ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 396 ไหนเล่าบรรพบุรุษกุ้งที่ว่า
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 396 ไหนเล่าบรรพบุรุษกุ้งที่ว่า
ฟึ่บ!
ผลึกมากมายร่วงลงมาจากผนังถ้ำ ร่างหนึ่งค่อยๆ คลานออกมาจากกองหิน ศีรษะและใบหน้าเปรอะฝุ่น สีหน้าดูไม่สู้ดีนัก
นัยน์ตาโปนๆ ของยอดฝีมือชาวสมุทรลุกโชนไปด้วยความโกรธขึ้ง เขาถูกสุนัขตบปลิว ไม่คิดเลยว่าสุนัขดำที่จู่ๆ ก็โผล่มาจะมีปราณขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
แต่ถึงอีกฝ่ายจะเป็นสุนัขขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งเขาจากการปลุกบรรพบุรุษกุ้งได้ ไม่มีใครมาห้ามหรือหยุดเขาได้ทั้งนั้น
ยอดฝีมือชาวสมุทรร้องคำรามเดือดดาลส่งคลื่นเสียงกระจายออกจากปาก คลื่นเสียงที่กระจายไปทั่วบริเวณดูราวกับสามารถทำให้อากาศโดยรอบสั่นสะเทือนได้
ตู้ม!
ตอนนั้นเองพลังชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ก็ปะทุออกมา รัศมีพลังถูกปลดปล่อยออกมาหมดสิ้น เศษหินบนพื้นลอยขึ้นด้วยพลังที่มองไม่เห็น ภาพเหตุการณ์ในตอนนี้คือมีเศษหินนับไม่ถ้วนลอยอยู่กลางอากาศ
แกร๊ก!
กลางหลังของยอดฝีมือชาวสมุทรมีครีบงอกออกมา จังหวะที่ครีบงอก ร่างของเขาก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วครู่เขาก็กลายเป็นอสูรร่างยักษ์ขนาดเทียบเท่าพญากุ้งตั๊กแตนขั้นเซียนเทพที่ตอนนี้นอนกองอยู่กับพื้น ร่างทั้งร่างเต็มไปด้วยมัดกล้าม ครีบคมที่อยู่กลางหลังหน้าตาคล้ายพวงเข็มเหล็ก ศีรษะกลายเป็นศีรษะปลาขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยหนามแหลม
เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นตอนที่เขากระทืบพื้น ถ้ำสั่นไหวทันทีที่เท้าเหยียบลงไป
ปู้ฟางเหวี่ยงกระบี่ที่สร้างจากเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีเปิดตาผลึกได้อย่างง่ายดาย ลำแสงมากมายระเบิดออกจากตาผลึกทันทีที่สัมผัสคมกระบี่ของปู้ฟาง
พริบตานั้นรัศมีพลังประหลาดก็ปะทุออกจากตาผลึก เหมือนมีคลื่นรุนแรงพัดเข้าใส่ปู้ฟาง เส้นผมของชายหนุ่มปลิวไปด้านหลังเมื่อรัศมีพลังดังกล่าวพัดผ่าน
ผู้บัญชาการเฟิงหยุดนิ่ง ดวงตาฉายแสงวาบขณะมองไปยังตาผลึก
รัศมีพลังคลุ้มคลั่งของยอดฝีมือชาวสมุทรสงบลงทันทีที่คลื่นพลังแผ่ออกจากตาผลึก ดวงตาโปนๆ จับจ้องไปยังตาผลึกในมือปู้ฟาง สายตามีแววความตื่นเต้นฉายชัด
รัศมีพลังแข็งแกร่งที่คุ้นเคยเปล่งออกมาจากตาผลึก ร่างของยอดฝีมือชาวสมุทรสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้
บรรพบุรุษกุ้งลืมตาตื่นขึ้นบนโลกนี้อีกครั้งแล้ว
ตู้ม!
เศษหินปลิวว่อน เจ้าดำเยื้องย่างออกมาจากซากหินด้วยท่วงท่าเหมือนแมว ขนดำขลับยังคงสะอาดสะอ้าน แต่แววตาที่จับจ้องไปยังผู้บัญชาการเฟิงนั้นดูเย็นชาขึ้น
มันโดนซัดปลิวโดยใครคนหนึ่ง เจ้าดำไม่ยอมยกโทษให้คนคนนั้นแน่ กล้าดีอย่างไรมาโจมตีท่านสุนัขผู้นี้
หลังเดินไปหลายก้าว เจ้าดำก็ย่นจมูกเล็กน้อยขณะมองไปยังตาผลึกในมือปู้ฟางด้วยท่าทางรังเกียจ
“อาหารทะเลอีกแล้ว…” ท่านสุนัขบ่นพึมพำก่อนจะอ้าปากหาว แม้จะง่วง แต่มันก็ยังถ่างตาจ้องไปทางผู้บัญชาการเฟิง
ทันทีที่ปู้ฟางเปิดรอยแตก รัศมีพลังปั่นป่วนก็ปะทุออกมาจากภายใน อึดใจต่อมาภายในตาผลึกก็มีการเคลื่อนไหว
ปู้ฟางเบิกตากว้างมองไปยังตาผลึก เขาสงสัยมากว่ามีสิ่งใดอยู่ด้านในกัน วัตถุดิบใดกันแน่ที่ระบบระบุไว้
ตาผลึกสั่นไหวรุนแรง แรงสั่นหนักหนาจนปู้ฟางรู้สึกเหมือนมันกำลังจะระเบิดออกมา ตอนที่ตาผลึกสั่นสะเทือนถึงขีดสุดมันก็ส่งเสียงแตกร้าว รอยแตกเล็กๆ บนตาผลึกเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเหมือนโดนบางสิ่งกลืนกิน
ขณะที่รอยแตกขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ วัตถุขนาดเท่าฝ่ามือมนุษย์ก็คลานออกมาจากตาผลึก
สีหน้ายอดฝีมือชาวสมุทรฉายแววตื่นเต้นเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า ส่วนผู้บัญชาการเฟิงดูตื่นตกใจราวเห็นผี
ปู้ฟางสะดุ้ง คิ้วของเขาเลิกสูง เกือบจะโยนตาผลึกทิ้งไป
พอเหลือบมองสิ่งที่อยู่ในมือ ชายหนุ่มก็ส่งเสียงไม่ชอบใจออกมา
สิ่งนั้นคือกุ้งตั๊กแตนตำข้าว แต่เป็นกุ้งตั๊กแตนตำข้าวตัวเล็กบอบบาง
ร่างของกุ้งตั๊กแตนตำข้าวเรืองแสงสีทองสุกสว่างราวกับมีร่างเป็นทอง
กุ้งตั๊กแตนตำข้าวตัวนี้…มีขนาดเล็กมาก ทั้งตัวใหญ่เพียงฝ่ามือของผู้ใหญ่ พอขดตัวแล้วดูเหมือนก้อนกลมเล็กๆ
“นี่หรือวัตถุดิบ ดูไม่มีเนื้อเลยสักนิด…” ปู้ฟางเบ้ปากบ่นพึมพำอย่างไร้อารมณ์
พอเห็นกุ้งตั๊กแตนตำข้าวในมือของปู้ฟาง ยอดฝีมือชาวสมุทรก็แทบคลั่ง เสียงคำรามดังก้องผ่านริมฝีปากขณะเลื่อนมือมากุมศีรษะ ดวงตาโปนๆ แดงก่ำเหมือนเริ่มจะคลุ้มคลั่ง
“ไหนบรรพบุรุษกุ้ง บรรพบุรุษอันเป็นที่รักของข้าอยู่ที่ใด ทำไมกลายเป็นแค่กุ้งตั๊กแตนตำข้าวตัวจ้อย อ๊าก!”
ผู้บัญชาการเฟิงกระอักเลือดสดๆ กองใหญ่ออกมาจนเกิดเสียง เขาหงุดหงิดมาก หัวใจมีเลือดหยดซิบๆ ถือเป็นปาฏิหาริย์แล้วที่น้ำตาไม่เอ่อออกมา เขาเสียเวลาไปครึ่งวัน ทั้งยังผลาญสารัตถะเที่ยงแท้เพื่อเปิดตาผลึกก้อนแรกมาเจอสุนัขสีดำ ส่วนในตาผลึกก้อนที่สองก็ดันมีแค่กุ้งตั๊กแตนตำข้าวตัวกระจิ๋ว
กุ้งตั๊กแตนตำข้าวสีทองคืออะไรกัน
พวกเขาเปิดตาผลึกไปแล้วสองก้อนจากทั้งหมดสามก้อน ตาผลึกชิ้นที่เหลือน่าจะไม่มีอะไรอยู่ด้านใน สุดท้ายเขาก็ไม่ได้อะไรจากเหมืองผลึกที่ตามหาอย่างยากลำบาก นอกจากนี้ยังต้องผลาญสารัตถะเที่ยงแท้เพื่อให้ได้ตาผลึกมาอีก ช่างไม่คุ้มเอาเสียเลย
หลังจากกระอักเลือดสดๆ ออกมา ผู้บัญชาการเฟิงก็ร้องลั่นด้วยความเดือดดาล รัศมีสีทองที่ห้อมล้อมร่างดูราวกับจะทำลายทุกอย่างรอบตัวได้
ปู้ฟางพูดอะไรไม่ออกขณะมองสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วในมือ กุ้งสีทองตัวนี้เล็กจ้อยมาก หลังคืบคลานออกมาจากตาผลึก มันก็ไต่ขึ้นมือก่อนจะโบกก้ามและกลอกตาใส่ชายหนุ่ม จากนั้นก็จ้องปู้ฟางด้วยแววตาว่างเปล่า
ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เขาถอนหายใจอยู่ภายใน เจ้าสิ่งนี้ขนาดเล็กเท่านิ้ว ตัวยาวเท่าฝ่ามือ… จะเป็นวัตถุดิบที่ระบบกำหนดไว้ได้อย่างไร
คิดได้ดังนั้นสีหน้าของปู้ฟางก็เคร่งเครียดขึ้น
เขาหันมองสุนัขสีดำตัวอ้วนท้วนที่อยู่ถัดไปไม่ไกล วัตถุดิบที่อยู่ในตาผลึกก้อนแรกต้องเป็นสิ่งที่เขาต้องการแน่ แต่ก็ถูกเจ้าดำเขมือบเข้าไปแล้ว พอนึกถึงภาพเจ้าดำเรออย่างสำราญใจเมื่อครู่ ชายหนุ่มก็รู้สึกเหมือนเลือดไหลซิบออกมาจากหัวใจ
ภารกิจฉุกเฉินของข้า… อ๊าก!
“ไหนบรรพบุรุษกุ้งของข้า” ยอดฝีมือชาวสมุทรคลุ้มคลั่งไปแล้วพลางเริ่มใช้กำปั้นทุบพื้น
กุ้งตั๊กแตนตำข้าวสีทองตัวนั้นคือบรรพบุรุษกุ้งหรือ
จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรกัน
ตามบันทึกโบราณ ร่างบรรพบุรุษกุ้งสูงหลายร้อยจั้ง ขยับตัวเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างคลื่นยักษ์มหึมาจากทะเลได้ ยิ่งไปกว่านั้น พลังกดดันที่แผ่ออกจากร่างบรรพบุรุษกุ้งยังกว้างขวางไร้ขอบเขต
บรรพบุรุษกุ้งผู้ยิ่งใหญ่จะเป็นกุ้งตั๊กแตนตำข้าวสีทองตัวจ้อยได้อย่างไร ไม่เห็นจะมีรัศมีพลังขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์เลยด้วยซ้ำ
“เจ้าหนูปู้ฟาง เจ้ามัวกังวลอะไร ยังเหลือตาผลึกอีกก้อนที่ยังไม่ได้เปิดไม่ใช่หรือ ทำไมไม่ลองเปิดดูเล่า”
ท่านสุนัขยิ้มขวยเขินขณะบอกปู้ฟาง
ปู้ฟางเหลือบมองเจ้าดำ ทำเอาอีกฝ่ายรู้สึกเขินอายยิ่งกว่าเดิม
ทันใดนั้นปู้ฟางก็รู้สึกเจ็บฝ่ามือเหมือนโดนแทง ชายหนุ่มขมวดคิ้วก้มมองแผลแล้วพบว่ากุ้งตั๊กแตนตำข้าวใช้ก้ามหนีบฝ่ามือเขา พอเลือดของปู้ฟางไหลออกมาจากบาดแผล กุ้งตั๊กแตนตำข้าวสีทองก็ดูดเข้าไปจนหมด
อะไรนี่
เจ้าตัวนี้ดูดเลือดได้ด้วยหรือ
ตอนที่ปู้ฟางกำลังตกใจที่กุ้งตั๊กแตนตำข้าวดูดเลือดตัวเองเข้าไป มันก็ขดตัวกลมอยู่บนฝ่ามือของชายหนุ่ม จากนั้นก็หยุดนิ่งแล้วผล็อยหลับไป
ช่าง…ช่างเป็นตัวขี้เกียจเสียจริง ทำตัวเหมือนเจ้าดำไม่มีผิด
ตู้ม!
ระหว่างที่ปู้ฟางกำลังมองกุ้งตั๊กแตนตำข้าวบนฝ่ามือ ผู้บัญชาการเฟิงก็เริ่มคลุ้มคลั่ง เขายกมือขึ้นกลางอากาศ ดวงตาแดงก่ำ ร่างกายแผ่รัศมีรุนแรงออกมา
ผู้บัญชาการเฟิงกระทืบพื้นจนแหลก
“ไม่สิ! ข้าเกือบลืมไปว่าแม้จะไม่ได้ตาผลึกมาครอง แต่เจ้าเด็กนั่นก็มีกระทะที่ใช้งานได้ด้วยเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพี ถ้าชิงกระทะมาได้ก็ยังพอชดเชยเรื่องทั้งหมดได้ อย่างน้อยสวรรค์ก็ยังเตรียมบางอย่างไว้ให้ข้า!” เสียงเย็นเยียบของผู้บัญชาการเฟิงดังก้องอยู่ในถ้ำขณะจ้องมองปู้ฟางด้วยสายตาละโมบ
ปู้ฟางเงยหน้ามองผู้บัญชาการเฟิงพร้อมยกยิ้ม
“เจ้าโง่!”
พอได้ยินที่ปู้ฟางพูด ดวงตาของผู้บัญชาการเฟิงก็หรี่เล็ก ตอนนี้เขาโกรธจัดเต็มทน ขณะกำลังจะเคลื่อนไหว เขาก็พบว่าเจ้าสุนัขสีดำเข้ามาขวางทางไว้
นี่มันสุนัขตัวที่ข้าต่อยปลิวไปเมื่อครู่ไม่ใช่หรือ
“หลบไป!”
ผู้บัญชาการเฟิงชูกำปั้นร้องคำราม รัศมีพลังสีเหลืองที่ล้อมรอบตัวพวยพุ่งมาห่อหุ้มมือ เมื่อกำปั้นปกคลุมไปด้วยรัศมีสีเหลือง หมัดของเขาก็ดูราวกับจะแปลงกายเป็นมังกรศักดิ์สิทธิ์ขณะพุ่งตรงไปยังเจ้าดำ
หมัดนั้นทั้งแข็งแกร่ง ไร้เทียมทานและน่าพรั่นพรึง ทันทีที่ผู้บัญชาการเฟิงปล่อยหมัดออกไป เศษหินเศษดินก็ปลิวว่อนไปทั่ว
“เจ้าเองหรือที่ต่อยข้าเมื่อครู่ ตั้งแต่เกิดมาท่านสุนัขผู้นี้ไม่เคยถูกใครต่อยปลิวมาก่อน เจ้าเป็นคนแรกและคนสุดท้ายที่จะทำให้ท่านสุนัขผู้นี้ปลิวได้”
เสียงสุขุมของบุรุษเปล่งออกมาจากปากของเจ้าดำ ถึงน้ำเสียงจะอ่อนโยน แต่ก็มีแววความขุ่นเคืองแฝงอยู่ ท่านสุนัขผู้นี้ไม่เคยพบกับความอับอายเช่นนี้มาก่อน
ครู่ต่อมา ร่างของเจ้าดำที่ลอยอยู่กลางอากาศก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นสุนัขดุร้าย คลื่นพลังปั่นป่วนแผ่พุ่งออกมาจากร่างเข้ากดทับทุกคนในถ้ำ พลังที่ปะทุจากร่างเจ้าดำทำให้ทั้งถ้ำสั่นสะเทือน
ผู้บัญชาการเฟิงตื่นตกใจ ร่างกายเริ่มสั่นเทิ้ม
ก่อนจะทันได้ปล่อยหมัดใส่เจ้าดำ เขาก็เห็นเงาสีดำพุ่งมาทางตัวเอง สิ่งเดียวที่สัมผัสได้คือความรู้สึกเหมือนโดนตบ พอรู้ตัวอีกที ตัวของเขาก็พุ่งขึ้นฟ้าไปแล้ว ก่อนจะกระแทกเข้ากับเพดานถ้ำอย่างรุนแรง
ผลึกสั่นไหวร่วงกราวลงมา ผู้บัญชาการเฟิงยังไม่ทันได้สติ ร่างของเขาก็ถูกดึงขึ้นแล้วเหวี่ยงลงพื้น
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เขาโดนเงาดำจับฟาดพื้นรัว ทุกครั้งที่กระแทกพื้น ตัวก็จะเด้งกลับขึ้นฟ้า เป็นเหมือนก้อนยางให้เงาดำเล่นสนุกไปมา
สายตาของผู้บัญชาการเฟิงค่อยๆ เจือไปด้วยความหวาดหวั่นและตื่นกลัว
“หรือ…หรือว่าเงาดำนั่นจะเป็นตัวตนชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ที่ทำลายโซ่ตรวนชั้นเซียนเทพไปแล้วสองชิ้น”
ผู้บัญชาการเฟิงเป็นผู้ฝึกตนขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพไปได้หนึ่งชิ้น ถึงกระนั้นเขากลับไม่สามารถโต้ตอบเจ้าสุนัขดำได้ นั่นหมายความได้ว่าสุนัขดำนี้ทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพ…ได้แล้วสองชิ้นไม่ก็สามชิ้น
ตู้ม!
เขาโดนอุ้งเท้าสีดำแข็งแกร่งฟาดใส่อีกครั้ง ตอนนั้นเองผู้บัญชาการเฟิงก็รู้สึกเหมือนกายาศักดิ์สิทธิ์ของตนกำลังแหลกสลาย ร่างของเขากระแทกลงพื้นอย่างรุนแรงอีกครั้ง ศีรษะมึนตื้อไปเล็กน้อย
เขาพยายามลืมตาที่บวมเป่ง และเห็นจากช่องเล็กๆ ว่ามีอุ้งเท้ายักษ์กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้า
ตู้ม…
คลื่นลมปั่นป่วนพัดไปทั่วถ้ำ
ผู้บัญชาการเฟิงโดนเล่นงานจนหมดท่า
ร่างของสุนัขดำมีขนาดมหึมา ใบหน้าตอนที่ใช้อุ้งเท้าตะปบผู้บัญชาการเฟิงเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย ดวงตาสีแดงฉานแฝงความโหดเหี้ยม
สุนัขดำแย้มปากเล็กน้อยเผยให้เห็นเขี้ยวคม มันเห่าออกมาตอนเหยียบไปบนร่างผู้บัญชาการเฟิง
กร๊อบ! เสียงกระดูกแหลกดังลั่นก่อนผู้บัญชาการเฟิงจะสิ้นลม
ผู้ฝึกตนชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักมหาพิภพที่ทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้หนึ่งชิ้นสิ้นชีวิตเสียแล้ว
ยอดฝีมือชาวสมุทรมองศพผู้บัญชาการเฟิงด้วยแววตาว่างเปล่า ร่างของเขาเหมือนโดนดูดพลังออกไปจนหมดก่อนขนาดตัวจะเริ่มหดเล็กลง ดวงตาโปนๆ เบิกกว้างเมื่อเห็นว่าสุนัขดำแข็งแกร่งเพียงใด
เขาลืมปิดกระพุ้งแก้ม ทำให้มีน้ำทะเลทะลักออกมาไม่หยุด
เหตุใด…สุนัขดำตัวนี้ถึงได้น่าพรั่นพรึงเช่นนี้
มันฆ่าผู้ฝึกตนชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์จากสำนักมหาพิภพได้อย่างน่าประหลาดใจ…
ยอดฝีมือชาวสมุทรตัวสั่นเหมือนลูกสุนัขและเกือบสะอื้นไห้ออกมา
ดวงตาสีแดงฉานของเจ้าดำเลื่อนมองไปรอบๆ ก่อนจะไปหยุดที่ยอดฝีมือชาวสมุทร
ตุ้บ!
ทันทีที่เจ้าดำหันมอง ยอดฝีมือชาวสมุทรก็คุกเข่าลงโดยไม่ลังเล น้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาโปนๆ
ท่านสุนัข…เมตตาข้าด้วย
ตู้ม!
ร่างของเจ้าดำหายวับไปจากบนร่างผู้บัญชาการเฟิง ก่อนจะปรากฏตัวอีกครั้งข้างๆ ยอดฝีมือชาวสมุทร อึดใจต่อมา มันก็ตบหน้าอีกฝ่ายหนึ่งครั้งจนเกิดเป็นรอยเว้าลึกบนใบหน้า
เกิดเสียงดังสนั่นขึ้น ยอดฝีมือชาวสมุทรถูกฝังเข้าไปในผนังถ้ำ
ฟึ่บ!
ร่างของเจ้าดำหดเล็กลงกลายเป็นสุนัขตัวท้วมอีกครั้ง ดวงตาของมันหลุบต่ำขณะเดินซวนเซสองสามก้าว ก่อนจะนอนลงบนพื้นแล้วหลับปุ๋ยไป
ถ้ำที่โขมงไปด้วยฝุ่นควันกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
ผู้บัญชาการเฟิงโดนเจ้าดำอัดจนตาย ส่วนยอดฝีมือชาวสมุทรนั้นไม่มีใครรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ พญากุ้งตั๊กแตนขั้นเซียนเทพนอนดิ้นไปมาอยู่บนพื้นไม่สามารถพลิกตัวกลับมายืนได้
ปู้ฟางสูดหายใจลึก วางกุ้งตั๊กแตนตำข้าวสีทองไว้บนไหล่แล้วเดินไปยังตาผลึกก้อนสุดท้าย แม้จะไม่พบวัตถุดิบทำอาหารในตาผลึกสองก้อนแรก แต่ก็ยังมีตาผลึกก้อนที่สามอยู่บนพื้น ปู้ฟางยึดมั่นกับความหวังสุดท้ายขณะยกกระบี่เพลิงเปิดตาผลึกก้อนที่เหลือ