ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 808 แผนการ
ตอนที่ 808 แผนการ
เซียวเหวินอวี๋กล่าวอย่างไม่อ้อมค้อมว่า “ไม่ใช่หม่อมฉันไม่ยอมจบ แต่เป็นเสด็จพ่อที่ไม่ยอมจบ ก่อนหน้านี้อ๋องจิ่นเกิดเรื่อง เสด็จพ่อสงสัยหม่อมฉัน ตอนนี้องค์หญิงเกิดเรื่อง เสด็จพ่อก็สงสัยหม่อมฉัน หรือว่าผู้ใดในวังเกิดเรื่องก็จะทรงสงสัยหม่อมฉัน”
เซียวอวี้คิดแล้วก็รู้สึกว่าความคิดตนเองไม่ค่อยดีจริงๆ
เขามองไปยังเซียวเหวินอวี๋กล่าวว่า “วันหน้าเสด็จพ่อจะสืบให้กระจ่างก่อนเอ่ยถามเจ้า”
เซียวเหวินอวี๋ไม่ได้ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปเพราะวาจานี้ของฝ่าบาท แต่กลับกล่าวหนักแน่นว่า “หม่อมฉันขอทูลลาเสด็จพ่อ จากนี้ไปหม่อมฉันขอให้เสด็จพ่อทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง”
กล่าวจบก็ลุกขึ้นจะเดินออกไป เซียวอวี้ร้อนใจรีบเอ่ยเรียกไว้ทันที “ตงหลินห้ามเขาไว้”
ขันทีตงหลินคนสนิทเซียวอวี้ได้ยินเซียวอวี้กล่าวก็รีบเข้ามายิ้มขวางเซียวเหวินอวี๋ “อ๋องหมิง ฝ่าบาทยังมีรับสั่งกับอ๋องหมิง”
เซียวเหวินอวี๋มองตงหลิน จากนั้นก็หันไปมองเซียวอวี้
เซียวอวี้เห็นแววตาเยียบเย็นของเขา มองเขาด้วยสีหน้าเย็นชา ในใจก็รู้สึกว่าไม่ได้การแล้ว แต่จะปล่อยบุตรชายคนนี้ไปจากเขา เขาเองก็ทำใจไม่ได้
สุดท้ายเขากล่าวน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ได้บอกกับเราว่าคิดอยากไปหลิงหยาง ไปสืบหลักฐานความผิดของอ๋องผิงหลิงหรือ เราอนุญาต”
มีช่วงหนึ่งเซียวอวี้หารือกับสำนักมนตรีว่าจะยกเลิกตำแหน่งฟานอ๋อง[1] ตอนอดีตฮ่องเต้ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ก็คิดจะยกเลิกฟานอ๋อง เซียวอวี้คิดทำให้อดีตฮ่องเต้ได้สมดังที่ตั้งพระทัยไว้ อีกอย่างตอนนี้ชนชั้นสูงศักดิ์แคว้นต้าโจวทรงอำนาจมาก ฟานอ๋องมีอิสรเสรี เซียวอวี้คิดจัดระเบียบแคว้นต้าโจว จึงต้องเริ่มจากยกเลิกฟานอ๋อง
ก่อนหน้านี้เซียวเหวินอวี๋ได้ข่าวจากฎีกาที่ส่งมา อยากขอพาคนไปหลิงหยางแอบสืบหลักฐานความผิดอ๋องผิงหลิง
เซียวอวี้ไม่เห็นด้วย ตอนนี้เห็นบุตรชายจะจากไป จึงได้ให้เขาไปหลิงหลาง พอดีจะได้ให้เขาไปผ่อนคลายอารมณ์สักหน่อย
เซียวเหวินอวี๋ได้ฟังเซียวอวี้ ในที่สุดยอมเสียงอ่อนลง “ขอบพระทัยเสด็จพ่อ”
“ได้ เจ้ากลับไปเตรียมตัว เราจะไปหารือกับสำนักมนตรี ส่งผู้ใดติดตามเจ้าไปหลิงหยางแอบสืบความผิดอ๋องผิงหลิง”
เซียวเหวินอวี๋อย่างไรก็เป็นเด็กหนุ่มอายุสิบห้า เซียวอวี้ไม่อาจปล่อยให้เขาไปหลิงหยางคนเดียว วางแผนว่าจะส่งขุนนางใหญ่สองสามคนตามเขาไปหลิงหยาง
ตกค่ำ เซี่ยอวิ๋นจิ่นกลับจวนมา ก็เอ่ยเรื่องไปหลิงหยางกับลู่เจียว
ไปหลิงหยางครั้งนี้ ฝ่าบาทส่งเขากับอ๋องหมิงไปด้วยกัน แน่นอนว่านอกจากเขาก็ยังมีขุนพลเฟิงและใต้เท้าไป๋
ลู่เจียวได้ยินว่าซื่อเป่าจะไปหลิงหยางสืบหลักฐานความผิดอ๋องผิงหลิง สีหน้าพลันแปรเปลี่ยน กล่าวอย่างเป็นห่วงว่า “ซื่อเป่าเดินทางจากเมืองหลวงไปหลิงหยาง ฮองเฮากับอ๋องจิ่นได้ข่าวนี้ย่อมต้องไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปเป็นแน่ พวกเขาจะต้องส่งคนไปล่าสังหารซื่อเป่าอย่างแน่นอน”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นย่อมตระหนักรู้เรื่องนี้ สีหน้าเขาหนักแน่น กล่าวว่า “เจ้าวางใจ ข้าจะต้องปกป้องซื่อเป่าให้ดี”
ลู่เจียวยังคงร้อนใจเป็นห่วง ฮองเฮากับอ๋องจิ่นต้องส่งคนจำนวนมากไปลอบสังหารซื่อเป่า ถึงตอนนั้นขอเพียงโยนเรื่องนี้ไปที่อ๋องผิงหลิงก็พอ
หากฮองเฮากับอ๋องจิ่นใจกล้า ไม่แน่ว่าอาจจะร่วมมือกับอ๋องผิงหลิงลอบสังหารซื่อเป่า
“ไม่เพียงแต่เขา แม้แต่เจ้าเองก็อันตรายมาก ด้วยความเข้าใจของข้าที่มีต่อฮองเฮา หากนางร่วมมือกับอ๋องผิงหลิงได้ ไม่แน่ว่าอาจะร่วมมือกับอ๋องผิงหลิงสังหารพวกเจ้า พวกเจ้าไปครั้งนี้อันตรายมาก”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวน้ำเสียงหนักแน่นว่า “หากเป็นเช่นนี้ก็ดีมาก พวกเราจะได้ถือโอกาสนี้เปิดโปงหลักฐานความผิดฮองเฮากับอ๋องจิ่นสมคบคิดกับอ๋องผิงหลิง ไม่เชื่อว่าฝ่าบาทจะไม่ลงอาญาพวกเขา”
“แต่ก่อนหน้านั้น พวกเจ้าต้องไม่เป็นอันใดก่อน ไม่เช่นนั้นข้าไปกับพวกเจ้าดีกว่า” ลู่เจียวเอ่ยปาก
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบห้ามไว้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นห่วงลู่เจียว เขาเชื่อความสามารถเจียวเจียว แต่เขารู้ว่าการไป หลิงหยางครั้งนี้ ฝ่าบาทส่งเขาไปนับว่าเป็นพระเมตตาของบิดาต่อบุตรชายมากพอแล้ว หากลู่เจียวออกจากเมืองหลวงตามพวกเขาไปหลิงหยาง ฝ่าบาทคงไม่พอพระทัย รู้สึกว่าพวกเขาสองสามีภรรยาคิดซื้อใจอ๋องหมิงเอาไว้
เช่นนี้การขึ้นสู่ตำแหน่ของอ๋องหมิงก็คงยุ่งยากแล้ว และครอบครัวพวกเขาก็จะตกอยู่ในอันตรายอย่างมากเช่นกัน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นห้ามไว้ ลู่เจียวก็เข้าใจความคิดเขา
สีหน้านางย่ำแย่อย่างไม่อาจบรรยาย ระบายอย่างโมโหมากว่า “เป็นเชื้อพระวงศ์นี้น่ารำคาญจริง”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นสงสารนาง ยื่นมือไปลูบศีรษะนาง กล่าวว่า “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเราได้แต่เดินต่อไป หากซื่อเป่าได้ขึ้นสู่ตำแหน่งราบรื่น วันหน้าพวกเราก็จะดีเอง”
“ก็ขอให้วันนั้นมาถึงเร็วหน่อย”
ลู่เจียวพึมพำ ไม่ดึงดันจะตามพวกเขาไปหลิงหยาง เริ่มเตรียมข้าวของให้เขา หลัก ๆ ก็คือยา ครั้งนี้ยาที่นางปรุงขึ้นไม่เหมือนกับยาที่ผลิตจากโรงผลิตยาที่เติมน้ำพุจิตวิญญาณไปเล็กน้อย แต่ยาที่ลู่เจียวปรุงครั้งนี้เติมน้ำพุจิตวิญญาณลงไปมาก ส่วนใหญ่เป็นยารักษาชีวิต
สองวันถัดมา เซียวเหวินอวี๋กับเซี่ยอวิ๋นจิ่นและขุนพลเฟิงกับใต้เท้าไป๋ก็เดินทางลงใต้ไปหลิงหยางไปสืบหลักฐานความผิดอ๋องผิงหลิง
ก่อนไป เซียวเหวินอวี๋มาพบลู่เจียว “ท่านแม่ ท่านต้องรักษาสุขภาพให้ดี”
แม้ว่าเขาไปหลิงหยางอันตราย แต่ท่านแม่อยู่เมืองหลวงก็อันตรายเช่นกัน
เซียวเหวินอวี๋เป็นห่วงลู่เจียวมาก ลู่เจียวมองเขา อมยิ้มกล่าวว่า “ข้าไม่เป็นอันใด เจ้าต้องระวังตัว ทุกเรื่องเน้นความปลอดภัยไว้ก่อน ไม่ว่ายามใด ก็ต้องปกป้องตนเองเป็นเรื่องสำคัญที่สุด”
“อืม ท่านแม่วางใจ ข้าจดจำไว้แล้ว”
ในยามส่วนตัว เซียวเหวินอวี๋เรียกลู่เจียวว่าท่านแม่ ลู่เจียวเองก็ชินเสียแล้ว จึงได้ปล่อยเขา
สองแม่ลูกคุยกันได้ครู่หนึ่งก็กล่าวอำลา
เซียวเหวินอวี๋กับเซี่ยอวิ๋นจิ่นเพิ่งออกจากเมืองหลวง ฮองเฮากับอ๋องจิ่นเซียวเจินก็ได้ข่าวทันที
สองแม่ลูกโมโหแทบตายที่ฮ่องเต้มอบงานนี้ให้เซียวเหวินอวี๋ เหตุใดไม่มอบให้เซียวเจิน นี่คือโอกาสสร้างความชอบ เซียวเจินเป็นองค์ชายใหญ่ ยามเผชิญเรื่องเช่นนี้ก็ควรให้เขาออกหน้า ตอนนี้ดีเลย ถึงกับส่งเซียวเหวินอวี๋ไป
เซียวเจินยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจเซียวอวี้ ในใจที่เคยมีความรักบิดาต่อเซียวอวี้อยู่บ้างก็พลันมลายหายไปสิ้น
เริ่มแรกฮองเฮาก็โมโหมาก ต่อมากลับดีใจขึ้นมา นางหันไปมองเซียวเจินกล่าวว่า “เจินเอ๋อร์ นี่เป็นโอกาสอันดีในการกำจัดเซียวเหวินอวี๋ทิ้งมิใช่หรือ”
พอฮองเฮาเอ่ย เซียวเจินก็แววตาเปล่งประกาย ถูกต้อง นี่เป็นโอกาสอันดีในการกำจัดเซียวเหวินอวี๋ รอให้กำจัดเซียวเหวินอวี๋ทิ้งก่อน ดูว่าเสด็จพ่อจะทรงรักและโปรดปรานเขาคนเดียวเพียงใด
เซียวเจินยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น เดินไปเดินมาไม่หยุด ก่อนเดินไปข้างกายฮองเฮา กระซิบเบาๆ ว่า“เสด็จแม่ พวกเราร่วมมือกับอ๋องผิงหลิงดีกว่า”
ฮองเฮาตกใจไม่เห็นด้วย ถลึงตาจ้องเซียวเหวินอวี๋ “เจ้าเสียสติหรือ หากเรื่องนี้เสด็จพ่อรู้เข้า เขาไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”
“เสด็จแม่ ครั้งนี้คนที่เซียวเหวินอวี๋นำไปล้วนร้ายกาจมาก แม้พวกเราส่งคนไปก็ใช่ว่าจะสังหารเขาได้ แต่หลิงหยางเป็นพื้นที่ของอ๋องผิงหลิง หากเขาได้ข่าวนี้จะต้องลงมือแน่ โอกาสสำเร็จมีมากกว่า ถึงตอนนั้นพวกเราก็โยนเรื่องการตายของเซียวเหวินอวี๋ให้อ๋องผิงหลิงรับไป จากนั้นหม่อมฉันก็จะทูลขอเสด็จพ่อไปหลิงหยางจับตัวอ๋องผิงหลิง”
“นี่เป็นความคิดที่ดี ยิงนัดเดียวได้นกสองตัว ไม่ใช่เรื่องดียิ่งหรอกหรือ”
ฮองเฮาได้ฟังเซียวเจินก็สึกว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง พร้อมกับดีใจที่เห็นบุตรชายมีแผนการเช่นนี้
ในที่สุดบุตรชายนางก็เติบโตแล้ว
“ได้ ข้าจะไปจัดการเรื่องนี้”
ฮองเฮาครุ่นคิดมองไปยังเซียวเจินกล่าวว่า “เรื่องนี้มอบให้ข้าไปจัดการ เจ้าอย่าได้ข้องเกี่ยว จำไว้แต่ต้นจนจบอย่าได้ยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง หากสุดท้ายพวกเราล้มเหลว เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นข้าทำ ไม่เกี่ยวกับเจ้า พวกเราสองคนขอเพียงรักษาไว้ได้หนึ่ง อีกหนึ่งก็มีโอกาสฟื้นคืนขึ้นใหม่ได้ หากเราทั้งสองคนจบสิ้น ก็ไม่มีโอกาสฟื้นคืนแล้ว”
เซียวเจินได้ยินฮองเฮาก็คิดถึงว่าเสด็จแม่ล้วนคิดเพื่อเขา ในใจก็ซาบซึ้งอย่างไม่อาจเอ่ย
“เสด็จแม่ทรงดีต่อหม่อมฉันมากเหลือเกิน วันหน้าหากหม่อมฉันขึ้นสู่ตำแหน่ง จะต้องกตัญญูต่อเสด็จแม่”
ฮองเฮายิ้มบางพลางกล่าวว่า “เจ้ามีใจคิดได้เช่นนี้ก็ดี”
สองแม่ลูกเข้ากันได้ดีอย่างไม่อาจบรรยาย
[1] ฟานอ๋องก็คือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์อ๋องออกไปปกครองพื้นที่ ทั่วไปมักเป็นพื้นที่ชายแดนทางเหนือเพื่อเป็นด่านปราการต่อสู้ข้าศึกทางเหนือ มีกำลังทหารในมือ อาจเป็นเชื้อพระวงศ์หรือขุนนางที่มีความดีความชอบมาก