ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 835 หาเรื่อง
ตอนที่ 835 หาเรื่อง
ลู่เจียวตรงเข้าไปอบรมทันที สามีภรรยาจะแยกจากกันได้อย่างไร แยกจากกันก็จะเกิดช่องว่าง วันหน้าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะหวานชื่นได้อย่างไร ทั้งสองคนควรอยู่ด้วยกัน จึงจะสนิทชิดใกล้
ต้าเป่าถูกลู่เจียวอบรมแล้วก็ไม่คัดค้านอีก แสดงท่าทีว่าจะพาหูหลิงเสวี่ยไปอำเภอชิวด้วยกัน
ส่วนเอ้อร์เป่า เพราะที่ซีเป่ยเขายังจัดการที่อยู่ไม่เรียบร้อย ดังนั้นหลังแต่งงาน จ้าวอวี้หลัวจะยังไม่ตามเขาไป รอให้เขาจัดการที่พักทุกอย่างที่ซีเป่ยเรียบร้อยก่อน ค่อยให้คนส่งจ้าวอวี้หลัวไป ดังนั้นหลังแต่งงาน จ้าว อวี้หลัวก็จะอยู่เมืองหลวงชั่วคราว
เถียนซื่อได้ฟังคำพูดลู่เจียว ยิ้มมองบุตรีตนเองกล่าวว่า “พวกนางได้พบกับแม่สามีเช่นเจ้า ช่างโชคดีจริง ยุคนี้การได้พบกับแม่สามีที่ดีสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย”
ตระกูลใดมีสะใภ้ใหญ่แต่งงานแล้วได้ติดตามสามีไปรับตำแหน่ง ดังนั้นบุตรีตนเองใจกว้างจริงๆ
ลู่เจียวได้ฟังเถียนซื่อก็อดยิ้มไม่ได้ โอบกอดนางเอ่ยว่า “ข้าก็เรียนรู้มาจากท่านแม่ข้าอย่างไรเล่า ท่านแม่ข้าเองก็เป็นแม่สามีที่ดี”
เถียนซื่อถูกนางหยอกจนขำ ตอนนี้นางอายุมากแล้ว บางครั้งก็กังวลอยู่บ้าง คิดถึงคำถามหนึ่งขึ้นมาว่า เจียวเจียวดีเช่นนี้เป็นบุตรีนางจริงหรือ เหตุใดนางรู้สึกว่าไม่อยากจะเชื่อ มักรู้สึกว่าคล้ายกับความฝัน บางครั้งถึงกับเกิดความคิดขึ้นเล็กๆ มาว่า บุตรีที่ดีงามเช่นนี้ไม่ใช่บุตรีนาง
พอเถียนซื่อคิดเช่นนี้ ในใจก็รู้สึกแตกตื่นอย่างรุนแรง แต่บุตรีสนิทสนมกับนางมาก ไม่ได้มีท่าทีเหินห่าง ดังนั้นคงเป็นนางที่คิดมากไปเอง
เถียนซื่อคิดไปก็กล่าวไปว่า “คิดไม่ถึงว่าพริบตาเดียว เจียวเจียวก็เป็นแม่สามีแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจริง แต่เจ้าต้องระวังสุขภาพ อย่าได้เหน็ดเหนื่อยเกินไป อย่าได้ทำงานหนักเหมือนก่อน อย่าเห็นว่าเจ้ายังสาว ความจริงร่างกายแก่ชราลงมากแล้ว”
ลู่เจียวรู้เถียนซื่อเป็นห่วงนาง จึงได้กำชับนาง นางรีบแสดงท่าทีว่า “ท่านแม่วางใจ วันหน้าข้าก็มีสะใภ้แล้ว มีคนให้ใช้งานได้แล้ว มีเรื่องใดก็จะมอบให้สะใภ้ไปทำก็ได้”
พอลู่เจียวกล่าว เถียนซื่อก็ยิ้มออก สองแม่ลูกสองคนกำลังคุยกันเบิกบานใจ นอกประตู ติงเซียงรีบร้อนเดินเข้ามา
ตอนนี้ติงเซียงเป็นหัวหน้าสาวใช้ของลู่เจียว นางเดินถึงข้างกายลู่เจียวก็รีบรายงานว่า “ฮูหยิน คุณหนูญาติคุณชายตกน้ำ?”
ลู่เจียวพอได้ฟังข้อความนี้ก็รู้สึกว่าไม่ได้การแล้ว นางเลิกคิ้วถามขึ้นทันทีว่า “คุณหนูคนใด?”
ครั้งนี้คุณหนูญาติคุณชายที่มาเป็นแขกตระกูลเซี่ยมีสองคน บุตรีลู่อันกับบุตรีลู่กุ้ย
แต่บุตรีลู่กุ้ยยังเล็ก น่าจะไม่ออกไปเดินเล่นในสวนคนเดียว เช่นนั้นก็เป็นไปได้ว่าเป็นเถาจื่อบุตรีลู่อัน
นางเล่นลูกไม้อันใดกัน
สีหน้าลู่เจียวไม่ค่อยดีนัก
ติงเซียงหันไปมองเถียนซื่อทีหนึ่งทันที กล่าวว่า “คุณหนูเถาจื่อเจ้าค่ะ”
สีหน้าเถียนซื่อตรงข้ามย่ำแย่อย่างที่สุด กัดฟันกล่าวว่า “ลู่เถา นางคิดทำอันใด”
ตอนเด็กลู่เถาฉลาดน่ารักมาก ปรากฏเพราะติดตามมารดาเช่นนั้น ยิ่งโตก็ยิ่งมีความคิดออกนอกลู่นอกทาง
ครั้งนี้เถียนซื่อยอมให้มาด้วยก็เพราะนางหมั้นหมายแล้ว
เดิมคนที่หมั้นหมายแล้วไม่ควรออกไปเยี่ยมญาติ แต่ลู่เถาขอร้องว่าชีวิตนางอาจมีเพียงครั้งนี้ที่ได้เข้าเมืองหลวง วันหน้าน่าจะไม่มีโอกาสเข้าเมืองหลวงแล้ว อยากขอติดตามท่านย่าเข้าเมืองหลวงมาดูด้วย
เถียนซื่อเองก็เข้าใจที่นางคิดเช่นนี้ และรู้สึกว่านี่คือบ้านอาหญิงนาง แม้หมั้นหมายแล้ว มาเที่ยวชมสักหน่อยก็คงไม่เป็นอันใด
คิดไม่ถึงว่าหมั้นหมายแล้ว ยังถึงกับกล้าก่อเรื่อง เถียนซื่อแทบจะฟาดนางให้ตาย นางแน่ใจได้ว่าเรื่องนี้สะใภ้รองต้องมีส่วนรู้เห็นอย่างแน่นอน
หลายปีมานี้สะใภ้รองไม่เคยละทิ้งความคิดจะให้เถาจื่อแต่งกับซานเป่าบ้านเจียวเจียว
ต่อมาซานเป่าไปเมืองหนิงโจวตั้งสำนักยาหลวง นางก็ไม่เคยเลิกล้มความคิด ปรากฏทุกครั้งไม่เคยได้พบซานเป่า ซานเป่าตั้งสำนักยาหลวงงานยุ่งมาก วันๆ ไม่อยู่บ้าน นางหาเขาไม่เจอ สุดท้ายเห็นว่าเถาจื่ออายุมากแล้ว ได้แต่ไร้หนทาง จึงได้แต่เลือกคู่หมั้นหมายให้
นางยังคิดว่าพวกนางหมั้นหมายแล้วก็เบาใจ คิดไม่ถึงว่า ครั้งนี้ได้เห็นความร่ำรวยตระกูลเซี่ยก็หวั่นไหว
เถียนซื่อยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหมาก มองไปยังติงเซียงถามว่า “ตอนนี้นางอยู่ที่ใด”
ติงเซียงรีบตอบว่า “ให้คนช่วยขึ้นมาส่งไปเรือนรับรองแล้วเจ้าค่ะ”
ลู่เจียวมองไปยังติงเซียงถามว่า “นางอยู่ดีๆ ตกน้ำได้อย่างไร”
ติงเซียงรีบรายงานว่า “คุณหนูไปเรือนด้านหน้า เข้าขวางคุณชายสาม ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดจึงหกล้ม ปรากฏคุณชายสามหลบ นางจึงตกทะเลสาบไป”
มุมหนึ่งของฝั่งตะวันตกในเรือนด้านหน้าตระกูลเซี่ยมีทะเลสาบจำลอง ริมทะเลสาบยังปลูกต้นหลิวทอดตัวริมทะเลสาบไว้ไม่น้อย ทิวทัศน์ไม่เลว คนไม่น้อยที่มาตระกูลเซี่ยต่างไปเดินเล่นกันที่นั่น
คิดไม่ถึงว่าลู่เถาที่เป็นแขกผู้หญิงถึงกับไปที่เรือนด้านหน้า ในใจลู่เจียวโมโหจนพูดไม่ออก
นางลุกขึ้นเดินออกไป เถียนซื่อลุกตามไปด้วย แต่พอเดินออกไปด้านนอก ลู่เจียวกับเถียนซื่อก็มีสีหน้าปกติ
วันนี้เป็นวันแต่งงานของต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า ลู่เจียวกับเถียนซื่อไม่อยากให้ลู่เถาทำลายบรรยากาศงานแต่งของพวกเขา ดังนั้นจึงไม่ได้แสดงออก
จู้เป่าจูเห็นพวกนางออกมาก็ไม่ทันรู้สึกได้ว่าทั้งสองคนผิดปกติ ยิ้มถามว่า “พี่ลู่ไม่พักผ่อนสักครู่หรือ”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “ไม่มีอันใดหรอก เพียงนึกได้ว่ามีเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้มอบหมาย จึงไม่วางใจ”
จู้เป่าจูรีบเร่งว่า “เช่นนั้นพี่ก็รีบไปเร็ว อีกสักครู่เจ้าบ่าวก็จะรับเจ้าสาวมาแล้ว อย่าได้มัวเสียเวลา”
“อืม”
ลู่เจียวพาเถียนซื่อตรงไปเรือนรับรอง ทุกคนเข้าไปในเรือนรับรองก็เห็นซานเป่าเฝ้าอยู่หน้าประตูด้านนอก ซานเป่าเห็นลู่เจียวก็รีบเอ่ยอย่างรู้สึกผิด “ท่านแม่ ข้าคิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้”
วันนี้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าแต่งงาน เดิมสองพี่น้องคิดให้ซานเป่ากับซื่อเป่าไปรับเจ้าสาวกับพวกเขา แต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวคิดแล้วว่าวันนี้เจ้าบ่าวควรรูปงามที่สุด ไม่อาจให้ผู้อื่นไปแบ่งรัศมีได้ ดังนั้นทั้งสองคนจึงไม่ให้ซานเป่ากับซื่อเป่าตามพี่ชายไปรับเจ้าสาว ได้แต่ให้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าไปรับแทน
ซานเป่ากับซื่อเป่าจึงได้อยู่ในจวนช่วยเซี่ยอวิ๋นจิ่นต้อนรับแขนก วันนี้เดิมแขกก็มากันมาก พวกเขาสองคนอยู่บ้านก็ได้ช่วยต้อนรับแขกได้พอดี
ซานเป่ากับซื่อเป่าพอได้ฟังเหตุผลก็อยู่ต้อนรับแขกที่รู้สึกเห็นด้วย จึงอยู่ตระกูลเซี่ยรับแขกแทน
คิดไม่ถึงว่าจะมาเกิดเรื่องเช่นนี้
ซานเป่ารีบกล่าวทันทีว่า “ก่อนหน้านี้ข้าเดินชมจันทร์ริมทะเลสาบกับแขกอยู่ ปรากฏเห็นน้องเถาจื่อ เดินหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ริมทะเลสาบ ข้าเห็นนางดูผิดปกติ จึงได้เข้ามาบอกให้นางกลับไป ผู้ใดจะรู้ว่านางเห็นข้า ก็พลันโถมเข้าหาล้มลงใส่ข้า ข้าเห็นท่าไม่ดีก็รีบหลบ คิดไม่ถึงว่านางใช้แรงมากไปจึงได้ร่วงลงทะเลสาบ”
ลู่เจียวพยักหน้าเล็กน้อยยิ้มกล่าวว่า “เอาละ แม่รู้แล้ว นี่ไม่ใช่ความผิดเจ้า รีบไปช่วยท่านพ่อเจ้าต้อนรับแขกด้านหน้า เรื่องน้องเถาจื่อ แม่จะจัดการเอง”
ซานเป่าโล่งอกหันหลังเดินไป ลู่เจียวหันกลับมาเดินเข้าไปในลาน เถียนซื่อเองก็ตามมาด้านหลัง
ในห้องพักแขก ลู่เถาฟื้นแล้ว คิดถึงเรื่องก่อนหน้านี้ก็ร้องไห้ปวดใจ พี่ชายสามลูกพี่ลูกน้องนางไยใจร้ายต่อนางเช่นนี้ นางล้มลง เขาถึงกับไม่ประคองนาง ยังปล่อยให้นางร่วงลงน้ำ หากไม่ใช่ว่ามีคนช่วยนางไว้ นางก็คงเกือบตายไปแล้ว
ลู่เถายิ่งคิดก็ยิ่งกลัว ยิ่งร้องไห้ปวดใจ สะใภ้รองลู่โมโหด่าว่า “เจ้าไม่ได้ความจริง แค่ล่อลวงคนก็ไม่เป็น”