ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 801 ไฟไหม้
ตอนที่ 801 ไฟไหม้
บรรดาขุนนางในห้องโถงต่างไม่เห็นด้วย พากันมองไปยังองค์หญิงหมิงจู
ในฐานะองค์หญิงมายุ่งเรื่องพวกนี้ทำไมกัน ลดทอนคุณค่าตัวเองโดยแท้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังคำพูดลู่เจียวก็ถอนหายใจยาว จากนั้นก็เขาถามลู่เจียวว่า “ฮูหยิน ก่อนหน้านี้เกิดเรื่องอันใดหรือ ทำให้องค์หญิงคิดว่าเจ้ารังแกฮูหยินผู้เฒ่าจวนจ้าวกั๋วกง ”
ลู่เจียวรู้ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นต้องการให้นางเอ่ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ต่อหน้าทุกคน
ฮูหยินผู้เฒ่าจวนจ้าวกั๋วกงสีหน้าพลันแปรเปลี่ยน นางไม่ใช่องค์หญิงหมิงจูที่ไม่รู้ความ นางรู้ว่าหากพูดเรื่องออกมา นางจะเสียหน้าเอง
ฮูหยินผู้เฒ่าจวนจ้าวกั๋วกง รีบยิ้มกล่าวว่า “ไม่ได้มีเรื่องอันใด แค่วาจาล้อเล่นกันเท่านั้น หมิงจูยังเด็กไม่รู้ความ ดังนั้นจึงสงสารข้า”
ลู่เจียวพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ แค่วาจาล้อเล่นเท่านั้น”
ฮูหยินผู้เฒ่าจวนจ้าวกั๋วกงก็เห็นลู่เจียวตอบรับคำนาง สีหน้าก็โล่งใจ ดูท่าฮูหยินเซี่ยยังพอรู้ความว่าไม่ควรล่วงเกินตระกูลจ้าว
ผู้ใดจะรู้ว่านางเพิ่งคิดจบลู่เจียวก็เอ่ยขึ้นว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าจวนจ้าวกั๋วกงกับฮูหยินผู้เฒ่าจงหย่งโหวแค่ถามว่าข้าเคยทำทารุณกรรมองค์ชายรองหรือไม่”
พอเอ่ยวาจานี้ออกมา บรรยากาศในห้องโถงก็พลันเงียบกริบเย็นเยียบลงทันที
แม้ว่าก่อนหน้านี้มีข่าวลือในเมืองหลวง แต่ก็เป็นแค่ข่าวลือ เป็นถึงฮูหยินผู้เฒ่าจวนจ้าวกั๋วกงกับฮูหยินผู้เฒ่าจงหย่งโหว ถึงกับมาถามคนเขาตรงนี้ ไม่ใช่ว่ากำลังคิดหาเรื่องหรือ ต่างก็อายุปูนนี้แล้ว ถึงกับมาหาเรื่องผู้น้อยกว่าหรือ
ในห้องโถง ขุนนางไม่น้อยมองไปยังฮูหยินผู้เฒ่าจวนจ้าวกั๋วกง และฮูหยินผู้เฒ่าจงหย่งโหว
สองผู้เฒ่าคิดไม่ถึงว่าลู่เจียวถึงกับเอ่ยเรื่องนี้ออกมา
สองผู้เฒ่ารู้สึกเพียงแค่เสียหน้ามาก เดิมพวกนางไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ เพียงแต่เห็นลู่เจียวแล้วขัดตา คิดจะหาเรื่องนางสักหน่อย ให้นางเสียหน้าบ้าง ปรากฏนางไม่ได้เสียหน้า คนที่เสียหน้ากลับเป็นพวกนางเอง
เผยโส่วฝู่ไม่เห็นด้วยทันที กล่าวว่า “เป็นฮูหยินขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ควรระมัดระวังกิริยามารยาท คำพูดเหล่านี้หากแพร่ออกไป ราษฎรจะกล่าวถึงเรื่องนี้อย่างไร พวกเราควรดำรงตนเป็นแบบอย่าง”
จ้าวกั๋วกงและซื่อจื่อจ้าวกั๋วกงเฝ้าประจำอยู่ชายแดนห่างไกล คนที่เหลือได้ฟังคำพูดเผยโส่วฝู่ต่างก็มีสีหน้าไม่ดีนัก
ตอนนี้ประมุขตระกูลจ้าวก็คือน้องชายจ้าวกั๋วกง จ้าวหลี่ จ้าวหลี่ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมในกรมทหาร
“พี่สะใภ้ข้าปกติชอบล้อเล่นที่สุด นางล้อเล่นกับฮูหยินเซี่ย แต่การล้อเล่นเช่นนี้ วันหน้าก็ควรน้อยลงสักหน่อย”
เรื่องเกี่ยวพันถึงองค์ชายรองจะพูดน้อยลงสักหน่อยไม่ได้หรือ
จ้าวหลี่คิดอย่างไม่พอใจ
ในห้องโถง สีหน้าฮองเฮาก็ไม่ค่อยดีนัก มองไปยังมารดาตนเอง วันนี้เป็นวันแต่งงานของหลานชายนาง ไม่ควรพูดน้อยหน่อยหรือ ไม่เห็นหรือว่านางเป็นฮองเฮายังต้องข่มใจ
ฮูหยินผู้เฒ่าจงหย่งโหวคอตกไม่กล้ากล่าวอันใดอีก นางไหนเลยจะไม่รู้ฮูหยินเซี่ยผู้นี้เป็นคนแข็งกร้าว ไม่เกรงกลัวพวกนางแม้สักนิด
มิน่าบุตรสาวตนเองจึงทำอันใดนางไม่ได้ ยากต่อกรด้วยจริงๆ
ฮองเฮาเอ่ยขึ้นว่า “เอาละ แค่ล้อเล่นกันเท่านั้น ฮูหยินเซี่ย เจ้าอย่าได้นำเรื่องล้อเล่นของฮูหยินผู้เฒ่าทั้งสองมาเป็นจริงเป็นจัง พวกนางอายุมากแล้ว พูดจาไม่ทันระวัง”
ลู่เจียวหันไปมองฮองเฮา รับคำน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ข้าก็ไม่ได้คิดเป็นจริงเป็นจัง แต่องค์หญิงกลับทรงคิดเป็นจริงเป็นจัง”
ฮองเฮาหันไปมององค์หญิงหมิงจูตำหนิว่า “หมิงจู เป็นถึงองค์หญิง วันหน้าอย่าได้ฟังเรื่องเหลวไหลพวกนี้ เจ้าเป็นถึงสตรีสูงศักดิ์แคว้นต้าโจว ต้องดำรงเกียรติแห่งตน”
ฮองเฮารู้องค์หญิงหมิงจูผู้นี้ฟังคำสอนนางไม่เข้าหู นางกล่าวเช่นนี้ เกรงว่านางคงยิ่งโกรธแค้นลู่เจียวมากยิ่งขึ้น
องค์หญิงหมิงจูสีหน้าย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด แต่ฮองเฮาตรัสขึ้น นางไม่อาจโต้กลับได้ ได้แต่แค่นฮึในใจจดจำความแค้นที่มีต่อลู่เจียวเอาไว้
ฮองเฮามองสีหน้าองค์หญิงหมิงจู ในใจก็พึงพอใจมาก
“เอาละ สายแล้ว เริ่มงานได้”
ฮองเฮาไม่อาจออกจากวังได้นานนัก นางจัดการงานเลี้ยงอ๋องจิ่นเสร็จ ก็ต้องเตรียมกลับแล้ว
ทุกคนคำนับน้อมส่งฮองเฮากลับ
ไม่คิดว่าพอทุกคนเพิ่งจะเดินออกจากห้องโถง ก็ได้ยินในจวนอ๋องจิ่นมีคนตะโกนดังว่า “ไม่ได้การแล้ว ไฟไหม้ ไฟไหม้”
ฮองเฮาและทุกคนด้านหลังหันไปมองทางมุมตะวันตกเฉียงเหนือในจวนอ๋องจิ่นด้วยสีหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ มีควันหนาลอยขึ้นมาจริงๆ
ฮองเฮาสีหน้าย่ำแย่อย่างที่สุด เอ่ยน้ำเสียงดุดันว่า “เกิดเรื่องอันใดขึ้น”
ผู้ดูแลจวนอ๋องจิ่น รีบเข้ามารายงาน “ทูลฮองเฮา ไม่รู้ว่าทางคอกม้าเกิดเพลิงไหม้ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
ฮองเฮาได้ฟัง ในใจก็สะอึกกึก รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา นางสั่งการเสียงเข้ม “ยังไม่รีบนำคนไปดับไฟ วันนี้เป็นวันอภิเษกท่านอ๋อง หากเกิดเหตุอันใด อย่าได้โทษเราที่ต้องจัดการเจ้า”
พ่อบ้านสีหน้าซีดเผือด รีบรับคำทันที
ด้านหลังฮองเฮาพลันมีคนเอ่ยขึ้นว่า “พวกเราไปดูกัน หากเพลิงไหม้หนัก ทุกคนจะได้ช่วยกันดับไฟ”
จวนอ๋องจิ่นเป็นจวนที่ฝ่าบาทเพิ่งจะพระราชทาน บ่าวรับใช้ในจวนไม่นับว่ามาก ข้อเสนอคนผู้นี้มีเหตุผลมาก
ดังนั้นพอคนผู้นี้เอ่ยขึ้น คนอื่นก็พากันเห็นด้วย เดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจวนอ๋องจิ่น
ฮองเฮาคิดเอ่ยว่าไม่ต้อง แต่คนผู้นั้นก็เดินนำไปทางคอกม้าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเสียแล้ว
ยามนี้ฮองเฮาไม่อาจเอ่ยว่าไม่ต้องได้อีก นางได้แต่ตามไป
ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจวนอ๋องจิ่นเป็นห้องเก็บฟืนและคอกม้า เพราะไฟไหม้ ม้าในคอกจึงแตกตื่นตกใจส่งเสียงร้องดังขึ้น
ยามนี้บ่าวรับใช้จวนอ๋องจิ่นบ้างกำลังดับไฟ บ้างกำลังช่วยม้า ชุลมุนวุ่นวายกันไปหมด
ขุนนางที่พากันมาถึงก็รีบสั่งการให้บ่าวรับใช้ตนเข้าไปช่วยเหลือ
ต้นตอของเพลิงถูกดับมอดลงอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงมีไอคุกรุ่นอยู่ ควันก็ยังคงโขมงขึ้นมา ทุกคนยังไม่กล้าจากไปในตอนนี้ เกรงว่าไฟที่ยังดับไม่สนิทจะลุกขึ้นมาใหม่
แต่โชคดีที่ดับได้ทันเวลา ทุกคนพากันโล่งอก มีคนพึมพำว่า “โชคดีไม่ได้เกิดเรื่องอันใด”
“ไม่เป็นไรก็ดี อยู่ดีๆ ไฟไหม้ได้อย่างไร”
“วันนี้เป็นวันอภิเษกอ๋องจิ่น ในจวนเกิดเหตุไฟไหม้ คล้ายว่าไม่ดีนัก”
ทุกคนพากันซุบซิบ คนตรงหน้าเห็นไฟดับแล้ว ก็มองไปยังไอคุกรุ่นที่เหลืออยู่ คงไม่ลุกขึ้นอีกกระมัง กำลังคิดจะเดินกลับ ก็พลันได้ยินเสียงแผ่วเบาดังมาจากทางคอกม้า
หลายคนด้านหน้าสีหน้าพลันแปรเปลี่ยน ในนั้นมีคนตะโกนขึ้นทันทีว่า “คงไม่ได้มีคนเข้าไปในคอกม้าให้อาหารม้ากระมัง ยังไม่ทันได้ช่วยออกมาก็ถูกคลอกบาดเจ็บหรือ รีบเข้าไปช่วยเขาออกมาเร็ว”
คนผู้นี้เพิ่งกล่าวจบก็มีคนบุกเข้าไปในคอกม้าด้านในสุด ก่อนหน้านี้ตอนพวกเขาช่วยม้าไว้ มองดูแวบเดียว เห็นด้านในไม่มีม้าก็ออกมา ผู้ใดจะรู้ว่าในนั้นยังมีคน
คอกม้าเป็นพื้นที่เกิดเพลิงไหม้ในจวนอ๋องจิ่น แม้ว่าดับลงแล้ว แต่ควันยังคงหนาแน่น ดังนั้นบ่าวรับใช้ที่บุกเข้าไปจึงมองสภาพในคอกม้าไม่ชัด แต่คนที่เข้าไปกลับรู้สึกได้ว่าด้านในมีคนสองคน
ทุกคนพากันช่วยนำทั้งสองคนออกมา คนด้านนอกเห็นคนที่ถูกช่วยออกมาได้ก็อดเข้าไปรุมล้อมดูไม่ได้ กล่าวว่า “ดูก่อนว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่”
อย่าได้มีคนตายขึ้นมาเชียว วันนี้เป็นวันอภิเษกของอ๋องจิ่น หากมีคนตายย่อมไม่เป็นมงคล
เพียงแต่พอทุกคนเข้าไปรุมล้อมดู เห็นหน้าคนที่ถูกแบกออกมาสองคนก็พูดไม่ออก แต่ละคนเงียบกริบ จากนั้นมีคนผงะถอยหลังด้วยสัญชาตญาณทันที