ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 789 เอียน
ตอนที่ 789 เอียน
ลู่เจียวรีบยื่นมือไปประคองฮูหยินเฉิงเอินป๋อ “ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวหนักไปแล้ว เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”
ลู่เจียวกล่าวจบก็ส่งสายตาให้เซียวเหวินอวี๋ เขารีบเข้ามาคารวะฮูหยินผู้เฒ่า
เซียวเหวินอวี๋มองเฉิงเอินป๋อและฮูหยินเฉิงเอินป๋อ ความจริงในใจเขาไม่ได้อยากคารวะฮูหยินผู้เฒ่าผู้นี้สักเท่าไร
แต่ลู่เจียวส่งสายตาเตือนเขา เซียวเหวินอวี๋จึงได้เข้าไปคารวะนอบน้อม “คารวะท่านยาย”
ฮูหยินผู้เฒ่าหันหน้าไปมองเขา แล้วก็หลั่งน้ำตา
ดวงตาเด็กคนนี้เหมือนกับบุตรสาวนางจริงๆ คิดไม่ถึงว่าบุตรสาวจากไป ถึงกับทิ้งบุตรชายเอาไว้ และบุตรชายยังเป็นถึงองค์ชายรอง
ก่อนหน้านี้พวกเขาอยู่อำเภอชิงเหอได้รับราชโองการจากฝ่าบาท ยังตกใจสะดุ้ง
“องค์ชายรอง ไม่ต้องมากพิธี รีบลุกขึ้น”
ฮูหยินผู้เฒ่าเข้าไปประคองเซียวเหวินอวี๋ เซียวเหวินอวี๋ท่าทางอึดอัด พยายามฝืนบังคับความรู้สึกอึดอัดของมือที่ถูกประคอง แล้วลุกขึ้นยืน
“ขอบคุณท่านยาย”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองออกว่าแม้องค์ชายรองให้ความเคารพนางแต่ไม่ได้รู้สึกสนิทสนม
ในใจนางเข้าใจดี เด็กคนนี้เติบโตมาในตระกูลเซี่ย แม้บุตรสาวนางให้กำเนิด แต่ไม่ได้ใกล้ชิดกับตระกูลเฉิน ดังนั้นพวกนางต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้กระจ่าง
ฮูหยินผู้เฒ่าคิดไปก็หันไปมองลู่เจียว เอ่ยขอบคุณลู่เจียวอย่างจริงใจ “ขอบคุณพวกเจ้าที่เลี้ยงดูองค์ชายรอง หากมารดาเขาในปรภพได้รู้ คงต้องซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “ความจริงองค์ชายรองนำความสุขมาให้ข้ามากมาย ข้าดีใจมากที่ได้เลี้ยงดูเขา”
ลู่เจียวกล่าวจนสุดท้าย ในใจก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา
ฮูหยินผู้เฒ่าเชิญลู่เจียวกับองค์ชายรองเข้าไปด้านใน ลู่เจียวรีบเชิญเซียวเหวินอวี๋เข้าไปด้วยกัน เซียว เหวินอวี๋เดิมยังไม่พอใจ แต่ลู่เจียวส่งสายปรามเอาไว้ เขาจึงได้เงียบเดินนำเข้าไปด้านใน
ลู่เจียวพาแฝดชายหญิงเดินตามเข้าไป เซี่ยอู่เป่าข้างๆ ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ลู่เจียวส่งสายตาเตือนเซี่ยอู่เป่า ในที่สุดเซี่ยเด็กน้อยก็นิ่งลง
ทุกคนเดินเข้ามา ฮูหยินผู้เฒ่าทักทายแขกหน้าประตูตระกูลเฉินอีกสักครู่ จึงได้ตามทุกคนเข้ามาในจวนตระกูลเฉิน
องค์ชายรองได้รับเชิญไปยังห้องโถงกลางเรือนด้านหน้า
อาจารย์เฉินเห็นเขาก็น้ำตาอุ่นร้อนคลอเบ้า ดึงมือเขามาพูดหลายเรื่อง แต่เซียวเหวินอวี๋ล้วนไม่ได้ตั้งใจฟัง แววตาเขามีแต่ความไม่พอใจ คิดถึงสาเหตุที่ตระกูลเฉินปรากฏตัวที่นี่ได้ ในใจเขามีแต่ความโมโห
เรือนด้านหลัง ฮูหยินผู้เฒ่าให้สะใภ้ใหญ่มาต้อนรับลู่เจียว
นางเองสั่งสะใภ้รองให้ตามนางเข้าไปในห้องด้านใน
“คุกเข่า”
สะใภ้รองตระกูลเฉินรู้ว่าตนเองก่อเรื่องแล้วก็คุกเข่าลงทันที ไม่รอให้ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ย ก็เอ่ยขอขมาก่อน
แม้ว่าในใจไม่คิดเช่นนั้น แต่ปากก็เอ่ยขอร้องไม่หยุด “ท่านแม่ ข้ารู้ผิดแล้ว วันหน้าข้าไม่กล้าพูดจาเหลวไหลอีกแล้ว ท่านแม่โปรดอภัยให้ข้าสักครั้ง”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองสะใภ้รองอย่างผิดหวัง นางรู้ว่าสะใภ้รองโง่เขลา และเคยคิดให้บุตรชายรองหย่านาง แต่นางมีหลานชายให้ตระกูลเฉินสองคน นางกับอาจารย์เฉินทนเห็นแม่ลูกแยกจากกันไม่ได้ จึงยอมพานางเข้าเมืองหลวง คิดไม่ถึงว่าพอนางเข้าเมืองหลวงก็ก่อเรื่องโง่เขลาเช่นนี้
“ข้าเคยบอกเจ้าหลายครั้งแล้ว ฮูหยินเซี่ยเลี้ยงดูองค์ชายรองมา เขาสนิทสนมกับตระกูลเซี่ย กับตระกูลเราก็แค่ภายนอก เหตุใดเจ้าไม่ยอมรับความจริงข้อนี้ กลับเอาแต่ไปหาเรื่องฮูหยินเซี่ย”
สะใภ้รองโมโหกล่าวว่า “ท่านแม่ ข้าไม่ได้พูดอันใดผิด นางรู้อยู่ว่าองค์ชายรองเป็นบุตรชายน้องอิงตระกูลเรา แต่ไม่ยอมเอ่ยอันใด หากนางบอกพวกเราแต่เนิ่นๆ พวกเราก็จะได้รับองค์ชายรองกลับมาดูแล เช่นนั้นองค์ชายรองจะไม่สนิทสนมกับพวกเราหรือ”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้เอ่ยอันใด ในใจอย่างไรก็แอบยอมรับความคิดนี้ของสะใภ้รอง แต่ตอนนี้องค์ชายรองเติบโตมาในตระกูลเซี่ย พวกนางต้องยอมรับความจริงในตอนนี้
“ตอนนี้องค์ชายรองเติบโตมาในตระกูลเซี่ยพวกนาง ดังนั้นเจ้าไม่อาจว่ากล่าวอันใดนางอีก ไม่อาจหาเรื่องนางอีก ครั้งก่อนข้าบอกกับเจ้าแล้ว หากเจ้าอยู่เมืองหลวงหาเรื่องให้ข้า ข้าก็จะให้มู่อู่หย่ากับเจ้า”
สะใภ้รองพอได้ฟัง ก็ตกใจ รีบโขกศีรษะ “ท่านแม่ข้าไม่กล้าอีกแล้ว ท่านอย่าได้ให้มู่อู่หย่ากับข้า”
ตอนนี้ตระกูลเฉินมีบรรดาศักดิ์ป๋อแล้ว นางจะยอมถูกตระกูลเฉินหย่าได้อย่างไร นางต้องการเสวยวาสนาสุข
ฮูหยินผู้เฒ่ามองนางนิ่งขรึม สุดท้ายก็ไม่ได้มีคำสั่งให้หย่านาง เพียงแค่เตือนว่า “นี่เป็นครั้งสุดท้าย หากครั้งหน้าเจ้าทำผิดอีก ก็อย่าได้โทษข้าที่ให้มู่อู่หย่ากับเจ้า ข้าพูดได้ทำได้ หากเจ้าทำผิดอีก ก็ไสหัวกลับตำบลชี หลี่ไป ตระกูลเฉินข้าไม่ขอทนรับสะใภ้ปากมาก”
“เจ้าค่ะ ท่านแม่”
“คุกเข่าอยู่ที่นี่ สำนึกตนให้ดี”
ฮูหยินผู้เฒ่าเดินออกไป
สะใภ้รองเห็นนางไปแล้ว ก็ตะกายขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ รินน้ำดื่มไปพึมพำไป ข้าไม่ได้พูดผิดเสียหน่อย ท่านแม่เองก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน เหตุใดเอาแต่เสแสร้ง
ฮูหยินผู้เฒ่าเดินออกไปต้อนรับลู่เจียว เอ่ยชมแฝดชายหญิงของลู่เจียวไม่หยุด ว่านางมีวาสนาต่างๆ นานา
ลู่เจียวได้ฟังก็รู้สึกเอียนเต็มทน แต่ก็ได้แต่อดทน นางนับว่ารู้แล้วว่าตระกูลเฉินตำหนินางที่ไม่ได้บอกพวกเขาเรื่องสถานะซื่อเป่า
ลู่เจียวอดนึกขำไม่ได้ บอกพวกเขาทำไมกัน ให้พวกเขาสานสัมพันธ์กับองค์ชายรอง จากนั้นก็ได้ผลประโยชน์มากยิ่งขึ้นหรือ
ตอนนี้ได้ผลประโยชน์เช่นนี้ ยังไม่รู้จักพออีกหรือ
พวกเขาควรรู้ว่าสถานการณ์องค์ชายรองตอนนี้อันตรายอย่างมาก
พวกเขาคิดรายละเอียดเรื่องเหล่านี้ไม่เข้าใจ มองแต่เพียงเกียรติยศเปลือกนอก
หากบอกพวกเขาเรื่องสถานะซื่อเป่าแต่แรก พวกเขาประกาศออกไป เกรงว่าก็คงมีแต่ทำร้ายซื่อเป่า
ในใจลู่เจียวที่คิดสานสัมพันธ์กับตระกูลเฉินก็จืดจางลง มีแต่เพียงรับมือไปตามมารยาทภายนอกเท่านั้น
แม้ว่าสะใภ้รองตระกูลเฉินก่อเรื่องตอนแรก แต่ลำดับถัดไปก็ไม่ได้เกิดเรื่องไม่ดีอันใดอีก
ครั้งนี้ตระกูลเฉินจัดเลี้ยง มีขุนนางในราชสำนักมากันไม่มาก ที่เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวมาก็เพราะนอกจากอาจารย์เฉินเป็นท่านตาขององค์ชายรอง ยังเป็นอาจารย์ผู้มีพระคุณของเซี่ยอวิ๋นจิ่น ดังนั้นเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวจึงต้องมา
แต่ขุนนางใหญ่ในราชสำนักคนอื่นมากันน้อยมาก ขุนนางระดับรองลงมากลับมากันไม่น้อย ล้วนคิดมาประจบตระกูลเฉิน
ไม่ว่าอย่างไรตระกูลมารดาองค์ชายรอง พวกเขาควรสานสัมพันธ์ไว้สักหน่อย หากวันหน้าองค์ชายรองขึ้นสู่ตำแหน่ง ตระกูลเฉินย่อมมีสถานะไม่ต่ำต้อย พวกเขาสานสัมพันธ์ให้ดีย่อมไม่มีผลเสีย
เรือนด้านหน้า องค์ชายรองอยู่ครู่หนึ่งก็กลับ
เขาไม่ชอบบรรยากาศตระกูลเฉิน และไม่ชอบบรรยากาศที่ขุนนางเอาอกเอาใจตระกูลเฉิน ตระกูลพวกเขาแท้จริงได้ทำความชอบอันใดมา ถึงกับได้ประโยชน์ใหญ่เช่นนี้ อีกอย่างเซียวเหวินอวี๋มองออกว่าตระกูลเฉินมองไม่ออกสักนิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ของเขากำลังอยู่ในอันตราย พวกเขานอกจากซาบซึ้งก็มีแต่ความยินดีปรีดา
พวกเขาสำหรับเซียวเหวินอวี๋แล้วก็คือตัวถ่วง
พวกเขาเช่นนี้จะกลายเป็นหมากให้คนในเมืองหลวงวางอุบายใส่เขาได้ง่าย
ดังนั้นแท้จริงเสด็จพ่อเขาหมายความอย่างไรกันแน่ หากไม่ต้องการบุตรชายเช่นเขา ก็ไม่ควรรับเขากลับเข้าวัง
เซียวเหวินอวี๋คิดถึงเรื่องที่ลู่เจียวต้องโดนระรานในวันนี้ คิดถึงสีหน้าประจบสอพลอจอมปลอมของพวกตระกูลเฉินพวกนั้น ในที่สุดก็ทนเก็บต่อไปไม่ไหว เดินไปห้องทรงอักษรขอเข้าเฝ้าเซียวอวี้
“เสด็จพ่อ หม่อมฉันขอให้ทรงปลดตำแหน่งองค์ชายหม่อมฉันและให้หม่อมฉันออกจากวังพ่ะย่ะค่ะ”
ในเมื่อเสด็จพ่อไม่เห็นความสำคัญของบุตรชายเช่นเขา เขาไม่เป็นบุตรชายก็แล้วกัน