากได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการพิสูจน์ความจริง ประการแรก คุณต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ และประการที่สอง คุณจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าแม้ว่าการกลายพันธุ์พวกนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมาก แต่การกลายพันธุ์ดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลร้ายมากมายตามมา

ไม่เช่นนั้น หัวข้อวิจัยพวกนี้ ต่อให้ได้รับพิสูจน์ มันก็แทบจะไม่ทำให้เกิดกระแสในโลกวิชาการอยู่ดี

เพราะอย่างไรแล้ว ความเข้าใจวิญญาณของมนุษย์ในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยรอยแยกมากมาย ไม่มีใครมีเวลามาสนใจเรื่องความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ

“คุณกำลังจะบอกว่า คุณสามารถพิสูจน์ได้ว่าเนื้อหาที่คุณพูดในการบรรยายเปิดเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?” สีหน้าเถาหรานเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด “เสี่ยวฉิน ที่นี่คือสถาบันการศึกษา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพูดจะต้องได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานที่ชัดเจน นี่ไม่เหมือนกับสนามรบที่คุณสามารถกระทำสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัยสัญชาตญาณและความรู้สึกของคุณเพียงอย่างเดียวได้”

“ผมยอมรับว่าการบรรยายเปิดของคุณนั้นเป็นการเปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริง แต่คุณได้คิดบ้างหรือไม่ว่าทำไมมันถึงไม่ทำให้เกิดกระแสในโลกวิชาการแม้ว่าศาสตราจารย์ยวีและแขกระดับสูงจากทางศูนย์วิจัย SRC มาเข้าร่วม?”

ชายสูงวัยส่ายหน้าไปมา “หากพูดกันตามความจริง สำหรับองค์กรที่ถูกสร้างขึ้นจากการวิจัยทางวิชาการ เนื้อหาในการบรรยายเปิดของคุณควรจะทำให้เกิดกระแสให้กับโลกวิชาการไปนานแล้ว แต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะว่ามันมีหลักฐานไม่เพียงพออย่างไรล่ะ!”

“มันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคุณได้มอบมุมมองใหม่ ๆ ให้กับสถาบันวิจัย แต่การพิสูจน์ต้องใช้เวลา และบางครั้งมันก็ต้องใช้เวลาหลายปี ตัวอย่างที่คุณได้มอบให้พวกเราดูก่อนหน้านี้ถูกสร้างขึ้นจากการคาดคะเนและตั้งสมมติฐาน การเปลี่ยนมุมมองให้เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่สามารถหักล้างได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หากคุณจะทำ คุณก็ต้องมั่นใจว่าหลักฐานที่คุณมีนั้นเป็นของจริงและเหมาะสม และทุกคำพูดที่คุณเอ่ยออกมานั้นได้รับการสนับสนุนจากเอกสารและงานวิจัยและตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้น…คุณก็จะเสียเวลาเปล่า”

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 206: วิทยานิพนธ์"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

หวนแค้นชะตารัก
หวนแค้นชะตารัก
February 26, 2022
The Novel’s Extra
The Novel’s Extra
October 2, 2021
เสน่ห์รักร้ายคุณบอสเพลย์บอย
เสน่ห์รักร้ายคุณบอสเพลย์บอย
February 26, 2022
Strong-225×300
Strongest Abandoned Son บุรุษผู้ถูกทอดทิ้ง
December 5, 2020
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF