ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 846 ผิดปกติ
ตอนที่ 846 ผิดปกติ
ในที่สุดเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่พูดอีก ยื่นมือขึ้นโอบกอดลู่เจียวไว้
“ยังคงเป็นเจียวเจียวที่เข้าใจข้า ผู้อื่นคิดว่าข้ารังเกียจสถานะนาง แต่ข้าไม่ใช่เช่นนั้น ข้าเพียงอยากให้บุตรชายได้สิ่งที่ดีที่สุด”
ลู่เจียวยิ้มพลางพยักหน้า “ข้ารู้ แต่พวกเราต้องยอมรับเรื่องหนึ่ง บางครั้งพวกเราเป็นบิดามารดาคิดว่าดี กับสิ่งที่ลูกคิดว่าดี อาจไม่เหมือนกัน รองเท้าเหมาะพอดีเท้าหรือไม่ คนใส่เท่านั้นที่จะรู้ได้”
ในที่สุดเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ยอมอ่อนลง เห็นด้วยกับงานแต่งนี้ของซานเป่า
“ได้ เรื่องนี้ให้เจียวเจียวตัดสินใจก็พอ”
ตกค่ำ ทุกคนตระกูลเซี่ยพบว่าบิดาตนสีหน้าอ่อนลง ไม่ได้ไม่ต้อนรับซือหว่านอิ๋งเหมือนก่อนหน้านี้
ในที่สุดตระกูลเซี่ยก็กลับคืนสู่บรรยากาศแห่งความสุขดังเดิม เด็กๆ ยิ่งแน่ใจว่าในตระกูลเซี่ยนี้ลู่เจียวพูดจามีน้ำหนัก นางก็คือเสาค้ำทะเลตงไห่[1]ของตระกูลเซี่ยจริงๆ
แม่นางหว่านอิ๋งใช้เวลาเพียงแค่อาหารมื้อเดียวก็ชอบบรรยากาศตระกูลเซี่ย เพราะทุกคนเข้ากันได้ดีมาก ผู้ใดก็ไม่ดูแคลนสถานะนาง พี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้รองยังมาคุยกับนางอยู่ครู่หนึ่ง ยังถามเรื่องงานของเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพ โดยเฉพาะหูหลิงเสวี่ย ยังขอความรู้ในประเด็นรายละเอียดกับนางอีกด้วย
เพราะต้าเป่าเป็นนายอำเภอที่อำเภอชิว ปกติมักพบเจอคดี หูหลิงเสวี่ยอยากช่วยงานเขา ดังนั้นจึงขอความรู้จากซือหว่านอิ๋ง
วันรุ่งขึ้น งานอภิเษกรัชทายาท
เช้าตรู่มา ตระกูลเซี่ยทุกคนก็ตรงไปตำหนักบูรพา
ณ ตำหนักบูรพาของรัชทายาท
รัชทายาทกับพระชายารองหวังเมิ่งเหยามารอรับพวกเขาเข้าไป
เซียวเหวินอวี๋ยังตั้งใจขอให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวช่วยเขาต้อนรับแขกในวันนี้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวย่อมรับปาก ไม่เพียงแต่สองสามีภรรยา แม้แต่ต้าเป่าเอ้อร์เป่าและซานเป่าก็มาช่วยด้วย แม้แต่แฝดชายหญิงก็รับหน้าที่ต้อนรับส่วนหนึ่ง
เพราะตระกูลเซี่ยมาช่วย ดังนั้นการจัดการในตำหนักรัชทายาทจึงไม่ได้วุ่นวายแม้แต่น้อย
เรือนด้านหน้า เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับบุตรชายรับหน้าที่ เรือนด้านหลัง ลู่เจียวกับสะใภ้และพระชายารองหวังเมิ่งเหยารับหน้าที่ดูแล
หวังเมิ่งเหยาเดิมก็สนิทกับลู่เจียว เห็นนางมาก็ผ่อนคลายลง กล่าวว่า “น้าลู่ ท่านน้ามาได้ ดีมากจริงๆ ก่อนหน้านี้ข้าเป็นห่วงจริงๆ ว่าวันนี้จะเกิดเหตุวุ่นวายอันใด ตอนนี้ท่านน้ามาย่อมดีมากๆ”
ลู่เจียวยิ้มตบหลังมือหวังเมิ่งเหยา กล่าวว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนก็พอ ตอนนี้รัชทายาทสถานะสูงศักดิ์ ไม่มีทางมีคนไร้ตาแล่นมาหาเรื่องส่งเดช แม้ดูแลบกพร่องไปเล็กน้อยบ้างก็ไม่เป็นอันใด”
ลู่เจียวกล่าวจบ มองไปยังหวังเมิ่งเหยากล่าวว่า “เจ้ากับรัชทายาทเข้ากันได้ดีกระมัง”
หวังเมิ่งเหยายิ้มกล่าวว่า “น้าลู่วางใจ ข้าดีมาก ได้แต่งกับรัชทายาท ข้ารู้สึกดีใจมากๆ”
นางได้ทำงานที่นางอยากทำ และไม่ต้องคอยยกน้ำชาคารวะปรนนิบัติสามีและบิดามารดาสามีทั้งวัน
นางเป็นพระชายารองรัชทายาท เรื่องปรนนิบัติสามีและบิดามารดาสามีย่อมควรเป็นพระชายาเอกรัชทายาท
วันหน้านางแค่ช่วยรัชทายาทจัดการการค้าก็พอ
ลู่เจียวเห็นนางคล้ายไม่ได้รู้สึกโมโหหึงหวงกับงานอภิเษกของรัชทายาท ในใจก็โล่งอกกล่าวว่า “แม้ว่ารัชทายาทวันนี้อภิเษก แต่เรือนด้านหลังเขาก็มีแค่พวกเจ้าสองคน ดังนั้นเจ้าอย่าได้ไม่พอใจ”
หวังเมิ่งเหยารีบยิ้มกล่าวว่า “น้าลู่ ท่านอย่าได้เป็นห่วง ข้าไม่ได้ไม่พอใจแต่อย่างใด อย่าว่าแต่วันนี้รัชทายาทอภิเษก แม้วันหน้ารัชทายาทรับอนุอีก ข้าก็จะไม่มีทางไม่พอใจ สถานะรัชทายาทเช่นนี้จะแต่งสตรีนางเดียวได้อย่างไร อย่างไรก็ต้องรักษาสมดุลราชสำนัก เพื่อความมั่นคงของแผ่นดินเป็นสำคัญ”
ลู่เจียวได้ฟังหวังเมิ่งเหยาก็นิ่งอึ้งไปทันที และก็ได้รู้จักสตรีในยุคสมัยนี้ลึกซึ้งขึ้นอีก
“เจ้าคิดได้เช่นนี้ ข้าดีใจมาก เอาล่ะ พวกเรามาช่วยกันดูรายละเอียดก่อน ว่ามีตรงไหนละเลยตกหล่นไปหรือไม่”
ทั้งสองคนซักซ้อมกระบวนการของงานเลี้ยง ตอนแขกมา ลู่เจียวรับหน้าที่ดูแลฮูหยินขุนนางคนสำคัญ หวังเมิ่งเหยากับลูกสะใภ้ตระกูลเซี่ยรับหน้าที่ดูแลสะใภ้และคุณหนูแต่ละตระกูล ส่วนซือหว่านอิ๋งกับเซี่ยหลิงหลงก็รับหน้าที่ดูแลหญิงสาว
ทุกอย่างเตรียมการพร้อมสรรพ แขกเหรื่อก็ทยอยมากัน
ตำหนักรัชทายาทพลันครึกครื้นวุ่นวายขึ้นมา
วันนี้รัชทายาทอภิเษก แต่งหลานสาวเผยโส่วฝู่เข้าตำหนัก รัชทายาทนำคนไปรับเจ้าสาวที่จวนตระกูลเผยด้วยตนเอง เป็นการให้เกียรติตระกูลเผยอย่างมาก
ตระกูลเผยเองก็ถวายพระเกียรติต่อรัชทายาทอย่างเต็มที่ พากันสรรเสริญรัชทายาทอย่างสูงสุด
ณ ตำหนักรัชทายาท
ลู่เจียวเป็นห่วงว่าพวกอ๋องจิ่นกับฮองเฮาจะมาก่อเรื่องในวันอภิเษกของรัชทายาท
ดังนั้นนางคอยสังเกตอยู่ตลอดเวลา แต่จงหย่งโหวกับอ๋องจิ่นไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใด แต่ตั้งตนจบ ไม่ได้เกิดเรื่องอันใด
รัชทายาทอภิเษกผ่านไปอย่างปกติ แม้ว่าพิธีอภิเษกจะหลายขั้นตอนซับซ้อน แต่อย่างไรก็ไม่ได้เกิดเหตุเหนือความคาดหมายอันใด ส่งตัวเข้าหออย่างราบรื่นดี
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวเห็นดังนี้ก็รู้สึกสบายใจ โชคดีที่ไม่ได้เกิดเหตุผิดคาดอันใด
ทั้งสองคนจึงโล่งใจผ่อนคลายลงได้
พอตกค่ำ กลับถึงบ้านยังแทบไม่อยากจะเชื่อ
“เดิมข้าคิดว่าพวกอ๋องจิ่นกับฮองเฮาจะทำอันใดในวันอภิเษกรัชทายาท คิดไม่ถึงว่าพวกเขาถึงกับไม่ทำอันใด นึกไม่ถึงจริงๆ หรือว่ายอมรับชะตากรรมได้แล้ว”
ลู่เจียวมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นอย่างแทบไม่อยากจะเชื่อ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วกล่าวว่า “ข้ารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายดายเช่นนี้ คล้ายว่าพวกเขากำลังอดทนรอแผนการใหญ่อันใดอยู่ ไม่เช่นนั้นไม่มีทาสงบงนิ่งไม่เคลื่อนไหวเช่นนี้”
“อ๋องหมิงได้เป็นรัชทายาทแคว้นต้าโจว พวกอ๋องจิ่นกับฮองเฮาไม่มีทางยอมรับเรื่องนี้ได้”
“เช่นนั้นเหตุใดพวกเขาไม่ทำอันใดในวันนี้”
ลู่เจียวถามอย่างแปลกใจ วันนี้คนมาก เป็นโอกาสอันดีในการลงมือ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วแน่น พลันคิดถึงฮ่องเต้ในวัง อดหันหน้าไปกล่าวกับลู่เจียวไม่ได้ว่า “เจ้าว่าพวกเขาลงมืออันใดกับฮ่องเต้หรือไม่”
“เจ้าไม่ได้บอกว่าฮ่องเต้ทรงสบายดีมาตลอดหรือ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้า “ทรงสบายดีมาตลอด แต่เหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้องนัก”
เขาครุ่นคิดจริงจังได้ครู่หนึ่งก็หันหน้าไปถามลู่เจียวว่า “ใช่แล้ว ข้าพบประเด็นหนึ่ง บางครั้งฮ่องเต้ดูเหมือนทรงกระปรี้ประเปร่าดี ราวกับหนุ่มขึ้นหลายปี แต่บางครั้งก็ทรงดูเหน็ดเหนื่อยง่วงนอนสัปหงก คล้ายไม่ได้บรรทมมา”
“ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าฮ่องเต้ง่วงนอนสัปหงกเพราะจัดการฎีกาทั้งคืน แต่มาคิดให้ถี่ถ้วนก็รู้สึกว่าไม่น่าถูกต้องนัก พระพลานามัยฮ่องเต้ไม่ดีมาตลอด เหตุใดบางครั้งกระปรี้ประเปร่าคล้ายฉีดเลือดไก่[2] มา แม้แต่สีพระพักตร์ก็ราวกับหนุ่มลงหลายปี แววพระเนตรก็เปล่งประกาย คล้ายกินยาอันใดมา”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวจบก็สะอึกกึกในใจ พร้อมกับส่ายหน้า “ไม่น่า ฮ่องเต้น่าจะไม่ถูกผู้ใดวางยา หมอหลวงตรวจชีพจรให้ทุกวัน หากมีวางยาเล่นอุบายกับฮ่องเต้ จะตรวจไม่พบได้อย่างไร”
ลู่เจียวได้ฟังเซี่ยอวิ๋นจิ่นวิเคราะห์เป็นชั้น ๆ พลันคิดถึงฝิ่นขึ้นมาได้ คนที่เพิ่งจะสูบฝิ่นก็จะกระปรี้กระเปร่าคล้ายจะอ่อนเยาว์ขึ้นหลายปี แต่หากไม่สูบก็จะง่วงหวาวหาวนอน ฝิ่นไม่นับว่าเป็นยา ตรวจพบได้ไม่ง่ายในระยะเวลาอันสั้น
[1] ในเรื่องไซอิ๋ว ซุนหงอคงได้นำเสาค้ำทะเลตงไห่มาเป็นกระบอกวิเศษ อาวุธประจำกาย ถือเป็นเสาวิเศษใช้ค้ำยัน
[2] สำนวน ฉีดเลือดไก่ หมายถึงคึกคักเหมือนได้รับสารกระตุ้น