ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 511: อยู่ในการควบคุมของเด็กสาว (1)
ภายในค่ายยามค�าคืน เสียงแตกของกองไฟดังขึ้นอย่างชัดเจน
เสียงฝีเท้าของทหารสายตรวจคมกริบด้วยเสียงชุดเกราะที่กระทบกัน
เด็กหนุ่มผมดําพลิกตัวหันหลัง มองแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในค่าย
มันยากที่เขาจะหลับในเวลานี้ เด็กหนุ่มจึงทําได้แค่ลุกขึ้นไปที่โต๊ะอีก
ครั้ง
หลังจากเปิดรายงานผลการรบที่อ่านมาหลายครั้ง คิ้วของโรเอลก็
ขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้ มันยากที่เขาจะปล่อยให้เรื่องเป็นแบบนี้ต่อไป
“ส่งอลิเซียออกไปรบในแนวหน้าเนี่ยนะ ท่านพ่อกําลังคิดอะไรกัน
แน่…”
โรเอลพูดกับตัวเองอย่างหงุดหงิดพลางเหยียดมือออกและขมวด
คิ้ว เขาไม่ค่อยบ่นถึงคาร์เตอร์เท่าไหร่นัก แต่ครั้งนี้หัวใจของเด็กหนุ่มนั้น
วิตกกังวลมากกว่าปกติมาก และนั่นก็ส่งผลให้ทั้งกลุ่มต้องเดินทางอย่าง
รีบเร่งในช่วงกลางคืนในที่สุด
ทุกอย่างเริ่มต้นจากรายงานฉุกเฉินที่ถูกส่งมาจากแนวหน้า ในตอน
ที่พระอาทิตย์กําลังจะตกดินและกองทัพของโรเอลกําลังเตรียมตั้งค่าย
ข่าวด่วนก็ถูกส่งมาโดยม้าเร็วจากกองทัพแนวหน้า เกี่ยวกับการเดินทัพของทั้งฝั่ งจักรวรรดิเซนต์เมซิทและตระกูลไซส์ รวมถึงการเรียกหา
กองทัพของโรเอลด้วย
การเคลื่อนไหวของศัตรูเป็นสิ่งที่โรเอลคาดเอาไว้อยู่แล้ว และใน
จดหมาย คาร์เตอร์เองก็ได้มอบภารกิจสําคัญนี้ให้กับเขา เพราะโรเอล
นั้นถือเป็นกําลังรบที่สําคัญ และกองทัพของตระกูลไซส์ก็คือส่วนที่
สําคัญที่สุดในสงครามครั้งนี้
ถ้าพวกโรเอลพ่ายแพ้ สถานการณ์ในฝั่ งของจักรวรรดิเซนต์เมซิท
จะพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือในทันที ในขณะที่ถ้าพวกเขาได้รับ
ชัยชนะสงครามครั้งนี้ก็จะจบลงทันทีเช่นกัน อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้
ที่จะสามารถหลีกเลี่ยงการแทรกแซงของจักรวรรดิออสทีนอีกด้วย นี่จะ
ทําให้การเข้ายึดเมืองเอ็ดการ์ไม่มีความสําคัญอีกต่อไป
การได้ออกไปยังสนามรบ และสามารถหยุดความทะเยอทะยาน
ของจักรวรรดิออสทีนได้ด้วยตนเอง คือโอกาสที่โรเอลต้องการที่สุด
ในตอนนี้ แต่เมื่อเขาเห็นชื่ออันคุ้นเคยในกองทัพที่ออกไปถ่วงเวลา เด็ก
หนุ่มผมดําก็แข็งทื่อไปในทันที
อลิเซีย แอสคาร์ดแม้ว่าโรเอลรู้ดีว่าชื่อนี้จะต้องปรากฏในผลรายงานการรบไม่ช้าก็
เร็ว แต่สถานที่ที่มันควรจะปรากฏน่าจะเป็นหน่วยแผนกข่าวกรองหรือ
หน่วยขนส่งเสบียงซะมากกว่า ไม่ใช่ในสนามรบแบบนี้
“บ้าไปแล้ว! สมองของคาร์เตอร์มีปัญหารึไงกัน? ล้อกันเล่นใช่ไหม
เนี่ย!”
หลังจากอ่านรายงานผลการรบ โรเอลก็สบถออกมาอย่างหงุดหงิด
ท่าทางโกรธที่หายากนี้ทําให้ทหารที่อยู่ใกล้ๆ หยุดนิ่งไปตามๆ กัน ซิน
เทียและคนอื่นๆ ที่ได้ยินเขาเข้าใจว่ามันน่าจะเป็นเรื่องระหว่างสมาชิก
ในครอบครัว และกลัวที่จะตั้งคําถาม เมื่อผ่านไปสักพักโรเอลก็สามารถ
ระงับความโกรธของตนได้
คาร์เตอร์ได้ส่งผู้เยาว์เข้าสู่สนามรบ มันเป็นการกระทําที่โรเอลไม่
สามารถหาคําพูดที่ดีใดๆ มาประเมินได้ เขาพูดได้เพียงแค่ว่ามันเป็นสิ่ง
ที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรจะทํา แต่หลังจากเงียบไปนานและสงบลงสักพัก
เด็กหนุ่มผมดําก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของบิดา
ความสามารถพิเศษของอลิเซียในการควบคุมสัตว์อสูร เป็นเรื่องที่
โรเอลรู้มาก่อนแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาไม่มีกองทัพอื่นที่จะ
สามารถทําภารกิจนี้ได้ คาร์เตอร์ก็คงไม่ยอมให้อลิเซียลงสนามรบแน่
เขาเข้าใจดีว่านี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เด็กหนุ่มก็ยังรู้สึกกังวลอยู่ดีวิกฤตการณ์ในเนื้อเรื่องของนางเอกแต่ละคนในเกม ‘อายออฟโคร
นิเคิล’ เป็นสิ่งที่โรเอลและนอร่าเพิ่งประสบมาเมื่อไม่นานนี้ ความจริง
ที่ว่าภยันตรายนี้เปรียบได้กับเมฆหมอกที่คาดเดาไม่ได้ ทําให้เขา
อ่อนไหวต่อความปลอดภัยของอลิเซีย และคนอื่นๆ มากขึ้น
การส่งอลิเซียไปที่สนามรบเปรียบเสมือนการควักหัวใจของโรเอล
แล้วนําไปทอดในหม้อ หลังจากอ่านรายงานผลการรบแล้ว โรเอลก็สั่ง
ให้กองทัพของเขาออกเดินทางข้ามคืนในทันที เปลี่ยนเส้นทางตรงไป
ยังชายแดน ข้ามวันข้ามคืน โดยไม่ได้หยุดพักจนกว่าจะถึงเที่ยงคืน
เมื่อเดินทัพมาเป็นเวลาครึ่งเดือน และใกล้จะต้องเผชิญหน้ากับ
ศัตรูที่แข็งแกร่ง กองทหารก็จําเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เก็บออม
แรงเอาไว้สําหรับศึกที่กําลังจะมาถึง
โรเอลที่สงบลงแล้วเข้าใจเรื่องนี้ดี จึงรีบออกคําสั่งให้ทุกคนหยุดพัก
เขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งต่อไปนั้นสําคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นตัวโรเอลเอง
ตระกูลแอสคาร์ด หรือแม้แต่จักรวรรดิเซนต์เมซิทก็ไม่สามารถแพ้ได้ใน
ศึกนี้ แต่ถึงกระนั้นความกังวลอย่างหนักในใจก็ยังทําให้เขาหลับได้ยาก
อยู่ดี
ถ้าเราไม่พักเลยก็น่าจะไปถึงสนามรบได้ในคืนวันพรุ่งนี้ แต่ทหารที่
เดินทางมาทั้งวันโดยไม่พักก็คงมีสภาพแย่เกินไป แต่ถ้าเราหยุดพัก อลิ
เซียก็ต้องทนรับศึกไปอีกวันเมื่อคิดว่าน้องสาวของตนอาจตกอยู่ในอันตราย โรเอลก็ทนต่อไป
ไม่ได้
ซินเทียและคนอื่นๆ พยายามปลอบโยนความวิตกกังวลที่ไม่ปกตินี้
ซึ่งโรเอลก็รู้ดีว่าตัวเองกังวลมากเกินไป ในตอนที่นอร่าเผชิญวิกฤตเมื่อ
ไม่นานมานี้ โรเอลก็กังวลทั้งวันทั้งคืนจนใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ และเมื่อ
เทียบกันจากระดับความอันตรายแล้ว การที่อลิเซียไปอยู่ในสนามรบ
นั้นหนักกว่ามากหลายขุม
บ้าชะมัด นี่เราเป็นพวกชื่นชอบน้องสาวงั้นเหรอ?
ไม่ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก
เหตุการณ์นี้ทําให้โรเอลสงสัยว่าตัวเองมีรสนิยมแปลกๆ รึเปล่า แต่
หลังจากพิจารณาอย่างจริงจังแล้ว เขารู้สึกว่าเหตุผลที่ใหญ่ที่สุดคือ
ความไว้วางใจ โรเอลมีความมั่นใจในนอร่ามากกว่า เพราะเขารู้เกี่ยวกับ
พลังและความแข็งแกร่งของเธอดี ว่าเธอจะไม่แพ้ใครง่ายๆ ต่างจากอ
ลิเซียที่ได้รับการคุ้มครองเป็นอย่างดีจากเขามาโดยตลอด และแทบไม่มี
ประสบการณ์ทุกข์ยากใดๆ เลย
เช่นเดียวกับที่สัตว์ป่าข้างนอกย่อมดุร้ายกว่าสัตว์เลี้ยง
ความสามารถของนอร่าในการเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์นั้นเหนือกว่าอ
ลิเซียที่มีโรเอลสนับสนุนอยู่ตลอดมาก พูดตามตรง ถ้าเขาไม่ใช่ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติแล้วล่ะก็ โรเอลอาจจะหัวใจวายลงไปทันทีที่เห็น
จดหมายจากคาร์เตอร์
ค�าคืนที่นอนไม่หลับผ่านไปอีกคืน เด็กหนุ่มผมดําได้แต่มองดู
ดวงดาวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นดวงอาทิตย์ยามเช้า หลังจากการเตรียมการ
สั้นๆ ทั้งกลุ่มก็เริ่มเดินทางอีกครั้ง ในขณะที่สถานการณ์การต่อสู้อัน
วุ่นวายในระยะไกลค่อยๆ เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
——————————-
สําหรับโรเอล ค�าคืนนี้เต็มไปด้วยความกังวล เป็นคืนอันแสน
ลําเค็ญ ซึ่งทหารในกองทัพของตระกูลไซส์ที่ชายแดนเองก็รู้สึกแบบ
เดียวกัน มันเป็นคืนที่ยากลําบากสําหรับพวกเขา เว้นแต่ว่าพวกเขา
ไม่ได้ห่วงญาติของตัวเองแบบโรเอล เพราะสิ่งแรกที่ต้องเป็นห่วงคือ
ชีวิตของพวกเขาเองเสียมากกว่า
ช่วงกลางดึกบนที่ราบอันเงียบสงบ ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นฝันร้าย
สัตว์อสูรนับพันพุ่งออกมาจากภูเขาและป่า ในขณะที่ป่าอันห่างไกลมี
สัตว์อสูรขนาดใหญ่โผล่หัวออกมาและมองลงไปที่ค่ายมนุษย์แห่งนี้
พร้อมส่งเสียงคําราม
เมื่อมองไปยังสัตว์อสูรขนาดยักษ์ที่ซ่อนอยู่ในความมืดของยามค�า
คืนด้วยร่างอันพร่ามัว ทุกคนก็ทราบถึงตัวตนของมันราชาแห่งความหายนะ นั่นคือชื่อของสัตว์อสูรที่ได้รับบาดเจ็บหนัก
จากการต่อสู้กับอัศวินของจักรวรรดิออสทีนเมื่อหลายร้อยปีก่อน มัน
รอดพ้นจากความตายด้วยการหลบหนีเข้าไปในป่าแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม
เหมือนกับสัตว์อสูรทั่วๆ ไป มันเกลียดชังมนุษย์ ทําให้มนุษย์ที่เข้าไปใน
ป่ามักจะปลุกเร้าความโกรธของมัน และถูกมันสังหารอย่างโหดเหี้ยม นี่
คือเหตุผลที่กองทัพตระกูลไซส์เชื่อว่ากองทัพของตระกูลแอสคาร์ดคง
จะวิ่งหนีออกมาจากป่าในรุ่งสาง
ทว่าความจริงกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น กองทัพของตระกูลแอสคาร์ด
ไม่ได้กลายเป็นหนูที่วิ่งหนีตายออกมา อีกทั้งยังดึงดูดสัตว์อสูรในตํานาน
ตัวนี้ออกมาโจมตีค่ายของพวกเขาอีกด้วย
จักรวรรดิออสทีนเคยคิดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะฝึกสัตว์อสูร
ให้เชื่องมาแล้วในอดีต ตระกูลของวีรชนมากมายที่มีพลังสายเลือดอัน
ยอดเยี่ยมได้พยายามบรรลุเป้าหมายดังกล่าวมานับครั้งไม่ถ้วน แต่พวก
เขาทุกคนก็ต้องจบลงด้วยความล้มเหลว และปลิดชีพตัวเองลง เห็นได้
ชัดว่า ไม่ว่าผู้ฝึกสัตว์จะฉลาดแค่ไหน พวกเขาก็ไม่สามารถทํามันได้
สําเร็จ แล้วเหตุใดตระกูลแอสคาร์ดถึงทําสําเร็จได้ในเวลาสั้นๆ เช่นนี้?
เบิร์กลีย์ไม่รู้คําตอบสําหรับคําถามนั้น แต่เขาทีรู้ก็คือสิ่งต่างๆ เริ่ม
ยุ่งยากขึ้นมาแล้ว