ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 781 ดีใจ
ตอนที่ 781 ดีใจ
ฮองเฮาคิดเช่นนี้แล้วก็อารมณ์ผ่อนคลายลง แต่พอคิดถึงว่าฝ่าบาทพระราชทานอภิเษกก็ยังทรงไม่พอพระทัย
นางมองเซียวเจินกล่าวว่า “เจินเอ๋อร์ มีเวลาเจ้าก็ไปปรากฏตัวต่อหน้าเสด็จพ่อให้มากหน่อย ใกล้ชิดให้มากอีกหน่อย ข้ามักรู้สึกว่าเจ้าไม่ค่อยใกล้ชิดกับเสด็จพ่อ เจ้าดูองค์ชายรองเพิ่งจะกลับเข้าวังใกล้ชิดกับเสด็จพ่อเจ้ามากเพียงใด ข้าไม่เชื่อว่าเขารู้สึกใกล้ชิดกับเสด็จพ่อเจ้ามากมายเช่นนั้นจริง เพียงแต่เสแสร้งเท่านั้น เขาเสแสร้งได้ เจ้าก็ย่อมทำได้”
ฮองเฮาไม่รู้สึกเป็นห่วงวาจาตนเองจะมีคนได้ยิน คนของนางเฝ้าอยู่ด้านนอก
เซียวเจินมองไปยังฮองเฮา อ้าปากคิดเอ่ยว่าลูกใกล้ชิดกับเสด็จพ่อไม่ไหว มีแต่เพียงความเคารพยำเกรง
แต่เห็นสายตาวาดหวังของฮองเฮาก็ได้แต่รับคำ “พ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่”
ในที่สุดฮองเฮาก็อารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย
ณ ตระกูลเซี่ย
ลู่เจียวได้ยินบ่าวรับใช้รายงาน ก็รู้ว่าฝ่าบาทพระราชทานพระชายาให้องค์ชายรองสองคน เผยอวี่เป็นพระชายาเอกจากตระกูลเผย พระชายารองก็คือหวังเมิ่งเหยาจากจวนขุนพลหวัง
ลู่เจียวได้ยินพ่อบ้านเซียวรายงานก็นิ่งอึ้งไปทันที
ก่อนหน้านี้นางเลือกสามคน ความจริงก็เพื่อให้ฝ่าบาททรงเลือกพระชายาเอกเพียงหนึ่ง แต่คิดไม่ถึงว่าฝ่าบาทไม่เพียงแต่พระราชทานพระชายาเอกให้องค์ชายรอง ยังพระราชทานพระชายารองที่โดดเด่นอีกคน นับว่าเป็นเรื่องดี แต่ลู่เจียวก็รู้สึกว่าผิดต่อตระกูลหวัง
ตระกูลหวังมีสายสัมพันธ์อันดีกับนางมาตลอด ตอนนี้กลับเพราะนางเขียนชื่อไปตามอำเภอใจ จึงทำร้ายหวังเมิ่งเหยาให้ต้องมากลายเป็นพระชายารอง เรื่องนี้ทำให้นางรู้สึกผิดมาก
ลู่เจียวสั่งการพ่อบ้านเซียว ส่งเทียบเยือน[1]ไปยังตระกูลหวัง ไม่ว่าอย่างไรนางต้องไปขอโทษฮูหยินขุนพลหวัง
แม้ว่าพระชายารององค์ชายสถานะสูง แต่อย่างไรก็เป็นอนุ ด้วยสถานะตระกูลหวังตอนนี้ บุตรีเป็นพระชายาเอกองค์ชายก็คู่ควรเพียงพอ
ลู่เจียวส่งเทียบไปตระกูลหวัง ก็ได้รับการตอบรับกลับจากฮูหยินขุนพลหวังเชิญนางไปที่จวนตอนบ่าย
ตอนบ่ายลู่เจียวไปตระกูลหวัง
ณ ตระกูลหวัง
ตอนฮูหยินขุนพลหวังได้รับราชโองการฝ่าบาทก็อารมณ์ไม่ดีอย่างมากจริงๆ นางไม่อยากให้บุตรสาวเป็นพระชายารอง พระชายารองก็คืออนุ
แต่ฝ่าบาทมีราชโองการแล้ว ตระกูลพวกนางไม่อาจขัดราชโองการได้
ฮูหยินขุนพลหวังอัดอั้นตันใจมาก เช้ามาก็อารมณ์ไม่ดี นางรู้ว่าฝ่าบาทพระราชทานอภิเษกเช่นนี้เพราะลู่เจียวได้เขียนตัวเลือกไป หากไม่ใช่ลู่เจียวเขียนชื่อบุตรสาวสาว บางทีฝ่าบาทอาจไม่พระราชทานบุตรสาวให้กับองค์ชายรอง
ขณะฮูหยินขุนพลหวังกำลังอัดอั้นตันใจอยู่นั้น บุตรสาวนางก็ปรากฏตัวอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
แต่ไรมาหวังเมิ่งเหยาไม่สนใจเรื่องผู้ชาย ไม่อยากออกเรือน ยามนี้สีหน้ามีแต่รอยยิ้ม เดินเข้ามาคล้องแขนมารดาตนเอง กล่าวว่า “ท่านแม่ ข้ารู้สึกว่าโลกนี้ไม่มีคนที่เหมาะสมกับข้ามากไปกว่านี้อีกแล้ว”
ฮูหยินขุนพลหวังคิดว่าตนเองฟังผิด นิ่งอึ้งมองบุตรสาวตาค้าง
หวังเมิ่งเหยายิ้มให้มารดาตนกล่าวว่า “เดิมข้าไม่อยากออกเรือน วันๆ ต้องเอาแต่ปรนนิบัติสามีและลูก ยุ่งยากน่าเบื่อมาก ไหนเลยจะสนุกเท่ากับทำการค้าหาเงินทอง ฝ่าบาทพระราชทานให้ข้าเป็นพระชายารอง องค์ชายรอง ข้าก็จะได้ดูแลการค้าให้องค์ชายรอง เหนือข้าขึ้นไปยังมีพระชายาเอกจัดการเรื่องปรนนิบัติสามีอบรมบุตร ไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ”
ฮูหยินขุนพลหวังยังตั้งสติไม่ทัน นิ่งอึ้งมองบุตรสาวตนเอง คิดเช่นนี้ได้ด้วยหรือนี่
หวังเมิ่งเหยายิ้ม ในห้องโถง ฮูหยินขุนพลหวังมองออกว่านางอารมณ์เบิกบานดีใจอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก นางมองออกว่าบุตรสาวดีใจมากจริงๆ
ในฐานะบุตรีจวนขุนพลทหาร ด้วยสถานะนาง แต่งกับคนธรรมดาย่อมต้องคอยดูแลสามีอบรมบุตร แต่หวังเมิ่งเหยาไม่ชอบชีวิตเช่นนั้นจริงๆ ตอนนี้ฝ่าบาททรงพระราชทานนางให้แต่งเป็นพระชายารองขององค์ชายรอง ได้เป็นพระชายารององค์ชายรองไม่ใช่เรื่องที่ดีมากหรอกหรือ
นางไม่ต้องคอยดูแลสามีอบรมบุตร ไม่ต้องปรนนิบัติผู้ชาย อย่างไรในจวนก็มีสตรีมากมาย
นางใส่ใจเพียงแค่การงานของตนเอง และองค์ชายรองก็ทำการค้าเก่งมาก ได้ยินว่าร้านเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับหนีฉางในเมืองหลวงก็เป็นร้านขององค์ชายรอง นางอยู่กับเขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเรื่องจะคุย นางยังขอความรู้เรื่องการทำการค้าจากเขาได้ด้วย
วันหน้านางเข้าไปอยู่จวนองค์ชายรอง ก็จะสนใจแค่เรื่องช่วยองค์ชายรองดูแลการค้าก็พอ
หวังเมิ่งเหยายิ่งคิดก็ยิ่งดีใจ ตบมืออย่างตื่นเต้นยินดี กล่าวว่า “ข้าต้องเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้ท่านน้าลู่สักหน่อย”
กล่าวจบก็หันหลังเดินออกไปอย่างดีใจ
ฮูหยินขุนพลหวังอึ้งมองบุตรีจากไป หันไปกล่าวกับสาวใช้ข้างกายว่า “เหยาเอ๋อร์ นางเสียสติไปแล้วหรือ”
สาวใช้เหลือบมองฮูหยินขุนพลหวังด้วยท่าทีระมัดระวัง กล่าวว่า “คุณหนูไม่เคยดีใจเช่นนี้มาก่อนจริงๆ เจ้าค่ะ”
อย่าเห็นว่าคุณหนูพวกนางอายุไม่มาก แต่นิสัยเป็นผู้ใหญ่มาก อายุน้อยๆ ก็ชอบทำการค้า การค้าตระกูลหวังล้วนเป็นฝีมือนางจัดการ
ตั้งแต่นางเติบโตขึ้น ก็เริ่มมีแต่เรื่องเตรียมหาคู่ครอง ทำให้นางไม่เคยอารมณ์ดี เอาแต่ไม่พอใจมาตลอด
นางไม่ยินดีออกเรือน บัดนี้ถึงกับยินดีที่ได้ออกเรือน ความจริงก็ดีมาก อย่างไรแต่งไปก็เป็นพระชายารององค์ชาย ไม่ใช่อนุธรรมดา หากวันหน้าองค์ชายรองได้เป็นรัชทายาทแห่งแคว้นต้าโจว คุณหนูก็จะได้เป็นพระชายารองรัชทายาท ไปจนถึงพระสนมชั้นเฟยของฮ่องเต้
ฮูหยินขุนพลหวังได้ฟังสาวใช้กล่าวก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่าเป็นเช่นนี้จริง นางครุ่นคิดไปมาก็รู้สึกว่าเช่นนี้ก็ไม่เลวจริงๆ
ตั้งแต่บุตรสาวรู้ว่าตนเองต้องออกเรือนก็เอาแต่ไม่พอใจมาตลอด ไม่อยากออกเรือน หลายครั้งคิดอยากโกนหัวไปบวชชีเสียเลย ดังนั้นเรื่องราวที่เป็นอยู่ในตอนนี้ดีมาก
ฮูหยินหวางคิดถึงแล้วก็ดีใจอย่างมาก องค์ชายรองรูปงามโดดเด่น และยังเป็นคนที่นางเห็นมาแต่เล็ก เป็นคนมีคุณธรรมไม่เลว บุตรสาวตนแต่งกับเขา ไม่ว่าอย่างไรก็ย่อมไม่เลวร้าย
เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวจริงๆ
พอตอนบ่ายลู่เจียวมาจวนหวัง ฮูหยินหวังก็กระตือรือร้นต้อนรับอย่างดี ทำเอาลู่เจียวแปลกใจ แต่ไม่ว่าอย่างไรลู่เจียวก็ยังต้องเอ่ยขอโทษฮูหยินขุนพลหวัง “ขอโทษเมิ่งเหยาด้วย เดิมข้าเขียนไปสามชื่อ คิดว่าฝ่าบาทจะเลือกเพียงหนึ่งให้เป็นพระชายาองค์ชายรอง พระชายารองที่เหลือย่อมเลือกเอาตามสบาย ปรากฏคิดไม่ถึงว่าฝ่าบาทถึงกับเลือกเมิ่งเหยาเป็นพระชายารองขององค์ชายรอง นี่เป็นความผิดข้าเอง”
ฮูหยินขุนพลหวังยิ้มตบมือลู่เจียว กล่าวว่า “เจ้าอย่าได้ตำหนิตนเอง เมิ่งเหยาได้เป็นพระชายารององค์ชายรองนับเป็นวาสนาของนาง นางไม่อยากออกเรือน ครั้งนี้ถึงกับดีใจมาก จะว่าไป ข้าต้องขอบคุณเจ้ามากกว่า”
ตอนนี้คิดแล้วก็ควรเป็นเหตุผลนี้จริงๆ บุตรสาวตนเองคัดค้านเรื่องออกเรือนอย่างมาก นางบีบนางให้ออกเรือนไป ไม่แน่อาจโกนหัวไปบวชชีก็เป็นได้ ตอนนี้เป็นเช่นนี้ดีจริงๆ
ฮูหยินขุนพลหวังพูดไปก็ดึงมือลู่เจียวมาเอ่ยต่อไปว่า “เมิ่งเหยาเองก็ดีใจมาก ยังบอกว่าจะมอบของขวัญชิ้นโตให้เจ้าด้วย”
ฮูหยินหวางเพิ่งกล่าวจบ นอกประตูก็มีเสียงหวังเมิ่งเหยาดังมา “ถูกต้อง ข้าต้องมอบของขวัญชิ้นโตให้ท่านน้าลู่”
หวังเมิ่งเหยาเดินเข้ามา สาวใช้ตามมาด้านหลัง ในมือสาวใช้มีกล่องแพรไม้จันทน์ม่วงแกะสลักประณีตงดงามใบหนึ่ง
หวังเมิ่งเหยาเดินเข้ามา รับกล่องแพรส่งให้ลู่เจียว กล่าวว่า “ท่านน้าลู่ นี่คือของขวัญของท่าน ข้าตั้งใจออกแบบเครื่องประดับชุดนี้มา ท่านดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง”
ลู่เจียวรับมาเปิดดูก็พบว่าเครื่องประดับสีทองประดับมุก ออกแบบมาได้ประณีตงดงามแลดูเลอค่า เป็นเครื่องประดับชั้นเลิศ การออกแบบและฝีมือเช่นนี้เกรงว่าช่างในวังก็เทียบไม่ได้
“งามจริง”
มองดูเห็นเป็นแสงสะท้อนสีสันงดงามไม่ธรรมดา
แต่ลู่เจียวไม่อาจรับเครื่องประดับชุดนี้ รีบผลักออกทันที “เครื่องประดับงดงามเช่นนี้มอบให้ท่านแม่เจ้าสวมใส่เถอะ”
ฮูหยินหวางเองกำลังน้อยใจเล็กน้อย แม้บุตรสาวมอบเครื่องประดับให้นาง แต่ไม่ได้งดงามเช่นชุดนี้
แต่ได้ยินลู่เจียวเอ่ย ฮูหยินหวางก็รีบผลักคืนไปตรงหน้านาง กล่าวว่า “เหยาเอ๋อร์มอบให้ เจ้ารับไว้เถอะ”
แม้ท่านนี้ไม่ใช่มารดาสามีโดยตรงของเหยาเอ๋อร์ แต่ก็ไม่ต่างกันนัก วาจานางย่อมมีน้ำหนักต่อหน้าองค์ชายรอง ดังนั้นเหยาเอ๋อร์ทำถูกต้องแล้ว
ลู่เจียวมองหวังเมิ่งเหยากับฮูหยินหวางที่มีความจริงใจมอบให้นาง นางจึงได้รับไว้ “ขอบคุณเมิ่งเหยา”
นางคิดถึงนิสัยของหวังเมิ่งเหยา แล้วก็หันไปคิดถึงเผยอวี่ที่ได้เป็นพระชายาเอก พลันรู้สึกว่าการพระราชทานพระชายาเอกและพระชายารองครั้งนี้ไม่เลวอย่างมาก หากไม่เหนือความคาดหมาย วันหน้าทั้งสองคนนี้ก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสมัครสมานกลมเกลียวยิ่ง
ลู่เจียวอดยิ้มไม่ได้ นางนับว่าจับพลัดจับผลู เลือกพระชายาที่ไม่เลวให้ซื่อเป่าได้ถึงสองคน
[1] สมัยโบราณ จะไปเยี่ยมเยือนตระกูลใดก็ควรส่งเทียบไปขอเยี่ยมเยือน ให้เจ้าบ้านตอบรับก่อนจึงจะไปเยือนได้