ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 525: เรือดอกไม้กระดาษ
บทที่ 525: เรือดอกไม้กระดาษ
เขาเหลือบไปมองจ้าวนรกองค์ที่สองก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้มและผายมือเชิญ เขาคลี่ม้วนกระดาษออกและเริ่มอ่านเนื้อหาที่อยู่ด้านใน ทันใดนั้น เขาก็ต้องขมวดคิ้วและอ่านซ้ำอี กครั้ง
หัวข้อของมันถูกเขียนด้วยตัวอักษรสีแดงสด ‘ดินแดน’
มันเป็นการเข้าใจผิดอย่างมากหากคิดว่านี่คือโฉนดที่ดิน เพราะสิ่งที่ต่อลงมาจากหัวข้อของมันก็คือ…รายชื่อของผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วน!
“หลี่ อวิ๋น: เจ้าผู้ปกครองเขตโจวฝาง เมืองหวู่หยาง ตัวตน: ผู้ดูแลระบบป่าไม้ของเขตโจวฝาง”
“ฟางตงซาน: เจ้าผู้ปกครองเขตหงเซี่ยง เมืองหวู่หยาง ตัวตน: ผู้ดูแลเฉพาะกิจของเขตหงเซี่ยง”
“จ้าวเลี่ยง: เจ้าผู้ปกครองเขตไป๋หยุน เมืองหวู่หยาง ตัวตน: แพทย์ของศูนย์การแพทย์ไป๋หยุน”
และรายชื่อดังกล่าวก็มีมากกว่าพันรายชื่อ!
ฉินเย่เงยหน้าขึ้นและสูดหายใจเข้าช้า ๆ หากเขาจำไม่ผิด ภายในจีนนั้นมีเขตการปกครองระดับเทศมณฑลอย่างมากกว่าพันเขต
“ดินแดนเหล่านี้หมายถึง…” เขาหันไปหาจ้าวนรกองค์ที่สอง
“สิ่งเดียวกับที่เจ้ากำลังคิดอยู่” จ้าวนรกองค์ที่สองยิ้ม “แดนมนุษย์นั้นเป็นรากฐานของทั้งสามโลก ทั้งสวรรค์และนรกล้วนตั้งอยู่บนรากฐานของแดนมนุษย์ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในแดนม มนุษย์จะถูกรายงานมายังโลกทั้งสองทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า…แดนมนุษย์นั้นอ่อนแอที่สุดในทั้งสามโลก”
ฉินเย่ขมวดคิ้ว “ถ้าเช่นนั้น เหตุใด…”
“เหตุใดจึงไม่แก้ปัญหาที่แพร่ระบาดอยู่ในจีน?” จ้าวนรกองค์ที่สองเอ่ยต่อจนจบ “เจ้าเคยเห็นสวรรค์แก้ปัญหาของแดนมนุษย์ด้วยความตั้งใจของมันเองหรือไม่?”
“ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นโดยมีเหตุผลของมัน ความชัดแจ้งนั้นถูกกำหนดให้เกิดขึ้นตามกาลเวลา สงครามกับความขัดแย้งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นในชีวิต พวกเราได้เห็น วีรบุรุษมากมายปรากฏตัวขึ้นในประวัติศาสตร์ และอารยธรรมที่ปรากฏขึ้นก่อนจะหายไป แต่มีผู้ใดในสวรรค์เคยเข้ามาแทรกแซงในเรื่องนี้บ้าง? มันคือกฎที่ไม่ได้ถูกจารึกเป็นลายลักษณ์อักษ ษร ไม่สำคัญว่าเจ้าจะเป็นเทพแห่งความตายหรือเทพชั้นสูงจากแดนสวรรค์ เพราะมนุษย์จะต้องแก้ปัญหาในความแตกแยกและรับมือกับเรื่องของพวกเขาด้วยตนเอง พวกเราที่อยู่โลกอื่นไม่ได้รับอนุญ ญาตให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือพวกเขา นี่ยังเป็นเหตุผลด้วยว่าทำไมพวกเราถึงไม่เคยทำอะไรเกินขอบเขตของตัวเอง”
เขามองตาฉินเย่ “เจ้าจงอย่าลืมว่าการดำรงอยู่ของเทพและเทวดานั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยตำนาน เรื่องเล่า และความเชื่อ นี่คือรากฐานที่แท้จริงของสิ่งเหล่านี้ ความเชื่อพวกนี้อยู่เหนื อความรุ่งโรจน์และการล่มสลายของเมืองหรือแม้กระทั่งอารยธรรม ดังนั้น ตราบใดที่ความเชื่อยังคงอยู่ เทพและเทวดาเองก็เช่นกัน”
ฉินเย่พยักหน้า จากนั้นจึงถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ “นี่ก็เป็นหนึ่งในกฎเหล็กของยมโลกเช่นกันอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่ใช่ มันเป็นเพียงคำพูดในส่วนของข้าเท่านั้น” จ้าวนรกองค์ที่สองหัวเราะออกมาเบา ๆ “มันเป็นเรื่องดีที่จะเรียนรู้ในข้อผิดพลาดของตนเอง แต่สำหรับเรื่องนี้ เจ้าสามารถเก็บมันไว ว้คิดทีหลังได้ เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว ทั้งสามโลกก็แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งหมดที่เจ้าต้องทำในตอนนี้ก็คือสนใจเรื่องของตนเอง พวกเขา…จะต้องมาเคาะประตูบ้านเจ้าอย่างแน น่นอน”
เคาะประตูบ้าน?
ฉินเย่จ้องไปที่จ้าวนรกองค์ที่สอง เขาไม่กลัวหรอกถ้าพวกภูตผีจะมาเคาะประตูบ้าน แต่ถ้าเป็นพวกเทพหรือเทวดา เขาไม่ค่อยแน่ใจนัก…
จ้าวนรกองค์ที่สองพยักเพยิดหน้าไปที่ม้วนกระดาษตรงหน้าของฉินเย่ “เจ้าคิดว่ามันคืออะไร?”
“มีอะไรหลายอย่างภายในสามโลกที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยความพยายามของโลกเดียว การร่วมมือเป็นสิ่งจำเป็น รายชื่อกว่า 1,400 รายชื่อที่ถูกเขียนอยู่ในม้วนกระดาษม้วนนี้คือผู้ที่ทำหน้ าที่ในฐานะของดวงตาแห่งสวรรค์ พวกเขารู้จักกันในฐานะของเจ้าผู้ปกครองเขต พวกเขาได้รับการแต่งตั้งโดยสวรรค์ แต่ไม่ได้มีพลังอำนาจใด ๆ หากเจ้าเปรียบราชสำนักของสวรรค์กับราชสำนัก ของแดนมนุษย์ เจ้าผู้ปกครองเขตเหล่านี้ก็เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ระดับต่ำที่สุด เหมือนกับตัวเบี้ยในกระดานหมากรุก แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็เป็นเพียงสายสัมพันธ์เดียวระหว่างสวรรค์ และยมโลก หากเจ้าต้องการสิ่งใด เจ้าก็สามารถเรียกพวกเขาได้”
ฉินเย่ยู่หน้าเล็กน้อย เจ้าผู้ปกครองเขตเป็นเพียงตำแหน่งเล็กน้อยเท่านั้นจริง ๆ น่ะหรือ? แต่…นั่นก็สมเหตุสมผลอยู่เมื่อดูจากวิธีที่พวกเขาถูกปฏิบัติด้วยในไซอิ๋ว…
“สิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสนใจก็คือในเวลานี้ เจ้าสามารถเรียกได้เพียงเจ้าผู้ปกครองเขตในแดนมนุษย์เท่านั้น แต่เมื่อเจ้าฟื้นฟูพลังของตราจ้าวนรกได้แล้ว พวกเขาก็จะสัมผัสได้ถึงการ เริ่มต้นใหม่ของระเบียบและจัดเตรียมรายงานเกี่ยวกับกิจการประจำปีของแดนมนุษย์และสวรรค์ให้กับเจ้าเอง นอกจากนั้น เจ้ายังสามารถใช้ตราจ้าวนรกได้หากต้องการพบกับพวกเขา และเจ้าผู้ปก กครองเขตเหล่านั้นก็จะรีบตรงมายังโลกใต้พิภพเพื่อตอบรับคำเรียกของเจ้าทันที และพวกเขาทั้งหมดก็ล้วนอยู่ขั้นนักล่าวิญญาณทั้งสิ้น”
อย่างนี้นี่เอง… ฉินเย่พยักหน้า และไล่สายตาดูรายชื่อเหล่านั้นต่อไป
คำ ๆ หนึ่งถูกเขียนเอาไว้ด้วยตัวอักษรสีแดงด้านล่างของรายชื่อกว่า 1,400 รายชื่อ
เจ้าพ่อหลักเมือง
และจากนั้น ทุกอย่างด้านล่างก็ว่างเปล่า
“นี่คืออะไร?”
จ้าวนนรกองค์ที่สองอธิบายอย่างใจเย็น “เจ้าพ่อหลักเมืองคือเจ้าหน้าที่เพียงกลุ่มเดียวในแดนมนุษย์ที่ทางยมโลกสามารถแต่งตั้งได้ เพื่อให้เข้าใจหน้าที่ของพวกเขาได้มากขึ้น มันเป็นส สิ่งสำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบอบการปกครองทั้งหมดของยมโลก พวกเราใช้ระบบการกำกับดูแลส่วนกลางจากบนลงล่างเช่นเดียวกับพีระมิด มันถูกแบ่งออกเป็นพื้นที่ ไล่จากมณฑล นคร เมือง เขต โดยที่มีรัฐบาลกลางตั้งที่อยู่ ณ จุดสูงสุดของพีระมิด โดยทุก ๆ เขตจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนซึ่งได้แก่ผู้สังเกตการณ์และเจ้าพ่อหลักเมือง ผู้สังเกตการณ์นั้นทำหน้าที่รับผิด ดชอบดินแดนของพวกเขาในยมโลก ในขณะที่เจ้าพ่อหลักเมืองรับผิดชอบในแดนมนุษย์ สำหรับเจ้าพ่อหลักเมือง หน้าที่ของพวกเขาคือคอยจับตาดูการถือกำเนิดของวิญญาณร้ายที่ทรงพลัง ติดตามอัตราก การเสียชีวิต จับตาดูยมทูตนอกอาณาเขต ทำให้แน่ใจว่ารอยแยกระหว่างแดนมนุษย์และยมโลกนั้นไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ ป้องกันไม่ให้มีอสูรวิญญาณตัวใดหลบหนีออกจากลิมโบไปยังแดนมนุษย์ แ และอื่น ๆ”
“ทุก ๆ เขต เมือง และมณฑลล้วนมีการทำงานเช่นนี้ แต่น่าเสียดาย เพราะการล่มสลายของยมโลกแห่งเก่า หน้าที่ของเจ้าพ่อหลักเมืองที่อยู่ในแดนมนุษย์ก็น่าจะพังทลายลงเช่นกัน…”
ทันใดนั้น ฉินเย่ก็ยกมือขึ้นและจ้องไปยังจ้าวนรกองค์ที่สองนิ่ง “หากข้าจำไม่ผิด ในตอนที่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ขึ้นสู่สรวงสวรรค์…เขาได้ปัดเป่าเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในยมโล ลกใช่หรือไม่?
จ้าวนรกองค์ที่สองพยักหน้า
“ถ้าเช่นนั้น…แล้วเจ้าพ่อหลักเมืองอีก 1,400 กว่าองค์ที่อยู่ในแดนมนุษย์เล่า?!”
“ท่านกำลังจะบอกข้าว่าตอนนี้มีวิญญาณพวกนี้อีก 1,400 ตนกำลังลอยเตร็ดเตร่อยู่ทั่วแผ่นดินจีนอย่างนั้นหรือ?!”
จ้าวนรกองค์ที่สองแย้มยิ้มบาง “เรื่องนั้น…อีกไม่นานเจ้าก็จะได้รู้”
“ข้ารู้มานานแล้วว่ายมโลกจำเป็นจะต้องถูกทำลายก่อนที่มันจะสามารถสร้างขึ้นมาใหม่โดยที่แข็งแกร่งกว่าเดิม แน่นอน ข้าได้ทำการเตรียมการบางอย่างไว้แล้วเช่นกัน จากการคาดคะเนของข้ า ทุกสิ่งทุกอย่างจะชัดเจนขึ้นในอีกประมาณสองปี”
ในวินาทีนั้น ฉินเย่รู้สึกว่าตนอยากจะเตะเข้าที่หน้าของอีกฝ่ายเป็นอย่างมากสำหรับคำตอบที่แสนจะน่าหงุดหงิดนี้ แต่เมื่อคิดดูอีกที เขาก็รีบรั้งตัวเองเอาไว้
เขาสู้ไม่ได้… มันไม่มีทางที่เขาจะสู้อีกฝ่ายได้…
ดังนั้นเขาจึงหันกลับไปสนใจเรื่องในมือและค่อย ๆ ม้วนม้วนกระดาษกลับดังเดิม “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะสามารถแต่งตั้งเจ้าพ่อหลักเมืองเหล่านี้ให้กลับไปทำหน้าที่ดังเดิมได้อย่างไร?”
“ข้าจะสอนสิ่งเหล่านี้ให้เจ้าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม” จ้าวนรกองค์ที่สองเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ตลอดสองเดือนนับจากนี้ ข้าจะสอนทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ารู้ให้กับเจ้า เจ้าเองก็ควรจะเตรียม มใจให้ดี”
ในที่สุด… ค่ำคืนนี้ก็จะจบลงแล้วอย่างนั้นหรือ?
ฉินเย่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน “เข้าใจแล้ว!”
นับแต่นี้เป็นต้นไป เขาจะแบกรับความรับผิดชอบของเขาในฐานะของจ้าวนรกแห่งยมโลก
ปั๋วอี้เข่าได้พยายามอย่างหนัก กว่าจะสามารถก่อตั้งนครวิญญาณเฟิงตูอันแสนโด่งดังที่อยู่เหนือบททดสอบของกาลเวลาขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานหรือมีพรสวรร รค์มากมายอย่างอีกฝ่าย แต่ตอนนี้เขาก็กำลังยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์และอาศัยความแข็งแกร่งของรุ่นก่อน ยมโลกในเวลานี้ไม่ได้เผชิญหน้ากับโลกใต้พิภพคู่แข่งหรือแรงกดดันจากภายนอก มั นไม่มีรุ่นไหนที่เริ่มได้ดีไปกว่านี้ได้อีกแล้ว หากเขายังไม่สามารถเดินตามรอยเท้าของรุ่นก่อนได้อีก เช่นนั้นเขาก็คงไม่เหมาะที่จะเขียนชื่อของตัวเองลงในบันทึกสามโลกอย่างแท้ จริง!
มีหลายครั้งที่มนุษย์เราเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความทะเยอทะยาน แต่มันก็จางหายไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันกับตอนที่มันปรากฏขึ้น เด็กหนุ่มหัวเราะออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ขมขื่นบนใบ บหน้า
น่าเสียดายที่เขารู้ตัวในตอนที่สายเกินไป
ลีจองซุก รวมถึงวิญญาณที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กว่าแสนดวงได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ฉินเย่จะจดจำเทศกาลวันสารทจีนครั้งนี้ไว้ในฐานะของหนึ่งในแหล่งที่มาของความเสียหายที่ยิ่งใหญ ญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้ชีวิตโดยปราศจากความเสียใจ เพราะว่าท้ายที่สุดแล้ว มีเพียงการก้าวข้ามความเสียใจเท่านั้นที่จะทำให้คนเราเรียนรู้ที่จะระมัดระวังและทำงานอย่างหนัก
บางที…ชีวิตอาจจะสมบูรณ์แบบเมื่อมันถูกสร้างขึ้นจากรากฐานของความเสียใจ…ประกายสดใสภายในแววตาของเขาค่อย ๆ จางหายไป ทันใดนั้น เขาก็วาดมือและเรียกสมุดแห่งความเป็นความตายออกม มา ประกายแสงเจิดจ้าปะทุออกมาจากภายใน และเสี้ยววินาทีต่อมา สิ่งมีชีวิตที่สูงประมาณสองเมตรก็ปรากฏตัวขึ้นในท้องพระโรง
มันเปล่งเสียงคำรามที่กรีดแทงหัวใจออกมาทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น มันถูกจับ…เพราะอะไรกัน?! มันถึงขนาดที่ยอมใช้ไพ่ตายสุดท้ายของตัวเอง แต่แล้วเหตุใดมันถึงยังอยู่ในยมโลก?!!
“เจ้า…” ฟันของมันกระทบกันอย่างไม่สามารถควบคุมได้ แต่ในขณะที่มันจะเอ่ยต่อ ภายในใจของมันกลับรู้สึกเย็นยะเยือก และมันก็รีบคุกเข่าลงทันที
“คะ คะ คารวะท่านจ้าวนรกองค์ที่สองแห่งยมโลก!! คารวะท่านตี้ทิง!! คารวะท่านผู้สูงศักดิ์!!” มันโค้งคำนับต่ำร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตนอย่างสิ้นหวัง
ยักษ์ทมิฬ… เพียงแค่การปรากฏตัวของวิญญาณญี่ปุ่นตนนี้ก็ทำให้เปลวไฟแห่งความโกรธที่อยู่ภายในใจของฉินเย่ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง แต่ถึงกระนั้นเขากลับไม่ทำอะไรมากไปกว่าแย้มยิ้มออกม มา “เงยหน้าขึ้น”
“ผู้น้อยมิบังอาจ…” ยักษ์ทมิฬตัวสั่นเทา หัวใจของมันเต้นแรงมาก และแม้แต่ขนที่อยู่บริเวณหลังคอก็ลุกชันไปหมด จ้าวนรกองค์ที่สองกำลังยืนอยู่ด้านหลังของมัน และมันก็อดไม่ ได้ที่จะตัวสั่นเทาด้วยความกลัวเมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย
และยังมีท่านตี้ทิง…อสูรศักดิ์สิทธิ์ขั้นพระยมและจ้าวนรก...แม้แต่กระดูกที่อยู่ภายในร่างของมันก็กำลังสั่นเทาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ความกดดันจากรอบด้านนั้นมหาศาลจนมันแทบ บจะไม่สามารถคุมสติได้
“ท่านจ้าวนรกองค์ที่สามพูดกับเจ้า ไม่ได้ยินหรืออย่างไร?!” อาร์ทิสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “หรือเจ้ากำลังจะบอกว่าในเวลานี้…ญี่ปุ่นมีความกล้าถึงขนาดที่ปฏิเสธคำสั่งจากโลกใต้พ พิภพของจีนแล้ว? เจ้าคิดว่าทัณฑ์สวรรค์นิรันดร์นั้นไม่มีอยู่แล้วอย่างนั้นหรือ?”
ตุ้บ!
หัวใจของยักษ์ทมิฬหยุดเต้นไปกระทันหัน มันรีบหมอบลงกับพื้นพร้อมขาทั้งสี่และโค้งคำนับจนศีรษะแนบกับพื้นเป็นจำนวนสามครั้งก่อนจะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้น มันก็ยังไม่ก กล้าที่จะมองไปยังฉินเย่โดยตรงและทำได้เพียงมองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดกลัว
นี่คือ…ท้องพระโรง…
มันจบแล้ว…ทุกอย่างจบแล้ว…มันสัมผัสได้ว่าดวงวิญญาณของคาราสุเท็งงุยังคงไม่บุบสลาย แต่ร่างของอีกฝ่ายได้ถูกบดขยี้และทำลายไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย ตอนนี้พวกมันเหลือความหว วังอยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น
มันคงได้แต่หวังว่าการกระทำของตัวเองในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกับแผ่นดินแห่งความมืดมน…ไม่เช่นนั้น ทัณฑ์สวรรค์นิรันดร์คงจะทำให้ทั่วทั้งโลกต้องสั่นสะเทือน และทัณฑ์สวรรค์นิรันดร์. …ก็อาจจะไม่ดำรงอยู่อีกต่อไป…
มันรู้สึกดีใจอย่างไม่สามารถหาที่เปรียบได้เมื่อพบว่าจ้าวนรกองค์ที่สองไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจอีกต่อไป เพราะไม่เช่นนั้น อีกฝ่ายคงจะใช้ศาสตร์ต้องห้ามอย่างทัณฑ์สวรรค์นิรันดร ร์โดยไม่แม้แต่จะมอบโอกาสให้อิซานามิได้แก้ตัวใด ๆ อย่างแน่นอน!
โชคดีที่จ้าวนรกองค์ที่สองยังยินดีที่จะพบกับมัน ถึงอย่างนั้น…มันก็ยังมีความหวังอยู่!
มันจะปล่อยให้การกระทำนี้เกี่ยวข้องกับแผ่นดินแห่งความมืดมนไม่ได้เด็ดขาด…
ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะที่แสนจะเย็นชา “เจ้าคือยักษ์ทมิฬ”
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเย็นชา แต่เจตนาฆ่าอันรุนแรงที่แฝงอยู่ในคำพูดเหล่านั้นกลับทำให้ปีศาจญี่ปุ่นตัวสั่นเทาอย่างไม่สามารถควบคุมได้
“ข้าน้อยเป็นเพียงรอยด่างพร้อยในสายตาของพระองค์เท่านั้น! ข้าน้อยสมควรตาย!!” ยักษ์ทมิฬแนบหน้าผากลงกับพื้นและตะโกนออกมาเสียงดัง มันกระแทกหน้าผากของตัวเองลงไปกับพื้นจนหัวขอ องมันเกิดรอยร้าวเล็กน้อยและพลังหยินภายในร่างก็รั่วไหลออกมา
“โทษประหาร” ภายในใจของฉินเย่เต็มไปด้วยคลื่นความโกรธ ที่ลีจองซุกต้องตายก็เพราะเจ้า! นางตายก่อนที่ข้าจะได้ชดใช้หนี้บุญคุณที่นางได้ช่วยชีวิตของข้าเอาไว้ นางต้องฆ่าตัวตายก็ เพราะเจ้า!
การกระทำของเจ้าทำให้ยมโลกต้องสูญเสียประชากรที่พวกเราควรจะได้รับในวันเทศกาลสารทจีน วิญญาณนับแสนต้องสูญสลายไปก็เพราะการกระทำของเจ้า! เจ้าทำให้แผนการในการเริ่มงานฉลองเทศกาลว วันสารทจีนอย่างยิ่งใหญ่กลายเป็นแค่เรื่องตลก!
และก็เป็นเพราะเจ้าอีกเช่นกัน…ที่ทำให้ตัวตนของข้าถูกเปิดโปงต่อหน่วยสอบสวนพิเศษจนหมดสิ้น…!
“เจ้ารู้ดีว่าการกระทำของเจ้าจะทำให้ได้รับโทษประหาร แต่ถึงกระนั้นเจ้าก็ยังกล้าที่จะบุกรุกแผ่นดินจีนในช่วงเทศกาลวันสารทจีนอันแสนศักดิ์สิทธิ์นี้?! อิซานามิกล้าดีอย่างไรกัน?!! !” เจตนาฆ่าของฉินเย่พุ่งสูงขึ้น เขาทุบโต๊ะตรงหน้าของตัวเองอย่างแรง
ยักษ์ทมิฬที่เห็นเช่นนั้นก็ตัวสั่นเทาและรีบอ้อนวอนขอความเมตตาทันที “กราบเรียนใต้เท้า สิ่งนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับแผ่นดินแห่งความมืดมนเลยแม้แต่น้อย! ทุกสิ่งทุกอย่าง…ทุกสิ่งทุกอ อย่างนั้นเป็นผลมาจากความตั้งใจของข้าเองทั้งสิ้น! ข้า…ข้าสมควรตาย!”
“สิ่งเดียวที่ข้าขอคือโปรดไว้ชีวิตโลกใต้พิภพของญี่ปุ่น! ข้า…ได้กระทำผิดต่อยมโลก และข้าสมควรตาย! หวังว่าความตายของข้าจะสามารถดับเปลวไฟแห่งความโกรธภายในใจของท่านได้!”
“ขอให้ยมโลกโปรดเมตตา!”
เมื่อเอ่ยจบ มันก็โค้งคำนับฉินเย่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั่วทั้งท้องพระโรงถูกปกคลุมไปด้วยเสียงกระแทกที่ไม่หยุดหย่อน
ฉินเย่เลียริมฝีปากของตนและเหลือบไปมองตี้ทิง “โทษประหารที่ทรมานที่สุดที่ยมโลกสามารถใช้ได้คืออะไร?”
“กราบเรียนใต้เท้า” ตี้ทิงโค้งคำนับด้วยความเคารพ “ภายใต้สถานการณ์ในตอนนี้ โทษขี้ผึ้งน้ำมันมนุษย์นั้นเป็นโทษประหารที่ทรมานที่สุด แต่…เราเคยมีโทษประหารอีกชนิดหนึ่งที่รู้จักก กันในชื่อว่าเรือดอกไม้กระดาษอยู่”