ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 823 โจมตีด้วยอักขระยันต์ ดูดสมบัติวิญญาณออกมา!
บทที่ 823 โจมตีด้วยอักขระยันต์ ดูดสมบัติวิญญาณออกมา!
ทันใดนั้นผู้ครองดินแดนก็กลายร่างเป็นเงาจาง ๆ แล้วโจมตี ‘ร่างเงา’ ของลู่เฉิน ด้วยพลังความเย็นอันหนักแน่น
ความเร็วและการโจมตีนั้นรวดเร็วอย่างยิ่ง หากไม่ใช่เพราะชายหนุ่มแปลงร่างเป็น เปลี่ยนเป็นมารทันที ตอนนี้แก่นแท้ภายในร่างกายของเขา คงถูกทำลายแตกสลายไปแล้ว
โชคดีที่ภายใต้เปลี่ยนเป็นมาร การโจมตีของฝ่ายตรงข้ามจะทำได้เพียง ทะลุผ่านร่างเงาวิญญาณไป โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อลู่เฉินเลย
“ไม่เป็นอะไรเลยหรือ?” ผู้ครองดินแดนมองลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ
ชายหนุ่มยิ้มพลางมองนาง “การที่ข้าเดินมาถึงจุดนี้ได้ ย่อมมีความสามารถ ของข้าเองเป็นธรรมดา”
“อย่าหลงระเริงเร็วนัก!” ผู้ครองดินแดนพูดจบก็ส่งมือขวาออกไป รวบรวมแสงสีน้ำเงินขึ้นมา แล้วแสงนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีดำ
เมื่อลู่เฉินเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะพลางพูดว่า “วิญญาณพลังแปรเปลี่ยนเป็นไอซากศพ ดูเหมือนเจ้ายังฝึกฝนวิถีภูตอยู่ด้วย”
“แล้วอย่างไรเล่า!” ผู้ครองดินแดนไม่แยแส แล้วส่งฝ่ามือโจมตีออกไป แสงสีดำนั้นกระหน่ำอย่างหนัก ลงบนดวงวิญญาณของลู่เฉิน
ผู้ครองดินแดนนึกเองว่าการโจมตีครั้งนี้ จะสังหารลู่เฉินได้ นับว่าช่างง่ายดายเหลือเกิน
แต่วิญญาณของลู่เฉิน กลับเปรียบดั่งสิ่งที่ไม่มีสิ่งใดพิชิต เพราะเมื่อการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม ทะลุถึงวิญญาณ ชายหนุ่มก็ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังยิ้มพลางมองนาง “พลังอำนาจไม่เลวหรอก แต่การจะจัดการกับข้า นับว่ายังห่างไกลอยู่มาก”
“เป็นไปไม่ได้! วิญญาณของเจ้าจะทนทานต่อ การโจมตีของข้าได้อย่างไร?” ผู้ครองดินแดนเชื่อมั่นว่าการโจมตีครั้งนั้น สามารถสังหารวิญญาณ ของลู่เฉินได้อย่างแน่นอน แต่ขณะนี้กลับไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย
เมื่อเห็นผู้ครองดินแดนยังคงดื้อรั้น ลู่เฉินจึงยิ้มขึ้นมา “ไม่เชื่อหรือ? งั้นเจ้าก็ลองดูอีกครั้งสิ!”
“ข้าไม่เชื่อแล้ว!” ผู้ปกครองดินแดนยังคงดึงดันอยู่ แล้วฟาดฝ่ามือไปที่ลู่เฉินอีกครั้ง
แต่ผลลัพธ์นั้นชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ว่าผู้ปกครองดินแดนจะพยายามอย่างไร ก็ไม่สามารถทำอะไรลู่เฉินได้เลย
สิ่งนี้ทำให้ผู้ปกครองดินแดนโกรธมาก ถึงกับจ้องตาใส่ลู่เฉิน “เจ้าหนู เจ้ามีสมบัติวิญญาณหรือ?”
“เจ้าคิดว่าข้าเหมือนกับเจ้าหรือ?” ชายหนุ่มยิ้มเยาะ
“ดูเหมือนข้าต้องใช้ พลังอันยิ่งใหญ่ออกมาแล้วล่ะ!” เมื่อผู้ปกครองดินแดนพูดจบ เงาดำก็แล่นผ่านด้านหลังของนางอย่างรวดเร็ว แล้วชุดเกราะที่ปล่อยพลังงานดำมืด ก็ปรากฏขึ้นในมือของนาง
ชุดเกราะนั้นพุ่งออกไป แล้วสวมทับร่างเปลี่ยนเป็นมารของลู่เฉินทันที ก่อนจะก่อตัวเป็นสิ่งประหลาดลึกลับสีดำ พร้อมกักขังชายหนุ่มเอาไว้ในพื้นที่นั้น
ลู่เฉินกวาดสายตามองชุดเกราะนั้นครู่หนึ่ง แล้วยิ้ม “นี่คือสมบัติวิญญาณที่เลื่องลือ ชุดเกราะพันธนาการวิญญาณ”
“ถูกต้อง เป็นชุดเกราะพันธนาการวิญญาณ เมื่อสวมทับวิญญาณแล้ว ไม่ว่าวิญญาณนั้นจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็จะถูกจองจำอยู่ภายในเท่านั้น!” ผู้ปกครองดินแดนอธิบายอย่างภาคภูมิใจ
“แต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่งก็คือ วิญญาณนั้นต้องไม่สามารถทำอะไรกับ สมบัติวิญญาณนี้ได้” ลู่เฉินพูดพลางยิ้ม
“แล้วเจ้าจะทำอะไรกับ สมบัติวิญญาณนี้ได้หรือ?” ผู้ปกครองดินแดนย้อนถามลู่เฉิน
“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?”
“ข้าไม่เชื่อหรอก!” ผู้ปกครองดินแดนกล่าวอย่างไม่ยอมเชื่อ
ใครจะรู้ว่าเปลวไฟ ทั้งสิบสามดวงบนร่างของลู่เฉิน จะพุ่งเข้าสู่ชุดเกราะนั้นทันที และชุดเกราะนั้นก็เริ่มละลายช้า ๆ จนกลายเป็นเพียงกองเหล็กที่ไร้ประโยชน์
เมื่อเห็นเช่นนั้น ผู้ปกครองดินแดนก็ตกตะลึง “ไม่อาจเป็นไปได้ มันคืออาวุธวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นะ!”
“อาวุธวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ แล้วมันจะเป็นอย่างไร?” ลู่เฉินกล่าวด้วยท่าทีดูถูก
ในใจของผู้ปกครองดินแดนสั่นสะเทือนอย่างลึกซึ้ง “เด็กคนนี้มาจากไหนกัน เหตุใดจัดการยากนัก?”
ลู่เฉินมองเห็นว่าผู้ปกครองดินแดนไม่ยอมพูด จึงยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า “แล้วก็สมบัติวิญญาณที่อยู่ภายในร่างของเจ้า ได้เวลาเอาออกมาแล้วไม่ใช่หรือ?”
“ข้าจะไม่มีวันเอาออกมา!” หลังจากเห็นความน่าสะพรึงกลัวของลู่เฉินแล้ว ผู้ปกครองดินแดนก็ละทิ้งความคิดนั้นทันที
ลู่เฉินเปล่งเสียง “โอ้” แล้วยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม
ต่อจากนั้นชายหนุ่มก็ใช้ ฝ่ามือแปดวิญญาณใส่นาง แต่ฝ่ายตรงข้ามมีแก่นแท้เทพเก้ารอบ และภายในร่างยังมีสมบัติวิญญาณ คอยปกป้องวิญญาณอยู่ ดังนั้นฝ่ามือแปดวิญญาณของลู่เฉิน จึงไม่มีผลใด ๆ ต่อนางเลยแม้แต่น้อย
ลู่เฉินจึงหยิบธนูเงามารออกมา
เมื่อเห็นชายหนุ่มหยิบธนูออกมา ผู้ปกครองดินแดนก็ปล่อยเสียงเยาะเย้ย “เด็กน้อย หากเจ้าคิดจะใช้ธนู เพียงคันเดียวมาจัดการกับข้า ข้าก็ขอแนะนำให้เจ้าล้มเลิกความคิดนั้นซะ!”
ลู่เฉินยังคงอยากลองดู จึงให้แมวมารมายามอบพลังให้แก่ตน แล้วยิงออกไป
ในขณะนั้น รอบกายของผู้ปกครองดินแดน มีม่านพลังสีน้ำเงินปรากฏขึ้น และลูกธนูที่พุ่งเข้าชนม่านพลังสีน้ำเงินนั้น กลับไม่สามารถทำลายมันได้เลย
“เด็กน้อย เห็นแล้วใช่หรือไม่ นี่แหละคือช่องว่างระหว่างเจ้ากับข้า” ผู้ปกครองดินแดนกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ลู่เฉินไม่อาจไม่ยอมรับ พร้อมพูดว่า “แก่นแท้เทพเก้ารอบช่างทรงพลังจริง ๆ”
“รู้แล้วก็ดี” ผู้ปกครองดินแดนยิ้มอย่างพึงพอใจ
แต่ชายหนุ่มกลับจ้องมองผู้ปกครองดินแดน “เจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะทำ อะไรเจ้าไม่ได้หรอกนะ?”
“เจ้าหนู ช่องว่างระหว่างเจ้ากับข้านั้นมากมายนัก ดังนั้นการที่เจ้าจะทำร้ายข้าได้นั้น เป็นไปไม่ได้!” ผู้ปกครองดินแดนพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
เขายิ้มเล็กน้อย “ดูเหมือนจะต้องใช้วิธีพิเศษแล้วล่ะ”
“วิธีพิเศษ? ข้าอยากดูสิว่าเจ้ายังมีวิธีอะไรอีก” ผู้ปกครองดินแดนยืนอยู่ตรงนั้น และพูดด้วยท่าทีองอาจ
ลู่เฉินเริ่มปล่อยพลังเพลิงวิญญาณออกมา
ทว่าถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้ไม่ได้เล็ก และพลังเพลิงวิญญาณนั้น หากจะปราบผู้ปกครองดินแดนได้อย่างสมบูรณ์ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน แต่ขณะนี้ลู่เฉินทำได้เพียงรอดูเท่านั้น
แต่ผู้ปกครองดินแดนคนนี้ก็ไม่ใช่คนโง่เขลา นางรีบรวบรวมพลังความเย็นรอบกาย เพื่อปกป้องตัวเอง และไม่ยอมให้พลังเพลิงวิญญาณแตะต้องตัวเองได้ พร้อมกันนั้นยังเย้ยหยันลู่เฉินว่า “เจ้าหนู คิดจะวางยาพิษข้าหรือ?”
“ก็มีความคิดนั้นอยู่บ้าง”
“ทว่าตอนนั้นยาพิษนั้น แตะต้องข้าไม่ได้หรอก” นางยิ้มพลางมองลู่เฉิน ราวกับกำลังเยาะเย้ยอยู่
ลู่เฉินยกยิ้มเล็กน้อย “น่าสนใจดีเหมือนกัน”
“เจ้าหนู ข้าแนะนำเจ้าว่าอย่าเสียแรงเปล่าเลยดีกว่า!”
ลู่เฉินทำได้เพียงยิ้มและพูดว่า “ดูเหมือนว่าจะต้องออกแรง เพิ่มขึ้นอีกหน่อยแล้ว”
“ออกแรงเพิ่มขึ้น?” ผู้ปกครองดินแดนผู้นั้นอยากรู้ว่า ชายหนุ่มยังมีกลอุบายอะไรอีก
ส่วนลู่เฉินเริ่มสำรวจถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้ และวาดอักขระยันต์อันแปลกประหลาด ลงบนผนังถ้ำน้ำแข็ง
เมื่อเห็นอักขระยันต์เหล่านั้น ประทับอยู่บนผนังถ้ำน้ำแข็ง ผู้ปกครองดินแดนผู้นั้นรู้สึกว่าไม่ธรรมดาเลย จึงทุบถ้ำน้ำแข็งนั้นให้แตกละเอียดทันที แล้วเยาะเย้ยว่า “ข้าอยากดูว่าเจ้าจะวาด ต่อไปได้อย่างไรอีก!”
ลู่เฉินยิ้มแล้วพูดว่า “อักขระยันต์เหล่านี้ของข้า ไม่จำเป็นต้องอาศัยวัตถุใด ๆ รองรับก็ได้”
พูดจบ บรรดาอักขระยันต์ที่ลู่เฉินเพิ่งวาด ก็ลอยวนเวียนอยู่ในอากาศโดยรอบ
เห็นได้ชัดว่าอักขระยันต์เหล่านี้ เปล่งแสงสีดำจาง ๆ และล้อมรอบอยู่ทั่วบริเวณ
ผู้ปกครองดินแดนผู้นั้นงุนงง “นี่คืออักขระยันต์อะไรกัน?”
“บรรดาอักขระยันต์เหล่านี้เรียกว่า อักขระยันต์สัมผัสศาสตรา!” ลู่เฉินยิ้มพลางมองหญิงสาว
“อักขระยันต์สัมผัสศาสตรา?” ผู้ปกครองดินแดนไม่เข้าใจ
มุมปากลู่เฉินเผยยิ้ม “หมายความว่าเมื่ออักขระยันต์เหล่านี้ กระตุ้นสมบัติวิญญาณทั้งหมด ที่อยู่ภายในร่างกายของเจ้า มันจะได้รับการสัมผัส แล้วพุ่งออกมาทั้งหมด”
ผู้ปกครองดินแดนคิดว่าลู่เฉินกำลังพูดเล่น จึงดูถูกว่า “เจ้ากำลังพูดเล่นอยู่ใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่ได้พูดเล่น ลองดูก็รู้เอง” ชายหนุ่มพูดจบ ก็ส่งพลังวิญญาณก้อนหนึ่ง พุ่งเข้าไปยังอักขระยันต์โดยรอบ อักขระยันต์เหล่านั้นแผ่รังสีแสงสีดำสว่างวาบขึ้นมาทีละดวง จากนั้นสมบัติวิญญาณที่อยู่ภายในร่าง ของผู้ปกครองดินแดนผู้นั้น ก็พากันลอยออกมาทีละอัน
ในจำนวนนั้นมีกล่องสีดำใบหนึ่ง ที่ทรงพลังที่สุด และเมื่อลู่เฉินมองเห็นมัน ก็รีบยื่นมือคว้าไว้ทันที
สีหน้าของผู้ปกครองดินแดนเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด “คืนมาให้ข้า!”
ลู่เฉินพิจารณาดู แล้วยิ้มออกมา “ดูเหมือนว่านี่คือศาสตราวุธป้องกันวิญญาณ!”
“แล้วมันจะเป็นอะไรไป?” ผู้ปกครองดินแดนพูดจบ ก็เคลื่อนตัวมาอยู่ตรงหน้าลู่เฉินในพริบตา พร้อมพยายามคว้ากล่องเล็กใบนั้นกลับคืน แต่ชายหนุ่มเพิ่มพลังเข้าไปยังอักขระยันต์เหล่านั้นอีกครั้ง
กล่องเล็กใบนั้นถูกยึดรั้งไว้กลางอากาศทันที ทำให้ผู้ปกครองดินแดนไม่อาจนำมันไปได้เลย นางโกรธจัดและหันมาพูดกับลู่เฉินว่า “เจ้าหนู หยุดมือเดี๋ยวนี้นะ!”
“หากอยากให้ข้าหยุดก็ได้! แต่ต้องตอบคำถามของข้ามาก่อน!”