novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 48 เชาโจวเต๋า

  1. Home
  2. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  3. บทที่ 48 เชาโจวเต๋า
Prev
Next
บทที่ 48 เชาโจวเต๋า
EnjoyBook

บทที่ 48 เชาโจวเต๋า

แม้ว่าฉินเย่จะทำหน้าที่ยมทูตมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาก็ยังตกใจสิ่งที่ตัวเองได้เห็นอยู่ดี

วิญญาณผู้หญิงสวมชุดคล้ายเจ้าหน้าที่ในสมัยโบราณ กำลังเต้นรำอย่างยั่วยวนอยู่กลางลานเต้นรำ ฝ่ามืออันขาวซีดของพวกนางลูบผ่านกระโปรงขึ้นไปจนถึงอกอย่างอันตราย จากนั้นจึงโอบรอบเอวเล็ก ๆ ของตัวเอง หากไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าพวกนางคือวิญญาณ ฉินเย่ก็คงจะเอ่ยชมอีกฝ่ายอย่างแน่นอน ช่างมีเสน่ห์มากจริง ๆ

วิญญาณนักเต้นรำที่มาพร้อมกับเสียงตะโกน อย่างเร่าร้อนในแต่ละจังหวะการเต้นทำให้หัวใจของผู้ชมต่างเต้นแรง ธนบัตรนรกจำนวนมากร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ในเวลาเดียวกัน เหล่าวิญญาณที่ดูเหมือนจะมีสติปัญญามากกว่าต่างกำลังนั่งคุยเรื่องสำคัญอยู่ภายในห้องส่วนตัวที่อยู่ติดกับลานเต้นรำ วิญญาณกระต่ายสาวเดินถือถาดเงินและเติมไวน์ลงไปในแก้วอย่างประณีต ส่วนวิญญาณตนอื่น ๆ ที่เหลือต่างก็ก้มหน้าและขยับเท้าตามจังหวะของเพลงอูฐในทะเลทราย

พูดกันตามจริง หากมองผ่านความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เป็นภาพลวงตา และสิ่งที่เป็นความจริง และนอกเหนือจากอาณาจักรแห่งสีสัน สถานที่แห่งนี้ก็คงจะเหมือนกับคลับอื่นๆ ที่ฉินเย่เคยไปมาตลอดชีวิต

“ฉันแล่นเรือข้ามทะเลทราย พร้อมด้วยไปป์และนาฬิกาทราย และเหล้าหนึ่งเหยือกในมือ!”

“เส้นทางโบราณที่ไร้จุดสิ้นสุด เต็มไปด้วยความรู้สึกแห่งความสุข ความเศร้า เสียงหัวเราะ และความเจ็บปวด ทว่าสิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนเดิมอยู่เสมอมีเพียงอูฐที่ยังคงเดินอยู่ในทะเลทรายเท่านั้น…” เสียงเพลงค่อย ๆ เบาลง และบรรยากาศก็เริ่มเบาบางลง วิญญาณที่แต่งตัวคล้ายกับนักเรียนกระโดดลงจากลานเต้นรำ และถูกแทบที่ด้วยเหล่าวิญญาณที่สวมชุดสูทและหมวกหนังขนาดเล็กแทน

หลังจากนั้นไม่นาน บรรยากาศที่ดูเหมือนเบาลงก็พลันร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง ด้วยการมาถึงของเหล่าหมู่นักร้อง บนเวที กลุ่มนักร้องผีสาวที่มีผมยาวและแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดดีดเครื่องดนตรีของพวกนางพร้อมกัน ทำให้ผู้ชมที่อยู่โดยรอบต่างหลงใหลและเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีที่สนุกสนาน ในเวลานี้ บริเวณโดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มควัน และวิญญาณจำนวนมากต่างยกแขนของตนขึ้นในอากาศ ตะโกนร้องสุดเสียงไปพร้อมกับวงดนตรีโดยไม่สนใจสิ่งใด

“จุดตัดที่สวยงามของกลางวันและกลางคืนได้ใช้เวลาชีวิตของฉันไปโดยเปล่าประโยชน์ ทว่าเส้นทางตรงหน้ายังคงไร้ซึ่งจุดหมายเช่นเดิม…”

ฉินเย่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะกลับมาได้สติในที่สุด

นี่มันบ้าชัด ๆ…มันจะไม่เจริญไปหน่อยเหรอ?

ไม่…นี่มันคือสมาคมจริง ๆ ไม่มีอะไรให้ต้องสงสัยเลยสักนิด และมันก็ไม่มีอะไรแปลกประหลาดเกี่ยวกับบัตรเชิญนี้เช่นกัน แต่คุณจะไม่คิดหรือว่ามันแตกต่างกับการเชื้อเชิญและถูกพามาที่นี่อย่างสิ้นเชิง? แม้แต่ลวดลายบนบัตรเองก็แตกต่างกันโดยสมบูรณ์!

“ว่าไง สุดหล่อ” ทันใดนั้นฉินเย่ก็รู้สึกถึงสัมผัสเย็น ๆ ที่บริเวณท้องส่วนล่างของตนเอง เด็กหนุ่มประหลาดใจเป็นอย่างมาก เมื่อพบว่าหญิงสาวหน้าคมหันกลับมามองตน ดูจากลักษณะของอีกฝ่าย นางน่าจะเป็นขี้เมาคนหนึ่งในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ มือของเธอเลื่อนไปมาอยู่เหนือส่วนลับของเขา และค่อย ๆ ลากนิ้วไปตามตะเข็บกางเกงของเขาด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา “เพิ่งมาใหม่อย่างนั้นหรือ? ใบหน้าหล่อเหลาไม่เบา ไปยืมร่างของผู้ใดมากัน? เขาคงจะเพิ่งตายเมื่อไม่นานมานี้ใช่หรือเปล่า? ช่างน่าเสียดายจริง ๆ ที่ผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหลาเช่นนั้นต้องจบชีวิตลง…”

ให้ตายเถอะ…

ฉินเย่อยากจะกำจัดวิญญาณตรงหน้าด้วยกระบี่ของตัวเองใจจะขาด อย่างน้อยก็ช่วยไปทำให้มือของเจ้าอุ่นก่อนที่จะมาลูบไม่ได้หรือไง?

เขาหันไปมองอีกฝ่ายตาขวาง ภายในไม่ถึงสามวินาที รอยยิ้มบนใบหน้าของวิญญาณสาวก็ต้องชะงักค้างไป จากนั้นร่างของนางก็เริ่มสั่น และในที่สุดนางก็อ้าปากกว้างและทำท่าจะกรีดร้องออกมาเสียงดัง

“คะ คะ คน…คน….อุ๊บส์!!” โชคดีที่มือซีดขาวข้างหนึ่งได้ปิดปากนางเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่นางจะกรีดร้องออกมาเสียงดัง ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้าง สะบัดแขนขาและชี้ไปที่เด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่สามารถตะโกนออกมาได้ว่า อีกฝ่ายคือคนเป็น ๆ ที่ยังมีชีวิต

“คุณผู้หญิง ท่านผู้นี้คือแขกคนสำคัญของเจ้านาย” มือที่ปิดปากของวิญญาณสาวเอาไว้ก็คือมือของคนกระดาษ ไม่เหมือนกับตัวที่ถูกส่งไปรับฉินเย่มาที่นี่ คนกระดาษตัวนี้สวมชุดสูทสีดำที่เรียบง่ายและมีทรงผมที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เป็นหลักฐานให้เห็นได้อย่าง

ชัดเจนว่าผู้ที่สร้างคนกระดาษพวกนี้ขึ้นมายังขาดทักษะในทุกด้าน แม้แต่ใบหน้าที่เป็นส่วนสำคัญก็ไม่ถูกวาดให้ถูกสัดส่วน งานฝีมือภายใต้แสงไฟของสปอร์ตไลท์หลากสีนั้นทำให้ที่ได้เห็นรู้สึกขนลุกยิ่งนัก

ภายในไม่กี่วินาที วิญญาณสาวที่ถูกคนกระดาษปิดปากเอาไว้ก็กลายร่างเป็นกลุ่มพลังหยินสีขาวอมเขียว ก่อนจะกระจัดกระจายไปรอบ ๆ วิญญาณตนอื่น ๆ ที่อยู่โดยรอบเพียงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและยังคงเต้นต่อไป สุดท้าย คนกระดาษดังกล่าวก็หันไปโค้งคำนับให้ฉินเย่อย่างเคารพและเอ่ยว่า “เจ้านายได้ส่งข้าให้มารับท่าน กรุณาตามข้ามาทางนี้….”

ฉินเย่พยักหน้า ทันทีที่เหล่าดวงวิญญาณหยินเห็นคนกระดาษเดินมาทางตน พวกเขาต่างหลบไปอยู่ทางสองข้างทาง เปิดทางให้หนึ่งคนกระดาษและหนึ่งคนเป็นสามารถเดินผ่านไปได้อย่างง่ายดาย เมื่อฉินเย่เดินตามคนกระดาษมายังมุมที่มีเสียงดังสนั่นมุมหนึ่งของสมาคม เขาก็พบว่ามันยังมีชั้นที่สองอยู่ด้านบนอีก

ขณะที่พวกเขาค่อย ๆ เดินขึ้นไปตามบันไดวนเพื่อไปยังที่ชั้นสอง ฉินเย่ก็ได้เห็นเป็นครั้งแรกว่าโครงสร้างของชั้นที่หนึ่งเป็นอย่างไร ด้านหลังของลานเต้นรำยังมีหลุมขนาดใหญ่ที่กว้างประมาณสองเมตรอยู่ มันถูกซ่อนไปอย่างดีโดยไฟสปอตไลท์ที่ตระการตาก่อนหน้านี้ ทว่าตอนนี้ ฉินเย่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่อยู่ภายในหลุมที่ดำมืดนั้นคืออะไร….โซ่เงินสี่เส้นที่ยื่นยาวออกมาจากทั้งสี่ทิศและบรรจบกันที่ตรงกลางของหลุม ในขณะเดียวกัน กลุ่มก้อนพลังหยินที่บริสุทธิ์และหนาแน่นพวยพุ่งออกมาจากจุดกึ่งกลางของโซ่อย่างต่อเนื่องราวกับกลุ่มเมฆ

“นี่มัน…” แววตาของฉินเย่ไหววูบเล็กน้อย ขณะที่เขาพยายามข่มความรู้สึกมากมายที่เอ่อล้นอยู่ภายในใจ เม็ดเหงื่อเย็นเริ่มผุดพรายขึ้นมาในฝ่ามือจนชื้นไปหมด

นี่มันคุ้นเกินไป

ความบริสุทธิ์และความเข้มข้นของพลังหยินนี้…มันจะต้องเล็ดลอดออกมาจากเศษตราจ้าวนรกอย่างแน่นอน!

ทันใดนั้น…

ตึ่ง!!!…

เสียงที่คล้ายกับเสียงของระฆังดังขึ้น จากนั้นสิ่งที่อยู่ภายในหลุมด้านล่างก็เริ่มแปรปรวน และเสี้ยววินาทีต่อมา คลื่นพลังหยินที่บริสุทธิ์จำนวนมากก็พุ่งออกมาจากหลุมและครอบคลุมทั่วทั้งลานเต้นรำเอาไว้ บรรยากาศภายในสมาคมก็ระเบิดและขึ้นเป็นอีกระดับทันที! เหล่าวิญญาณทั้งหมดต่างกรีดร้องด้วยความดีใจ!

ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของวิญญาณนับร้อย เศษตราจ้าวนรกที่อยู่บริเวณอกของฉินเย่เองก็เริ่มตอบสนองราวกับมันมีชีวิตเป็นของมันเอง เต้นรัวและแรงเหมือนกับหัวใจ และในเวลาเดียวกันนั้นเอง พลังหยินมหาศาลได้ปะทุออกมาจากห้องบนชั้นที่ 2 ห่อหุ้มร่างของเด็กหนุ่มเอาไว้ สติของฉินเย่มึนงงไปหมด

พรึ่บ!! เสื้อผ้าของเขากระพืออย่างรุนแรง ก่อนจะค่อย ๆ สงบลงอีกครั้ง

เหมือนเป็นพายุลูกเล็กที่รอการมาถึงของพายุลูกใหญ่ไม่มีผิด และตอนนี้…เขาก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ใจกลางของพายุลูกนั้น!

“นี่มัน…นักล่าวิญญาณอย่างนั้นหรือ?”

เขาอยู่ห่างจากประตูทางเข้าประมาณ 5-6 เมตร

ทว่าด้วยเหตุผลที่แปลกประหลาดบางอย่าง เขากลับถูกตรึงอยู่กับที่ รู้สึกเหมือนตัวเองได้หยั่งรากลึกลงกับพื้นอย่างสมบูรณ์

เขาไม่คิดเลยว่าผู้ที่เป็นเจ้าของหอสมาคมอวี๋หลานจะเป็นผู้ที่ถือครองเศษตราของหนึ่งในสามสมบัติพื้นฐานของนรก! นอกจากนี้ ยมทูตคนสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่เองก็เป็นหัวหน้าใหญ่ของเมืองเป่าอัน และพลังหยินของอีกฝ่ายก็เทียบได้กับปริมาณพลังหยินที่นักเชิดหุ่นที่ฉินเย่เคยเผชิญหน้าด้วยก่อนหน้านี้! คนที่อยู่ระดับเดียวกับนักล่าวิญญาณ!

ถอยดีไหมนะ?

ไม่มีทาง ฝ่ายตรงข้ามได้จับตาดูการกระทำของเขาอยู่ หากเขาก้าวถอยหลังแม้เพียงก้าวเดียว วิญญาณทั้งหมดในชั้นใต้ดินชั้นที่ 6 นี้ก็คงจะทำตามคำสั่งและเข้าจู่โจมเขาทันที

เข้าไปเหรอ?

แต่ยมทูตระดับนักล่าวิญญาณเองก็กำลังจับตาดูทุกการกระทำของเขาอยู่เช่นกัน หากผนึกของเศษตราจ้าวนรกตอบสนองกันแม้เพียงเล็กน้อย ฝ่ายตรงข้ามก็จะรับรู้ได้ถึงมันในทันที และเมื่อเวลานั้นมาถึงอาจจะถึงเวลาตายของเขา!

“สหายข้า เหตุใดเจ้าจึงไม่เข้ามาก่อนเล่า?” ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นก่อนที่ฉินเย่จะสามารถตั้งสติของตัวเองได้ “เจ้าไม่อยากเห็นสักนิดเลยหรือว่าเพื่อนร่วมงานของเจ้าหน้าตาเป็นเช่นไร?”

แย่ล่ะ…

ฉินเย่กำลังตกอยู่ในสภาพวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขากำมือแน่น ฝ่ามือทั้งสองข้างในตอนนี้พลันเย็นชืด ถึงอย่างนั้นเขาก็เลือกก้าวเท้าเข้าไปในห้อง

เมื่อประตูถูกเปิดออก เขาก็พบว่ามันคือห้องที่ตกแต่งแบบสมัยใหม่

มันเป็นพื้นที่ที่คล้ายกับเฉลียง ที่ทั้งสามด้านถูกล้อมรอบด้วยกระจก โซฟาสองตัวถูกวางไว้ติดหน้าต่างและโต๊ะสไตล์ยุโรปตัวยาวถูกวางอยู่กึ่งกลางของห้อง โคมไฟระย้าที่แขวนอยู่เหนือศีรษะส่องสว่างสดใส ในขณะที่ภาพวาดเลียนแบบของโมนาลิซาถูกแขวนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง

ตู้เก็บของที่ถูกสร้างมาอย่างประณีตถูกวางอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง ชั้นวางด้านบนอัดแน่นไปด้วยหนังสือ ในขณะที่ช่องด้านล่างถูกล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา ถัดมาคือร่างร่างหนึ่งกำลังนั่งหันหลังให้ฉินเย่และพาดแขนอยู่บนที่วางแขนของโซฟา แหวนสามวงที่นิ้วของเขาส่องแสงแวววาวล่อแสงไฟ

เมื่อสูดหายใจเข้าจนเต็มปอด ฉินเย่ข่มความรู้สึกทั้งหมดในใจของตนก่อนจะเดินไปที่โซฟา ประสานมือที่กำแน่นทั้งสองข้างเข้าด้วยกันและโค้งศีรษะลง “ผู้น้อย ยมทูตนามว่าฉินเย่ ขอคารวะท่านนักล่าวิญญาณอาวุโสระดับสูง”

ไร้ซึ่งคำตอบ

หลังจากผ่านไปหลายวินาที เสียงหนาก็ตอบกลับมาในที่สุด “เจ้ารู้อะไรไหม?”

“ครั้งแรกที่ข้าสัมผัสถึงพลังหยินที่เล็ดลอดออกมาจากร่างของเจ้า ข้าแทบจะไม่เชื่อความรู้สึกของตัวเอง”

“แค่คิดว่ายังมีผู้เหลือรอดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในนรกอยู่ ช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าเรื่องอาหรับราตรีในตำนานเสียอีก”

ฟึ่บ…โซฟาตรงหน้าหมุนตัวโดยอัตโนมัติ และฉินเย่ก็ได้เห็นใบหน้าของหัวหน้าใหญ่แห่งเมืองเป่าอันในที่สุด

อีกฝ่ายคือชายวัยกลางคน

ในมือซ้ายของเขากำลังถือแก้วที่มีของเหลวสีแดงอยู่ ท่าทางแข็งแรงและเต็มไปด้วยพละกำลัง สวมชุดสูททรงตรงพร้อมด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดซ่อนเนกไทสีน้ำเงินกรมท่าไว้ด้านใน และสิ่งที่ยิ่งขับเน้นให้เครื่องแต่งกายของเขาให้โดดเด่นขึ้นไปอีก คือรองเท้าหนังที่ถูกขัดจนมันวาว

ผมสีดำสนิทและใบหน้าที่ดูธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะสามารถมีได้ แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นในครั้งแรกเท่าไร

หากไม่ใช่เพราะพลังหยินที่เล็ดลอดออกมาจากรูทวารทั้ง 7 อย่างต่อเนื่องของอีกฝ่าย ฉินเย่ก็คงเข้าใจผิดไปว่าชายตรงหน้าของเขา เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง

หรืออย่างน้อยที่สุด เขาก็คงไม่คิดว่าอีกฝ่ายคือยมทูต

ฉินเย่นั่งลง ตอนนี้โซฟาที่ชายวัยกลางคนนั่งอยู่ได้หันกลับมาอย่างสมบูรณ์ และเขาเพียงแค่จ้องตาฉินเย่นิ่ง หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที เขาก็ยิ้มออกมาบาง ๆ “ข้าดีใจ”

“อย่างแท้จริง”

“ข้าไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะได้มาพบกับสหายร่วมงานของตัวเอง หลังจากที่นรกได้ล่มสลายไปแล้ว มันไม่มีอะไรที่น่ายินดีไปกว่านี้แล้ว”

เขาลุกขึ้นและเดินไปที่ตู้ใส่ของที่มุมห้อง ก้มลงเปิดช่องด้านล่างออก เผยให้เห็นเครื่องทำความเย็นที่อยู่ด้านใน “อยากจะดื่มอะไรไหม?”

“ข้ามีเหล้ายี่ห้อดัง ๆ เกือบทุกยี่ห้อที่มีขายอยู่บนโลกมนุษย์ เจ้าบอกยี่ห้อมันมาได้เลย ข้ามีมันหมดแหละ ตั้งแต่สเมอร์นอฟ คราวน์ วอดก้า ไปจนถึงโมเอ็ท เอ ชองดอง (แชมเปญ) และมาร์เทล หรือบางทีเจ้าอาจจะอยากลองดื่มอย่างอื่น? มีอันที่สนใจเป็นพิเศษหรือไม่? ตัวข้าก็นับว่าตัวเองเป็นนักชงที่มีฝีมืออยู่ไม่น้อย”

“ไม่เป็นไร ขอบคุณ” ฉินเย่รู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อย ดูเหมือนอีกฝ่ายจะใช้ภาษาอังกฤษได้ดีมาก ไม่ว่าเขาจะมองมุมไหน อีกฝ่ายก็ดูไม่เหมือนกับยมทูตเลยสักนิด

“เจ้ากำลังพลาดความสุขที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตไป” ชายวัยกลางคนนำขวดของเหลวสองขวดมาเทลงในขวดเช็คเกอร์ สร้างสรรค์การผสมที่เหมาะกับรสนิยมความชอบของตนเอง เหล้าสีทองถูกรินลงในแก้ว ส่งกลิ่นหอมอบอวลแทรกเข้าไปในชั้นอากาศ ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “ข้าชื่อเชาโจวเต๋า ได้รับหน้าที่ให้ดูแลหมู่บ้านซีเหอมาตั้งแต่เมื่อ 200 ปีก่อน ข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดและทำตามข้อกำหนดทั้งหมดเป็นเวลาร้อยปี เพื่อให้ตัวเองได้เลื่อนขั้นเป็นนักล่าวิญญาณ อันที่จริง ข้าได้ถูกรับสั่งให้ไปประจำหน้าที่ที่เมืองกู้แล้วด้วยซ้ำ ทว่าก่อนที่คำสั่งนี้จะได้ประกาศอย่างเป็นทางการ นรกก็ล่มสลายและมลายสิ้น”

เหล้าสองชนิดที่ผสมเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดของเหลวสีทองที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เชาโจวเต๋าสูดดมกลิ่นของมันเล็กน้อยและแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้นจึงยืนแก้วไปตรงหน้าของฉินเย่และเอ่ยว่า “ในเมื่อโอกาสได้ร่วงหล่นลงมาเบื้องหน้า ข้าคงจะเป็นคนที่โง่เขลายิ่งนักหากปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยผ่านไป ดังนั้นข้าจึงลงแรงไปกับเมืองเป่าอัน ใช้เวลาหลายทศวรรษ เพื่อก่อตั้งอาณาจักรที่เป็นของตัวข้างเอง แล้วเจ้าล่ะสหายข้า เจ้ามีความคิดเห็นว่าอย่างไร?”

เขากางแขนออกกว้างพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า ภูตผีจำนวนมากต่างกำลังเต้นรำกันอย่างดุเดือดอยู่ด้านล่าง ขณะที่ธนบัตรนรกยังคงโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องจากด้านบน แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาได้ประสบความสำเร็จอย่างน่าเหลือเชื่อ

ฉินเย่ไม่ได้รับแก้วไวน์ตรงหน้าแต่อย่างใด กลับกันเขาเพียงยิ้มและเอ่ยว่า “มันค่อนข้างแตกต่างกับที่ข้าคิดไว้มาก”

“แตกต่างอย่างไร?” เชาโจวเต๋าโน้มตัวไปด้านหน้าอย่างอยากรู้ “เจ้าหมายถึงรูปแบบ? การตกแต่ง? หรือบุคลิกของข้ากัน? เจ้าเด็กใหม่…ข้าจะบอกอะไรเจ้าเอาไว้อย่าง หลังจากนี้…เจ้าจะได้พบกับยมทูตนับร้อยและบุคลิกของพวกเขาก็จะแตกต่างกันไป สิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคาดหวังเอาไว้ หรืออย่างน้อยที่สุด เจ้าจะไม่ได้พบเห็นพวกเขาแต่งกายด้วยเครื่องแบบยมทูตและเดินเตร็ดเตร่ไปตอบท้องถนนในเวลากลางคืน”

เขาเปิดกล่องซิการ์ของตัวเอง เผยให้เห็นถึงซิการ์ห้ามวนที่ถูกผูกด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินเรียงรายกันอยู่อย่างเรียบร้อย จากนั้นจึงหันไปหยิบกรรไกรขณะที่เอ่ยต่อว่า “ยกตัวอย่างเช่น ตัวข้าที่ชอบดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ข้าสามารถพูดได้เลยว่างโลกของเราทุกวันนี้มีแต่จะสะดวกสบายและสวยงามขึ้นเรื่อย ๆ และข้าเองก็ยิ่งชื่นชมและเคารพมนุษย์ในฐานะของเผ่าพันธุ์ ๆ หนึ่งเช่นกัน เจ้าอยากได้สักมวนไหม?”

ฉินเย่ส่ายศีรษะ

ฉึก…เชาโจวเต๋าตัดซิการ์อย่างชำนาญขณะพูดต่อว่า “มีเพียงการปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่และยอมรับสิ่งใหม่ ๆ เท่านั้นที่จะทำให้พวกเราสามารถทำตัวให้เข้ากับยุคสมัยได้”

“ดูอย่างเจ้าและข้าสิ พวกเราต้องยอมรับความจริงที่ว่านรกได้ล่มสลายไปแล้ว มีเพียงตอนที่เรายอมรับมันได้เท่านั้น พวกเราถึงจะสามารถก้าวข้ามมันมาได้และหาวิธีที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตต่อไป เหมือนกับตัวข้า…ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้”

กริ๊ก…ไฟแช็คถูกจุดขึ้นที่ส่วนปลายของซิการ์ และกลิ่นหอมของดอกซากุระจากตัวซิการ์ก็ลอยอบอวลไปทั่วห้อง เชาโจวเต๋าจ้องมองผ่านกลุ่มควันสีเขียวอ่อนด้วยดวงตาที่หรี่เล็กลง “เหมือนกับตัวข้า…ที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในโลกนี้ โลกที่ข้าเป็นใหญ่นี้”

เขาสูบควันเข้าไปอีกครั้ง ปลายซิการ์เปล่งประกายเผาไหม้เล็กน้อย “และตอนนี้ ข้าก็จะชวนเจ้ามาเข้าร่วมการเดินทางครั้งนี้ของข้าด้วย สิ่งเดียวที่เจ้าต้องทำมีเพียงการพยักหน้า และต่อแต่นี้นอกจากข้าแล้ว เจ้าจะไม่ต้องเป็นรองผู้ใดในเมืองเป่าอันอีก!”

ฉินเย่หยิบแก้วขึ้นในที่สุด เขาหมุนแก้วไปมา ทว่านี่เป็นเพียงการกลบเกลื่อนความรู้สึกที่ฉายชัดในแววตาเท่านั้น เด็กหนุ่มเพียงถามต่อว่า “แล้วทางรัฐบาลล่ะ?”

เชาโยวเต๋าหัวเราะ “มีแค่คนในเท่านั้นที่รู้”

“มนุษย์ธรรมดาจะเข้าใจโลกที่พวกเราอยู่ได้อย่างไรกัน?”

“เจ้าเด็กใหม่ ในผู้คนทั้งหมดที่อาศัยอยู่บนโลกในตอนนี้ มีแค่เจ้าและข้าเท่านั้นที่สามารถเข้าใจกันและกันได้ หรืออีกในความหมายก็คือ….พวกเราก็คือนรก!”

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 48 เชาโจวเต๋า"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

จอมใจจ้าวพิษ
จอมใจจ้าวพิษ
June 11, 2021
2901002
ระบบเจ้าสำนัก
August 24, 2022
1212122
NEET Receives a Dating Sim System
September 9, 2020
ปรมาจารย์ลัทธิมาร
ปรมาจารย์ลัทธิมาร
September 9, 2020
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF