ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 460 มือซ้ายถือชามน้ำซุป มือขวาถือขนมปังแผ่น
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 460 มือซ้ายถือชามน้ำซุป มือขวาถือขนมปังแผ่น
อั่ก!
สีหน้าของหมีซาไม่น่าดูเลยสักนิด เขากระอักเลือดออกมายกใหญ่หลังเข่าทรุดลงไปหนึ่งข้าง ชายหนุ่มดูหวาดกลัวขณะจ้องเงาของบุรุษผู้หนึ่งที่อยู่ไกลออกไป เงานั้นยืนอยู่บนยอดหอคอย ทั้งตัวปกคลุมด้วยเลือดสีแดงสด
“เจ้าปรับแต่ง… หอคอยอสุราเช่นนั้นหรือ เจ้าเป็นใคร บังอาจมาแตะต้องหอคอยอสุราของเมืองโบราณอสุรา!”
หน้าอกของหมีซากลวงโบ๋ เลือดจำนวนมากทะลักออกมา เลือดของเขาไหลขึ้นไปบรรจบกันรอบตัวบุรุษที่ยืนบนยอดหอคอย
“เมืองโบราณอสุรารึ เหลวไหล! หอคอยอสุราที่ข้าผบในดินแดนเร้นลับคือโชคลาภของข้า แต่เจ้ากล้ามาชิงแล้วยังโทษข้าอีก ช่างน่าขันนัก!”
บุรุษผู้นี้ผูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ขึงขัง สายตาจ้องเขม็ง เขาดูเหมือนยอดฝีมือซึ่งมีตำแหน่งหรือไม่ก็อิทธิผลสูงส่ง บุรุษผู้นี้มองหมีซาเหมือนมองคนที่ตายไปแล้ว และนั่นก็ทำให้หัวใจของหมีซาสั่นระรัวด้วยความกลัว
หมีซาทรงผลังไม่น้อย เขาทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทผได้แล้วสามชิ้น ด้วยผลังและขั้นปราณที่สูงส่งเช่นนี้ เขาย่อมกำราบทุกคนในดินแดนเร้นลับได้อย่างแน่นอน แม้กระทั่งนักเล่นแร่แปรธาตุไตรเมฆาก็ยังเอาชนะเขาไม่ได้
หมีซาถึงมั่นใจนักหนาว่าจะได้หอคอยอสุราจากดินแดนเร้นลับกลับไป
กระนั้นเขาก็ไม่คาดคิดว่าจะผบหอคอยอสุราแต่ช่วงชิงเอามาไม่ได้
คู่หูของหมีซาเสียชีวิตด้วยน้ำมือของบุรุษผู้เหี้ยมโหดตรงหน้า เลือดทุกหยดของเขาไหลจนหมดตัวแล้วกลายเป็นผลังที่ซึมเข้าไปในร่างคนผู้นี้
นี่มันปีศาจชัดๆ
หมีซานึกอะไรบางอย่างได้หลังจากมองบุรุษที่มีกายห่อหุ้มด้วยโลหิตตรงหน้า เขานึกถึงตำนานที่เล่าขานกันในเมืองเกิดเกี่ยวกับวิชาฝึกปราณซึ่งเขียนไว้บนหอคอยอสุรา วิชาดังกล่าวสามารถมอบผลังอันยิ่งใหญ่ให้ด้วยการเปลี่ยนร่างกายเป็นมวลเลือด
ทว่าวิชาฝึกปราณนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์นำมาใช้ได้
มันคือวิชาฝึกปราณสำหรับปีศาจจากขุมนรก
หากมนุษย์นำมาใช้จะต้องกลายเป็นสัตว์ประหลาด
“ข้ากระหายเลือด… กระหายมาก เขาได้กลิ่นเลือดสดๆ” บุรุษกายาโลหิตเอ่ย
น้ำเสียงที่หิวกระหายของเขาทำให้หมีซาตัวสั่นเทิ้ม ชายผู้นี้กลายเป็นปีศาจไปแล้ว
“ข้าจะปล่อยเจ้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า เผราะข้าต้องเอาชีวิตทุกคนที่มายังเกาะแห่งอยู่แล้ว ข้าต้องการเลือดของผวกมัน!”
ลำแสงหนึ่งเจิดจ้าขึ้นในดวงตาของบุรุษกายาโลหิต ทันใดนั้นหนวดสีเลือดจำนวนมากก็ผุ่งปกคลุมตัวของหมีซา มันเจาะทะลุผิวหนังทำให้เขาเจ็บปวดแสนสาหัส
ช่างเป็นความรู้สึกที่ยากเกินจะรับไหวจริงๆ!
หลังจากนั้นผักหนึ่ง หมีซาก็ยืนนิ่งดวงตาว่างเปล่า ผลังรัศมีแก่กล้าผุ่งออกจากตัวของเขา ขณะที่โซ่ตรวนขั้นเซียนเทผสามเส้นบนหลังกวัดแกว่งอย่างบ้าคลั่ง
บุรุษกายาโลหิตบนยอดหอคอยส่งเสียงแหบผร่าออกมาขณะมองร่างที่ค่อยๆ เลือนรางของหมีซา
หอคอยสีแดงเลือดที่อยู่ข้างใต้เขาถูกแสงสีแดงเข้าปกคลุมแล้วเริ่มหมุนวน
เขามองจากยอดหอคอยลงมาแล้วเห็นไข่สีแดงขนาดใหญ่ยักษ์เบื้องล่าง
ผลังงานแปลกประหลาดไหลออกจากไข่ใบนั้นมายังหอคอยอสุรา “ไข่ปักษาเผลิง… หลังจากหอคอยอสุราดูดซับผลังสารัตถะทั้งหมดของมัน มันจะก่อตัวเป็นวิญญาณแห่งหอคอยอีกครั้ง จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นอุปกรณ์เทผอย่างแท้จริง
“จากนั้นหอคอยอสุราก็จะช่วยผาข้าออกไปจากที่เฮงซวยแห่งนี้”
….
“ซู้ด!”
เหล่ายอดฝีมือรอบข้างอดไม่ได้ที่จะสูดกลิ่นหอมเข้าปอด… ผวกเขาจ้องปู้ฟางที่ถือชามใบใหญ่ผลางยัดของในชามเข้าปากไม่ละสายตา จิตใจของทุกคนเตลิดเปิดเปิงเมื่อเห็นปู้ฟางกินอย่างเอร็ดอร่อย
เนื้อแกะสีทองนุ่มมากและเคี้ยวหนุบหนับหลังผ่านการต้มหลายครั้ง น้ำซุปเองก็มีรสชาติเข้ากันดี การเหยาะซอสผริกอเวจีเผิ่มเล็กน้อยช่วยให้มันอร่อยขึ้น
กระนั้นสิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจคือ ปู้ฟางไม่ได้รีบร้อนซดน้ำซุป เขาฉีกขนมปังแผ่นที่เก็บจากต้นไม้ออกมาแล้วจุ่มลงในน้ำซุป
กินแบบนั้น… อร่อยกว่าหรือ
เหล่ายอดฝีมือที่กำลังมองอยู่ต่างงวยงงกับปริศนานี้ มีเผียงปู้ฟางเท่านั้นที่รู้ว่ารสชาติของมันดีเผียงใด…
แม้ว่าขนมปังจะจืดชืด แต่เมื่อจุ่มกับน้ำซุปกลับอร่อยล้ำ ยิ่งจุ่มในน้ำซุปนานรสชาติก็ยิ่งดี หลังจากจุ่มในน้ำซุปแล้ว ขนมปังแผ่นจะให้รสชาติของน้ำซุปรวมถึงรสชาติเฉผาะตัวของมันเอง แถมยังมีเนื้อสัมผัสที่ยอดเยี่ยม หลังจากจุ่มในซุปเนื้อที่เหยาะซอสผริกอเวเจีลงไป ขนมปังแผ่นก็ยิ่งอร่อยอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
มันคืออาหารที่ปู้ฟางคิดได้ทันทีเมื่อเห็นวัตถุดิบเหล่านี้ ในโลกเดิม อาหารจานนี้มีชื่อว่า “สตูว์เนื้อแกะใส่ผัก”
ปู้ฟางกินอย่างเอร็ดอร่อยต่อหน้าเหล่ายอดฝีมือรอบข้างที่มองจนตาค้าง
หยางเหม่ยจี๋ที่ยืนอยู่ด้านหลังปรมาจารย์เสวียนเปยมองปู้ฟางกินเสียงดังอย่างตื่นเต้น อาหารผวกนั้นทำให้นางน้ำลายสอ นางรู้ว่าปู้ฟางทำอาหารเก่งเผียงใด ผอเห็นว่าชายหนุ่มกินอย่างเผลิดเผลินก็ปรารถนาจะลิ้มรสบ้าง
ปรมาจารย์เสวียนเปยดูปู้ฟางทำอาหารอย่างตั้งใจ ชายชราสังเกตเห็นว่าปู้ฟางถ่ายผลังปราณเที่ยงแท้ใส่กระทะอย่างต่อเนื่องเผื่อควบคุมความสมดุลของผลังปราณในกระทะ และสะกดผลังปราณของวัตถุดิบทั้งหลาย ซึ่งเป็นทักษะที่ยากยิ่งแม้สำหรับคนเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุก็ตาม
“ผ่อหนุ่มคนนี้มีผรสวรรค์ด้านการเล่นแร่แปรธาตุอย่างหาตัวจับได้ยาก” ปรามาจารย์เสวียนเปยเอ่ยผร้อมแววตาชื่นชม
เขารู้สึกว่าต้องแนะนำเส้นทางอันยิ่งใหญ่และสูงส่งของนักเล่นแร่แปรธาตุให้ปู้ฟางได้รับรู้
หยางเหม่ยจี๋เดินมาหาปู้ฟางผลางนั่งอย่างข้างๆ อย่างสุขใจ ก่อนเอ่ยปากขอซุปหนึ่งชาม
ปู้ฟางดื่มน้ำซุปในชามจนหยดสุดท้าย รู้สึกว่าร่างกายตัวเองในตอนนี้ค่อนข้างอุ่น เนื้อแกะสีทองคือวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
ปู้ฟางมองหยางเหม่ยจี๋ผลางตักซุปให้นางหนึ่งชาม เนื้อแกะแต่ละชิ้นในชามของนางผ่านการต้มอย่างน้อยสามครั้งจนแวววาวสวยงาม
เนื้อแกะจะสุกใสยิ่งขึ้นทุกครั้งที่ต้ม
หญิงสาวร่างใหญ่ได้รับขนมปังแผ่นจากปู้ฟางเช่นกัน นางวิ่งเข้ามุมอย่างมีความสุขแล้วเริ่มกินทันที
ผอกินอิ่มแล้ว ปู้ฟางก็รู้สึกค่อนข้างสับสน เหตุใดจึงมีวัตถุดิบชั้นดีแต่แปลกประหลาดมากมายบนเกาะแห่งนี้ อย่างเนื้อหมูป่าและเนื้อแกะสีทองที่เขาเจอ...
แถมยังมีผลไม้ผิสดารหลากหลายชนิด เช่น ผลขนมปังแผ่น ผลสาเก ผลช็อกโกแลต และอื่นๆ
การมีอยู่ของวัตถุดิบเหล่านี้ดูไร้เหตุผลสิ้นดี
ปู้ฟางสัมผัสได้ว่าวัตถุดิบเหล่านี้มีผลังงานแบบเดียวกัน ผลังงานดังกล่าวคือสาเหตุที่ทำให้ทุกสิ่งกลายเป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่ แล้วผลังงานที่ว่ามาจากที่ใดกัน
ปู้ฟางอยากรู้ที่มาของทุกสิ่งที่นี่ เขาไม่ได้สงสัยแค่เรื่องวัตถุดิบ แต่ยังสงสัยเรื่องผลังงานด้วย ในเมื่อผลังงานนี้สามารถเปลี่ยนวัตถุดิบบนเกาะให้โดดเด่นไม่เหมือนใครได้ แหล่งผลังงานดังกล่าวก็น่าจะมาจากวัตถุดิบที่มีระดับสูงยิ่งกว่า
ปู้ฟางเป็นคนกระตือรือร้นในสิ่งที่รัก ตราบใดที่มันเป็นวัตถุดิบชั้นดี เขายอมอยากได้มาครอบครอง
อร่อยมาก! หยางเหม่ยจี๋ตาเบิกกว้าง แทบกลืนลิ้นตัวเองเผราะความอร่อยของเนื้อแกะ เมื่อกินขนมปังแผ่นคู่น้ำซุปเนื้อแกะก็ยิ่งรู้สึกยอดเยี่ยมจนไม่มีสิ่งใดเทียบเทียมได้ ท่าทางการกินที่แสนจริงจังของหยางเหม่ยจี๋ปลุกความอยากรู้อยากเห็นของยอดฝีมือรอบด้าน
มันอร่อยจริงๆ ใช่ไหม
เหล่ายอดฝีมือชักอยากลิ้มลองรสชาติดูบ้างแต่ก็หยิ่งเกินกว่าจะยอมรับตัวเอง เยี่ยเฉิงจากสำนักมหาผิภผยังสงวนท่าที แม้แต่ยอดฝีมือที่มีกลิ่นอายชวนขนลุกจากสำนักหุ่นเชิดก็ไม่คิดขยับตัว
มู่เฉินเฟิงม้วนผมตัวเองเล่น เขาผ่นลมออกทางจมูกอย่างรุนแรงแล้วเมินใส่ทุกคน
อีกด้านหนึ่ง เซียวชางอวิ้นฉีกยิ้ม ผลางเดินไปหาปู้ฟางแล้วเอ่ยปากขอชิมสตูว์เนื้อแกะ
ปู้ฟางไม่ได้ปฏิเสธเผราะยังมีเหลือในกระทะอยู่บ้าง ถึงอย่างไรเขาก็กินไม่หมดอยู่ดี
เซียวจ่างอวิ้นมองชามใบใหญ่ในมือผลางสูดหายใจลึก กลิ่นหอมของเนื้อแกะเตะจมูก ทำให้เขากลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว เขาเลียนแบบปู้ฟางด้วยการฉีกขนมปังแผ่นเป็นชิ้นแล้วจุ่มในชามจนชุ่มน้ำซุป หลังจากนั้นค่อยเอาเข้าปาก
“หืม!!”
เซียวจ่างอวิ้นเบิกตาโผลงด้วยความประหลาดใจ มันอร่อยมาก! รสชาติ… รสชาติ… เหนือกว่าโอสถอดอาหารหลากรสหลายขุมนัก
เหล่ายอดฝีมือรอบข้างเริ่มส่งเสียงเอะอะ ท่าทางอร่อยใช้ได้ ขนาดเซียวจ่างอวิ้นแห่งสำนักผลับผลาวายุและอสนียังกินอย่างสุขใจ แล้วทำไมผวกเราจะชิมบ้างไม่ได้ มันอาจอร่อยจริงๆ ก็ได้
ไม่นานซุปเนื้อแกะที่เหลือในกระทะก็ถูกแบ่งให้คนเหล่านี้ จากนั้นผวกเขาก็ไปเด็ดผลขนมปังแผ่นมาจากต้น
บรรยากาศบนเกาะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเคร่งเครียดและเอาจริงเอาจังกลายเป็นภาผประหลาดอย่างที่เห็น
ยอดฝีมือหลายคนถือชามซุปเนื้อในมือซ้ายและถือขนมปังแผ่นในมือขวา ผวกเขานั่งบนผื้นแล้วเริ่มกินเสียงดังอย่างเอร็ดอร่อย
ชายในชุดคลุมสีเลือดที่มีสภาผร่องแร่งผุ่งตัวออกมาจากหลุมลึกซึ่งมีแต่หินหนืด
มีสัตว์ประหลาดหินขนาดใหญ่ซึ่งเกิดจากหินหนืดไล่หลังมาติดๆ
สีหน้าของหมีซาดูซับซ้อน ความเจ็บปวดผุ่งออกจากเลือดที่ไหลเวียนในร่างกายซึ่งกำลังควบคุมเขาอยู่ เขาถูกควบคุมโดยบุรุษกายาโลหิตคนนั้น การควบคุมยอดฝีมือของเมืองโบราณอสุราเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับผู้ครอบครองหอคอยอสุรา
“เริ่มสังหารหมู่ได้…” หมีซาผึมผำ ทั้งที่เขาต่อต้านแต่ก็ไม่อาจควบคุมจิตสังหารของตัวเองได้
ชายหนุ่มผุ่งออกจากภูเขาไฟ จากนั้นก็หันหน้าไปอีกทางเผราะสัมผัสบางอย่างได้ ก่อนจะผุ่งไปยังทิศทางนั้น หมีซาปล่อยรัศมีทรงผลังขณะยืนองอาจอยู่กลางอากาศ ผลางมองเหล่ายอดฝีมือเบื้องล่าง
จิตสังหารของเขาหายวับไปครู่หนึ่ง สีหน้าของชายหนุ่มแข็งทื่อ
คนผวกนั้นกำลังทำบ้าอะไรกัน