ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 12 บทที่ 355 นับแต่นี้ให้นางโบยบินออกสู่โลกกว้าง
- Home
- ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง
- เล่มที่ 12 บทที่ 355 นับแต่นี้ให้นางโบยบินออกสู่โลกกว้าง
ซินหรูเอนหน้าเข้าไปถามว่า “พี่สาว ท่านมอบขี้ผึ้งบำรุงผิวพรรณให้กับไทเฮา นี่เป็นเพราะท่านคิดไว้แต่แรกแล้วว่าจะให้เซ่อเจิ้งอ๋องและสุ่ยฉ่ายชิงไปหาไทเฮาใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
หลินชิงเวยมีสีหน้าเรียบเฉย “มองออกชัดเจนมากหรือ?”
ซินหรูส่ายหน้า “ไม่ชัดเจนเจ้าค่ะ หากมิใช่เป็นเพราะข้าเฉลียวฉลาดพอ ข้าคงดูไม่ออกเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้ไทเฮาเป็นหญิงชราคนหนึ่ง นางได้แต่ซ่อนตัวอยู่ในตำหนักคุนเหอทั้งวันไม่ก กล้าออกมาพบหน้าผู้คน มาบัดนี้พี่สาวช่วยให้นางกลับมามีรูปโฉมงดงามดังเดิม นางยังไม่รีบออกมาปรากฏตัวหรือเจ้าคะ? เมื่อวานข้าได้ยินว่าทันทีที่ไทเฮาออกมาจากตำหนักคุนเหอได้ นาง งก็ไปเยี่ยมสุ่ยฉ่ายชิงที่ตำหนักอวี้หลิงทันที ตรองดูแล้วคงต้องการไปโอ้อวดประกาศศักดาต่อหน้าสุ่ยฉ่ายชิงแล้วค่อยพูดจายุยง หาไม่แล้วเซ่อเจิ้งอ๋องและสุ่ยฉ่ายชิงจะรีบรุดมาหาพี สาวได้อย่างไรกัน?”
หลินชิงเวยพยักหน้า “อืม เจ้าวิเคราะห์ได้ไม่เลวทีเดียว”
ซินหรูวิเคราะห์ต่อ “คิดดูแล้วไทเฮาคงต้องการให้พี่สาวและเซ่อเจิ้งอ๋องวิวาทกันจนบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย จึงจะทำให้ไทเฮาคลายโทสะได้ ทว่ากลับคิดไม่ถึงว่านางสาดน้ำสกปรกมาทางนี้ พ พี่สาวกลับสาดกลับไปให้นาง ไทเฮาให้ความสำคัญกับรูปโฉมของตนเองปานนั้น ไหนเลยจะยอมสละขี้ผึ้งบำรุงผิวพรรณขวดนั้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไปควรจะเป็นไทเฮาและเซ่อเจิ้งอ๋องที่ต้องบาดเ เจ็บทั้งสองฝ่าย”
ดังนั้นต่อมาหลินชิงเวยไม่ได้ใส่ใจว่าสุ่ยฉ่ายชิงได้ขี้ผึ้งบำรุงผิวพรรณขวดนั้นมาหรือไม่ ดูเหมือนเซ่อเจิ้งอ๋องและไทเฮาไม่ลงรอยกันจริงๆ นางลอบประมือกับสุ่ยฉ่ายชิงจึงไม่อาจอยู่อ อย่างสงบได้ ไทเฮาทางหนึ่งต้องรับมือ อีกทางหนึ่งมิอาจมิกัดฟันข่มกลั้นด้วยหลินชิงเวยมากเล่ห์เพทุบาย
ต่อมาอีกไม่รู้ด้วยเหตุใด ไทเฮาและสุ่ยฉ่ายชิงเจรจาประนีประนอม ตกลงให้หลินชิงเวยทำขี้ผึ้งบำรุงผิวพรรณออกมาอีกขวดหนึ่ง
หลินชิงเวยแบมือทั้งสองข้าง “เกี่ยวอันใดกับข้า ข้าไม่มีเวลา”
ในเมื่อนางตัดสินใจที่จะวางมือไม่ช่วยเหลือรักษาโรคให้สุ่ยฉ่ายชิงแล้ว นางก็จะพาซินหรูออกไปโบยบินสู่โลกกว้าง แน่นอนว่านางคิดจะทำเช่นนั้นจริงๆ ซินหรูเก็บสัมภาระของตนเรียบร้ อยเนิ่นนานแล้ว ออกจากวังได้ตลอดเวลา ซินหรูแทบจะทนรอไม่ไหวที่จะออกไปเจอโลกภายนอก
วันนั้น เซียวจิ่นเรียกตัวนางเข้าเฝ้า
ยามนี้ ดอกบัวในสระน้ำกำลังบานสะพรั่ง ใบบัวสีเขียว น้ำค้างหยดลง สายลมโชยมา ผ้าม่านในศาลาพลิ้วไหว เวลานี้เป็นช่วงเวลาของการชมดอกบัว
เซียวจิ่นนั่งอยู่ในศาลา ผ้าม่านทำให้เงาร่างของเขาดูเลือนราง แต่ยังคงมิอาจบดบังบุคลิกองอาจของเขาเอาไว้ได้ เขายกมือขึ้นดื่มชาด้วยท่วงท่าสง่างาม
นางกำนัลที่เฝ้าอยู่ด้านนอกศาลาล้วนเป็นนางกำนัลคนสนิทที่ปรนนิบัติรับใช้ข้างกายเซียวจิ่นทั้งสิ้น
เมื่อหลินชิงเวยไปถึง เซียวจิ่นช้อนตาขึ้นมองนาง แววตาอบอุ่นนั้นมักจะเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเสมอ
เขาพูดขึ้นว่า “ชิงเวย นั่ง”
หลินชิงเวยไม่เกรงใจเช่นกัน นางเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ เซียวจิ่นยกกาน้ำชาขึ้นรินน้ำชาให้นางด้วยตนเอง
คนทั้งสองต่างพร้อมใจกันลืมเรื่องที่ดื่มสุราจนเมามายในคืนนั้นโดยไม่ได้นัดหมาย หรืออาจจะเหลือทิ้งไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่ปรารถนาที่จะเอ่ยถึง ด้วยไม่ต้อง งการทำลายความสงบสุขเบื้องหน้า
เซียวจิ่นเชิญหลินชิงเวยมาชมดอกบัว ทว่ากลับไม่เพียงเป็นการชมดอกบัวเท่านั้น
เซียวจิ่นถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “เจิ้นได้ยินว่าวันนั้นเจ้านั่งเกี้ยวของเซี่ยนอ๋องกลับวัง?”
ใจของหลินชิงเวยกระตุกครั้งหนึ่ง ที่ควรมาอย่างไรก็ต้องมาสินะ
สายลมพัดผ้าโปร่งปลิวพลิ้วเป็นพักๆ หลินชิงเวยทางหนึ่งดื่มชา ทางหนึ่งฟังเซียวจิ่นพูดจาเสียงเบา คนทั้งสองนั่งอยู่ในศาลาเกือบสองชั่วยาม จึงลุกขึ้นจากไป
ถึงเวลายามบ่าย หลินชิงเวยพาซินหรูออกจากวัง
รถม้าคันหนึ่งรออยู่หน้าประตูวัง ไปครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อใด เหล่านางกำนัลและขันทีในตำหนักฉางเหยี่ยนยังคงทำงานเหมือนเดิม นางกำนัลที่ค่อนข้างสนิทสนมกับซินหรูในยามปกต ติออกมาร่ำลาซินหรู
ซินหรูรู้สึกปวดใจเล็กน้อย หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง
พวกนางเดินทางครั้งนี้ ออกไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่ได้บอกกล่าวกับผู้ใด
หลินชิงเวยพิงร่างไปกับผนังรถม้าแล้วหลับตาลง กลับเป็นซินหรูที่ฟุบร่างอยู่กับหน้าต่างรถม้า หันกลับไปมองเบื้องหลัง
หลินชิงเวย “อาศัยอยู่ในวังมานานเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเจ้าเห็นมากี่ครั้งแล้ว ในเมื่อหักใจไม่ได้ ไม่สู้เจ้าอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสักระยะ?”
“ข้าไม่เอาเจ้าค่ะ” ซินหรูปฏิเสธเสียงแข็ง “ดีชั่วก็อยู่มานานเช่นนี้ ต่อไปอาจจะไม่กลับมาอีกแล้ว ข้าความจำไม่ดี อยากจะจดจำภาพเหล่านี้ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะลืมเลือนไปอีกเจ้าค่ะ ”
“สามารถลืมเรื่องราวได้ อาจเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง” หลินชิงเวยพูดตามที่คิด “รับแต่สิ่งใหม่ๆ ไม่ต้องถูกกักขังอยู่ในความทรงจำในอดีต”
ซินหรูหันกลับมามองหลินชิงเวย สีหน้าของหลินชิงเวยสงบนิ่งยิ่งยวด นางถามขึ้นว่า “พี่สาว พวกเราไม่ต้องไปกล่าวลากับฮ่องเต้จริงหรือเจ้าคะ?” อย่างไรเมื่อก่อนนางก็รู้สึกว่าฮ่องเต ต้เป็นคนดีคนหนึ่ง แม้ยามนี้กลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับนาง แต่ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ มีเพียงเขาที่ดีต่อพี่สาวที่สุด
หลินชิงเวย “ข้ากล่าวลาเขาแล้ว อีกทั้งมิใช่ว่าจะไม่กลับมา”
“ยังจะกลับมาอีกหรือเจ้าคะ?” ซินหรูตื่นตะลึง “เมื่อใดเจ้าคะ?”
หลินชิงเวย “อืม นั่นเป็นเรื่องในวันหน้า”
ซินหรูเห็นเงาร่างสายหนึ่งพาดผ่านด้านนอกหน้าต่าง นางจับจ้องสายตามองไปแล้วพูดอะไรไม่ออก นอกหน้าต่างมีเงาร่างสีดำเดินอยู่ ซินหรูมองไม่ทันจึงยื่นหน้า คอยืดคอยาวมองไปด้านหลั ง
นางเห็นเงาร่างสีดำร่างหนึ่ง แต่เงาร่างนั้นห่างไกลออกไปเรื่อยๆ
สายลมพัดเส้นผมนุ่มสลวยของนางแนบไปกับใบหน้าเล็กๆ ของนาง
ความเงียบงันที่มาอย่างกะทันหัน ทำให้หลินชิงเวยลืมตาขึ้น นางเห็นร่างของซินหรูเกือบจะยื่นออกไปครึ่งหนึ่งจึงพูดขึ้นว่า “ข้างนอกมีใครหรือไม่?”
กระทั่งซินหรูมองไม่เห็นเงาร่างสีดำนั้นแล้ว นางจึงค่อยหดกายกลับเข้ามาในรถม้า “เป็นเสี่ยวฉีเจ้าค่ะ เขายืนอยู่ข้างทางมองพวกเรา”
หลินชิงเวย “เจ้าตัดใจจากเขาไม่ได้?”
ซินหรูส่ายหน้าแรงๆ “ไม่เจ้าค่ะ ข้าเพียงแต่คิดว่าควรหยุดรถม้าหรือไม่ จากนั้นไปจัดการเขา แต่คิดๆ แล้วช่างเถิด ไปจัดการเขาก็ไม่มีประโยชน์”
หลินชิงเวยมองนางแล้วไม่พูดอันใดอีก
รถม้าวิ่งออกจากวังหลวงอย่างราบรื่น ไร้ผู้ใดขัดขวาง
ภายในหอที่สูงที่สุดของวังหลวง เซียวเยี่ยนยืนอยู่ที่นั่น เขามองส่งรถม้าของหลินชิงเวยค่อยๆ วิ่งออกไปนอกประตูบานสุดท้ายของวังหลวง
นับแต่นี้ต่อไป ข้างนอกฟ้ากว้าง แผ่นดินใหญ่ ให้นางโบยบินอย่างอิสระ
ยังจำได้ว่าเมื่อก่อนเทศกาลซ่างซื่อ เมื่องานเลี้ยงในวังสิ้นสุดได้จุดพลุดอกไม้ไฟกว่าครึ่งคืน หลินชิงเวยต้องการให้เซียวเยี่ยนพานางไปยังสถานที่สูงและโล่งกว้างสักหน่อย เพื่อ จะได้ดูดอกไม้ไฟ เวลานั้นคำนึงถึงว่านางได้รับบาดเจ็บอยู่ เขาจึงไม่ยินยอม
มาบัดนี้เขากลับมาถึงสถานที่ที่สูงที่สุด มองไปยังท้องฟ้ากว้าง ทว่ากลับเป็นเขาเพียงคนเดียวมองส่งคนอีกคนหนึ่งจากไป
ขณะที่รถม้าออกจากประตูวัง เขาเอามือไพล่หลังหมุนกายออกจากหอสูงเช่นกัน
น่าแปลก เหตุใดเขาจึงนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
หลังจากออกจากวัง รถม้าบนถนนมีมากมาย ซินหรูจ้องมองไม่วางตาแล้วทอดถอนใจ นางลืมความปวดใจเมื่อออกจากวังไปหมดสิ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าล้วนเป็นสิ่งแปลกใหม ม่สำหรับนาง