ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 830 โมโหมาก
ตอนที่ 830 โมโหมาก
หลังอาหารค่ำ เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวเร่งให้ซื่อเป่ารีบกลับเข้าวัง ซื่อเป่าตัดใจไม่ลง แยกจากกันมานานเพียงนี้ เขาคิดถึงบิดามารดามาก แต่ก็รู้ว่าตนเองไม่เหมาะจะอยู่ตระกูลเซี่ยนานนัก
ซื่อเป่ารับคำพาโจวโย่วจิ่นออกจากตระกูลเซี่ย เดินทางกลับเข้าวัง
ซื่อเป่าไปแล้ว เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวก็เรียกเอ้อร์เป่าเข้ามาถามเรื่องของพวกเขาที่ซีเป่ย
พวกเขารู้แล้วว่าเพื่อไม่ให้พวกเขาเป็นห่วง บุตรชายทั้งสองปิดบังบางเรื่องไว้ เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวไม่อยากถามต่อหน้าซื่อเป่า พอซื่อเป่าไปแล้วจึงได้ถามเอ้อร์เป่า
เอ้อร์เป่าไม่คิดเอ่ยถึง แต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นเอ่ยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “พวกเราอยากรู้ว่ามีคนถือโอกาสลอบสังหารซื่อเป่าหรือไม่”
เอ้อร์เป่าได้ยินก็ไม่กล้าปิดบังอีก ยอมรับว่า “มี และหลายครั้งด้วย แต่ถูกพวกเราโต้กลับไป ซื่อเป่าเองก็ได้รับบาดเจ็บ มีครั้งหนึ่งโชคดีข้ามาทัน ไม่เช่นนั้นครั้งนั้นเกรงว่าเขาก็คงบาดเจ็บสาหัส ต่อมาข้าก็ไม่กล้าออกห่างจากเขาอีก ข้านำคนติดตามเขาไว้ตลอด ต่อมาคนพวกนั้นก็ไม่มีโอกาสลงมืออีก”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นสบตากับลู่เจียวก่อนมองไปยังเอ้อร์เป่า ถามว่า “พวกเจ้าจับตัวไว้ได้บ้างหรือไม่ สืบได้ไหมว่าผู้ใดบงการคนพวกนั้นมา”
“พวกเราจับได้ แต่คนพวกนั้นต่างกัดลิ้นฆ่าตัวตายหมด จับตัวเป็นๆ ได้ แต่สุดท้ายต่างคิดหาทางฆ่าตัวตายจนหมด ดังนั้นพวกเราไม่มีหลักฐานอันใดทั้งสิ้น”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้าเล็กน้อย “แม้พวกเขาฆ่าตัวตาย พวกเราก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าคนที่ส่งมือสังหารมาสังหารซื่อเป่า ไม่ใช่คนของฮองเฮากับอ๋องจิ่น ก็คงเป็นคนของจ้าวกั๋วกง”
ลู่เจียวมองไปยังเซี่ยอวิ๋นจิ่น “ครั้งนี้ซื่อเป่าสร้างความชอบกลับมา ฮองเฮากับอ๋องจิ่นน่าจะนั่งไม่ติดแล้ว เจ้าจะต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของพวกเขาไว้ อย่าให้พวกเขาทำร้ายซื่อเป่าได้ อีกอย่าง หากมีโอกาสก็ให้ลงมือก่อน ไม่ต้องไตร่ตรองอันใดอีกแล้ว”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้า ลู่เจียวไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก แต่เงยหน้ามองไปยังเอ้อร์เป่ากล่าวว่า “ครั้งนี้พวกเราตามเจ้ากลับมา ก็เพื่อให้เจ้ากับพี่ใหญ่เจ้าแต่งงานพร้อมกัน พวกเจ้าอายุไม่น้อยแล้ว ควรแต่งงานได้แล้ว”
เอ่ยถึงเรื่องแต่งงาน เอ้อร์เป่าก็หน้าแดง เป็นนานกว่าจะเอ่ยออกมาว่า “ทุกอย่างแล้วแต่ท่านพ่อกับท่านแม่”
“พรุ่งนี้นำของขวัญไปเยี่ยมว่าที่พ่อตาแม่ยายเจ้า ให้พวกเขารู้ว่าเจ้ากลับมาแล้ว เรื่องแต่งงานของพวกเจ้า ก่อนหน้านี้ตระกูลเราได้ตกลงกับพวกเขาไว้แล้ว”
ลู่เจียวกล่าวจบก็โบกมือ “เอาละ กลับไปพักผ่อน พรุ่งนี้ไปเยี่ยมเยือนอวี้หลัวกัน”
“ขอรับ ท่านแม่”
เอ้อร์เป่าเดินออกไป ลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นมองไปยังอีกฝ่าย “ซื่อเป่ากลับเมืองหลวงมาอย่างราบรื่น ฮองเฮากับอ๋องจิ่นน่าจะนั่งไม่ติด ดังนั้นจากนี้ไปต้องรับมืออบ่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น”
“อืม”
ในวัง เซียวอวี้เห็นบุตรชายตรงหน้าก็อดทอดถอนใจไม่ได้ บุตรชายผ่านสมรภูมิสงครามมา ยามนี้ท่าทางนิ่งสุขุมกว่าเมื่อก่อนมาก กิริยาท่าทางก็ล้วนดูองอาจน่าเกรงขาม
ไม่เลว ไม่เลว
เซียวอวี้ยิ้มบอกให้เซียวเหวินอวี๋ลุกขึ้น “เอาละ ลุกขึ้นได้ เล่าเรื่องสนามรบให้เสด็จพ่อฟังหน่อย”
เซียวเหวินอวี๋พบว่าสีหน้าเสด็จพ่อตนไม่ค่อยดีนัก นึกถึงที่ท่านแม่เคยบอก สุขภาพเสด็จพ่อไม่ดี อายุจะไม่ยืนยาวนัก
เขาอดถามอย่างเป็นห่วงไม่ได้ “เสด็จพ่อ พระวรกายไม่ดีหรือ ไม่ได้ให้หมอหลวงมาจัดยาให้หรือพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวอวี้ได้ยินเขาเป็นห่วงก็อดใจอ่อนยวบลงไม่ได้
บุตรชายเขาคนนี้ เห็นอยู่ว่าเขาไม่ได้เลี้ยงดูมา แต่เขากลับห่วงใยเขา และเขายังสัมผัสได้ว่าเป็นความห่วงใยจากใจจริง
“ไม่เป็นอันใด เสด็จพ่อไม่เป็นอันใดมาก เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง มา มาเล่าเรื่องสนามรบให้เสด็จพ่อฟังหน่อย”
เซียวอวี้ลุกขึ้นไปดึงเซียวเหวินอวี๋มาถามเรื่องการรบ
เซียวเหวินอวี๋เล่าเรื่องศึกที่ซีเป่ยให้เขาฟัง เซียวอวี้ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าบุตรชายคนนี้ฉลาดหลักแหลม ที่สำคัญที่สุดก็คือเขาสุขภาพดีมาก เช่นนี้เขาจึงจะครองตำแหน่งฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าโจวได้มั่นคง ไม่เหมือนเขาที่แม้ดำรงตำแหน่งสูงส่ง แต่สุขภาพไม่เอาไหน
ก่อนหน้านี้ลู่เจียวเข้าวังมาตรวจชีพจรให้เขา ปรุงยาบำรุงให้เขาแล้ว แต่ลู่เจียวเคยบอกว่าสุขภาพเขาจากนี้อย่าได้กังวลเรื่องใดมากนัก ลดความกังวลลงจึงจะเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงได้
แต่ในฐานะฮ่องเต้แคว้นต้าโจว เขาไม่เป็นกังวลได้อย่างไร ในฐานะฮ่องเต้จะไม่เป็นกังวลได้หรือ
เซียวอวี้คิดไปพลางมองชายหนุ่มตรงหน้าที่สีหน้ามีชีวิตชีวาอย่างพึงพอใจ กิริยาท่าทางล้วนสูงศักดิ์ และมีความน่าเกรงขาม เขาเกิดมาเพื่อเป็นฮ่องเต้แท้จริง
เซียวอวี้ครุ่นคิดแล้วก็คิดถึงอ๋องจิ่นขึ้นมา
อ๋องจิ่นเป็นองค์ชายใหญ่แห่งแคว้นต้าโจว หากไม่ได้ทำอันใดผิด เขาก็ไม่อาจข้ามเขามาแต่งตั้งองค์ชายรองเซียวเหวินอวี๋เป็นรัชทายาทได้
ดังนั้นเขาจะแต่งตั้งเซียวเหวินอวี๋เป็นรัชทายาทแคว้นต้าโจวให้สมเหตุสมผลได้อย่างไร
เช่นนี้เซียวเหวินอวี๋ก็จะได้แบ่งเบาภาระของเขา เขาจะได้เป็นกังวลน้อยลง
เซียวเหวินอวี๋เล่าไปได้อีกครู่หนึ่งก็ไม่ได้ยินเสียงเซียวอวี้ จึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยสัญชาตญาณ สีหน้าเซียวอวี้ดูเคร่งขรึมขึ้น เขาจึงหยุดเล่า “เสด็จพ่อทรงเหนื่อยก็ทรงพักผ่อนก่อน ไว้หม่อมฉันมาเล่าเรื่องการรบอย่างละเอียดให้เสด็จพ่อฟังใหม่”
“ได้ ชัยชนะซีเป่ยเหนือพวกชนเผ่าเร่ร่อนสิบสองชนเผ่าครั้งนี้ เจ้าสร้างความชอบไว้ไม่น้อย พรุ่งนี้เสด็จพ่อจะจัดงานฉลองให้เจ้า”
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ”
เซียวเหวินอวี๋ขอบพระทัยแล้วก็ออกไป กลับไปยังตำหนักตนเอง
จวนอ๋องนอกวังของเขาสร้างเสร็จแล้ว ไว้ทูลขอเสด็จพ่อออกไปอยู่จวนอ๋องนอกวังได้ เขาก็จะแอบไปตระกูลเซี่ยบ่อยๆ ได้แล้ว
เซียวเหวินอวี๋คิดถึงเรื่องนี้ก็อารมณ์ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ตำหนักคุนหนิงกง
ฮองเฮาได้ข่าวอ๋องหมิงนำคนกลับเมืองหลวงและเข้าวังมาแล้วอย่างรวดเร็ว
แผนการพวกเขาก่อนหน้านี้ล้มเหลวหมดสิ้น
ฮองเฮาแทบจะคลั่งตาย กำลังเดินติดจั่นไปมาในตำหนักคุนหนิงกงราวกับสัตว์ป่า
“ทำไม ทำไมสังหารเขาไม่ได้ หรือว่าเขาจะเป็นรัชทายาทแห่งแคว้นต้าโจวที่ฟ้ากำหนดไว้แล้ว อย่างไรก็ไม่ตายหรือ”
ทุกคนตำหนักต่างไม่กล้าออกเสียง ฮองเฮาจิตมารแทรกแล้ว พวกนางไหนเลยจะกล้ากล่าวอันใด
ในเวลาเดียวกัน ณ จวนอ๋องจิ่น อ๋องจิ่นเองก็ได้ข่าวอ๋องหมิงกลับถึงเมืองหลวงราบรื่นแล้ว
อ๋องจิ่นไร้ปฏิกิริยานิ่งไปเป็นนาน หลินจิงขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า “ตอนนั้นหม่อมฉันให้ท่านอ๋องไปซีเป่ย ท่านอ๋องฟังคำฮองเฮาไม่ไป ยามนี้ทุกคนมีชัยกลับมา ความดีความชอบตกอยู่กับอ๋องหมิง หากไม่เหนือความคาดหมาย ขุนนางในราชสำนักน่าจะให้ความสำคัญกับอ๋องหมิงมากกว่าท่านอ๋องแล้ว”
เซียวเจินพูดไม่ออก ในใจอดแอบโทษฮองเฮาไม่ได้ หากไม่ใช่เสด็จแม่ห้ามเขาไว้ ตอนนี้ความดีความชอบนี้ย่อมเป็นของเขา ไม่ใช่ของคนชั้นต่ำเช่นเซียวเหวินอวี๋นั่น
เซียวเจินคิดถึงเรื่องพวกนี้ก็รู้สึกปวดร้าวจนทนไม่ไหวเดินไปเดินมาในห้องไม่หยุด บ่นอย่างไร้สติว่า “ตอนนี้ทำอย่างไรดี เสด็จพ่อต้องไว้พระทัยเขายิ่งกว่าเดิมแน่”
เซียวเจินกล่าวจบ พลันหันหน้าไปมองหลินจิง “เจ้าว่าเสด็จพ่อจะแต่งตั้งเขาเป็นรัชทายาทแห่งแคว้นต้าโจวหรือไม่”
หลินจิงเลิกคิ้วกล่าวว่า “เป็นไปได้”
เซียวเจินได้ฟังคำพูดนาง ก็ยิ่งทนไม่ไหวอาละวาดขึ้นมา เตะเก้าอี้ในห้องล้ม เขากัดฟันคำรามขึ้นว่า “ข้าสิสมควรเป็นรัชทายาทแห่งแคว้นต้าโจว”