ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 832 กำกับเอง แสดงเอง
ตอนที่ 832 กำกับเอง แสดงเอง
ฮองเฮามองตามหลังบุตรชายไปด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ เซียวเจินคิดทำอันใด อยู่ดีๆ แล่นไปแสดงท่าทีดีกับเซียวเหวินอวี๋ทำไมกัน
เขาคงไม่คิดทำอันใดกระมัง ฮองเฮานึกเป็นห่วงขึ้นมา แต่ไรมาบุตรชายจะทำอันใดก็ต้องหารือกับนางก่อน ครั้งนี้คิดกระทำพลการอันใดกัน
ฮองเฮาครุ่นคิดแล้วก็สั่งการขันทีข้างกายออกไปดู อย่าให้อ๋องจิ่นเสียที
ขันทีรับคำตามออกไป
นอกพระที่นั่ง เซียวเจินกับเซียวเหวินอวี๋ทั้งสองคนเดินไปได้ระยะทางหนึ่ง รอบด้านพลันไร้ผู้คน เซียวเจินหยุดหันมามองเซียวเหวินอวี๋
สีหน้าเขาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว แต่กลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังกัดกินกระดูก จ้องมองเซียวเหวินอวี๋เขม็ง
เซียวเหวินอวี๋หัวเราะขำพรืด “ไม่เสแสร้งแล้วหรือ ข้ายังคิดว่าเจ้าจะเสแสร้งต่อไปเสียอีก ว่ามา เรียกข้าออกมาทำไม”
เซียวเจินจ้องมองเซียวเหวินอวี๋ กัดฟันกล่าวว่า “เซียวเหวินอวี๋ ข้าจึงจะเป็นสายเลือดโดยตรงของแคว้นต้าโจว ข้าจึงจะเป็นรัชทายาทแคว้นต้าโจว ไม่รู้ว่าเจ้าเป็นพวกเชื้อสายสกปรกผุดมาจากที่ใด เจ้าไม่คู่ควรเป็นรัชทายาทแคว้นต้าโจว ข้าไม่มีทางนั่งมองดูเจ้าแย่งตำแหน่งของข้าไปอย่างเด็ดขาด”
เซียวเหวินอวี๋มองเขาอย่างนึกขำ กล่าวว่า “วาจานี้เจ้าควรไปบอกกับเสด็จพ่อ กับขุนนางในราชสำนักไม่ใช่กับข้า บอกกับข้าแล้วมีประโยชน์อันใด”
เขากล่าวจบก็หันหลังคิดจากไป ไม่คิดสนใจเซียวเจินอีก
เซียวเจินเห็นเขาจะจากไปก็โมโหแทบคลั่ง
“เซียวเหวินอวี๋ ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าได้ครองตำแหน่งรัชทายาทแคว้นต้าโจว มันควรเป็นของข้า”
เขากล่าวจบก็พุ่งใส่เซียวเหวินอวี๋ เซียวเหวินอวี๋เดิมก็เป็นวิทยายุทธ์ และยังผ่านสมรภูมิสงครามมา สำหรับการโจมตีด้านหลังเช่นนี้ เขารับรู้ได้ทันที รู้สึกได้ว่าเซียวเจินพุ่งใส่เขา เขาจึงชะงักถอยหลังรวดเร็ว เดิมเขาคิดว่าแค่หลบเซียวเจินก็พอ
คิดไม่ถึงว่าเซียวเจินพุ่งใส่เขา และยกมือหนึ่งแทงใส่หน้าอกตนเอง
เซียวเหวินอวี๋อดนิ่งอึ้งไปไม่ได้ คนผู้นี้ใจเหี้ยมกับตนเองมาก ถึงกับตัดใจลงมือกับตนเองได้เช่นนี้
ครั้งก่อนเซียวเหวินอวี๋แสร้งหลงกล แต่นั่นเพราะอีกฝ่ายแทงเขา เขาไม่คิดหลบเท่านั้น
ตอนนี้เซียวเจินลงมือกับเขาเปิดเผย ก็เพื่อให้ร้ายเขา เซียวเจินก็ช่างกล้าเสียจริง
ขณะเซียวเหวินอวี๋กำลังคิดอยู่ ด้านหน้าไม่ไกลนักก็พลันมีเสียงคนร้องดังตกใจ “ไม่ได้การแล้ว อ๋องหมิงแทงอ๋องจิ่นบาดเจ็บ อ๋องหมิงแทงอ๋องจิ่นบาดเจ็บแล้ว”
สถานที่ที่พวกเขาอยู่เดิมก็เป็นอุทยานหลวงข้างพระที่นั่ง ยามนี้คนผู้นี้ตะโกนดัง คนไม่น้อยในพระที่นั่งได้ยินเสียงเคลื่อนไหวก็พากันกรูออกมา
พวกฮองเฮาก็กรูออกมา
ฮองเฮาได้ยินว่าอ๋องหมิงแทงบุตรชายตนเอง ก็วิ่งเสียสติออกมาอย่างบ้าคลั่ง
พอนางวิ่งมาเห็นบุตรชายล้มอยู่บนพื้น หน้าอกบุตรชายมีดาบปักอยู่เล่มหนึ่ง สีหน้าก็พลันซีดเผือด
สภาพน่าตกใจทำเอาฮองเฮาควบคุมตนเองไม่อยู่ ร้องไห้เสียงดังเรียกไม่หยุด “เจินเอ๋อร์ เจินเอ๋อร์”
เซียวเจินดิ้นรนมองไปยังฮองเฮา “เสด็จแม่ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้ากับน้องรองคุยเรื่องเสด็จพ่อเพียงให้เขาช่วยงาน บอกเขาว่าอย่าได้คิดเรื่องไร้ความหมาย น้องรองก็โมโหลงมือแทงข้า”
อ๋องจิ่นกล่าวจบ ฮองเฮาก็เงยหน้ามองไปยังอ๋องหมิงเซียวเหวินอวี๋อย่างโมโหมาก
“เซียวเหวินอวี๋ เจ้าถึงกับกล้าแทงบุตรชายข้า ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่”
นางกล่าวจบ ก็สั่งการขันทีข้างกายเสียงดังขึ้นว่า “ไป ทูลเชิญฝ่าบาทมา”
นางกล่าวจบก็สั่งการทันที “เร็ว ตามหมอหลวงฉีมา”
ขุนนางในราชสำนักด้านหลังฮองเฮา พากันล้อมวงเข้ากล่าววิพากษ์วิจารณ์อันใดล้วนมี
“อ๋องหมิงแทงอ๋องจิ่นบาดเจ็บ จริงหรือเท็จกัน”
“อ๋องหมิงไม่มีทางเพราะไม่กี่วาจาก็แทงอ๋องจิ่นบาดเจ็บ”
“นั่นก็ไม่แน่ อาจจะโมโห ดังนั้นจึงแทงอ๋องจิ่นบาดเจ็บ”
“หากอ๋องหมิงแทงอ๋องจิ่นจริง เช่นนั้นเขาก็แล้งน้ำใจมาก ถึงกับแทงเสด็จพี่ตนเองได้”
หมอหลวงมาถึงรวดเร็ว มาถึงก็ดึงดาบออกและห้ามเลือดให้เซียวเจิน แม้ว่าบาดแผลแลดูน่าตกใจ แต่เพราะแทงใส่ตนเองก็ย่อมไม่กล้าใช้แรงมากเกินไปนัก ดังนั้นปากแผลจึงไม่ลึกมาก
หมอหลวงฉีมองไปยังฮองเฮากล่าวว่า “ฮองเฮาอย่าได้ทรงเป็นห่วง ท่านอ๋องไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต ไม่เป็นอันใดพ่ะย่ะค่ะ”
ฮองเฮาพลันโล่งอก แต่เห็นสีหน้าเซียวเจินซีดขาวก็ยังคงปวดใจแทบเจียนตาย
พอเซียวอวี้มาถึง ฮองเฮาก็คุกเข่าทูลคร่ำครวญ “ขอฝ่าบาทลงอาญาอ๋องหมิง เขาเลือดเย็นแล้งน้ำใจมาก เพราะวาจาไม่กี่คำก็แทงใส่เสด็จพี่ตนเองอย่างไม่คิดถึงสายสัมพันธ์ คนเช่นนี้หากไม่ลงโทษก็ไม่อาจทำให้ราษฎรยอมรับได้”
เซียวอวี้มองไปยังฮองเฮาเยียบเย็น จากนั้นก็มองไปยังเซียวเจิน “เจินเอ๋อร์ อวี๋เอ๋อร์แทงเจ้าบาดเจ็บหรือ”
เซียวอวี้รู้สึกว่าด้วยความสามารถเซียวเหวินอวี๋ ไม่มีทางวางแผนที่มีช่องโหว่มากมายเช่นนี้
เซียวเจินเห็นแววตาเซียวอวี้ก็อดร้อนตัวไม่ได้ แต่สุดท้ายยังคงฝืนยืนยันหนักแน่นออกไปว่า “ทูลเสด็จพ่อ พ่ะย่ะค่ะ น้องรองโมโหแทงหม่อมฉัน แต่หม่อมฉันไม่โทษเขา เพราะหม่อมฉันกล่าววาจาเกินไป น้องรองจึงได้โมโหแทงหม่อมฉัน ขอเสด็จพ่ออย่าได้ทรงตำหนิน้องรอง”
เซียวเจินกล่าวจบ ขุนนางในราชสำนักโดยรอบต่างก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นมา
“แม้ว่าความสามารถอ๋องจิ่นไม่เพียงพอ แต่จิตใจเมตตาอารี ความจริงอ๋องจิ่นก็ไม่เลว”
เซียวอวี้ไม่ได้สนใจเซียวเจิน มองไปยังเซียวเหวินอวี๋ “เซียวเหวินอวี๋ เจ้าว่าอย่างไร”
เซียวเหวินอวี๋ยิ้มบางตอบว่า “ทูลเสด็จพ่อ หม่อมฉันไม่ได้แทงพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่กำกับเองเล่นเองคนเดียวพ่ะย่ะค่ะ”
พอเอ่ยวาจานี้ออกมา เสียงจอกแจกรอบด้านก็พลันเงียบกริบ ผู้ใดก็ไม่กล้าเอ่ยอันใดอีก แต่ละคนมองไปยังเซียวเจิน เซียวเจินมองเซียวเหวินอวี๋อย่างแทบไม่อยากจะเชื่อ
ยามนี้ทุกคนไม่รู้ว่าควรเชื่อผู้ใด แทงหรือไม่แทง
เซียวอวี้มองไปยังเซียวเหวินอวี๋กล่าวว่า “เจ้ามีหลักฐานอันใดบอกว่าตนเองไม่ได้แทงเสด็จพี่เจ้า”
เซียวเหวินอวี๋มองด้านหลัง “แม่ทัพเฟิง ขุนพลอานพวกเจ้าออกมาได้แล้ว”
เสียงฝีเท้าด้านหลังดังขึ้น นอกจากแม่ทัพเฟิง ขุนพลอาน ยังมีขุนนางในราชสำนักอีกสองคน ทุกคนมองอ๋องจิ่นเซียวเจินอย่างไม่รู้จะเริ่มเอ่ยจากที่ใดดี
เซียวเจินเห็นพวกเขา สมองพลันอื้ออึง ร่างแข็งทื่อราวกับศิลา
เซียวเหวินอวี๋ค่อยๆ เอ่ยขึ้นว่า “เสด็จพี่ไม่ชอบหม่อมฉันมาตลอด ก่อนหน้านี้ถึงกับมาคารวะสุรากับหม่อมฉัน จากนั้นยังเชิญหม่อมฉันออกมาเดินเล่น หม่อมฉันสงสัยว่าเขาคิดทำอันใด ดังนั้นให้ขันทีน้อยติดตามหม่อมฉันไปเชิญพวกแม่ทัพเฟิงออกมา คิดว่าพวกแม่ทัพเฟิงน่าจะเห็นว่าหม่อมฉันไม่ได้แทงเสด็จพี่”
แม่ทัพเฟิงกับขุนพลอานและขุนนางในราชสำนักสองคนพากันคุกเข่าลง ทูลว่า “ทูลฝ่าบาท พวกกระหม่อมเห็นอ๋องจิ่นแทงกระบี่ใส่อ๋องหมิง จากนั้นก็อ๋องหมิงก็หลบ อ๋องจิ่นจึงได้แทงกระบี่ใส่ตนเองพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเจินทนรับความกระทบกระเทือนใจเช่นนี้ไม่ได้อีกต่อไป หน้ามืดหมดสติไปทันที
ฮองเฮาคิดไม่ถึงว่าเซียวเจินถึงกับแทงตนเอง นางรู้สึกปวดใจและโมโหมาก
สุดท้ายหันไปมองพวกแม่ทัพเฟิง กล่าวว่า “ฝ่าบาท พวกเขาเป็นพวกที่ไปซีเป่ยกับอ๋องหมิง คำพูดพวกเขาเป็นหลักฐานไม่ได้เพคะ”
วาจานี้ทำเอาทั้งแม่ทัพเฟิงและขุนพลอานรีบกล่าวทันทีว่า “ฮองเฮาสงสัยว่าพวกกระหม่อมให้การเท็จหรือ พวกกระหม่อมเปล่านะพ่ะย่ะค่ะ”
ขุนนางใหญ่ด้านหลังทั้งสองก้าวออกมา “กระหม่อมก็เปล่าพ่ะย่ะค่ะ”