ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 825 พระราชทานสุรา
ตอนที่ 825 พระราชทานสุรา
คำพูดเซียวอวี้ทำให้อาการเหิมเกริมเอาเรื่องของไทเฮาจ้าวลดลงไปไม่น้อย นางมองเซียวอวี้ พลางเอ่ยด้วยอารมณ์เคร่งเครียดว่า “ฝ่าบาท ตระกูลจ้าวดีต่อพระองค์ไม่น้อย หากไม่มีตระกูลจ้าวสนับสนุน จะทรงก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ได้หรือ ตำแหน่งนี้คงกลายเป็นของอ๋องจิ้นไปแล้ว เห็นอยู่ว่าตระกูลจ้าวช่วยพระองค์ไว้ เหตุใดมาถึงตอนนี้ ทรงไม่ยอมให้หญิงตระกูลจ้าวให้กำเนิดองค์ชาย”
“ทำไมต้องให้หญิงตระกูลจ้าวให้กำเนิดองค์ชายให้ได้ ตระกูลจ้าวกุมอำนาจการทหารในมือ แม้ว่าไม่ได้มีองค์ชายก็ยังดำรงตำแหน่งทรงอิทธิพลในแคว้นต้าโจวได้ ยังไม่ดีหรือ ไม่เพียงแค่เรา แม้แต่บุตรชายและหลานชายเรา ในวันหน้าก็จะไม่ทำให้ตระกูลต้องลำบากใจ ตระกูลจ้าวยังต้องการสิ่งใดอีก แผ่นดินแคว้นต้าโจวหรือ”
วาจานี้ทำเอาไทเฮาจ้าวไม่อาจควบคุมตนเองได้อีกต่อไป นี่คือความผิดถึงขั้นก่อกบฏ บุตรชายนางคิดเอาชีวิตตระกูลจ้าวหรือ
“เซียวอวี้ เจ้าคิดจะให้ตระกูลจ้าวต้องแดดิ้นหมดสิ้นหรือ”
เซียวอวี้มองไปยังไทเฮาจ้าวด้วยสีหน้าเย็นเยียบ “หากเสด็จแม่ไม่อยากให้ตระกูลจ้าวต้องจบสิ้น ก็อย่าได้เอาแต่คิดให้หญิงตระกูลจ้าวให้กำเนิดองค์ชาย ราชวงศ์ไม่มีทางที่จะให้หญิงตระกูลจ้าวให้กำเนิดองค์ชาย”
เซียวอวี้มองไปยังไทเฮาจ้าวด้วยสายตาเยียบเย็น แต่ไรมาเขาไม่เคยคิดจะเอ่ยตัดรอนเช่นนี้ เขาไม่อยากให้เสด็จแม่ตนเองเสียใจ แต่เสด็จแม่คล้ายลืมไปแล้วว่าเขาเป็นฮ่องเต้แคว้นต้าโจว สิ่งที่เขาทำมาตลอดก็คือไม่ปล่อยให้ผู้ใดเป็นภัยคุกคามรากฐานแคว้นต้าโจว
ไทเฮาจ้าวคิดไม่ถึงว่าฮ่องเต้จะตัดรอนนางเช่นนี้ นางมองเซียวอวี้ด้วยสีหน้าย่ำแย่เป็นนานจึงได้เอ่ยว่า “เยี่ยม เยี่ยม ไม่เสียทีที่เป็นบุตรชายคนดีของข้า ไม่เสียทีที่ตระกูลจ้าวสนับสนุนให้ขึ้นสู่บัลลังก์ ฮ่องเต้ถึงกับทำกับตระกูลข้า ทำกับตระกูลจ้าวเช่นนี้ ทรงลืมบุญคุณ”
นางกล่าวจบก็หันหลังจะออกไป ตงหลินด้านนอกเดินเข้ามารายงานอย่างระมัดระวัง
“ฝ่าบาท อ๋องหมิงให้คนส่งนางสนมมา บอกว่านางมาขวางเกี้ยวเขาเอาไว้กลางทาง”
เซียวอวี้เดิมกำลังโมโห ได้ยินเสียงตงหลิน ก็มีสีหน้าดุดันอย่างไม่อาจบรรยาย ตวาดเยียบเย็นว่า “ลากตัวออกไปโบยให้ตาย”
กล่าวจบคิดถึงว่านางสนมตกค่ำไม่เข้านอน แต่วิ่งไปขวางเกี้ยวอ๋องหมิงทำไมกัน เบื้องหลังย่อมมีผู้บงการเป็นแน่ เซียวอวี้จึงกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นทันทีว่า “พาตัวนางเข้ามา”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
ไทเฮาจ้าวได้ฟังคำพูดเซียวอวี้แล้ว มุมปากก็เผยแววโกรธแค้นชิงชังออกมา เซียวอวี้ไม่อยากให้หญิงตระกูลจ้าวมีสายพระโลหิต ตระกูลจ้าวไม่มีทางยอมให้คนที่เขาชื่นชอบได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้แคว้นต้าโจว ไม่มีทางยอมให้เขาขวางหญิงตระกูลจ้าวให้กำเนิดองค์ชายอย่างเด็ดขาด ตระกูลจ้าวจะเลือกองค์ชายขึ้นครองราชย์ด้วยตนเอง ไม่มีทางเป็นองค์ชายใหญ่เซียวเจิน และไม่มีทางเป็นองค์ชายรองเซียวเหวินอวี๋
ไทเฮาจ้าวเดินออกไปด้านนอก นางสนมน้อยถูกคนลากเข้าไปด้านใน พอดีได้เห็นไทเฮาจ้าวเดินออกไป รีบส่งเสียงขอร้อง
“ไทเฮา หม่อมฉันไม่ได้ขวางเกี้ยวองค์ชายรอง หม่อมฉันไม่ได้ทำเพคะ”
ไทเฮาจ้าวมองนางทีหนึ่ง คล้ายมองมดปลวกที่กำลังจะตายตัวหนึ่ง ไม่ได้มีความรู้สึกเห็นใจสงสารแม้แต่น้อย
เข้าวังก็ต้องเตรียมตัวตายไว้แล้ว หากไม่อยากตายก็หดตัวอยู่แต่ในตำหนักตนเองดีๆ กล้าออกมาก่อเรื่องก็รอรับความตายได้
ไทเฮาจ้าวขึ้นเกี้ยวจากไป
นางสนมน้อยถูกคนลากตัวมาที่ห้องโถงตำหนักเซียวอวี้
นางสนมน้อยรู้ว่าตอนนี้ตนเองรอดหรือไม่ก็ขึ้นกับฮ่องเต้แล้ว ดังนั้นนางเข้ามาในห้องโถงก็คุกเข่าลงทันที มองฮ่องเต้เบื้องบนด้วยสีหน้าน่าสงสาร ขอร้องน่าอนาถว่า “ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ได้ขวางเกี้ยวอ๋องหมิง หม่อมฉันเพียงแค่ออกมาเด็ดดอกไม้แล้วก็ล้มลง ไม่ทันระวังชนกับเกี้ยวอ๋องหมิง”
นางสนมน้อยกล่าวจบ ก็เงยหน้ามองเซียวอวี้ด้วยท่าทางน่าสงสาร
เซียวอวี้เห็นท่าทางนางเช่นนี้ก็คิดถึงไทเฮาจ้าว เมื่อก่อนไทเฮาจ้าวมักจะแสดงท่าทางน่าสงสารส่งสายตามองอดีตฮ่องเต้เช่นนี้ ความจริงนี่เป็นเพียงอุบายของสตรีเพื่อที่จะได้รับความโปรดปรานสงสารเท่านั้น
เซียวอวี้เห็นท่าทางนางก็รู้สึกว่ารังเกียจ ตวาดดุดันว่า “พูดมา ผู้ใดบงการเจ้าออกมาวางอุบายองค์ชายรอง”
หญิงผู้นี้เป็นนางสนมของเขา หากเซียวเหวินอวี๋ทะนุถนอมหยกงามจนมีอันใดกับหญิงผู้นี้แม้แต่นิด ก็ย่อมทำลายชื่อเสียงตนเอง ดังนั้นเกรงว่ามีคนบงการหญิงผู้นี้มา
นางสนมน้อยอึ้งไปทันที เซียวอวี้เอ่ยอย่างรำคาญว่า “หากไม่พูดอีก ก็ลากตัวออกไปเฉือนเนื้อพันหมื่นชิ้น”
เฉือนเนื้อพันหมื่นชิ้นคือการลงทัณฑ์โหดเหี้ยม อย่าว่าแต่ผู้หญิง แม้แต่ผู้ชายเองก็ทนไม่ไหว นางสนมน้อยได้ฟังเซียวอวี้ก็ไม่คิดวางท่าวางทางอีก พลันร้องไห้สีหน้าซีดเผือดทูลว่า “ฝ่าบาทเพคะ ฮองเฮา ฮองเฮาให้หม่อมฉันทำเช่นนี้ ฮองเฮาบอกว่าหากหม่อมฉันทำ นางก็จะช่วยบิดาหม่อมฉัน หากไม่ทำ นางก็จะให้หม่อมฉันตาย หม่อมฉันไม่อาจขัดได้เพคะ”
ในความเป็นจริงฮองเฮายังรับรองว่านางจะไม่เป็นอันใด บอกว่าฝ่าบาททรงพระเมตตาที่สุด ไม่เอาโทษนางในเรื่องนี้อย่างแน่นอน
แต่นี่ไม่เหมือนกับที่พูดไว้
นางสนมน้อยน้ำตานองหน้า
สีหน้าเซียวอวี้ดำทะมึนน่ากลัวอย่างมาก กำมือแน่นขึ้นมา หลี่อวิ๋นซานถึงกับทำเรื่องชั่วช้าเช่นนี้อีก
เป็นถึงฮองเฮา โง่เขลาเพียงนี้ วันๆ คิดแต่อุบายชั่วร้ายพวกนี้ หรือว่าไม่อาจส่งเสริมให้อ๋องจิ่นช่วงชิงกับอ๋องหมิงอย่างเปิดเผยกัน มีความคิดวางอุบายผู้อื่น เหตุใดไม่นำความคิดไปใช้ในทางที่ถูกต้อง กระตุ้นให้อ๋องจิ่นเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ หากอ๋องจิ่นยอดเยี่ยมเพียงพอ ในฐานะโอรสองค์โตสายโลหิตหลัก ว่าเขาจะไม่พิจารณาให้เขาได้เป็นรัชทายาทแคว้นต้าโจวเชียวหรือ
ตอนนี้สองแม่ลูกไม่เพียงแต่ดำรงตนไม่เป็นผู้ใหญ่พอ แต่จิตใจยังคับแคบ คนเช่นนี้เหมาะกับเป็นรัชทายาทแคว้นต้าโจวได้อย่างไร
เซียวอวี้คิดไปก็ออกคำสั่งให้ตงหลิน “พานางออกไป พระราชทานสุราพิษ”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
นางสนมน้อยทนรับไม่ไหวหมดสติไป ตงหลินโบกมือให้สองขันทีลากตัวนางออกไป
เซียวเหวินอวี๋ได้รับข่าวอย่างรวดเร็ว เสด็จพ่อพระราชทานสุราพิษให้นางสนมน้อยผู้นั้น สมน้ำหน้า
ตอนฮองเฮาได้ข่าวก็มีสีหน้าซีดเผือดทันที ฝ่าบาทคงไม่รู้ว่าเป็นนางบงการให้หญิงผู้นั้นไปล่อลวงเซียวเหวินอวี๋กระมัง
ฮองเฮาเป็นห่วงเซียวอวี้จะมาเอาเรื่อง แต่ครั้งนี้รอนานแล้วเซียวอวี้ก็ไม่มา มีแต่ราชโองการปากเปล่ามาถึง ฮองเฮา กักบริเวณอีกครั้ง งานในวังมอบให้พระสนมซูเฟยดูแล
ตระกูลเซี่ย ลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นเอ่ยถึงเรื่องที่เซียวเหวินอวี๋เผชิญมาในวังคืนนี้ ต่างไร้วาจาจะกล่าว
“เจ้าว่าฮองเฮาสมองมีปัญหาหรือไม่ ปีนี้ซื่อเป่าแค่สิบห้า กล่าวตามตรง ตอนนี้เขาไม่ได้คิดเรื่องชายหญิง เขายังไม่ได้จุดประกายเรื่องพวกนี้ นางกลับเอาแต่ใช้อุบายสาวงามกับซื่อเป่าครั้งแล้วครั้งเล่า”
ก่อนหน้านี้ลู่เจียวส่งหร่วนจู๋ไปอารักขาเซียวเหวินอวี๋ หร่วนจู๋เห็นเซียวเหวินอวี๋ไม่ได้หลงกลก็แอบกลับมารายงานเรื่องนี้ต่อลู่เจียว
ลู่เจียวเองก็รู้เรื่องที่เซียวเหวินอวี๋ต้องเผชิญตอนกลับตำหนัก
นางได้ฟังรายงานแล้วก็ไร้วาจาจะกล่าว เจ้าว่าเซียวเหวินอวี๋ปีนี้อายุแค่สิบห้า ผ่านปีนี้ไปก็สิบหก เด็กผู้ชายโตช้า กล่าวตามตรง ตอนนี้ความคิดเขาไม่ได้อยู่ที่เรื่องผู้หญิง ผู้หญิงสำหรับเขาแล้ว เกรงว่าให้วิวาทกับผู้ชายยังจะดีเสียกว่า เจ้าส่งแต่ผู้หญิงมาล่อลวงเขา นี่ไม่ไร้ความหมายหรือ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นสีหน้าเย็นเยียบ กล่าวว่า “ฮองเฮาทำเช่นนี้ มีแต่จะทำให้ฝ่าบาทกริ้วหนัก พวกเราก็รอดูว่านางจะทำลายตนเองเช่นไรก็พอ หญิงผู้นี้ช่างโง่เขลาเสียจริง”