novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 416 ไอ๊หยา ดูโชคชะตาสิ

  1. Home
  2. ทะลุมิติทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 416 ไอ๊หยา ดูโชคชะตาสิ
Prev
Next

พวกมือปราบประกาศเสร็จก็ให้แยกย้าย

ห้ามรวมกลุ่มพูดคุย

ที่บนสะพาน

ซ่งฝูหลิงตามมาหาท่านลุงซ่ง “ท่านทวด ไปนับอาหารที่บ้านหน่อยว่าพวกเรายังเหลืออาหารอีกเท่าไหร่ กินได้กี่วัน นับให้ละเอียดหน่อย”

“หา? อ่อ”

สักพักท่านลุงซ่งถึงได้สติกลับมา แสดงให้เห็นว่าเมื่อครู่ยืนงงอยู่ หันกลับมาถาม “พั่งยา พ่อเจ้าให้มาตามรึ เพิ่งบอกรึ”

“อ๋า ใช่ ท่านพ่อให้ข้ามา”

ซ่งฝูหลิงรีบวิ่งเข้าไปพยุงท่านย่าหม่าที่เดินสะดุดเท้า นางสบตากับแม่ตัวเอง

พ่อของนางจะมาว่างสั่งที่ไหนกัน

นางแค่รู้สึกว่าทุกคนดูลนลานไปหมด เลยต้องหางานให้ทำ

ไม่ต้องสนว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น นับอาหารก่อนว่าพอกินหรือเปล่า ถือเป็นงานสำคัญอันดับแรก

ส่วนพ่อของนางคงกำลังตีสนิทกับพวกมือปราบ เพื่อที่จะถามได้มากความหน่อย

ซ่งฝูหลิงเดาไม่ผิด

ท่าทางโหดเอาเรื่องของมือปราบ ทำให้ชาวบ้านหวาดผวาจนไล่พวกนางไปได้ แต่มีสามคนที่กล้าเข้าไป

คนแรกคือหัวหน้าตระกูลเริ่น

เริ่นโหยวจินเป็นทั้งหัวหน้าตระกูลและหลี่เจิ้งของหมู่บ้านเหรินจยา กล้าเข้าไปเชื้อเชิญให้มือปราบไปกินน้ำกินท่าที่บ้านของเขา

หากชวนไปกินน้ำที่บ้านได้เขาก็มีโอกาสสืบเรื่องนี้ให้มากหน่อย

แต่น่าเสียดายที่พวกมือปราบวางมาดทำตามหน้าที่ บอกว่าไปไม่ได้ ยังมีอีกหลายหมู่บ้านที่ต้องไป

คนต่อมาคือซ่งฝูเซิง เขาเองก็กล้าเข้าไปหา

เพราะเขากับมือปราบฉีหมิงแห่งเมืองถงเหยาสนิทกัน

อยากใช้ประโยชน์จากการที่รู้จักฉีหมิง สืบให้ได้ความอะไรสักหน่อย

แต่น่าเสียดาย มือปราบพวกนั้นที่เป็นลูกน้องฉีหมิง รู้ทั้งรู้ว่าซ่งฝูเซิงสนิทกับหัวหน้าพวกเขา ถึงขนาดที่บางคนเคยได้ยินว่าซ่งฝูเซิงแห่งหมู่บ้านเหรินจยา รู้จักกับแม่ทัพลู่ แม่ทัพลู่เป็นใคร ผู้มีเกียรติเกรียงไกร แต่ก็บอกไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

ยังคงพูดเหมือนที่แจ้งไป เพียงแต่บอกละเอียดกว่าเมื่อครู่หน่อย

“จนกว่าจะถึงวันที่สิบหกเดือนอ้าย ไม่ว่าใครก็ห้ามเข้า-ออกในเมืองตามใจ…

…หากมีความจำเป็นกรณีพิเศษจะต้องแสดงหนังสือที่ออกโดยหลี่เจิ้งของหมู่บ้านพร้อมให้คนในหมู่บ้านสิบครัวเรือนขึ้นไปร่วมลงชื่อ ขาดไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว…

…เมื่อมีหนังสือนี้ก็แสดงว่าสามารถเข้าไปในเมืองได้ พอไปถึงประตูเมืองทหารที่เฝ้าประตู ก็จะไม่มีทางจับท่าน…

…ส่วนจะให้เข้าไปในเมืองหรือไม่ ก็แล้วแต่เจ้าหน้าที่เฝ้าประตูเมืองจะพิจารณา”

คนที่สามที่กล้าเข้าไปถามก็คือเริ่นจื่อเซิงที่กลับบ้านมาฉลองปีใหม่

และก็เพราะเริ่นจื่อเซิงเข้าไปถาม ซ่งฝูเซิงถึงไม่เสียเวลาคุยอีก เขาคิดว่าไปแอบฟังอยู่ข้างๆ ดีกว่า

แต่น่าเสียดายที่มือปราบยกมือคารวะเริ่นจื่อเซิงพลางพูด “ใต้เท้า ท่านพกตราประทับขุนนางติดตัวมาหรือไม่”

เริ่นจื่อเซิงเองก็มีสีหน้างุนงง “กลับมาฉลองปีใหม่กับที่บ้านจะพกตราประทับกลับมาทำไม เอาไปเก็บไว้นานแล้ว”

“เรียนใต้เท้า ถ้าเช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้ ใต้เท้าก็ต้องให้หลี่เจิ้งกับชาวบ้านสิบครัวเรือนร่วมทำหนังสือรับรองให้ถึงจะกลับเข้าเมืองได้ขอรับ”

เริ่นจื่อเซิงขมวดคิ้วทำเสียงฮึดฮัด “ข้ากลับบ้านตัวเองในเมืองเฟิ่งเทียน ยังต้องใช้หนังสือรับรองด้วยรึ”

“ขอรับใต้เท้า อย่าทำพวกข้าลำบากเลย พวกข้าเองก็ทำตามคำสั่ง”

หนึ่งในมือปราบครุ่นคิด จากนั้นก็ก้าวเข้าไปพูดกับเริ่นจื่อเซิง

“ใต้เท้า ได้ยินว่าวันนี้เช้าใต้เท้านายอำเภอของพวกเรากลับเข้าเมือง ก็ไม่มีตราประทับติดตัวเช่นกัน จึงต้องส่งบ่าวรับใช้กลับไปขอหนังสือรับรองที่บ้านเกิด ถึงจะเข้าไปในเมืองถงเหยาได้ขอรับ”

เริ่นจื่อเซิงได้ฟัง สีหน้าจากที่หงุดหงิดก็แปรเปลี่ยนเป็นเข้มงวด “เจ้าหน้าที่ประตูเมืองถงเหยาไม่รู้จักนายอำเภอหูอย่างนั้นรึ”

“เจ้าหน้าที่ประตูเมืองถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดขอรับ”

เริ่นจื่อเซิงรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาทันที

หลังจากที่มือปราบสี่คนออกไปแล้ว ซ่งฝูเซิงกับเริ่นจื่อเซิงก็ตามหลังหัวหน้าตระกูลเริ่นไปอย่างไม่ได้นัดหมาย

ที่หน้าบ้านหัวหน้าตระกูลเริ่น

ซ่งฝูเซิงปฏิเสธที่หัวหน้าตระกูลเริ่นจะดึงเขาเข้าบ้าน

ลี้ภัยมา ยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ วันนี้เป็นวันที่หนึ่งวันขึ้นปีใหม่ วันแรกของปี ดูจากสถานการณ์นี้ไม่ค่อยดีเท่าไร

เกิดเขาเข้าไปในบ้าน วันหน้าถ้าบ้านหัวหน้าตระกูลเริ่นเกิดเรื่องไม่ดีเข้าเดี๋ยวได้มาโทษเขา แบบนี้ยิ่งไม่ควรเข้าไป

“งั้นก็ได้ เจ้ารออยู่ตรงนี้ ข้าจะไปเขียนให้”

หัวหน้าตระกูลเริ่นพูดกับซ่งฝูเซิงเสร็จก็เข้าบ้านไป

ส่วนเริ่นจื่อเซิงที่อยู่ข้างๆ หัวหน้าตระกูลเริ่นก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง

ในระหว่างที่หัวหน้าตระกูลเริ่นเข้าบ้านไปเขียนหนังสือรับรอง ลูกชายคนสามของเขาก็ยกน้ำหวานที่มีควันกรุ่นออกมาให้ชามหนึ่ง “น้องฝูเซิง ดื่มก่อนสิ”

“ไม่ดื่มดีกว่า”

“คนกันเองไม่ต้องเกรงใจ รับไปสิ”

ขณะที่ซ่งฝูเซิงรับชามไปยังงุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า เขาก็ถูกลูกชายคนสามของหัวหน้าตระกูลเริ่นดึงไปอยู่ด้านข้าง จากนั้นก็เห็นพี่ชายคนนี้เอาไม้กวาดปัดกวาดหิมะ

เริ่นจื่อเซิงไปยืนตรงไหนเขาก็กวาดตรงนั้น

ปากก็พูดว่า “เพิ่งจะวันแรกของปีใหม่ บ้านก็สกปรกเหลือเกินแล้ว”

“เจ้านี่” เริ่นจื่อเซิงกัดฟันพูด

ทันใดนั้นหัวหน้าตระกูลเริ่นที่รีบร้อนเขียน ‘หนังสือรับรอง’ ก็ออกมาห้าม “เจ้าสาม”

ลูกชายคนที่สามของเขาถึงได้เลิกไล่เริ่นจื่อเซิงไปจากหน้าบ้าน

“เจ้า ไปหาชาวบ้านสิบครัวเรือนรับรองมาให้ก่อน แล้วค่อยมาหาข้า”

เริ่นจื่อเซิงหรี่ตา แบบนี้หมายความว่า อีกเดี๋ยวข้ายังต้องมาให้เจ้าดูถูกถึงบ้านอีกอย่างนั้นรึ

ในใจโมโหสุดขีด สองมือกำหมัดแน่น

โดยเฉพาะตอนที่เห็นเริ่นโหยวจินพาซ่งฝูเซิงออกไปด้วยความกระตือรือร้น สองคนนั้นเดินไปคุยไป “ไป ข้าจะพาเจ้าไปหาสิบครอบครัวช่วยรับรองให้ น่าจะมีหลายคนที่ยินดีเขียนให้เจ้า”

หัวหน้าตระกูลเริ่นพูดถูก

อย่าว่าแต่สิบครอบครัวเลย ตอนนี้ถ้าซ่งฝูเซิงอยากได้สักห้าสิบครอบครัวรับรอง คนในหมู่บ้านก็พร้อมจะประทับนิ้วให้เขา

เพราะทุกคนที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องที่เกิดขึ้นในภายหลัง

ไม่ต้องสนว่าพวกซ่งฝูเซิงทำการค้าใหญ่โตแค่ไหน มีเงินมากขนาดไหน คนอื่นในหมู่บ้านอาจยังมีที่ไม่ชอบใจอยู่บ้าง แต่นั่นก็เกิดจากอคติเรื่องอพยพลี้ภัย เรื่องคนนอกที่เข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน

แต่เมื่อวันที่ยี่สิบเก้าเดือนสิบสอง

พวกซ่งฝูเซิงเผากระดาษเหลือง[1]ให้คนที่บ้านเกิดจำนวนมาก เพื่อให้บรรดาเพื่อนร่วมภูมิลำเนาเดียวกันที่อาจกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปแล้วได้เป็นสุข การกระทำแบบนี้ทำให้คนในหมู่บ้านเหรินจยาหลายคนรู้สึกนับถือจากใจ

เรื่องจริงเป็นแบบนี้จริงๆ

เมื่อเริ่นโหยวจินกับซ่งฝูเซิงมาถึง หลายบ้านต่างก็พูดว่า “กะไว้แล้วว่าต้องมา รอเดี๋ยวนะ จะประทับนิ้วให้” ต่างรู้ว่าพวกคนที่อยู่ฝั่งนู้นต้องเข้าไปค้าขายในเมือง ไม่ให้เข้าไปขายของจะได้อย่างไร

ยังมีบ้านที่กระตือรือร้นเสนอตัว เกาะขอบกำแพงบ้านเศรษฐีที่ดิน “ครบสิบบ้านหรือยัง ตาแก่บ้านข้าอยู่บ้านนะ แปะโป้งให้ได้”

บ้างก็กุลีกุจอจะให้ซ่งฝูเซิงเข้าบ้าน

ซ่งฝูเซิงปฏิเสธ เขายังไว้ทุกข์อยู่ แค่นี้ก็เกรงใจมากแล้ว

นึกไม่ถึงว่าเพื่อนบ้านสกุลไจ๋ ซึ่งก็คือท่านยายที่ตอนนั้นครอบครัวออกมาช่วย จนถูกหมาป่ากัดตายไปจะออกมาพูดว่า “เข้ามาบ้านข้าสิ บ้านข้าก็ไว้ทุกข์ไม่กลัวหรอก หิมะตกหนัก อย่าทนหนาวอยู่ข้างนอกเลย”

ในเวลาเดียวกันที่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ

ซ่งฝูหลิง เฉียนเพ่ยอิง ท่านย่าหม่า ทั้งสามนางจงใจทิ้งพวกหมี่โซ่วไว้แล้วไปรวมอยู่ที่ห้องหนิวจั่งกุ้ยกับซื่อจ้วง ปิดประตูสนิทกำลังพูดคุยกัน

“ท่านย่า ท่านแม่ คือ ฮ่องเต้ ฮ่องเต้ตายแล้วใช่ไหม”

ท่านย่าหม่ารับไม่ได้ “ไม่หรอก อย่าพูดส่งเดช ฮ่องเต้ตาย พวกเราก็ต้องไว้ทุกข์”

เฉียนเพ่ยอิงนั่งอยู่ที่ขอบเตียงเตา มองท่านย่าหม่า “ตอนนี้ต่างอะไรกับไว้ทุกข์ ไม่ได้ยินที่มือปราบพูดเหรอ ห้ามใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด ห้ามแขวนโคมแดง ห้ามนั่นห้ามนี่ ถ้ามีการส่งหมายเรียกเกณฑ์ทหารให้สามสิบครอบครัวขึ้นไป ต้องการอย่างน้อยบ้านละสามคน สามคนเชียวนะ”

ท่านย่าหม่ายังคงดื้อดึง “ถ้าฮ่องเต้ตาย ระฆังไว้ทุกข์ก็ต้องดังสิ นี่ระฆังไม่ดัง”

“ท่านย่า” กลับเป็นซ่งฝูหลิงที่รู้สึกว่าตัวเองอยู่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด

“สถานการณ์ในตอนนี้เป็นยังไง กำลังขึ้นปีใหม่ ถ้าฮ่องเต้ตายจริงจะกล้าตีระฆังไว้ทุกข์ได้ยังไง ก็ต้องปิดข่าวไว้ก่อนหรือเปล่า อย่างน้อยก็ต้องให้แม่ทัพใหญ่ที่ประจำการคุ้มกัน รีบพาทหารกลับไปหรือเปล่า”

ท่านย่าหม่าทำหน้าขื่นขม “งั้นจะทำยังไง ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ปิดเมืองถึงวันที่สิบหก ร้านของพวกเราจะทำยังไง รับเงินมัดจำมาแล้วแต่เอาของส่งเข้าไปไม่ได้”

พูดจบก็วิ่งไปเอาเงินมัดจำมา โชคดีที่ตอนนั้นเชื่อหลานสาว ไม่เอาเงินมัดจำไปแจกจ่าย

ตอนนั้นหลานสาวของนางบอกว่า ถ้ายังไม่จบสิ้นกระบวนการจะยังไม่ถือว่าเป็นเงินของเรา ต่อให้สั่งจองไว้แล้วก็ไม่นับ นางถึงยังไม่ได้เอามานับเป็นกำไร

ท่านย่าหม่ามีท่าทีลนลานต่อหน้าเฉียนเพ่ยอิงกับซ่งฝูหลิง ร้านขนมทั้งสี่ล้วนเป็นเลือดเนื้อของนาง

แต่เมื่อนางไปถึงห้องทำขนม เผชิญกับพวกคนทำขนมที่ต่างไม่รู้ว่าควรทำขนมสำหรับขายวันพรุ่งนี้หรือไม่ เผชิญกับพวกยายส่งขนมทั้งเจ็ดที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

นางก็กลืนน้ำลาย ทำสีหน้านิ่งเข้าไว้พลางพูด

“ฮึบให้หมดเลยนะ อย่าให้ข้าเห็นใครกล้าร้องไห้…

…วันแรกของปี อย่าเอาสิ่งไม่ดีมาให้ข้า…

…เอาขนมไปส่งไม่ได้ อย่างมากก็แค่ชดใช้เงิน…

…คิดหาทางคืนเงินมัดจำให้คนซื้อ ไม่ว่าเมื่อไรเราก็ต้องให้ความน่าเชื่อถือ”

—————————–

[1] กระดาษสำหรับเผาให้คนตาย

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 416 ไอ๊หยา ดูโชคชะตาสิ"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

ยอดสตรีฉางอิ๋ง-ตอนที่-1-20
ยอดสตรีฉางอิ๋ง ภาคที่ 2-3
December 21, 2022
5f8951e2Yk49TjGO
จักรพรรดิเซียนหวนคืน (仙帝归来)
December 7, 2024
91-e1598955367903
Grasping Evil จักรพรรดิปีศาจหนิง
October 9, 2020
thelegendarymechanic
The Legendary Mechanic
July 22, 2022
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF