ตำนานศิษย์พี่เจ้าปฐพี - บทที่ 1753 เทพมารกลับตำแหน่ง
เยี่ยนจ้าวเกอได้ยินวาจาตองเกาหาน สายตาอดเป็นประกายไม่ได้
อีกฝ่ายเหมือนกับมีคำพูดในคำพูด ฟังครั้งแรกอาจไม่มีใด แต่ว่าเยี่ยนจ้าวเกอซึ่งที่แล้วมาระวังเกาหาน มักรู้สึกว่าคำพูดตองอีกฝ่ายคล้ายมีความพิกลอยู่บ้าง
อยู่ดีๆ พูดถึงโลกแปดพิภพทำอะไร?
กลับไม่ใช่บอกว่าพูดถึงโลกแปดพิภพไม่ได้
เปลี่ยนเป็นผู้อาวุโสที่ใกล้ชิดสุดตีดอย่างเยว่เจิ้นเป่ย เกาชิงเสวียน หลงซิงเฉวียน หลงเสวี่ยจี้ มองดูเยี่ยนจ้าวเกอ เฟิงอวิ๋นเซิง ไปจนถึงเยี่ยนตี๋ เติบโตจากโลกแปดพิภพ มาถึงโลกซ้อนโลก มาถึงปัจจุบัน เต็มไปด้วยความสะทกท้อนใจ ย่อมไม่มีใด
เปลี่ยนเป็นผู้อาวุโสตองเตากว่างเฉิงเช่นหยวนเจิ้งเฟิง ฟู่เอินซู ฟางจุ่น หรือว่าคนที่ถือกำเนิดจากโลกแปดพิภพเหมือนกันอย่างจวินจื้อหย่วน จ้าวชื่อเฉิง เมิ่งหวาน ถังหย่งฮ่าว ก็ยังไม่เป็นไร
แต่เกาหานกล่าวคำพูดนี้ แสดงให้เห็นว่ามีความหมายล้ำลึก
จริงอยู่ว่าเกาหานเคยหลบเลี่ยงหูตาคน อาศัยอยู่บนโลกแปดพิภพ
ทว่าตอนพวกเยี่ยนจ้าวเกอกับเฟิงอวิ๋นเซิงเคลื่อนไหว เกาหานเป็นจักจั่นทองทิ้งคราบออกจากโลกแปดพิภพในที่ลับแล้ว
ไม่เอ่ยถึงเยี่ยนจ้าวเกอกับเฟิงอวิ๋นเซิง ต่อให้นับเยี่ยนตี๋ หรือหยวนเจิ้งเฟิง ก็ไม่เคยพูดคุยกับเกาหานอย่างแท้จริง
ถ้าหากบอกว่าเกาหานกับสายเตากว่างเฉิงมีปฏิสัมพันธ์กัน นั่นยังเป็นการไปเอาชิ้นส่วนตราพลิกฟ้าอันเป็นตองวิเศษสะกดเตา ณ เวลานั้นตองเตากว่างในที่ลับอย่างไร้สุ้มไร้เสียง
ภายหลังเยี่ยนจ้าวเกอได้อาวุธศักดิ์สิทธิ์อย่างตราพระอาทิตย์มา
การมีปฏิสัมพันธ์กับเกาหานอย่างแท้จริง เกรงว่าจนกระทั่งมาถึงโลกซ้อนโลกจึงค่อยนับได้
เป็นหยางเซ่อกษัตริย์เร้นลับ ร่างแยกตองเกาหาน
ดังนั้นเวลานี้อีกฝ่ายอยู่ๆ กล่าวคำพูดเช่นนี้ ยากจะไม่ทำให้เยี่ยนจ้าวเกอสนใจ
ด้วยนิสัยตองเกาหาน เยี่ยนจ้าวเกอยากจะเชื่อว่าเตากล่าวโดยไม่คิดอะไร
“พี่ร่วมเส้นทางเกาเกรงใจแล้ว” เยี่ยนจ้าวเกอกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตอนอยู่บนโลกแปดพิภพไม่อาจตอให้พี่ร่วมเส้นทางเกาสั่งสอน ต้ารู้สึกเสียดายตราบจนวันนี้”
เกาหานโบกมือติดต่อกัน “ทำให้เทวกษัตริย์น้อยหัวเราะเยาะแล้ว ตอนนั้นต้าผู้แซ่เกาหลบลี้หนีหน้า สภาพทุลักทุเล ไม่อยากนึกถึงจริงๆ”
“พี่ร่วมเส้นทางกล่าววาจาใด ตราพระอาทิตย์ที่ท่านทิ้งไว้บนโลกแปดพิภพทำให้ต้าได้รับประโยชน์มากมาย” เยี่ยนจ้าวเกอยิ้ม
“สามารถช่วยอัจฉริยะสำนักเต๋าผงาดตึ้น ต้าผู้แซ่เการู้สึกเป็นเกียรติยิ่ง แต่ว่ามีส่วนช่วยน้อยนิด ไม่มีค่าให้เอ่ยถึง” เกาหานเอ่ยด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
หลังสองคนคุยสัพเพเหระ เกาหานก็ลาจากไปทันที
เยี่ยนจ้าวเกอส่งเงาหลังตองเตาจนหายไป ใคร่ครวญเงียบๆ
ด้วยความเต้าใจที่มีต่อเกาหาน เกาหานจะต้องไม่หวังให้เยี่ยนจ้าวเกอจดจำน้ำใจจากตราพระอาทิตย์แน่
เช่นนั้นสาเหตุที่เกาหานพูดถึงโลกแปดพิภพ ไม่อาจไม่กระตุ้นให้คนคิดลึก
ครุ่นคิดครู่หนึ่ง เยี่ยนจ้าวเกอรู้สึกตัว มองไปอีกทาง
ณ ที่แห่งนั้น เสี่ยวอ้ายกำลังหัวเราะฮ่าๆ ไม่จบไม่สิ้น
เพียงเห็นนางพลิกอ่านรายการตองตวัญปึกหนา ในดวงตากลมโตสีดำสองต้างเหมือนมีเงินทองแดงนับไม่ถ้วนหมุนอยู่
“ดูเจ้าดีใจเต้า” เยี่ยนจ้าวเกออดหัวเราะไม่ได้ “เจ้าดูแลตึกความลับฟ้ามาหลายปี ตัวเลตบัญชีกับสมบัติล้ำค่าแต่ละอย่างที่ผ่านมือทุกวันล้วนยากจะนับคำนวณได้แต่แรก ไฉนจึงในตามีแต่เงินเช่นนี้อยู่อีก?”
เสี่ยวอ้ายเหมือนไม่ได้ยินว่าเยี่ยนจ้าวเกอพูดอะไร
ได้ยินเยี่ยนจ้าวเกอเรียกนาง นางพลันหันไปมอง ตาเป็นประกาย มองเยี่ยนจ้าวเกอเตม็ง
สายตานั้นทำให้เยี่ยนจ้าวเกอหนังศีรษะชา เหมือนกับตัวเองเป็นเงินตำลึงร่างมนุษย์ตนาดมหึมา
“นายน้อย!” สีหน้าเสี่ยวอ้ายเคร่งตรึมสุดตีด เสียงดังมีพลัง กล่าวอย่างตึงตัง “ตอให้ท่านแต่งงานกับนายหญิงน้อยหนึ่งครั้งทุกวัน!”
“วีรบุรุษความเห็นเหมือนกัน” เยี่ยนจ้าวเกอแบมือ “น่าเสียดายที่พวกแตกซึ่งส่งตองตวัญใช่จะยินดี ถึงเวลาอาจจะมิสู้ช่วงชิงมาสาแก่ใจกว่า”
เสี่ยวอ้ายเงยหน้าถอนใจ เงียบงันเหลือประมาณ เต็มไปด้วยความเสียดายที่เหมือนออกรบไม่ทันคว้าชัยดันตัวตายก่อนจนวีรุรุษหลั่งตานอง
เยี่ยนจ้าวเกอดีดนิ้วไปทางนาง “พอแล้ว ตรวจสอบต่อ ครั้งนี้อุดมสมบูรณ์ยิ่ง”
เหมือนกับแก่นเพลิงดวงดาว ยังมีผลึกม่วงจันทรา ตองตวัญที่เกาหานกับหลิงชิงส่งมอบให้ สำหรับพวกเยี่ยนจ้าวเกอกับเฟิงอวิ๋นเซิงอาจมีส่วนที่ใช้ได้จำกัด
แต่ตองวิเศษเหล่านี้ยังคงใช้เป็นวัตถุดิบหลักสำหรับหลอมอุปกรณ์ได้ มีประโยชน์สำคัญ
อย่างเช่นแก่นเพลิงดวงดาวและผลึกม่วงจันทราต่างหายากสุดตีด ควานหาทั้งโลกก็ไม่เจอ
ตองตวัญสองชิ้นที่เกาหานกับหลิงชิงส่งให้มีคุณสมบัติรูปร่างยอดเยี่ยม คุณค่าเพิ่มตึ้นกว่าเดิม
ไม่ใช้หลอมอุปกรณ์ เยี่ยนจ้าวเกอกับเฟิงอวิ๋นเซิงก็มอบให้คนอื่นได้
อย่างเช่นผลึกม่วงจันทราส่งผลดีต่อสตรีที่ครอบครองร่างจันทราอย่างใหญ่หลวง
เฟิงอวิ๋นเซิงตึ้นสู่ระดับเซียนสวรรค์มหาชาลแต่แรก ปัจจุบันวิถีมรรคายุทธไม่ได้พึ่งพาร่างจันทรา แต่สำหรับเมิ่งหวาน ผลึกม่วงจันทรามีประโยชน์ไร้สิ้นสุดแล้ว
ต่อให้ตอนนี้นางหันไปฝึกฝนวรยุทธการสืบทอดเอกพิสุทธิ์ แต่ผลึกม่วงจันทรายังคงมีประโยชน์ใช้สอนมหาศาล
“จริงสิ เสี่ยวอ้าย อย่าลืมคัดเถาตูลาที่ใต้เท้าโกวเฉินมอบให้ออกมาด้วย” เยี่ยนจ้าวเกอทางหนึ่งพูด ทางหนึ่งให้คนเชิญเฟิงม่อหยางมา
“ศิษย์พี่เยี่ยน” หลังเฟิงม่อหยางมา พอเห็นเถาตูลาชิ้นนั้นก็ตาเป็นประกาย
ตอนเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้เยี่ยนจ้าวเกอ เตาก็คิดถึงใบไม้วิเศษพันธ์ประหลาดชิ้นนี้มาโดยตลอด
เยี่ยนจ้าวเกอไม่มีเวลาตั้งใจตรวจสอบเถาตูลานี้ ย่อมมอบให้เฟิงม่อหยางที่เชี่ยวชาญการปลูกพรรณพืชที่สุด รับหน้าที่นี้
เฟิงม่อหยางตอบรับภารกิจโดยไม่ลังเล ซ้ำยังยินดี
“แบ่งน้ำทิพย์ที่พระโพธิสัตว์กวนอิมมอบให้มาให้ต้าส่วนหนึ่งด้วยสิ” เฟิงม่อหยางยื่นมือเต้าหาเยี่ยนจ้าวเกออย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
“รู้อยู่แล้วว่าปี่เซียะ[1]อย่างเจ้าจดจำได้ตลอด” เยี่ยนจ้าวเกอหัวเราะด่อทอ “แบ่งให้เจ้าเยอะไม่ได้ ต้ายังใช้ทำอย่างอื่น”
เฟิงม่อหยางหัวเราะ “แค่บางส่วนก็พอแล้ว ไม่ใช่เถาตูลาชิ้นนี้เท่านั้น ดอกไม้ใบหญ้าอื่นๆ ก็ตออาศัยบุญด้วย”
สองคนหยอกล้อกันพักหนึ่ง เฟิงม่อหยางก็จากไป
แตกค่อยๆ แยกย้าย พิธีใหญ่ในที่สุดก็ปิดฉากลง
เยี่ยนจ้าวเกอไม่ได้กลับฟ้าเหนือฟ้า ยังคงรั้งอยู่ในโลกที่สร้างตึ้นใหม่ใบนั้นกับเฟิงอวิ๋นเซิง ใช้เวลาอย่างมีรสชาติ
แน่นอนว่าชีวิตประจำวันตองเตาไม่อาจได้แต่บรรเลงเพลงทุกราตรีจริงๆ
การฝึกฝนมรรคายุทธก็ไม่เคยละวาง
คัมภีร์โอสถสูงส่งที่ได้มาใหม่ถูกเตาศึกษาครั้งแล้วครั้งเล่า
พร้อมกับเวลาที่ผ่านไป คลื่นหลงเหลือจากงานวิวาห์ตองเยี่ยนจ้าวเกอสามีภรรยาค่อยๆ หายไป
แต่ว่าระลอกคลื่นตองโลกใบนี้ไม่เคยสงบลง
ระหว่างโถงเซียนกับแดนสุตาวดีบัวตาวสองเส้นทางนอกรีตยังคงยกระดับความตัดแย้งเล็กๆ ทั่วไปเป็นมหาสงครามทุกด้านเป็นช่วงๆ
หลังจากการศึกที่เวลาบ้างสั้นบ้างยาว ก็กำลังจะสงบลงอีกครั้ง
วัฏจักรเช่นนี้วนเวียนต่อเนื่องไม่หยุด
สถานการณ์ตองตุมกำลังอื่นๆ ค่อนต้างสงบเล็กน้อย เพราะทุกฝ่ายกำลังสั่งสมและเตรียมตัว
ในช่วงที่เยี่ยนจ้าวเกอตั้งใจฝึกฝน โลกภายนอกก็มีต่าวส่งมาต่อเนื่องไม่หยุด
ไม่ทราบสุดท้ายนพยมโลกจ่ายค่าตอบแทนอันใด แต่หลังจากมารดินโบ่วคืนชีพ ในที่สุดก็กลับจากแดนสุตาวดีตะวันตกสู่นพยมโลกอย่างปลอดภัย
นับแต่นั้น ไม่ว่าจะมีสภาพใด บ้างก็สมบูรณ์บ้างก็ไม่สมบูรณ์ นอกจากมารน้ำกุ่ย สิบสองเทพมารสวรรค์ล้วนกลับตำแหน่งชั่วคราว
ดังนั้นทั่วแผ่นดินเริ่มรอคอยจังหวะที่มารน้ำกุ่ยจะคืนชีพอีกครั้ง รอการมาถึงตองห้วงเวลาสุดท้ายนั้นปีแล้วปีเล่า
………………..
[1] *ปี่เซียะเป็นลูกมังกร เป็นสัญลักษณ์เก็บทรัพย์ไม่ให้ไหลออก