ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 845 เห็นด้วย
ตอนที่ 845 เห็นด้วย
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเอ่ยด้วยท่าทีเคร่งขรึมว่า “แต่ชาติกำเนิดเขาเช่นนี้ ดังนั้นเจ้าไม่คู่ควรกับเขา”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดจริงจังจริงๆ ว่าซือหว่านอิ๋งผู้นี้ไม่เหมาะสมกับบุตรชายตน
หากว่าหูหลิงเสวี่ยกับจ้าวอวี้หลัวสองสะใภ้ เขาก็ยังไม่พอใจอยู่บ้าง กับซือหว่านอิ๋ง เขาไม่มีทางยอมรับได้อย่างเด็ดขาด
ไม่เพียงแต่ชาติตระกูลไม่ดี ยังเป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพ
บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียด ซือหว่านอิ๋งตัวแข็งทื่อ เสียใจอย่างมาก
ซานเป่าได้ยินคำบิดา ในใจก็เสียใจอย่างมากเช่นกัน พลันไม่รู้ว่าควรเอ่ยอันใด
ลู่เจียวมองทั้งสองคน เห็นได้ชัดสองฝ่ายต่างชอบกันและกันมาก ซือหว่านอิ๋งผู้นี้มองแล้วก็รู้สึกว่าไม่เลว และผู้หญิงที่กล้าทำในสิ่งที่ตนเองชอบก็ไม่เลวอย่างมาก
เจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพพูดจาแทนคนตาย ลู่เจียวรู้สึกว่าอาชีพนี้ไม่ได้แตกต่างจากนางที่เป็นหมอช่วยคนเป็น
“เอาละ อย่าได้แสดงท่าทีเคร่งขรึม จะทำให้หว่านอิ๋งตกใจ”
ลู่เจียวยกมือแตะเซี่ยอวิ๋นจิ่นเบาๆ เตือนให้เขาอย่าได้แสดงท่าทีเคร่งขรึมเช่นนี้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังคำพูดลู่เจียว รีบหันหน้าไปมองลู่เจียวอย่างจนปัญญา
เขารู้ว่าลู่เจียวเห็นด้วยที่ซานเป่าจะแต่งกับซือหว่านอิ๋งแล้ว เซี่ยอวิ๋นจิ่นทำใจยอมรับไม่ได้ มองลู่เจียวอย่างคับแค้นใจ
ลู่เจียวนึกขำ ครอบครัวพวกนางเหมือนกลับตาลปัตรกับครอบครัวผู้อื่น ครอบครัวผู้อื่นแม่สามีจะติชมเรื่องมากต่างๆ นานา แต่ครอบครัวพวกนาง ใต้เท้าเซี่ยกลับติชมเรื่องมากต่างๆ นานา
ความจริงลู่เจียวก็พอเข้าใจเซี่ยอวิ๋นจิ่น
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่แต่เล็กลำบากมากับเขา เขาอยากให้บุตรชายแต่งภรรยาที่ดีที่สุด
ภรรยาที่ดีในความคิดใต้เท้าเซี่ยน่าจะเป็นสตรีจากตระกูลสูงที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี อย่างเช่น เผยอวี่ตระกูลเผยโส่วฝู่
แต่ไรมาใต้เท้าเซี่ยไม่เคยนึกรังเกียจนาง
ลู่เจียวคิดไปก็ค้อนใส่เซี่ยอวิ๋นจิ่นอย่างนึกขำ จากนั้นก็นางหันไปมองซานเป่ากับซือหว่านอิ๋ง ยิ้มกล่าวว่า “อาชีพไม่แบ่งแยกสูงต่ำ สตรีเป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพก็ไม่ได้มีอันใดไม่ดี ตระกูลชื่อไม่ดังก็ไม่ได้มีอันใด ตระกูลเราแต่งสะใภ้ ไม่ต้องการสะใภ้สถานะสูงศักดิ์ แต่ต้องการลูกสะใภ้ความประพฤติดี ใจคอกว้างขวาง ไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อยราวขนไก่ หรือคิดเล็กคิดน้อย”
ลู่เจียวกล่าวจบ ซือหว่านอิ๋งก็ร้อนใจเอ่ยขึ้นว่า “ฮูหยินเซี่ย ข้ารับรองได้ว่าข้าไม่ใช่คนที่ถือสาเรื่องเล็กน้อยราวขนไก่ หรือคิดเล็กคิดน้อยอย่างเด็ดขาด”
ซานเป่าข้างๆ มองไปยังท่านแม่ตน กล่าวรับรองว่า “ท่านแม่ แม่นางหว่านอิ๋งความประพฤติไม่มีปัญหา และจิตใจอารีมีเมตตา ข้ารับรองได้ว่านางไม่ใช่คนที่ชอบก่อเรื่องยุแยงไม่รู้ผิดถูก”
ลู่เจียวมองท่าทางร้อนใจของซานเป่า คล้ายกลัวพวกนางไม่เห็นด้วย
ลู่เจียวพลันยิ้ม ในเมื่อซานเป่าชอบ ไยไม่ให้เขาได้สมหวัง
แม้ว่าบิดาและพี่ชายซานเป่าเก่งกาจโด่งดัง แต่ตัวเขาเองเป็นแค่หมอคนหนึ่งเท่านั้น และเขาตั้งใจเดินทางรักษาผู้ป่วย หากภรรยาเป็นหญิงตระกูลสูงศักดิ์ ทั้งสองคนอาจเข้ากันได้ไม่ได้ดีนัก กลับกัน หากเป็นหว่านอิ๋ง น่าจะเข้ากันได้ดี ทั้งสองคนต่างทำในอาชีพที่ตนเองชอบ ส่งเสริมกันและกัน ชื่นชอบกันและกัน ดีมากๆ
ลู่เจียวยิ้มมองซือหว่านอิ๋งกล่าวว่า “ดูสิ ซานเป่าเราชอบแม่นางหว่านอิ๋งมากเพียงใด”
ลู่เจียวกล่าวจบก็กล่าวว่า “ได้ ในเมื่อซานเป่าชอบ พวกเราเป็นบิดามารดาก็ไม่ควรห้าม รอให้ผ่านงานอภิเษกรัชทายาทไปก่อน ตระกูลเราก็จะส่งคนไปเมืองหนิงโจวไปขอหมั้นหมายเจ้ากับบิดาเจ้า”
ลู่เจียวกล่าวจบ ในห้องโถง ซานเป่ากับซือหว่านอิ๋งก็นิ่งอึ้ง ตกลงง่ายดายเช่นนี้หรือ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกลับไม่พอใจ ยื่นมือไปดึงมือลู่เจียวไว้ เอ่ยค้านว่า “เจียวเจียว นี่ปล่อยผ่านง่ายดายเกินไปหรือไม่”
ลู่เจียวยิ้มกุมมือเซี่ยอวิ๋นจิ่น กล่าวว่า “เอาละ ซานเป่ายากจะชอบหญิงสาวสักคน ก็ให้เขาได้สมหวังเถอะ เขาเป็นแค่หมอคนหนึ่ง ปณิธานของเขาไม่ได้เป็นขุนนาง ไม่เข้าร่วมวงการราชสำนัก หากเขาแต่งภรรยาเป็นสตรีสูงศักดิ์ เกรงว่าสองสามีภรรยาคงมีชีวิตที่ไร้ความสุข ดังนั้นเช่นนี้ในตอนนี้นั้นดีมาก”
ซานเป่ากลัวเซี่ยอวิ๋นจิ่นจะเอ่ยค้านอีก จึงรีบดึงซือหว่านอิ๋งลุกขึ้น เอ่ยขอบคุณ “ขอบคุณท่านแม่”
กล่าวจบมองไปยังเซี่ยอวิ๋นจิ่นที่สีหน้าดำทะมึน กล่าวว่า “และขอบคุณท่านพ่อ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นลู่เจียวตัดสินใจเรื่องนี้แล้ว ก็ได้แต่กล่าวอย่างไม่ค่อยพอใจนักว่า “ก็ขอให้วันหน้าเจ้าอย่าได้นึกเสียใจภายหลัง”
ซานเป่ารีบรับรองว่า “ท่านพ่อ พวกเราจะใช้ชีวิตให้ดี ข้าจะไม่นึกเสียใจภายหลัง”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่มีอันใดเอ่ยอีก ฮูหยินตนเองเห็นด้วยแล้ว บุตรชายก็คิดแต่ง เขาจะทำเช่นไรได้
“เอาละ พานางไปเรือนรับรองก่อน”
ซานเป่าฉลาดเฉลียวพอที่จะไม่ทำให้บิดาโมโหในยามนี้ ยื่นมือไปดึงซือหว่านอิ๋งออกไป
ซือหว่านอิ๋งตรงไปยังเรือนรับรองตระกูลเซี่ยจึงตั้งสติได้ นางยื่นมือไปคว้าซานเป่า กล่าวแทบไม่อยากจะเชื่อว่า “งานแต่งงานของพวกเรา ท่านพ่อท่านแม่เจ้าเห็นด้วยแล้วจริงๆ หรือ พวกเขาเห็นด้วยแล้วจริง ๆ หรือนี่”
ก่อนมาเมืองหลวง บิดานางกับนางเคยบอกว่า นางเข้าเมืองหลวงเกรงว่าจะต้องถูกกลั่นแกล้งให้ลำบากใจต่างๆ นานา คนระดับตระกูลเซี่ยจะเห็นด้วยที่จะแต่งนางเป็นสะใภ้ได้อย่างไร ยังบอกว่าหากตระกูลเขาไม่เห็นด้วย ก็ให้นางตัดใจเสีย
ความจริงซือหว่านอิ๋งยินยอมเข้าเมืองหลวงมาก็เพราะชอบซานเป่ามาก ซานเป่าเป็นคนดีมากจริงๆ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และยังสนับสนุนงานเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพของนาง คิดว่าสตรีมีอาชีพไม่มีอันใดไม่ดี ทุกอย่างล้วนทำให้นางชอบเขา
พวกเขาทั้งสองคนเข้ากันได้ดีมาก แม่นางหว่านอิ๋งรู้สึกว่าหากไม่อาจแต่งกับซานเป่า วันหน้านางก็จะไม่ขอพบซานเป่าอีก
ดังนั้นนางจึงเดินทางเข้าเมืองหลวงโดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของบิดา เดิมนางคิดว่าพวกนางต้องทุ่มเทความพยายามอย่างมากกว่าจะทำให้คนตระกูลเซี่ยยอมรับได้
ปรากฏตระกูลเซี่ยยอมรับนางง่ายดายเช่นนี้
ซือหว่านอิ๋งรู้สึกแทบไม่อยากจะเชื่อ
ซานเป่ายิ้มกอดนางไว้ กล่าวว่า “ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว ท่านแม่ข้าไม่เหมือนผู้หญิงอื่น ความคิดนางไม่โบราณ นางจะไม่รังเกียจเจ้าเพราะอาชีพเจ้า”
ซือหว่านอิ๋งยิ้มพยักหน้าเต็มแรง “อืม อืม ข้าก็รู้สึกว่าฮูหยินไม่เหมือนผู้ใด”
หากเปลี่ยนเป็นผู้หญิงอื่นก็คงไม่ใช่เช่นนี้
ซือหว่านอิ๋งรู้สึกว่านางชอบบรรยากาศตระกูลเซี่ยมาก แม้ว่าใต้เท้าเซี่ยไม่ค่อยพอใจนาง แต่วันหน้าผู้ที่อยู่ร่วมกันนางมากที่สุดก็คือสตรีในตระกูลเซี่ย ไม่ใช่ใต้เท้าเซี่ย
“ซานเป่า พวกเราได้อยู่ด้วยกันแล้วจริงหรือ”
“ใช่”
ทั้งสองคนยิ้มให้กัน
ห้องโถงกลางตระกูลเซี่ย เซี่ยอวิ๋นจิ่นยังกำลังโมโหอยู่ ลู่เจียวมองไปยังบุตรชายและสะใภ้ แอบส่งสายตาให้พวกเขา บุตรชายและสะใภ้ล้วนฉลาด พากันถอยออกไป แม้แต่แฝดชายหญิงก็วิ่งออกไปอย่างรู้ความ
สุดท้ายในห้องโถงเหลือแค่เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวทั้งสองคน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นห้องโถงกลางไม่มีคนแล้วก็มองไปที่ลู่เจียวทันที ขมวดคิ้วถามว่า “เจียวเจียว เจ้ารู้สึกว่าหญิงผู้นั้นคู่ควรกับซานเป่าหรือ ไม่เพียงแต่ชาติตระกูลต่ำต้อย ยังเป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพอีก”
ลู่เจียวยิ้มเลิกคิ้วถามว่า “ข้าถามเจ้า หากซานเป่าแต่งกับสตรีตระกูลสูงศักดิ์ดังที่เจ้าว่า แล้วนางรังเกียจที่เขาไม่ทำงานเป็นการเป็นงาน ไม่หวังความก้าวหน้าเป็นขุนนาง เจ้ารู้สึกว่าเขาจะเบิกบานใจหรือ อีกอย่างเจ้าจะเบิกบานใจหรือ คิดถึงเจ้าเมื่อก่อนดูสิ”
พอเอ่ยออกไปก็โดนใจเซี่ยอวิ๋นจิ่นพอดี เขาคิดถึงลู่เจียวคนก่อน
คิดถึงตอนตนเองอยู่กับนางคนเดิมในตอนนั้น เวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน ตอนนั้นเห็นนางแล้วก็มีแต่กลัดกลุ้มใจ เซี่ยอวิ๋นจิ่นพลันกล่าวอันใดไม่ออก
เป็นนานกว่าจะเอ่ยขึ้นว่า “ได้ เขาชอบก็ให้เขาแต่งก็แล้วกัน”
ลู่เจียวยื่นมือไปกุมมือเซี่ยอวิ๋นจิ่น กล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้รังเกียจสถานะซือหว่านอิ๋ง เจ้าแค่อยากให้บุตรชายได้สิ่งที่ดีที่สุด แต่สิ่งที่ดีที่สุดใช่ว่าจะเหมาะสมกับเขาที่สุด เขาชอบของเขาเองจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด”