ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 818 เอาผิด
ตอนที่ 818 เอาผิด
หมอหลวงคิดไม่ถึงว่าลู่เจียวอยู่ๆ จะหันหลังกลับมา ทำเอาตัวเขาแข็งทื่อ ลู่เจียวมองออกว่าคนผู้นี้กำลังเคร่งเครียด ในใจก็นึกสงสัย ยื่นมือไปรับยา มือหมอหลวงหดกลับด้วยสัญชาตญาณ
ลู่เจียวยื่นมือไปคว้าชามยา ทั้งสองคนแย่งชามยากันไปมา สุดท้ายหลุดมือหก
หมอหลวงเห็นยาหกก็โล่งอก
ลู่เจียวกลับย่อตัวลงเก็บชามที่แตกมาพิจารณายาในชามอย่างถี่ถ้วน สุดท้ายนางเงยหน้ามองพลางตวาดดุดันว่า “ว่ามา ผู้ใดบงการให้เจ้าวางยาองค์ชายรอง”
ในยาไม่มีพิษ แต่เติมตัวยาทำให้เลือดลมไหลเวียนสลายเลือดคั่งที่ไม่ใช่ยาพิษลงไปในยา องค์ชายรองเดิมเสียเลือดมากเกินไป จะดื่มยาที่ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้อย่างไร หากดื่มยานี้ลงไป ไม่เพียงแต่บาดแผลเขาจะไม่หาย แต่ยังจะกลายเป็นหนองและมีไข้สูง ยานี้เห็นชัดว่าเป็นยาหมอเถื่อน คิดต้องการเอาชีวิตเขา
ลู่เจียวกล่าวจบ เซียวเหวินอวี๋ก็เข้าใจ รีบสั่งการโจวโย่วฉิน “จับตัวเขาไว้”
โจวโย่วฉินพุ่งเข้ามาคว้าตัวหมอหลวงกดลง พร้อมกับส่งเสียงเรียกขันทีคนหนึ่งด้านนอก “ฟางเหวิน รีบไปทูลฝ่าบาท มีคนวางยาท่านอ๋อง”
ขันทีน้อยด้านนอกรับคำเสียงหนึ่งก่อนจะวิ่งออกไปทันที
ในห้องหมอหลวงตกใจจนตัวสั่นเทา กัดฟันปฏิเสธว่า “ข้าเปล่าๆ”
ลู่เจียวแค่นยิ้ม หยิบเศษกระเบื้องขึ้นมา ในนั้นมียาหลงเหลืออยู่ นางนำมาวางไว้บนโต๊ะ แค่นยิ้มมองไปยังหมอหลวง “เจ้าคิดว่าเทยาทิ้งแล้ว ก็ตรวจหาหลักฐานไม่พบหรือ”
หมอหลวงระงับสติตนเองได้อย่างรวดเร็ว กล่าวว่า “ฮูหยินเซี่ย ข้ารับหน้าที่เพียงแค่ต้มยา ไม่รู้อันใดทั้งสิ้น แม้มีคนวางยาอ๋องหมิงก็ไม่ใช่ข้า”
ลู่เจียวไม่สนใจเขา เซียวอวี้นำคนมาถึงรวดเร็ว นอกจากเซียวอวี้ ไทเฮาจ้าวและพระสนมซูเฟยต่างก็มากันพร้อมหน้า
มีเพียงฮองเฮาไม่ได้มา
เซียวอวี้มาถึง ลู่เจียวก็ชี้ไปที่หมอหลวงกล่าวว่า “คนผู้นี้คิดทำร้ายอ๋องหมิง เขาเติมตัวยาทำให้เลือดลมไหลเวียนในยาของอ๋องหมิง อ๋องหมิงเสียเลือดมากเกินไป ไม่อาจกินยาที่ทำให้เลือดลมไหลเวียน เพราะจะทำให้บาดแผลเขาไม่อาจประสานและเกิดไข้สูง สุดท้ายรักษาไม่ได้จนตาย”
เซียวอวี้หันไปมองหมอหลวงผู้นั้น เป็นหมอหลวงเฉาจากสำนักหมอหลวง คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้ถึงกับกล้าทำร้ายเซียวเหวินอวี๋
เซียวอวี้มองหมอหลวงเฉาพลางตวาดอย่างโมโหมาก “ว่ามา ผู้ใดบงการให้เจ้าวางยาอ๋องหมิง”
หมอหลวงเฉาส่ายหน้าอย่างหวาดกลัว “ไม่ใช่กระหม่อม กระหม่อมไม่ได้ทำอันใดทั้งสิ้น ขอฝ่าบาทโปรดพิจารณาด้วย”
หมอหลวงเฉาเพิ่งกล่าวจบ ลู่เจียวก็ตอกกลับเสียงเยียบเย็นว่า “ไม่ เจ้ารู้ หากเจ้าไม่รู้ เหตุใดจงใจทำชามยาหก”
เซียวอวี้มองลู่เจียว หันไปมองหมอหลวงเฉา สีหน้าเย็นเยียบ เอ่ยขึ้นว่า “บอกมา ผู้ใดบงการให้เจ้าวางยาองค์ชายรอง”
หมอหลวงเฉาได้ฟังเซียวอวี้ ก็รู้ว่าฮ่องเต้แน่ใจแล้วว่าเขาทำ สีหน้าเขาพลันซีดเผือด คิดถึงครอบครัวเขาขึ้นมา เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป ลงคุกเข่าร่ำไห้ทูลว่า “ฝ่าบาท องค์หญิงหมิงจูให้กระหม่อมทำ หากกระหม่อมไม่ทำ นางก็จะ ก็จะ…”
หมอหลวงเฉาไม่ได้พูดต่อ องค์หญิงกุมความลับเขาไว้ ครอบครัวหมอหลวงเฉาสถานะไม่ดี เขามักจะขโมยสมุนไพรในวังออกไปขาย มีครั้งหนึ่งถูกองค์หญิงหมิงจูพบเข้า แต่องค์หญิงหมิงจูไม่ได้เอ่ยอันใดก็จากไป หมอหลวงเฉาเป็นกังวลอยู่ระยะหนึ่งก็พบว่าไม่เป็นอันใด จึงได้วางใจ แต่ต่อมาเขาก็ไม่กล้าขโมยสมุนไพรในวังอีก
เพียงแต่เขาแม้ฝันก็คิดไม่ถึงว่าจะมีวันหนึ่งที่องค์หญิงหมิงจูถึงกับมาข่มขู่เขา ให้เขาวางยาองค์ชายรอง ไม่เช่นนั้นก็จะเปิดโปงเรื่องที่เขานำสมุนไพรในวังออกไปขาย หมอหลวงเฉากลัวมาก ดังนั้นจึงช่วยนางทำเรื่องนี้ ตอนนี้คิดดูแล้ว เขาช่างเลอะเลือนจริงๆ ขโมยสมุนไพร อย่างมากก็ถูกขับออกจากสำนักหมอหลวง
ตอนนี้วางยาองค์ชายรอง เขามีโทษถึงตาย
“ฝ่าบาท กระหม่อมสมควรตาย ขอฝ่าบาทไว้ชีวิตครอบครัวกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
หมอหลวงเฉาสีหน้าซีดขาวอย่างไม่อาจบรรยาย
เซียวอวี้สีหน้าโมโหอย่างที่สุด สั่งการขันทีข้างกาย “นำตัวไปมอบให้กรมอาญาลงโทษตามกฎ”
วางยาพิษองค์ชายถูกจับได้คาหนังคาเขา มีโทษหนักถึงประหารเก้าชั่วโคตร
ขันทีตงหลินมองหมอหลวงเฉาด้วยสีหน้าสงสาร อ๋องหมิงเซียวเหวินอวี๋บนเตียง เอ่ยขึ้นว่า “เสด็จพ่อ หม่อมฉันมีเรื่องขอร้อง”
เซียวอวี้หันไปมองเขาด้วยแววตาอ่อนโยน “ว่ามา”
ตอนนี้เขาคิดทุ่มเทส่งเซียวเหวินอวี๋ขึ้นสู่บัลลังก์ ดังนั้นจึงอ่อนโยนกับเขาเป็นพิเศษ
เซียวเหวินอวี๋เอ่ยน้ำเสียงเข้มหนักแน่นว่า “เสด็จพ่อไว้ชีวิตครอบครัวหมอหลวงเฉาด้วยพ่ะย่ะค่ะ โทษความผิดไม่ควรถึงวงศ์ตระกูล ให้เขารับโทษตามกฎเพียงคนเดียวเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
หมอหลวงเฉาคิดไม่ถึงว่าองค์ชายรองจะขอร้องแทนเขา หันไปมองเซียวเหวินอวี๋ทั้งน้ำตา
เซียวอวี้ได้ฟังเซียวเหวินอวี๋ ในใจก็ดีใจไม่อาจบรรยาย ไม่ว่าบุตรชายให้ความเมตตาต่อตระกูลเฉาเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตนเองหรือไม่ หรือว่าเมตตาจากใจแท้จริง ก็ล้วนเป็นเรื่องดีมาก
“อนุญาต”
หมอหลวงเฉาโขกศีรษะ “ขอบพระทัยอ๋องหมิงที่ทรงเมตตา กระหม่อมเป็นวัวเป็นม้าก็ขอตอบแทนคุณอ๋องหมิง”
กล่าวจบก็ตะกายลุกขึ้นเดินออกไปด้วยอาการตัวสั่นเทา
ลู่เจียวเองก็ทูลลาน้ำเสียงนิ่ง ก่อนจะหันหลังจากไป
ส่วนเรื่ององค์หญิงบงการให้คนทำร้ายอ๋องหมิง เชื่อว่าฝ่าบาททรงมีคำตัดสินแล้ว
เซียวอวี้รอให้ลู่เจียวออกจากตำหนักแล้ว ก็หันไปมองเซียวเหวินอวี๋กล่าวว่า “รักษาตัวเองไปให้ดี ไว้เสด็จพ่อมาเยี่ยมเจ้าอีก”
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ”
เซียวเหวินอวี๋ยิ้มมองเซียวอวี้อย่างอ่อนแรง เซียวอวี้เห็นสีหน้าเขาก็คิดถึงว่าอีกนิดเดียว เขาก็จะสูญเสียบุตรชายคนนี้ไปแล้ว ในใจเขารู้สึกสงสารยิ่งนัก จากนั้นก็ยิ่งโมโหฮองเฮากับองค์หญิงมาก
เซียวอวี้กำชับเซียวเหวินอวี๋เสร็จก็จากไป ไทเฮาจ้าวตามหลังไปติด ๆ ขอร้องแทนองค์หญิงหมิงจู
เซียวอวี้โมโหมองไทเฮาจ้าว
“เสด็จแม่ นางเกือบทำให้บุตรชายเรา หลานชายเสด็จแม่ต้องตาย เราหวังว่าเสด็จแม่จะไม่ยื่นมือเข้ายุ่งกับเรื่องนี้”
เซียวอวี้กล่าวจบก็หันหลังเดินไป ไทเฮาจ้าวยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
เซียวอวี้ไม่สนใจ เซียวเหวินอวี๋ในตำหนักบรรทมด้านหลังแค่นหัวเราะเบาๆ เหตุใดเขาขอร้องแทนหมอหลวงเฉา แน่นอนว่าการยอมรับผิดเพื่อต้องการให้ความผิดไม่ตกกับวงศ์ตระกูล หากคนชั่วในตระกูลมาก การล้างวงศ์ตระกูลก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรรู้สึกอันใด แต่ตระกูลเฉาเป็นเพียงตระกูลธรรมดา ไม่ใช่คนชั่วร้ายอันใดนัก ดังนั้นตระกูลเขาโทษไม่ถึงที่ตายจริงๆ
ตำหนักเยว่หมิง เซียวเยว่คิดถึงเรื่องหมอหลวงเฉาวางยาเซียวเหวินอวี๋ ในที่สุดอารมณ์ที่อัดอั้นก็ดีขึ้นไม่น้อย
เชอะ กล้าทำร้ายนาง นางไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่ เจ้าเลือดชั่วนอกวังถึงกับกล้ามาแย่งตำแหน่งรัชทายาทเสด็จพี่ใหญ่ เห็นชัดว่ารนหาที่ตาย
เซียวเยว่เพิ่งคิดจบ นางกำนัลก็เดินเข้ามารายงาน “องค์หญิง ฝ่าบาทเสด็จมา”
และสีพระพักตร์ไม่ดีอย่างมาก แต่นางกำนัลไม่กล้าเอ่ย แม้ว่านางไม่ได้เอ่ย แต่เซียวเยว่กลับรู้สึกร้อนตัวจนหวาดกลัวขึ้นมา
เสด็จพ่อเสด็จมาในยามนี้ทำไมกัน คงไม่ได้ทรงพบว่าเรื่องที่นางทำกระมัง
เซียวเยว่ครุ่นคิดแล้วก็ไม่ได้รู้สึกกลัวสักเท่าไร เสด็จพ่อโปรดปรานนางเพียงนั้น แม้พบว่านางทำเรื่องอันใด อย่างมากก็คงโมโหตำหนิ ไม่มีทางลงโทษนาง เขาโปรดปรานและรักนางเพียงนั้น
เซียวเยว่ครุ่นคิดแล้วก็ผ่อนคลายลงมาก แต่พอเห็นเซียวอวี้เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นางก็รู้สึกกลัวขึ้นมา
“เสด็จพ่อ”
เซียวอวี้ไม่ได้อ้อมค้อมกับเซียวเยว่ กล่าวน้ำเสียงหนักแน่นขึ้นทันทีว่า “เจ้าบงการให้หมอหลวงเฉาวางยาเสด็จพี่รองเจ้าหรือ”
เซียวเยว่ไม่ทันได้พูดอะไร เซียวอวี้ก็ตวาดเสียงเข้มว่า “เป็นถึงองค์หญิง เหตุใดเจ้าจึงได้เหี้ยมโหดเช่นนี้ อายุน้อยๆ ถึงกับบงการให้คนทำร้ายพี่น้องตนเอง เพราะเราโปรดปรานเจ้ามากเกินไปใช่หรือไม่”