novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 63: ผู้สืบทอดตำแหน่งจ้าวนรก

  1. Home
  2. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  3. บทที่ 63: ผู้สืบทอดตำแหน่งจ้าวนรก
Prev
Next

บทที่ 63: ผู้สืบทอดตำแหน่งจ้าวนรก

“เพราะอะไร?” ฉินเย่ชักกระบี่ของตนออกมาและชี้หน้ากระบี่ไปที่ลูกบอลผนึกพร้อมกับเอ่ยเสียงลอดไรฟัน

“เหตุใดพวกท่านทุกตนถึงบังคับให้ข้าต้องทำในสิ่งที่ข้าไม่อยากทำด้วย?”

“อย่างที่ข้าเคยพูดไปเมื่อก่อนหน้านี้ เจ้าได้แลกชีวิตของเจ้ากับเศษตราจ้าวนรก นี่คือความรับผิดชอบที่เจ้ารับมันมาด้วยตัวเจ้าเอง!”

“ข้าเข้าใจดีว่าเจ้ามาจากที่ใด และข้าก็จะไม่ตำหนิเจ้า มันเป็นภาระที่ใหญ่มากจริง ๆ และการยอมแพ้มันก็เป็นเรื่องที่สามารถให้อภัยได้ แต่คำถามก็คือ…นั่นเป็นทางที่เจ้าเลือกจริง ๆ น่ะหรือ?”

“เจ้าคิดบ้างหรือไม่…อาจจะยังมีใครบางคนในมณฑลเสฉวนที่ถือครองเศษตราจ้าวนรกอยู่อีกก็ได้?! ต่อให้พวกเขาไม่สามารถเสาะหาข้ามมณฑลและระบุตำแหน่งของเจ้าได้ แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ต้องไม่ต่ำกว่าขั้นยมทูตขาวดำอย่างแน่นอน อันที่จริง พวกเขาอาจจะแข็งแกร่งพอ ๆ กับข้าเลยก็ว่าได้! เจ้าคิดว่าคนพวกนั้นจะไม่รู้ถึงประโยชน์ที่แท้จริงของตราจ้าวนรกเลยอย่างนั้นหรือ?”

“บุคคลที่คิดจะเพาะพันธุ์วิญญาณจำนวนมากด้วยเศษตราจ้าวนรกนั้น เป็นผู้ที่ต้องใช้ราชันย์วิญญาณทั้ง 6 ในการจับกุม เจ้าคิดว่าคนระดับนั้นจะไว้ชีวิตใครก็ตามที่ถือครองเศษตราจ้าวนรกของพวกเขาอยู่อย่างนั้นหรือ? เจ้าคิดว่าตัวเองจะสามารถพักผ่อนได้อย่างสบายใจโดยการซ่อนตัวอยู่ในซอกหลืบของเมืองเป่าอันอย่างนั้นหรือ?”

อาร์ทิสเอ่ยพร้อมกับส่ายศีรษะไปมา “เด็กน้อย…เจ้ายังไม่เคยเห็นภูตผีที่ คลุ้มคลั่งใช่หรือไม่? ภูตผีที่มีความแข็งแกร่งเกินกว่าขึ้นยมทูตขาวดำที่ใช้วิชาสังหารที่น่ากลัว….”

“เอาเป็นว่าเจ้าอาจจะตายก่อนที่ตัวเองจะรู้ตัวเสียอีก เส้นตรวจจับตัวตนเหนือธรรมชาติก็ไม่สามารถทำอะไรกับพวกมันได้”

ฉินเย่หลับตาลงและพยายามควบคุมจังหวะการหายใจที่รุนแรงของตนเอง วินาทีต่อมา เด็กหนุ่มก็เอ่ยตอบเสียงนิ่ง “ข้าคิดว่าเราคงต้องคุยกันเรื่องนี้เสียแล้ว ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนนั้นค่อนข้างแย่…ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่มีอะไรดีขึ้นเลยก็เถอะ”

“มันไม่มีอะไรที่ต้องพูดแล้วเจ้าหนู เพราะเจ้าไม่มีทางที่จะหันหลังให้กับเรื่องนี้ได้ ข้อเท็จจริงที่ว่ายายเมิ่งได้ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูของเจ้าหมายความว่านางได้เลือกเจ้าแล้ว ข้าเองก็ไม่รู้วิธีที่จะหนีจากปัญหานี้เช่นกัน ถ้าหากมันเป็นไปได้ ข้าก็อยากจะเป็นจ้าวนรกคนต่อไปเองมากกว่า”

“ลองคิดดู จ้าวนรก…เจ้าแห่งยมโลก! ตอนนี้ เจ้ามีทั้งหลักฐานยืนยันตัวตนยมทูต รวมถึงเศษตราจ้าวนรก! มันไม่มีทางที่เจ้าจะสามารถเปิดตัวได้ดีกว่านี้อีกแล้ว!หลังจากนี้อีกหลายร้อยปี ดวงวิญญาณทั้งหมดในโลกจะต้องสั่นสะเทือนตามคำสั่งของเจ้า สตรีมากมายต่างยืนรอให้เจ้าเลือก โลกจะตกอยู่ภายใต้อำนาจของเจ้า แล้วเจ้าจะอยากได้อะไรไปมากกว่านี้อีก?”

“เจ้าจะสามารถออกแบบนรกได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบได้ตามที่ใจต้องการ สามารถสร้างสะพานแห่งความจนใจขึ้นมาใหม่ หรือแม้กระทั่งสั่งให้ทุกคนดื่มโค้กก็ยังได้! เจ้าสามารถแต่งตั้งผู้กรรเชียงเรือคนใหม่โดยที่ไม่มีใครจะต่อว่าอะไร ต่อให้เจ้าจะเก็บค่าธรรมเนียมในการขึ้นเรือก็ตาม นอกจากนี้เจ้ายังสามารถสอบสวนพวกมารที่หลบหนีการจับกุมและลงโทษพวกมันในแดนมนุษย์ได้ด้วย…ยกตัวอย่างเช่น พวกที่โกงเงินประกัน หรือพวกที่ล่วงละเมิดทางเพศแล้วหลบหนี หรืออาจจะพวกที่ยอมก้มหัวให้กับความโลภของตัวเอง…ความดีจะถูกตอบแทนด้วยความดี ความชั่วจะถูกตอบแทนด้วยความชั่วที่พวกมันกระทำ! เพียงแค่เจ้าเอ่ยคำสั่งเท่านั้น!”

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นทำได้เพียงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

“แต่ข้าก็แค่อยากที่จะเที่ยวทะเลและเดินชมดอกไม้ ใช้ชีวิตไปวัน ๆ เท่านั้น….”

อาร์ทิสที่เห็นแบบนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม “เด็กน้อยเอ๋ย…ทุกคนในโลกนี้ต่างก็มีเป้าหมายและหน้าที่ของตนเอง ตั้งแต่วินาทีที่เจ้าได้กินเห็นเทียนสุ่ยเข้าไป เจ้าก็ไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไป นี้เป็นสิ่งที่เจ้าต้องยอมรับมัน หากเจ้าไม่ยอมรับความจริงข้อนี้…มันก็จะไม่มีใครที่จะสามารถปกป้องเจ้าได้หรอกนะ”

“โอกาสในการสร้างนรกขึ้นมาใหม่นั้นยิ่งใหญ่มาก แม้ว่ามันจะหมายถึงการถูกไล่ล่าโดยกองกำลังของแดนมนุษย์จนกว่าที่อีกฝ่ายจะยอมแพ้ แต่ข้ามั่นใจว่าพวกเขาจะต้องตามล่าเจ้าอย่างสุดความสามารถแน่นอน!”

หลายสิ่งที่ฉินเย่พยายามซ่อนและปกปิดมันเอาไว้ต่างค่อย ๆ ถูกเผยออกมาทีละน้อย เขาไม่ได้รู้สึกรำคาญใจกับเรื่องนี้อีกแล้ว ไม่สิ ต้องพูดว่าเขาคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วว่าวันแบบนี้จะต้องมาถึงในที่สุดมากกว่า

“บางที…การยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจ้าวนรก ก็อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่เลวร้ายอะไร” หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ ในที่สุดเขาก็ได้แต่แย้มยิ้มออกมาอย่างยอมจำนน

อาร์ทิศเองก็แย้มยิ้มออกมาเช่นกัน “มันต้องมีมากกว่านั้นอย่างแน่นอน เมื่อเริ่มสร้างนรกขึ้นมาใหม่ เจ้าก็จะรู้สึกได้ถึงความสำเร็จและความภาคภูมิใจที่ได้จากการสร้างอาณาจักรขึ้นมาใหม่นั้น ดีจนยากที่จะเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้”

ฉินเย่ส่ายศีรษะด้วยรอยยิ้มที่ยากจะตีความ ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็ยกมือขึ้นทาบบนหน้าอกของตัวเองและเลิกคิ้วขึ้น “สิ่งแรกที่เขาต้องทำก็คือเอาบันทึกนรกนี่ขึ้นมาหรือ?”

“ใช่ สมบัติของนรกนั้นมีจำนวนมหาศาล และมันก็ไม่สามารถทำลายได้ง่าย ๆ เช่นกัน แม้ว่าจะมีการตรัสรู้ของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ก็ตาม น่าเสียดายที่พวกมันคงจะกระจัดกระจายไปทั่วประเทศจีน แต่ละชิ้นของมัน ล้วนมีคุณประโยชน์เหนือคณานับ”

“ยกตัวอย่างเช่น หากเจ้าได้ครอบครองบันทึกนรก เจ้าจะสามารถแต่งตั้งยมทูตของตัวเองได้แต่ ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าในตอนนี้ เจ้าจะสามารถแต่งตั้งได้เพียงแค่ยมทูตที่อยู่ขั้นต่ำกว่าเจ้าเท่านั้น หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ….”

อาร์ทิสหยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่ออย่างไม่เต็มเสียง “ต่อให้คนรอบข้างของเจ้าจะตายจากไป เจ้าก็จะสามารถทำให้พวกเขามีชีวิตอยู่ต่อได้ด้วยวิธีอื่น”

ฉินเย่พยักหน้า จากนั้นเขาจึงเอื้อมมือลงไปในหลุมทันที

ในเมื่อมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องหลีกเลี่ยงมันอีกต่อไป

เงื่อนไขเบื้องต้นในการใช้ชีวิตอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ของเขาก็คือมันจะต้องไม่ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตของเขาเอง แต่ตอนนี้ชีวิตของเขาได้ถูกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาก็คงทำได้เพียงรับมือกับมันเหมือนอย่างตอนที่เขารับมือกับผีสาวที่ตามหลอกหลอนตระกูลหวังหรือไม่ก็เชาโยวเต๋า

เขาต้องตรวจสอบมัน ทำความคุ้นชินกับมัน ดับเครื่องชน และเชี่ยวชาญมัน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว มีเพียงตอนที่ถูกบังคับให้ต้องยืนอยู่บนหน้าผาแห่งความเป็นตายเท่านั้น ที่มนุษย์เราจะตระหนักได้ว่าชีวิตของตนนั้นมีค่ามากเพียงใด

ความเกียจคร้านและการไม่แยแสต่อสิ่งใด โดยไม่คำนึ่งถึงชีวิตอาจจะที่ดีกว่าหากเราพยายามที่จะก้าวออกมาจากความเขลากลัว

หลุมตรงหน้าของเขาไม่ได้เป็นหลุมเปล่า ๆ อีกต่อไป

กลับกัน มันมีพลังหยินรวมตัวกันอยู่อย่างเข้มข้น จนดูคล้ายกับก้อนเมฆดำขนาดใหญ่

และตรงจุดกึ่งกลางของเมฆก้อนดังกล่าว มีประกายแสงสีทองที่ส่องสว่างราวกับดวงดาว

ฟึ่บบบบ….โซ่เส้นยาวพุ่งออกไปจากแขนเสื้อของฉินเย่และพันรอบวัตถุลึกลับนั้น จากนั้น ด้วยการดึงที่ทรงพลัง สมุดโบราณกลับเข้ามาอยู่ในฝ่ามือของเขาทันที

สภาพของมันไม่น่าดูเลยสักนิด

มันเปล่งประกายแสงสีทองอ่อน ทั้งขอบของหน้ากระดาษและหน้าต่าง ๆ ที่ขาดรุ่งริ่ง คำสองคำบนหน้าปกถูกเขียนด้วยตัวอักษรสีสด ‘บันทึกนรก’

ฉินเย่จ้องมองบันทึกในมือ จากนั้นจึงส่ายศีรษะและยิ้มกับตัวเองขณะที่กำมันแน่น

ตูม!

ทันใดนั้นเอง วิญญาณของเขาก็ลอยออกจากร่างและล่องลอยไกลออกไปเรื่อย ๆ ทุกอย่างโดยรอบมืดลง จนกระทั่งในท้ายที่สุด…ประตูสวรรค์ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขา!

ประตูหินอ่อนสีขาวดูโบราณทว่าเรียบง่าย ภาพของนรกทั้ง 18 ขุมที่ถูกสลักลงบนบานประตูนั้นดูเหมือนจริงอย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก

ครืดดด….บานประตูถูกเปิดออก และกลุ่มพลังหยินที่หนาแน่นก็ค่อย ๆ ลอยออกมา

มันดูยิ่งใหญ่และสูงส่ง พลังหยินที่ลอยออกมานั้นหนาแน่นจนแทบจะก่อตัวเป็นรูปร่าง ทันทีที่ฉินเย่สัมผัสกับมัน ด้านหลังของศีรษะของเขาพลันรู้สึกชาทันที และจังหวะการหายใจของเขาก็เริ่มติดขัด

กึก….ราวกับมียักษ์ที่มองไม่เห็นมากดร่างของเขาเอาไว้ ฉินเย่กัดฟันแน่นและต่อสู้กับแรงกดดันดังกล่าว ทว่าหลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที เข่าของเขาก็ทรุดลงกับพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ

“นี่มันพลังของใครกัน…”

“มะ มันทรงพลัง….ทะ…แทบจะเหมือนกับว่า…เรากำลังเผชิญหน้าอยู่กับนรกอยู่!!”

ในวินาทีเดียวกับที่เข่าของฉินเย่ทรุดลง บานประตูถูกเปิดออกอย่างเต็มที่ เผยให้เห็น…ภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่ด้านใน

ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วน ทั้งหมดล้วนตัวเปล่าเปลือย ร่างถูกแขวนห้อยหัวด้วยเชือกสีดำ ในขณะที่มีมีดและขวานจำนวนนับไม่ถ้วนทิ่มแทงเข้าไปที่ร่างอย่างต่อเนื่อง มีหลายคนที่จบชีวิตลงภายใต้การจับตามองของฉินเย่ และคนพวกนั้นก็กลายเป็นกลุ่มก้อนพลังหยินที่สลายไปรอบด้านอย่างรวดเร็ว

ส่วนพวกที่ยังมีชีวิตก็จะถูกลากตัวลงมาจากเชือก และกดหน้าลงกับเหล็กร้อน กรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวชขณะที่เนื้อของพวกเขาส่งกลิ่นเหม็นไหม้ที่น่าสะอิดสะเอียนและควันดำลอยฟุ้งออกมา เผาไหม้เนื้อหนังและกระดูกจนไหม้เกรียม

แม้ว่าจะมีคนจำนวนมากที่กลายร่างเป็นกลุ่มก้อนพลังหยินและสลายตัวไป แต่มันก็ยังพวกที่ยังไม่สลายไปและถูกแขวนด้วยเหล็กร้อนและปล่อยให้สายลมแห่งพลังหยินพัดผ่านร่าง เปลี่ยนให้ร่างของพวกเขากลายเป็นเพียงซากศพที่แห้งเหี่ยว

บริเวณจุดกึ่งกลางของภาพอันกว้างใหญ่นี้ มีชายสวมมงกุฎและแต่งตัวในชุดสีดำสนิทคนหนึ่งนั่งอยู่

อีกฝ่ายหันหลังให้กับฉินเย่ทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าได้ ร่างนั้นสูงใหญ่ คล้ายกับพลังของอาร์ทิสที่แผ่ออกมาเมื่อครั้งก่อน

ทันใดนั้น ร่างกายของฉินเย่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เมื่อเขากลับมาได้สติอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ที่หอสมาคมของเชาโยวเต๋าอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“นั่น…ขุมนรกเชือกดำเหรอ? แล้วนั่นใช่ส่องตี้หวางหรือเปล่า?” ฉินเย่อ้าปากค้าง แต่เขาก็ไม่ได้ตกใจอะไรมากนัก และมีเพียงพึมพำกับตัวเองด้วยอารมณ์ที่คาดเดาไม่ออกในใจ “ความดีและความชั่วจะได้รับผลตอบแทน…ข้ามั่นใจว่าหากใครได้เห็นภาพที่น่ากลัวพวกนั้น พวกเขาจะไม่กล้าทำชั่วอีกเลย”

อาร์ทิสเองก็ดูเหมือนว่าจะเข้าใจภาพที่เขาเพิ่งเห็นและพูดเสริมว่า “ใช่ พวกภูตผีไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายแต่กำเนิด นิสัยชั่วร้ายของพวกเขาเป็นเพียงสิ่งที่ติดตามมาจากชาติที่แล้วของพวกเขาเท่านั้น การดำรงอยู่ของนรกนั้นมีเพื่อทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นระเบียบโดยการจัดการกับความชั่วร้ายที่สามารถหลบหลีกการลงโทษและกลับมาล้างแค้นในแดนมนุษย์”

“มีทั้งคนแก่อายุราว ๆ 70 ปีที่แกล้งล้มลงตรงหน้ารถยนต์ และจงใจแบล็คเมล์คนขับรถเพื่อเรียกเงินหลายล้าน”

“คนแก่ที่อายุประมาณ 60 หรือ 70 ที่เดินกลับมาจากร้านขายของชำและปรารถนาที่จะได้ที่นั่งของผู้อื่นโดยอ้างว่าตนนั้นเหนื่อย แม้แต่กับคนที่ป่วยหรือไม่สบาย และเมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธ พวกเขาก็จะพูดจาทำร้ายจิตใจฝ่ายตรงข้ามโดยอ้างว่าพวกเขา ‘ไม่เคารพผู้สูงอายุ’ ”

“คนที่สังหารมารดาของตัวเองตั้งแต่ตอนที่อายุ 12 แต่ก็พ้นผิดเพราะอายุของตัวเอง”

“ไหนจะพวกที่โกรธจากเรื่องราวที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี จนไปทำร้ายอีกฝ่ายด้วยคำพูดที่ไม่เหมาะสมในอินเทอร์เน็ต บังคับให้เป้าหมายไปหาคำตอบโดยการฆ่าตัวตายอีกด้วย”

“ไม่ใช่ภูตผีทุกตนที่ชั่วร้าย และไม่ใช่มนุษย์ทุกคนที่สมบูรณ์แบบ บาปกรรมใด ๆ ที่ตนได้กระทำในชีวิต…จะได้รับการชดใช้หลังความตาย และเจตนาร้ายอยู่ในใจของคนเหล่านั้นสุดท้ายก็จะต้องได้รับกรรมในท้ายที่สุด”

น้ำเสียงที่เอ่ยของนางดูอ่อนลงเล็กน้อย “สิ่งที่เจ้ากำลังทำคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มันจะนำมาซึ่งความสงบสุขให้กับโลกนี้ มันไม่มีสิ่งใดที่ต้องเป็นกังวล วิญญาณดีและชั่วจะต้องได้รับการตอบแทนก่อนที่จะเข้าสู่วัฏสงสารตามกฎของสวรรค์”

ฉินเย่พยักหน้า “แล้วถ้าเป็นบทโทษของพวกที่อ่านนิยายโดนไม่กดโหวต กดติดตาม แนะนำ หรือโดเนท [1] ล่ะ?”

สีหน้าของอาร์ทิสเคร่งขรึมและอึมครึมลงกว่าเดิม “พวกเขาจะได้รับบทลงโทษของนรกทั้ง 10 ขุมทีละแห่ง อมิตตาพุทธ….”

“รุนแรงขนาดนั้นเลยหรือ?”

“แน่นอน มันเป็นเหมือนกับการเพิกเฉยต่อผลของความพยายามของผู้อื่น…เป็นการกระทำที่รับไม่ได้อย่างถึงที่สุด….”

…………………………….

ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไปหลายพันไมล์ ณ เมืองติ้งอัน ธงอธิษฐานที่แขวนอยู่เหนือประตูของวัดแห่งหนึ่งปลิวไสวอย่างรุนแรง

ลักษณะของมันดูคล้ายกับดอกบัว ประดับสถานที่ด้วยกระเบื้องเคลือบสีทองและคานที่ทำจากไม้ซีดาร์จีน พร้อมทั้งกระถางธูปขนาดใหญ่ที่มีความสูงหนึ่งเมตรตั้งอยู่หน้าประตู

มันเป็นเวลา 04.30 น. ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวมากมายและมีเสียงของมู่อวี๋ [2] ดังให้ได้ยินมาจากที่ไกล ๆ กลุ่มควันธูปลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

ฟิ้ว~…เมื่อสายลมพัดผ่านมา ธงอธิษฐานปลิวแรงขึ้นกว่าเดิมจนลอยเป็นแนวนอนขนานกับพื้น ปะทะเข้ากับแผ่นป้ายบนผนังที่เขียนว่า “หอแห่งความแข็งแกร่ง”

ชายสูงวัยหัวโล้นคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าของพระพุทธรูปทองคำ เขาสวมเสื้อคุมผ้าไหมและคุกเข่าอยู่บนเสื่อเงียบ ๆ สัมผัสถึงสายลมที่รุนแรงจากด้านนอก จากนั้นเขาก็เปิดเหลือกตาขึ้น

ในวินาทีต่อมา…พระพุทธรูปทองคำตรงหน้าของเขาก็ส่งเสียงครืดคราด อ้าปากและเอ่ยด้วยเสียงคล้ายมนุษย์ “เจ้านาย เมืองเป่าอันถูกกองกำลังทหารแย่งกลับคืนมาได้แล้ว”

“เป็นไปตามที่คาด” ชายสูงวัยเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ “เขายังด้อยประสบการณ์นัก”

“มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเราต่างก็เป็นผู้รอดชีวิตจากการล่มสลายครั้งใหญ่ของนรกที่เกิดขึ้นจากการตรัสรู้ของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ ระยะเวลาหนึ่งร้อยปีนั้นเทียบไม่ได้กับอนาคตที่รอเราอยู่ในภายภาคหน้า แม้แต่บุคคลที่อยู่ที่มณฑลเสฉวนเองก็ยังไม่กล้าเผยตัวออกมาแม้ว่าทุกอย่างจะถูกจัดเตรียมไว้ให้เขา แต่ชายผู้นี้กลับกล้าถึงขนาดที่คิดจะทดสอบความแข็งแกร่งของกองกำลังของแดนมนุษย์”

“มนุษย์….” ชายชราลูบมู่อวี๋ตรงหน้าของตนอย่างแผ่วเบา “เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวกว่าเรามาก….”

“เจ้านาย…ข้าขออนุญาตถามในนามของนายหญิง…เราจะรอเวลาต่อไปอย่างนั้นหรือ?”

[1] โดเนท (Donate) ที่แปลว่า บริจาค ซึ่งในที่นี้หลัก ๆ จะพูดถึงการบริจาคด้วยเงิน

[2] เครื่องดนตรีทางสงฆ์ชนิดหนึ่ง

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 63: ผู้สืบทอดตำแหน่งจ้าวนรก"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

Shoujo Grand Summoning ไปจีบสาวที่โลกอนิเมะกันเถอะ!
Shoujo Grand Summoning ไปจีบสาวที่โลกอนิเมะกันเถอะ!
July 22, 2022
132202416
เศรษฐีผู้ร่ำรวย:เริ่มจากการได้รับซองแดง 7 พันล้านซอง
November 8, 2025
The Devil’s Cage
The Devil’s Cage
February 28, 2026
กาลหนึ่งเคยมีเขากระบี่วิญญาณ ภาคที่ 1 – 2
กาลหนึ่งเคยมีเขากระบี่วิญญาณ
October 4, 2024
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF