ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 787 อุบาย
ตอนที่ 787 อุบาย
ในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ทรงกำลังทอดพระเนตรเซี่ยอวิ๋นจิ่นอยู่เป็นนาน ก่อนตรัสขึ้นว่า “ได้ยินว่าขุนนางเซี่ยได้หมั้นหมายบุตรชายกับตระกูลหูและตระกูลจ้าว”
สีหน้าเซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นปกติ ไม่แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่งและไม่ถ่อมตัวจนดูต่ำต้อย ทูลตอบว่า “ทูลฝ่าบาท บุตรชายหญิงของเราสามตระกูลเติบโตมาด้วยกันแต่เล็ก คิดเช่นนี้นานแล้ว หากฝ่าบาทไม่ทรงเชื่อก็ทรงไปสืบความจริงได้พ่ะย่ะค่ะ”
เซียวอวี้มองเขาเย็นเยียบ “เจ้าคิดว่าเราจำเป็นต้องสืบเรื่องเล็กน้อยพวกนี้หรือ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรับคำน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เช่นนั้นกระหม่อมก็ใจคอคับแคบแล้ว”
เซียวอวี้นึกขำเขาทันที “เอาละ เอาละ ไสหัวกลับไปจัดการงานของเจ้าได้แล้ว”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบขอบพระทัยถอยออกมา
แต่เซียวอวี้กำลังครุ่นคิด ตระกูลเซี่ยทุ่มเทวางแผนเพื่อเซียวเหวินอวี๋ เพียงแต่เรื่องพวกนี้มีทั้งดีและไม่ดี หากองค์ชายรองใกล้ชิดกับตระกูลเซี่ยมากเกินไปไม่ใช่เรื่องดี ดังนั้นการตัดสินใจเรียกตัวตระกูลเฉินเข้าเมืองหลวง เป็นเรื่องถูกต้อง
ยามนี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวไม่รู้ความคิดฝ่าบาท ลู่เจียวกำลังจัดเตรียมของ เอ้อร์เป่าจะออกเดินทางจากเมืองหลวงไปค่ายทหารซีเป่ยแล้ว ทางซีเป่ยทั้งหนาวเหน็บและเย็นเยียบ ดังนั้นลู่เจียวต้องเตรียมเสื้อผ้าหนาๆ ให้เอ้อร์เป่า และยังเตรียมยาหลายอย่าง พร้อมกับเตรียมอาหารแห้งไม่น้อย ถึงกับทำบะหมี่สำเร็จรูปและของที่พกติดตัวได้ให้เอ้อร์เป่า
นางเตรียมการเหล่านี้ไปถึงหนึ่งคันรถ เอ้อร์เป่าเห็นของแล้วสีหน้าเหนื่อยหน่ายขึ้นมาทันที
“ท่านแม่ นี่เยอะไปแล้ว”
“เยอะหรือ ไว้เจ้าไปถึงซีเป่ยก็รู้เอง ของเหล่านี้เป็นของมีประโยชน์ แม่ยังเตรียมของขวัญให้เจ้านำไปฝากคนของขุนพลหวังด้วย จำไว้ว่าต้องมอบให้ขุนพลหวังกับผู้บังคับบัญชาเจ้า”
“ข้าจดจำไว้แล้ว ท่านแม่”
เอ้อร์เป่ากล่าวจบก็ยิ้มมองไปยังจ้าวอวี้หลัว ตั้งแต่หมั้นหมายกัน เขามักพบกับจ้าวอวี้หลัว ทั้งสองคนสนทนาในเรื่องคล้ายกัน ยสามอยู่ร่วมกันจึงไม่ได้น่าเบื่อสักนิด มีแต่หัวข้อสนทนา ความเหินห่างที่เกิดจากการแยกจากกันไปหลายปีก่อนหน้านี้พลันมลายหายไปหมดสิ้น
ยามนี้เอ้อร์เป่าต้องไปจากเมืองหลวง จึงตัดใจไปจากจ้าวอวี้หลัวไม่ได้อย่างยิ่ง เขาอดกำชับนางไม่ได้ “มีเวลาก็เขียนจดหมายมาหาข้า”
จ้าวอวี้หลัวพยักหน้า “ข้ารู้แล้ว เจ้าต้องระมัดระวังตัวด้วย”
จ้าวอวี้หลัวกำชับเอ้อร์เป่าอย่างเป็นห่วง “เจ้าเองก็ต้องเขียนจดหมายหาข้า”
“อืม”
สองหนุ่มสาวที่อาลัยอาวรณ์กันและกันเช่นนี้ทำให้ลู่เจียวเห็นแล้วก็นึกขำ เอ่ยขึ้นว่า “อวี้หลัวออกไปส่งเอ้อร์เป่ากันเถอะ”
“เจ้าค่ะ ท่านน้าลู่”
จ้าวอวี้หลัวยิ้มเขินอาย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ลู่เจียวสั่งให้คนนำของเอ้อร์เป่าขึ้นรถ จากนั้นก็นางก็กำชับโจวฉางอานกับเหวินอีอย่างละเอียด ต้องคุ้มครองคุณชายรองให้ดี อย่าให้เขาได้รับบาดเจ็บ อีกอย่างต้องจดจำไว้เรื่องหนึ่ง ตอนนี้คุณชายรองหมั้นหมายแล้ว หากเขายังเจ้าชู้ก็เตือนเขา หากให้นางรู้จะหักขาเขาทิ้ง
โจวฉางอานกับเหวินอีรับคำด้วยสีหน้าแทบอยากจะร้องไห้ ฮูหยินพวกเขาเป็นแม่สามีที่ดีที่สุดในใต้หล้า ไม่เพียงแต่ไม่ทรมานสะใภ้ แต่ยังช่วยสะใภ้จับตาดูบุตรชาย
“บ่าวทราบแล้ว”
“ไปได้ ไปได้”
ลู่เจียวไม่ได้ออกไปนอกเมืองส่งเอ้อร์เป่า แต่นางยืนส่งอยู่หน้าประตูตระกูลเซี่ย ในใจยังคงไม่อาจตัดใจ มองรถม้าค่อยๆ เคลื่อนไปไกล ในใจก็รู้สึกเศร้ามาก
โชคดีที่มีต้าเป่ากับแฝดชายหญิงอยู่เป็นเพื่อน ทำให้นางพออารมณ์ดีได้บ้าง
“ท่านแม่ ท่านอย่าได้เศร้าใจไป พวกเราอยู่กับท่านแม่”
วันนี้ต้าเป่าไม่ได้ไปสำนักศึกษา อยู่เป็นเพื่อนท่านแม่ส่งเอ้อร์เป่า
คุณชายน้อยห้ายื่นมือออกไปกุมมือลู่เจียว “ท่านแม่ พวกเขาล้วนไปกันหมด แต่ข้าไม่ไป จะอยู่กับท่านแม่ชั่วชีวิต”
ลู่เจียวจิ้มหน้าผากเขาอย่างนึกขำ “เด็กผู้ชายต้องเข้มแข็งยืนหยัดด้วยตนเอง ไหนเลยจะเอาแต่มาเฝ้าแม่ไปชั่วชีวิตกัน”
คุณชายน้อยห้ายิ้มตาหยี กล่าวว่า “ข้าก็คือผู้ชายที่จะเฝ้าท่านแม่ไปชั่วชีวิต”
กล่าวจบก็ชูกำปั้น แสดงท่าทีว่าตนเองก็คือคนคนนั้น
เขาเช่นนี้ทำเอาลู่เจียวกับต้าเป่าหัวเราะขำ ลู่เจียวหันไปมองต้าเป่ากล่าวว่า “ปีหน้าก็สอบเซียงซื่อแล้ว ตอนนี้เจ้าตั้งใจกับการสอบของเจ้าไป อย่าได้ต้องมาคอยยุ่งเรื่องอื่นๆ”
ลู่เจียวกล่าวจบก็สำทับอีกประโยคว่า “ตอนนี้คู่หมั้นเจ้ากำลังพยายามเช่นนั้น เจ้าไม่อาจสู้นางไม่ได้นะ หากผู้ชายสู้ภรรยาตนเองไม่ได้ ก็จะถูกภรรยาดูแคลน”
ต้าเป่าถูกลู่เจียวหยอกจนหน้าแดง หันหลังเดินไปกล่าวไปว่า “ท่านแม่ ข้าไปเก็บของไปสำนักศึกษาแล้ว”
“ไปเถอะๆ”
ลู่เจียวกล่าวจบมองไปยังแฝดชายหญิงกล่าวว่า “ไป แม่ไปตรวจสอบการเรียนพวกเจ้าหน่อย”
สองหนูน้อยตามหลังลู่เจียวไปอย่างมีความสุข ไม่ได้รู้สึกลำบากใจสักนิด อย่างไรพวกเขาก็ไม่กลัวท่านแม่ตรวจสอบ
หลังจากเอ้อร์เป่าไปค่ายทหารซีเป่ย ตระกูลเซี่ยก็กลับคืนสู่ภาวะปกติ มีเพียงเรื่องตระกูลเฉินเข้าเมืองหลวง และฝ่าบาทพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเฉิงเอินป๋อ
บุตรชายคนโตตระกูลเฉินสามปีก่อนสอบจิ้นซื่อได้ ถูกส่งไปประจำอำเภอเล็กๆ เป็นนายอำเภอ ครั้งนี้ด้วยสถานะเอ้อร์เป่าก็ถูกเรียกตัวกลับเข้าเมืองหลวง ดำรงตำแหน่งหลางจงขุนนางกรมอาญาระดับห้า
แม้ว่าขุนนางหลางจงระดับห้าไม่ได้สูงมาก แต่คนเขาก็เป็นตระกูลมารดาขององค์ชายรอง ดังนั้นคนไม่น้อยต่างก็ต้องเอาอกเอาใจตระกูลเฉิน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวได้ข่าวก็มีสีหน้านิ่งเฉย พวกเขาคิดไว้แล้ว ขอเพียงซื่อเป่ากลับเข้าวัง ตระกูลเฉินเป็นตระกูลฝั่งมารดาก็ย่อมต้องได้รับการยอมรับ เพียงแต่พวกเขาไม่คิดว่าฝ่าบาทจะประกาศเอิกเกริกเช่นนี้ ให้พวกเขาเข้าเมืองหลวงมา ยังพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้อาจารย์เฉินเป็นเฉิงเอินป๋อ และให้บุตรชายคนโตตระกูลเฉินย้ายเข้าเมืองหลวง ดูแล้วเหมือนว่าปกติมาก
แต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวกลับรู้ว่า ฝ่าบาทคิดอาศัยมือตระกูลเฉินเตือนพวกเขาว่าตระกูลเฉินจึงจะเป็นตระกูลฝั่งมารดาขององค์ชายรอง ส่วนพวกเขาเป็นแค่บิดามารดาผู้เลี้ยงดู
ลู่เจียวคิดเรื่องนี้ได้แล้วก็ไร้วาจาจะกล่าว มองเซี่ยอวิ๋นจิ่นเอ่ยว่า “ตอนนี้ข้านึกเสียใจภายหลังแล้วที่ส่งซื่อเป่าเข้าวัง เป็นฮ่องเต้เหนื่อยไปหรือไม่ ต้องคิดวางอุบายทุกขั้นตอน ต้องป้องกันทุกเรื่อง ไม่เหนื่อยบ้างหรือ พวกเราก็ไม่ได้ต้องการอันใดจากซื่อเป่า เขากลับป้องกันเช่นนี้”
ลู่เจียวกล่าวจบก็คิดถึงสะใภ้รองตระกูลเฉิน อดเอ่ยขึ้นไม่ได้ว่า “เจ้าว่าภรรยาเฉินมู่อู่ผู้นั้นจะตามเข้าเมืองหลวงมาด้วยหรือไม่ หากมา วันหน้าก็คงมีเรื่องขายหน้าผู้อื่นแล้ว”
ภรรยาเฉินมู่อู่เป็นคนที่ไม่รู้จะหาอันใดมาบรรยาย และไม่แน่อาจถูกผู้อื่นหลอกใช้อีก
หากตระกูลเฉินฉลาด ก็ควรหย่าสะใภ้เช่นนี้จึงจะถูกต้อง หากไม่หย่า ก็ให้บ้านสองอยู่หมู่บ้านชีหลี่ต่อก็สมเหตุสมผล
เซี่ยอวิ๋นจิ่นสีหน้านิ่งเฉย กล่าวว่า “นั่นเป็นเรื่องครอบครัวพวกเขา พวกเราไม่จำเป็นต้องสนใจ หากพวกเขากล้าวางอุบายมาถึงพวกเรา พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องอดทน”
“อืม ข้ารู้แล้ว”
ลู่เจียวรับคำเบาๆ เสียงหนึ่ง อีกสองวันถัดมา ตระกูลเฉินจัดงานเลี้ยง เซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นศิษย์อาจารย์เฉิน ย่อมต้องได้รับเชิญ
ตอนใกล้เที่ยง ลู่เจียวพาแฝดชายหญิงเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงที่ตระกูลเฉิน
ฝ่าบาทพระราชทานจวนให้เฉิงเอินป๋อ แม้ว่าไม่นับว่าใหญ่โต แต่โชคดีที่ฝ่าบาทพระราชทาน ทิวทัศน์จึงไม่เลวอย่างมาก
หน้าประตูจวน สะใภ้ใหญ่ตระกูลเฉินกับสะใภ้รองตระกูลเฉินกำลังต้อนรับแขกที่มา
ลู่เจียวเป็นฮูหยินขุนนางระดับสอง สะใภ้ใหญ่ตระกูลเฉินย่อมต้องให้ความเกรงใจนางเป็นพิเศษ และเพราะสะใภ้ผู้นี้มาจากตระกูลบัณฑิต ย่อมมีมารยาทต้อนรับแขกเหรื่อได้ ทำให้คนไม่รู้สึกอึดอัด แต่สะใภ้รองตระกูลเฉินกลับไม่รู้ควรสรรหาคำใดมาเอ่ย พอเห็นลู่เจียว สีหน้านางก็บึ้งตึงทันที รีบปรี่เข้ามาถามลู่เจียวอย่างไม่เกรงใจ
“ฮูหยินเซี่ย เจ้าวางแผนอันใดกัน รู้อยู่ว่าองค์ชายรองเป็นบุตรชายน้องสาวสามีข้า พวกเจ้าถือสิทธิ์อันใดปิดบังไม่ให้ตระกูลเฉินเรารู้กัน”
หากบอกก่อน พวกเขาก็จะได้เอาใจองค์ชายรอง องค์ชายรองก็ย่อมใกล้ชิดพวกเขา ตระกูลเซี่ยช่างร้ายกาจ ถึงกับปิดบังเรื่องนี้เอาไว้ เห็นชัดว่าคิดเอาใจทำให้องค์ชายรองรู้สึกดีกับพวกนาง ช่างน่ารังเกียจ!