ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 844 เหมาะสมหรือไม่
ตอนที่ 844 เหมาะสมหรือไม่
เซียวเหวินอวี๋ได้เป็นรัชทายาทแคว้นต้าโจวแล้วก็ไม่อาจไปอยู่ที่จวนอ๋องจิ่นที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ต้องอยู่ในตำหนักบูรพา
ตำหนักบูรพาของรัชทายาทมีกองกำลังตำหนักบูรพาหนึ่งพันนาย
เซียวเหวินอวี๋ขอให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นช่วยคัดเลือกคน เซี่ยอวิ๋นจิ่นแนะนำจ้าวเหิงมาให้เซียวเหวินอวี๋
จ้าวเหิงไม่เพียงแต่ฝีมือร้ายกาจ แต่ยังเคยเป็นมือปราบ ความสามารถจัดการกำลังถือว่าดีอันดับหนึ่ง ที่สำคัญที่สุดก็คือก่อนหน้านี้เขารับหน้าที่คุ้มกันพวกซื่อเป่า ตอนนี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นแนะนำเขามาให้เซียวเหวินอวี๋ก็พอดีจะได้ทำงานให้เซียวเหวินอวี๋
“เช่นนั้น วันหน้าจ้าวเหิงก็จะเป็นผู้บัญชาการฝ่ายซ้ายแห่งกองกำลังตำหนักบูรพาข้า คุมกำลังห้าร้อยนาย”
“ขอบพระทัยรัชทายาท”
จ้าวเหิงคุกเข่าลงน้อมรับพระบัญชาอย่างนอบน้อม
นี่เป็นโอกาสของเขา เขาต้องแสดงความสามารถให้ดี
หากปกป้องคุ้มกันรัชทายาทจนขึ้นครองราชย์ได้เป็นฮ่องเต้แคว้นต้าโจว รัชทายาทย่อมต้องไว้วางใจเขามากยิ่งขึ้น เขาก็นับว่าได้ก้าวขึ้นไปอยู่เหนือผู้ใด
จ้าวเหิงดีใจมาก
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเริ่มเลือกผู้บัญชาการฝ่ายขวาแห่งกองกำลังบูรพากับเซียวเหวินอวี๋
ในฐานะรัชทายาทตำหนักบูรพา ผู้บัญชาการซ้ายขวาสำคัญมาก จะต้องจงรักภักดี มีใจเดียวกับรัชทายาท หากไม่ภักดี รัชทายาทก็จะตกอยู่ในอันตรายอย่างมาก
ดังนั้นผู้บัญชาการกองกำลังซ้ายและขวาสำคัญมาก ไม่อาจปล่อยปละละเลยได้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับเซียวเหวินอวี๋กำลังคิดอยู่ว่าจะให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการฝ่ายขวาประจำกองกำลังบูรพา
ไม่คิดว่าม่อเป่ยถึงกับรับพระบัญชาฝ่าบาทมาพบเซียวเหวินอวี๋
“ถวายบังคมรัชทายาท กระหม่อมรับพระบัญชาฝ่าบาทมาประจำตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังตำหนักบูรพารัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับเซียวเหวินอวี๋สบตากัน ก่อนจะมองไปยังม่อเป่ย
ม่อเป่ยเป็นคนสนิทข้างพระวรกายฝ่าบาท ฝ่าบาทถึงกับส่งเขามาเป็นผู้บัญชาการกองกำลังตำหนักบูรพาตำหนักรัชทายาท เห็นได้ว่าเซียวอวี้โปรดปรานเซียวเหวินอวี๋อย่างมากจริงๆ
เซียวเหวินอวี๋ซาบซึ้งใจมาก แต่กลับเป็นห่วงเซียวอวี้มากกว่า
“องครักษ์ม่อเป็นคนข้างพระวรกายเสด็จพ่อที่ทรงไว้ใจที่สุด หากเจ้ามารับตำแหน่งผู้บัญชาการที่ตำหนักบูรพา เสด็จพ่อจะทำเช่นไร เจ้ากลับไปอารักขาเสด็จพ่อดีกว่า”
ม่อเป่ยรีบกล่าวว่า “รัชทายาท นี่เป็นพระประสงค์ของฝ่าบาท ขอรัชทายาทรับพระเมตตาดังบิดาของฝ่าบาทไว้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเหวินอวี๋ไม่พูดอะไรต่ออีก เซี่ยอวิ๋นจิ่นเอ่ยขึ้นว่า “รัชทายาท ในเมื่อฝ่าบาทมีราชโองการให้องครักษ์ม่อมาประจำตำหนักบูรพา ก็ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการฝ่ายขวาประจำกองกำลังบูรพาก็แล้วกัน”
เซียวเหวินอวี๋คิดแล้วก็เห็นด้วย “ตกลง เช่นนั้นองครักษ์ม่อก็ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการฝ่ายขวาประจำกองกำลังบูรพาของข้า วันหน้าผู้บัญชาการม่อก็จะรับหน้าที่ดูแลทุกเรื่องในตำหนักบูรพาข้า”
“พ่ะย่ะค่ะ รัชทายาท กระหม่อมจะทำหน้าที่ประจำตำหนักบูรพานี้ให้ดี”
เซียวเหวินอวี๋แนะนำจ้าวเหิงให้กับม่อเป่ย “ท่านนี้ก็คือผู้บัญชาการจ้าวเหิง จะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการฝ่ายซ้ายประจำกองกำลังบูรพา ข้าหวังว่าวันหน้าทั้งสองท่านจะเข้ากันได้ดี ร่วมแรงร่วมใจเพื่อตำหนักบูรพา”
“พ่ะย่ะค่ะ รัชทายาท”
ตำหนักบูรพามีผู้บัญชาการกองกำลังซ้ายและขวาแล้วก็เริ่มเลือกคน ผู้บัญชาการกองกำลังซ้ายและขวารับหน้าที่นี้ เซียวเหวินอวี๋หันไปใส่ใจเรื่องของราชสำนักต่อ
เดือนห้า หวังเมิ่งเหยาพระชายารองรัชทายาทแต่งเข้าตำหนักบูรพา
คืนนั้นรัชทายาทกับพระชายารองอยู่ในห้องคุยการค้ากันทั้งคืนจนฟ้าสาง ทั้งสองคนจึงได้เหนื่อยหลับไป
ในคืนนี้ทั้งสองคนได้ข้อตกลงร่วมกัน วันหน้าการค้าตำหนักบูรพามอบให้หวังเมิ่งเหยาดูแล
หวังเมิ่งเหยาแสดงท่าทีว่าจะไม่ทำให้รัชทายาทผิดหวัง
ปรากฏรัชทายาทกับพระชายารองต่างพึงพอใจในเรื่องนี้อย่างมาก
ทั้งสองคนอยู่ร่วมกันได้อย่างปรองดองดีมาก
วันที่สิบหก เดือนหก รัชทายาทอภิเษก
ต้าเป่า เอ้อร์เป่า ซานเป่าพากันเดินทางจากอำเภอชิว ชายแดนและเมืองหนิงโจวตามลำดับกลับเมืองหลวง
นี่เป็นการแต่งงานของซื่อเป่าตระกูลพวกเขา พวกเขาจะไม่มาได้อย่างไร ก่อนวันอภิเษกรัชทายาท พี่น้องต่างพากันเร่งเดินทางกลับเมืองหลวง
ยามนี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวได้เห็นหญิงสาวที่ซานเป่าชอบ
หญิงสาวผู้นี้ชื่อว่าซือหว่านอิ๋ง รูปร่างบอบบางอรชร โครงหน้าอ่อนหวาน ดูแล้วเป็นหญิงสาวอ่อนหวาน ตอนพบกันครั้งแรก ผู้ใดก็ไม่คิดว่านางจะเป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพ
แต่หลังจากเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวได้สัมผัสกับหว่านอิ๋ง ก็พบว่าหญิงสาวผู้นี้เป็นหญิงสาวที่อ่อนโยนเพียงภาพภายนอก
แม้ว่าภายนอกดูแล้วอรชรบอบบาง แต่ภายในกลับเป็นหญิงสาวที่มีความคิดของตนเอง แต่พอนางได้เห็นลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ๋น ก็ยากจะสงบกิริยาท่าที
“เซี่ยเหวินเซ่า เจ้าบอกว่านี่คือท่านพ่อท่านแม่เจ้าหรือ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไร้วาจาจะกล่าว ขมวดคิ้วมองซือหว่านอิ๋ง
ลู่เจียวกลับรู้สึกน่าสนุก ยิ้มมองนางกล่าวว่า “พวกเราไม่ใช่ท่านพ่อท่านแม่เขา หรือว่าเป็นพี่ชายพี่สาวเขากัน”
ซือหว่านอิ๋งพลันหน้าแดงก่ำ เอ่ยขอโทษท่าทางเก้อเขินว่า “ขออภัย ใต้เท้ากับฮูหยินแลดูอ่อนเยาว์จริงๆ ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ”
นางคิดว่าบิดามารดาเซี่ยเหวินเซ่าต้องเป็นพวกสูงศักดิ์เคร่งขรึม วางตัวสูงส่งเหนือผู้อื่น ก่อนมาเมืองหลวงนางยังเป็นห่วงอยู่มาก ปรากฏพอได้พบบิดามารดาเขาถึงกับเหมือนพี่ชายพี่สาวเช่นนี้ ประเด็นก็คือยังอ่อนโยนอย่างมาก เหนือความคาดหมายของซือหว่านอิ๋งไม่น้อย
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “เอาละ อย่าได้มากธรรมเนียม ถือเสียว่าเป็นบ้านตนเอง ผ่อนคลายหน่อย”
หูหลิงเสวี่ยกับจ้าวอวี้หลัวลุกขึ้นไปประคองนางไปนั่ง “ตระกูลเราผ่อนคลายอิสระที่สุด เจ้าไม่ต้องเคร่งเครียดไป”
เซี่ยหลิงหลงเองก็ยิ้มทักทาย “พี่หว่านอิ๋ง ขอเพียงอยู่ตระกูลเราสองวันก็จะชอบตระกูลเรา คนที่เคยอยู่ตระกูลเราไม่มีผู้ใดไม่ชอบ”
บรรดาสหายนางต่างชอบครอบครัวนาง หลายคนต่างจ้องมองพี่ห้าอยู่
เซี่ยหลิงหลงมองอู่เป่าน้อย
อู่เป่าน้อยรีบส่งสายตาตักเตือนใส่นาง วันหน้าดีที่สุดอย่าได้พาสหายนางมาเดินไปมาตรงหน้าเขา
เซี่ยหลิงหลงเบ้ปากอย่างรู้สึกโดนกล่าวหา ข้าไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย
เซี่ยอวิ๋นจิ่นถามซือหว่านอิ๋ง “ได้ยินว่าเจ้าเป็นชาวเมืองหนิงโจวหรือ”
ในห้องโถง ทุกคนพลันเงียบกริบ เรื่องเป็นการเป็นงานมาแล้ว ท่านนี้จะได้เป็นพี่สะใภ้สามหรือไม่ จะต้องผ่านด่านท่านพ่อกับท่านแม่ก่อน
กล่าวตามตรง เดิมเซี่ยอวิ๋นจิ่นยืนยันไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานนี้
ครอบครัวพวกเขาเช่นนี้จะแต่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพเป็นสะใภ้ได้อย่างไร หากแพร่ออกไป ไม่ถูกหัวเราะเยาะเอาหรือ
แต่ทว่าลู่เจียวไม่ได้มีความคิดเห็นอันใด ดูตัวบุคคลเป็นหลัก ที่สำคัญที่สุดก็คือเป็นหญิงที่ซานเป่าชอบ ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าต่างได้แต่งกับหญิงสาวที่ตนเองชอบ คงไม่อาจปล่อยให้ซานเป่าแต่งกับหญิงสาวที่ตนไม่ชอบ
แน่นอนว่าเงื่อนไขก่อนหน้าก็คือต้องมีคุณธรรมดี หากคุณธรรมไม่ดี ลู่เจียวย่อมไม่ยอมรับ
แต่พบกันครั้งแรก ลู่เจียวพอใจมาก
ซือหว่านอิ๋งได้ยินเซี่ยอวิ๋นจิ่นถามก็เคร่งเครียดอยู่บ้าง นั่งตัวตรงตอบอย่างนอบน้อมว่า “ใช่เจ้าค่ะ ตระกูลเราเป็นชาวเมืองหนิงโจวมาแต่ดั้งเดิม เป็นชาวอำเภอไป่ชาง เมืองหนิงโจว”
“ได้ยินว่าตอนนี้เจ้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพหรือ เจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพประจำที่ว่าการเมืองหนิงโจวหรือ”
ซือหว่านอิ๋งรีบตั้งสติทันที นางรู้ว่าหลายคนต่างมีความคิดเห็นต่ออาชีพเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพ นับประสาอันใดกับนางที่เป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพหญิง
“ความจริงบิดาข้าเป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพ แต่บิดาข้าอายุมากแล้ว ทำงานก็ไม่ค่อยมีแรง ข้าจึงได้ช่วยบิดาทำงาน”
“เจ้ารู้สึกว่าสถานะเจ้าคู่ควรกับบุตรชายข้าหรือ”
ซือหว่านอิ๋งสะดุ้ง ในใจพลันแตกตื่นลนลาน นางมองออกว่าใต้เท้าเซี่ยไม่ค่อยชอบนาง ดังนั้นเรื่องของนางกับเซี่ยเหวินเซ่าน่าจะจบสิ้นแล้ว ซือหว่านอิ๋งเสียใจมาก แต่ก็ฝืนเข้มแข็งขึ้นมาใหม่ กล่าวว่า “หากยกเรื่องชาติกำเนิดของเขาทิ้งไป ข้ารู้สึกว่าพวกเราเหมาะสมกันมาก”