ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 839 ดีใจ
ตอนที่ 839 ดีใจ
ฝ่าบาทประกาศแต่งตั้งอ๋องหมิงเป็นรัชทายาทแคว้นต้าโจวต่อใต้หล้าให้ทราบกันอย่างรวดเร็ว
ณ ตระกูลเซี่ย เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวและทุกคนในบ้านต่างรู้ข่าวนี้แล้ว ทุกคนดีใจจนไม่อาจเอ่ย
พวกเถียนซื่อได้ยินข่าวนี้ก็ดีใจ คิดไม่ถึงว่าลูกแมวน้อยเมื่อก่อนนี้ เจ้าตัวเล็กที่อ่อนแอที่สุด ตอนนี้ถึงกับได้เป็นรัชทายาทแคว้นต้าโจว ว่าที่ฮ่องเต้
พวกเถียนซื่อกับลู่ต้าเหนียนต่างดีใจจนพูดไม่ออก แต่คนบ้านตระกูลเซี่ยกลับรู้สึกเสียใจอย่างที่สุด โดยเฉพาะเซี่ยเหล่าเกิน ในใจรู้สึกคับแค้นใจตนเองที่เมื่อก่อนเหตุใดไม่รู้จักดีกับเจ้าหมอนี่สักหน่อย
ยามนี้เขามาร่วมงานแต่งงานต้าเป่าเอ้อร์เป่าที่ตระกูลเซี่ย แต่ต้นจนจบก็ไม่ได้สนใจเขานัก
เซี่ยเหล่าเกินถึงกับสงสัย หากไม่ใช่ติดธรรมเนียมจารีต เขาก็คงไม่อยากสนใจเขา
ตอนนี้คนเขาเป็นรัชทายาทแคว้นต้าโจวแล้ว
พวกเขาไม่เพียงแต่ไม่อาจเอาเปรียบเขาแล้ว ยังต้องกลัวว่าเขาจะมาคิดบัญชีเอาคืนที่เมื่อก่อนพวกเขา ทำทารุณกรรมเขาไว้ หากเขานึกถึงเรื่องพวกนี้ขึ้นมาได้ อาจมีใจคิดสังหารพวกเขาก็เป็นได้ ดังนั้นวันหน้าพวกเขาอยู่แต่ในหมู่บ้านตระกูลเซี่ยอย่าออกมาดีกว่า อย่าให้เขาจำเรื่องพวกเขาได้
เซี่ยเหล่าเกินยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าความคิดตนเองไม่เลว
บ้านตระกูลลู่กลับไม่เป็นห่วง เพราะเมื่อก่อนเถียนซื่อดีกับซื่อเป่ามาก ตอนลู่เจียวไม่ดีกับซื่อเป่า เถียน ซื่อยังดีกับซื่อเป่ามาก ดังนั้นบ้านตระกูลลู่มีแต่ความดีใจ ไม่เป็นห่วงอันใดแม้แต่น้อย
ลู่กุ้ยเพ้อไม่หยุด พูดจาไม่เป็นภาษา “พี่เจียว เรื่องนี้ช่างอัศจรรย์จริง ซื่อเป่าถึงกับได้เป็นรัชทายาทแคว้นต้าโจว ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่อยากจะเชื่อ”
“พี่เจียวเลี้ยงดูเขาโตมา วันหน้าเขาต้องดีกับพี่เจียวแน่นอน นับว่าพี่เจียวได้เชิดหน้าชูตาแล้ว”
วาจานี้ทำเอาทำคนในห้องไม่พอใจ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรับคำเยียบเย็นว่า “ความหมายของเจ้าก็คือข้าไม่อาจทำให้พี่สาวเจ้าได้เชิดหน้าชูตาหรือ”
ต้าเป่า เอ้อร์เป่ากล่าวต่อทันทีว่า “ความหมายของท่านน้าก็คือพวกเราไม่อาจทำให้ท่านแม่เชิดหน้าชูตาได้หรือ”
ลู่กุ้ยพลันนิ่งงันสะอึกกึก มองเซี่ยอวิ๋นจิ่นแล้วก็มองต้าเป่าและเอ้อร์เป่า ได้แต่ส่งเสียงหัวเราะแหะๆ “ข้าพูดผิดไปน่ะ ความจริงพี่เขยกับต้าเป่าและเอ้อร์เป่าก็ทำให้พี่เจียวเชิดหน้าชูตาได้เช่นกัน”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับต้าเป่าและเอ้อร์เป่าค้อนใส่เขาทีหนึ่ง
ลู่เจียวบนเตียงยามนี้กระปรี้กระเปร่าขึ้นไม่น้อยแล้ว ก่อนหน้านี้นางหมดแรงและกำลังใจจริงๆ ตอนนี้ได้เห็นเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลูกๆ อีกครั้งก็อารมณ์ดีขึ้นมา หลังจากนางดื่มน้ำพุจิตวิญญาณก็รู้สึกดีขึ้นมาก
เห็นลู่กุ้ยพยายามเอาตัวรอด ลู่เจียวก็อดยิ้มไม่ได้ เอ่ยว่า “ลู่กุ้ย เจ้าจะให้เสี่ยวอวี๋อยู่เมืองหลวงสักระยะได้หรือไม่”
ก่อนหน้านี้นางเคยบอกหลานสาวให้เข้ามาอยู่เมืองหลวงระยะหนึ่ง ปรากฏว่าเพราะงานยุ่งมากไป ยังกลัวหลานสาวอายุน้อยไป ไม่อยากห่างจากบิดามารดา ดังนั้นจึงไม่ได้รับมา แต่ตอนนี้หลานสาวสิบสองแล้ว มาอยู่เมืองหลวงให้นางอบรมสักระยะหนึ่งได้แล้ว
ลู่กุ้ยพลันดีใจขึ้นมาทันที พยักหน้าอย่างดีใจหงึกๆ จากนั้นก็มองไปยังบุตรีอย่างตัดใจไม่ลง
เห็นจิ่นซิ่วดีใจมาก เอ่ยขึ้นว่า “ขอบคุณพี่เจียว พวกเราจะให้บุตรีเราอยู่กับพี่เจียว พี่เจียวจะได้ช่วยข้าอบรมสั่งสอนนาง”
นางกล่าวจบ ก็มองไปยังบุตรี กล่าวว่า “เสี่ยวอวี๋ รีบขอบคุณท่านอาสิ”
เสี่ยวอวี๋ ชื่อจริงว่าลู่โหรว หน้าตาคล้ายจิ่นซิ่ว งามและอ่อนโยน ท่าทางเขินอาย ไม่ค่อยใจกล้าสักเท่าไร กลัวคนแปลกหน้า พอได้ยินวาจาท่านแม่ก็รีบก้าวออกมาขอบคุณลู่เจียว “ขอบคุณท่านอา”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “วันหน้าเจ้าพักกับน้องหลิงหลง ให้น้องหลิงหลงพาเจ้าออกไปเดินข้างนอกบ่อยๆ”
เซี่ยหลิงหลงรีบยิ้มดึงมือลู่โหรวมากล่าวว่า “พี่โหรววางใจ วันหน้าข้าจะพาพี่ไปเดินเล่นให้ทั่วเมืองหลวง”
พี่สาวค่อนข้างขี้ขลาด ท่านแม่เคยบอกว่า เป็นเพราะพบเจอผู้คนมาน้อยไป ไว้เห็นคนมากเข้า ความกล้าก็มาเอง
ลู่เจียวเห็นเด็กหญิงสองคนเข้ากันได้ดีก็รู้สึกดีใจ มองลู่กุ้ยกับจิ่นซิ่วกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ข้าเชิญนางกำนัลอาวุโสมาสอนธรรมเนียมจารีตให้หลิงหลง ไว้ข้าเชิญนางกลับมาสอนเสี่ยวอวี๋อีก ไม่ได้คาดหวังให้นางเป็นหญิงอัจฉริยะ แต่อย่าน้อยก็ต้องเป็นนายหญิงดูแลงานในตระกูลได้”
เสี่ยวอวี๋นิสัยขี้ขลาดมาก วันหน้าแต่งเข้าตระกูลคหบดี เกรงว่าแม้แต่นายหญิงดูแลตระกูลก็คงทำได้ไม่ดี ลู่เจียวมองนิสัยเสี่ยวอวี๋ออก จึงได้ให้นางอยู่ต่อ
นางเอ่ยเพราะเห็นแก่ลู่กุ้ย
ลู่กุ้ยกับจิ่นซิ่วได้ฟังก็เอ่ยขอบคุณไม่หยุด เมื่อก่อนตอนเสี่ยวอวี๋ยังเด็ก พวกเขาไม่ได้สนใจนัก เอาแต่ปกป้องนางดังแก้วตาดวงใจ พอโตขึ้นจึงได้พบว่าไม่ได้การแล้ว ตอนนี้ลู่กุ้ยนับว่าเป็นคหบดีใหญ่ในอำเภอชิงเหอ วันหน้าตระกูลที่เสี่ยวอวี๋แต่งออกไป ก็ย่อมไม่ใช่ตระกูลด้อยกว่า เสี่ยวอวี๋เช่นนี้จะทำหน้าที่นายหญิงของตระกูลได้อย่างไร
สองคนเป็นห่วงแต่ทำอันใดไม่ได้ ตอนนี้ลู่เจียวยอมให้เสี่ยวอวี๋มาอยู่เมืองหลวง นับว่าดีมากจริงๆ
ลู่กุ้ยคล้ายมีความเชื่องมงายว่า หากพี่สาวอบรมบุตรีตน นางจะต้องเก่งกาจได้อย่างแน่นอน
“เช่นนั้นข้าขอขอบคุณพี่เจียวแล้ว”
ลู่กุ้ยยิ้มตาหยีไปเขยิบเข้าไปกล่าวว่า “พี่เจียว หากนางไม่เชื่อฟัง พี่ตำหนิตีนางได้เลย ถือว่าเป็นบุตรีพี่เจียว”
ลู่เจียวค้อนขวับใส่เขาทีหนึ่ง “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ารักนางมากราวกับแก้วตาดวงใจ หากข้าตีนาง เจ้าไม่เอาเรื่องข้าจริงหรือ”
ลู่กุ้ยรีบรีบยืดคอรับรองกล่าวว่า “ข้าเอาเรื่องผู้ใดก็ไม่เอาเรื่องพี่เจียว”
“เอาละ ข้าไม่ตีหรอก เสี่ยวอวี๋เราดีเพียงนี้”
คนในห้องต่างยิ้ม แต่ในใจพี่รองลู่กับสะใภ้รองกลับรู้สึกบอกไม่ถูก
ลู่เจียวดีกับทุกคนในบ้านตระกูลลู่ แต่เย็นชากับพวกเขา
ลู่อันคิดไม่ตกว่าที่แท้เป็นเพราะเหตุใด ทันในนั้นเองก็พลันตระหนักรู้ขึ้นมา เพราะผู้อื่นเข้าใกล้ลู่เจียวอย่างจริงใจ แต่พวกเขามิใช่เช่นนั้น
แม้เขานับว่าใกล้ชิดน้องสาวคนนี้ แต่ในใจกลับรู้สึกเหินห่าง
มองดูท่านแม่กับลู่กุ้ยสนิทกับน้องสาวมาก ดังนั้นน้องสาวจึงดีกับพวกเขามากเป็นพิเศษ
ดังนั้นเป็นเพราะเขาเอง ลู่อันนึกเสียใจภายหลังอย่างมาก แต่ก็รู้ว่าเดินมาถึงตอนนี้ก็ไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้แล้ว คงได้แต่ปล่อยไปเช่นนี้
ในห้องเถียนซื่อกับลู่เจียวกล่าวว่า “เจียวเจียวไม่เป็นอันใดแล้ว พวกเราก็ควรกลับกันได้แล้ว”
ลู่เจียวพอได้ฟังก็ร้อนใจ “ท่านแม่ ท่านแม่อยู่ต่ออีกระยะหนึ่งเถอะนะ”
เถียนซื่อมองลู่เจียวกล่าวว่า “ตามหลักแล้ว เจ้าได้รับบาดเจ็บ แม่ควรอยู่ดูแล แต่ขอเอ่ยอย่างไม่กลัวเจ้าหัวเราะแม่ แม่โตจนป่านนี้ไม่เคยออกมาไกลจากบ้านเช่นนี้มาก่อน ไม่เคยเห็นคนมากมายเพียงนี้ ข้างกายมีแต่คนเดินไปเดินมา ในใจก็รู้สึกหวาดหวั่นไม่มั่นใจ นอนก็นอนไม่หลับ”
ลู่เจียวมองไปยังเถียนซื่อ พบว่าขอบตานางดำเป็นวงใหญ่ ดูท่าทางนอนหลับไม่สนิทจริงๆ
หันไปมองพวกลู่อันเองก็ดูไม่ดีนัก ดูท่าพวกเขาไม่ค่อยชินกับสถานที่เช่นเมืองหลวง อยากออกไปเดินเล่นก็กลัวไปล่วงเกินผู้ใด ได้ยินว่าเมืองหลวงนี้ทำผู้ใดตายไปอย่างไม่ตั้งใจ ก็ใช้อำนาจบารมีกลบได้ ดังนั้นพวกเขาไม่กล้าออกไปเดินเล่นกัน ได้แต่อยู่แต่ในจวน
กอปรกับเรื่องที่เกิดกับลู่เจียวก่อนหน้านี้ทำพวกเขาตกใจ พวกเขารู้สึกว่าเมืองหลวงน่ากลัวมาก
เดิมเถียนซื่อคิดอยู่ดูแลลู่เจียวต่อ รอให้นางแข็งแรงดีค่อยกลับ แต่ข้างกายลู่เจียวไม่ต้องการนางคอยดูแล เซี่ยอวิ๋นจิ่นดูแลใกล้ชิดมาตลอด ไม่จำเป็นต้องให้นางดูแลเป็นห่วง ดังนั้นนางจึงคิดกลับแล้ว