ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 822 ปีใหม่
ตอนที่ 822 ปีใหม่
ฮูหยินขุนพลหวังบริจาคหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึง จวนซิ่งอันโหวบริจาคหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงเช่นกัน ตระกูลที่เหลือต่างบริจาคหนึ่งหมื่นตำลึง บ้างก็แปดพันตำลึง แม้แย่ที่สุดก็ห้าพันตำลึง ตัวเลขนี้เท่ากับที่จวนจ้าวกั๋วกงกับจวนจงหย่งโหวบริจาค
ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวกับฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ได้ยินตัวเลขบริจาคของผู้อื่น สีหน้าก็ดำทะมึนไม่อาจบรรยาย
ลู่เจียวมองฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวกับฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ด้วยสีหน้าลำบากใจ กล่าวว่า “ตามหลักพวกเราบริจาคไม่ควรสูงกว่าจวนจ้าวกั๋วกงกับจวนจงหย่งโหวถึงจะถูก แต่เรื่องในวันนี้ได้ทูลต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาทไปแล้ว อีกสักครู่ข้าจะนำยอดเงินบริจาคของแต่ตระกูลลงสมุดบัญชีนำขึ้นทูลเกล้าต่อฝ่าบาท หากฝ่าบาทเห็นพวกเราแต่ละตระกูลบริจาคน้อย เกรงว่าจะคิดมาก ดังนั้นพวกเราได้แต่บริจาคมากเช่นนี้แล้ว”
ลู่เจียวกล่าวจบ ก็ทำสีหน้าหวังดีถามฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวกั๋วกงกับฮูหยินผู้เฒ่าจงหย่งโหวว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าทั้งสองท่านแน่ใจว่าจะบริจาคจำนวนนี้หรือ หากแน่ใจแล้ว ข้าก็จะได้บันทึกจำนวนนี้”
ฮูหยินผู้เฒ่าจวนจ้าวกั๋วกงกับฮูหยินผู้เฒ่าจงหย่งโหวต่างโมโหกันแทบตาย แต่ก็กล่าวอันใดไม่ออก สีหน้าแข็งทื่อย่ำแย่อย่างที่สุด เป็นนานจึงได้กัดฟันเอ่ยว่า “ตระกูลข้าบริจาคสองหมื่นห้าพันตำลึง”
ในฐานะตระกูลฝั่งไทเฮา ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องสูงกว่าผู้อื่น ไม่เช่นนั้นย่อมต้องทำให้ไทเฮาเสียหน้า ไทเฮาต้องทรงกริ้วเป็นแน่
ตระกูลฝั่งฮองเฮาก็ได้แต่บริจาคตามมาสองหมื่นห้าพันตำลึงเช่นกัน
สองฮูหยินผู้เฒ่าบอกตัวเลขเสร็จ ก็รู้สึกในใจปวดปลาบ มองลู่เจียวแล้วก็ยิ่งขัดหูขัดตา
ลู่เจียวกลับยิ้มละไมก้มกายเอ่ยขอบคุณ “ข้าขอขอบคุณในความเมตตาอารีของฮูหยินผู้เฒ่าทั้งสองแทนชาวบ้านผู้ประสบภัยด้วย”
ฮูหยินผู้เฒ่าเผยกับท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่พยายามกลั้นหัวเราะกันแทบแย่ หากไม่ใช่กลั้นเอาไว้ได้ ทั้งสองคนก็คงเอ่ยว่าลู่เจียวช่างแกล้งคนเสียจริงๆ
ไม่เห็นหรือว่าสองฮูหยินผู้เฒ่าโมโหเจ้าแทบตายแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่าเผยกับท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ยิ้มเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “วันนี้ตอนเที่ยงพวกเราจัดเลี้ยง ขอเชิญทุกคนไปร่วมรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร ยากที่จะมีโอกาสอันดีที่จะได้ร่วมวงสนทนากันเช่นนี้สักครั้ง”
คนไม่น้อยเห็นด้วย แต่ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวกับฮูหยินผู้เฒ่าหลี่กลับปวดใจจนกินข้าวไม่ลง ลุกขึ้นกล่าวอำลาฮูหยินผู้เฒ่าเผยท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ “ที่บ้านมีงานมาก วันนี้ก็ขอตัวก่อน ครั้งหน้าพวกเราเชิญฮูหยินผู้เฒ่าเผยกับท่านหญิงไปที่จวนเราสักครั้ง”
สองฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวจบก็พาคนเดินออกไป ลู่เจียวถอนหายใจกล่าวว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวกับฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ไม่เสียทีที่เป็นแบบอย่างแห่งแคว้นต้าโจวเราจริงๆ นี่เพิ่งจะกล่าวกันจบก็ร้อนใจกลับไปนำตั๋วแลกเงินมาแล้ว”
ลู่เจียวถอนหายใจเสร็จก็รีบกล่าวต่อว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าว ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ พวกท่านไม่ต้องใจร้อนไป อีกสักครู่ข้าจะสั่งการให้คนไปรับที่จวนก็ได้”
ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวกับฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ชะงักฝีเท้า ทั้งสองคนแอบด่าลู่เจียวอยู่ในใจด้วยความคั่งแค้นใจอย่างที่สุด ไม่อยากหันกลับไปมองอีกแม้แวบเดียว
ลู่เจียวไม่ได้สนใจสองฮูหยินผู้เฒ่าอีก หันไปมองบรรดาฮูหยินแต่ละตระกูลที่มาร่วมงานบริจาคในวันนี้ กล่าวว่า “ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงาน วันนี้ข้าจัดเลี้ยง ขอเชิญทุกท่านไปรับประทานอาหารกันที่หอปาเจินโหลว”
ฮูหยินผู้เฒ่าเผย ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ ฮูหยินขุนพลหวังและฮูหยินซิ่งอันโหวย่อมยินดีไปร่วมงาน ต่างรับคำกล่าวว่า “วันนี้ทำให้เจ้าเสียเงินเสียทองแล้ว”
แต่ฮูหยินพรรคพวกอ๋องจิ่นกลับไม่คิดอยู่ต่อ รีบพากันลุกขึ้นแสดงท่าทีว่าที่บ้านมีงาน
ลู่เจียวเองก็ไม่คิดรั้งไว้ ขอเพียงส่งเงินบริจาคมาถึง เรื่องอื่นก็คุยกันได้
ลู่เจียวมองไปยังตระกูลหวา ตระกูลของพระชายาอ๋องจิ่น กล่าวว่า “เช่นนั้น เงินที่พวกท่านแต่ละตระกูลบริจาคจะส่งคนนำมามอบหรือว่าให้ข้าส่งคนไปรับที่จวนดี”
ทุกคนพากันแสดงท่าทีว่าอีกสักครู่จะให้คนนำไปส่งที่จวนลู่เจียว
ลู่เจียวยิ้มให้คนออกไปส่งพวกนาง
พอคนเหล่านี้ไปแล้ว คนที่เหลือก็เข้ากันได้ดีมาก ลู่เจียวเชิญพวกนางไปรับประทานอาหารที่หอปาเจินโหลว
รับประทานอาหารเสร็จก็ยังเชิญพวกนางมารับบริการที่ร้านเสริมความงาม พอเสร็จงานทุกอย่างนี้แล้ว ฟ้าก็เริ่มมืด ทุกคนก็พากันอำลากลับจวน ก่อนคนเหล่านี้จะไป ยังแสดงท่าทีกับลู่เจียวว่า วันพรุ่งนี้จะนำเงินบริจาคไปส่งจวนตระกูลเซี่ย
ตกค่ำลู่เจียวกลับถึงตระกูลเซี่ย ก็บอกเรื่องนี้กับเซี่ยอวิ๋นจิ่น อดหัวเราะเยาะในหายนะผู้อื่นไม่ได้
“เจ้าไม่รู้ ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวกับฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ สีหน้าเขียวคล้ำไปหมด”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองนางแล้วก็เอ่ยเตือนว่า “เจ้านับว่าได้ล่วงเกินฮูหยินผู้เฒ่าทั้งสองไปแล้ว วันหน้าต้องระวังหน่อย อย่าให้พวกนางเล่นงานเจ้าได้”
ลู่เจียวเลิกคิ้วกล่าวว่า “แม้วันนี้ข้าเอาใจพวกนางก็ไร้ประโยชน์ เพราะพวกเราเลี้ยงดูองค์ชายรองมา นี่คือความผิด ในเมื่อพวกนางแค้นใจพวกเราไปแล้ว ไยต้องยกยอสรรเสริญพวกนางอีก”
คำพูดลู่เจียวทำให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นนึกโทษตนเองในใจ เขามองลู่เจียวกล่าวว่า “ล้วนเพราะข้ารับเลี้ยงซื่อเป่าไว้ หากไม่เช่นนั้นก็คงไม่ทำให้ตระกูลเราต้องเจออุบายเล่นงานมากมายเช่นนี้”
ลู่เจียวถลึงตาใส่เขาอย่างไม่พอใจ “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ตอนนี้เจ้ากล่าวอันใดมาก็ไร้ความหมาย ไม่สู้เราตั้งใจช่วยซื่อเป่าให้ดีดีกว่า”
“อืม”
สองสามีภรรยาคุยกันอีกครู่หนึ่งก็เข้านอนแต่เช้า
วันรุ่งขึ้น บรรดาฮูหยินแต่ละตระกูลในเมืองหลวงต่างส่งตั๋วแลกเงินที่บริจาคมาถึงมือลู่เจียว
ลู่เจียวนำเงินที่แต่ละตระกูลบริจาคมาจดลงสมุดบัญชีมอบให้เซี่ยอวิ๋นจิ่น ให้เขานำเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวายต่อฝ่าบาทด้วยตนเอง
จากนั้นจะจัดการอย่างไรก็มอบให้ฝ่าบาทไปจัดการเองแล้ว
ในวัง เซียวอวี้เห็นตั๋วแลกเงินก็มีสีหน้าดีใจอย่างบอกไม่ถูก ครั้งนี้ลู่เจียวได้รับเงินบริจาคมาถึงหกแสนกว่าตำลึง แม้ว่าเงินจำนวนนี้ไม่นับว่ามากนัก แต่กลับเพียงพอซื้อเสบียงอาหารไม่น้อย ช่วยชาวบ้านผู้ประสบภัยพวกนั้นให้มีชีวิตผ่านพ้นหน้าหนาวนี้ไปได้ ปีหน้าราชสำนักค่อยมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวเจ้าให้กับชาวบ้านผู้ประสบภัยทางเหนือ ภัยพิบัติหิมะครั้งนี้นับว่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
“เราขอขอบคุณฮูหยินเซี่ยด้วย”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นทูลตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “นี่เป็นสิ่งที่กระหม่อมและฮูหยินควรกระทำพ่ะย่ะค่ะ”
เพราะเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวช่วยเซียวอวี้ให้พ้นจากความยุ่งยาก ดังนั้นเซียวอวี้จึงมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นแล้วรื่นหูรื่นตามากขึ้น เห็นใบหน้าเซี่ยอวิ๋นจิ่นพันแผลไว้ แลดูน่าเอน็จอนาถยิ่ง ก็อดถามอย่างห่วงใยไม่ได้ว่า “ใบหน้าเจ้าไม่เป็นอันใดมากหรือไม่”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นส่ายหน้ากล่าวว่า “ฝ่าบาทวางพระทัยได้ ไม่เป็นอันใด เพียงแค่ไม่อาจดีขึ้นได้ในระยะเวลาอันสั้น วันหน้าย่อมหายดีได้”
“อืม ตอนนี้ใกล้ปีใหม่แล้ว ระยะนี้เจ้าก็พักผ่อนอยู่แต่ในจวนให้ดี ไม่จำเป็นต้องร้อนใจเรื่องช่วยบรรเทาทุกข์พวกนี้ เรื่องพวกนี้เราจะให้ผู้อื่นไปจัดการ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรับคำพลางถามถึงเรื่องราวในวังอ๋องหมิงอย่างห่วงใย
“สองวันนี้ดูกระปรี้กระเปร่าไม่น้อย บาดแผลตามร่างกายประสานดีแล้ว สภาพร่างกายเขาดีไม่เลว”
เห็นได้ว่าชีวิตบุตรชายตอนอยู่ที่ตระกูลเซี่ยไม่เลวจริงๆ เมื่อก่อนฮูหยินเซี่ยดูแลสุขภาพเขามาอย่างดีมาก ดังนั้นเรื่องทำทารุณกรรมเขาพวกนั้นล้วนเป็นแค่ข่าวลือ
เซียวอวี้คิดไปก็กำชับเซี่ยอวิ๋นจิ่นอย่างห่วงใยไป
จากนั้นเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวก็สงบเสงี่ยมอย่างมาก ไม่ได้สนใจเรื่องราวทางตอนเหนือ ทุกอย่างให้ฝ่าบาทตัดสินพระทัย
ตอนนี้ใกล้ปีใหม่ ลู่เจียวเริ่มยุ่งกับงานในบ้าน นอกจากต้องมอบของขวัญให้คนในราชสำนักที่สนิทกัน ยังต้องมอบของให้เซี่ยเหล่าเกินกับเซี่ยเอ้อร์จู้ที่อยู่ไกลถึงอำเภอชิงเหอ ยังต้องมอบให้คนที่สนิทกันในอำเภอชิงเหออีกหลายคน เช่น ตระกูลหัน ตระกูลเถียน เป็นต้น
นอกจากยุ่งกับเรื่องของขวัญปีใหม่และของสำหรับฉลองเทศกาลแล้ว ลู่เจียวยังต้องคิดบัญชีสามโรงผลิตอำเภอชิงเหอ ร้านขนส่งสินค้าเหนือใต้ ร้านเสริมความงาม ยังมีโรงปลูกผักอีก