ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 849 เลิกยา
ตอนที่ 849 เลิกยา
เซียวอวี้ไม่เป็นห่วงว่าฮองเฮากับอ๋องจิ่นจะใช้พินัยกรรมมาทำอันใด เพราะพินัยกรรมเขาที่ฝากไว้ที่ตระกูลเซี่ยเขียนไว้ชัดเจนเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าเกิดเรื่องใด พินัยกรรมนี้ต้องอยู่ในสภาพกล่องแพรไหมลงเทียนขี้ผึ้งผนึกไว้เป็นมาตรฐาน ที่เหลือล้วนเป็นของปลอม
เพียงแต่เซียวอวี้คิดไม่ถึงว่ายาที่ตนเองกินลงไปเกินขนาดถึงกับทำให้สลบหมดสติ ก่อนสลบหมดสตินั้น เขารู้สึกได้ว่าสติสัมปชัญญะสับสน หน้ามืดตาลาย หัวใจเต้นแรง ก่อนหมดสติเขารู้ว่าตนเองน่าจะไม่รอดแล้ว คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายถึงกับฟื้นคืนมาได้อีกครั้ง
เซียวอวี้ครุ่นคิดทุกอย่างแล้วก็หันไปมองฮองเฮากับอ๋องจิ่น
ฮองเฮากับอ๋องจิ่นเห็นเซียวอวี้ฟื้นขึ้นมาก็รู้ว่าพวกเขาจบสิ้นแล้ว จึงทนแรงกดดันต่อไปไม่ไหว ทั้งสองคนถลาไปคุกเข่าตรงหน้าเซียวอวี้
เซียวอวี้ฝืนตัวขึ้นสั่งการ “ทหาร จับตัวฮองเฮากับอ๋องจิ่นไว้ ฮองเฮากับอ๋องจิ่นร่วมมือกันชิงบัลลังก์ ความผิดไม่อาจละเว้น ลดสถานะฮองเฮาเป็นพระสนมต้องโทษส่งเข้าตำหนักเย็น ชีวิตนี้ห้ามก้าวออกจากตำหนักเย็นแม้แต่ก้าวเดียว อ๋องจิ่นเซียวเจินคิดสังหารบิดา ไม่คู่ควรเป็นอ๋อง ลดสถานะเป็นสามัญชน ส่งตัวให้ศาลอาญาต้าหลี่ลงอาญา”
สีหน้าฮองเฮาพลันซีดเผือด แผดเสียงร้องไห้ดังลั่น จนกระทั่งยามนี้นางยังไม่ลืมแก้ตัว “ฝ่าบาทไม่ใช่พวกเราวางยาฝ่าบาท แต่เป็นพระสนมจ้าวเพคะ”
อ๋องจิ่นเซียวเจินเองก็ตกใจ แต่จนกระทั่งยามนี้ เขายังคงไม่ลืมเอ่ยเตือนเซียวอวี้ “เสด็จพ่อ ยาที่ทรงกินนั้นมีเพียงหม่อมฉันรู้สูตรยา หากเสด็จพ่อคิดอยากกินยานั่นอีกจะทำเช่นไร เสด็จพ่อ”
เซียวอวี้มองบุตรชายตนผู้นี้ด้วยแววตาเยียบเย็น สุดท้ายผิดหวังอย่างที่สุด เอ่ยว่า “ลากตัวพวกเขาออกไป”
มีคนเข้ามาในตำหนักอย่างรวดเร็วพาตัวฮองเฮา ไม่สิ พระสนมต้องโทษหลี่อวิ๋นซานออกไป ส่งไปยังตำหนักเย็น
หลี่อวิ๋นซานรู้ว่าเซียวอวี้เกลียดนางมาก คิดให้นางอยู่ไม่สู้ตาย ไม่ให้นางตาย แต่กลับสั่งให้นางไปอยู่ตำหนักเย็น
หลี่อวิ๋นซานขอร้อง “ฝ่าบาท หม่อมฉันขอพระราชทานโทษตายเพคะ ขอฝ่าบาทพระราชทานโทษตายหม่อมฉันเพคะ”
เซียวอวี้ไม่สนใจ อ๋องจิ่นถูกคุมตัวไปส่งศาลอาญาต้าหลี่รับโทษ
ตำหนักบรรทม เซียวอวี้มองไปยังพระสนมจ้าวกับไทเฮาจ้าว
ไทเฮาจ้าวชิงเอ่ยกับเซียวอวี้ก่อน “จ้าวซิ่ว เจ้าสมองพิการถึงกับโดนฮองเฮากับอ๋องจิ่นหลอก เจ้าทำให้ข้าผิดหวังจริง”
พระสนมจ้าวได้ฟังไทเฮาจ้าวก็รู้ว่าไทเฮาผลักความผิดทั้งหมดให้นางคนเดียว นางทนไม่ไหวร้องไห้ออกมา ครั้งนี้หวาดกลัวขึ้นมาแล้วจริงๆ แต่ก็ไม่กล้าเปิดโปงไทเฮาจ้าว นางคุกเข่ากล่าวว่า “หม่อมฉันโง่เขลา ขอฝ่าบาทลงอาญาเพคะ”
เซียวอวี้ไม่ได้เอ่ยอันใดกับนางมาก กล่าวทันทีว่า “อนุญาต พระราชทานสุราพิษแก่พระสนมจ้าว”
พระสนมจ้าวถูกคนลากตัวออกไปกรอกสุราพิษ สุดท้ายเหลือเพียงไทเฮาจ้าว
เซียวอวี้มองนางเป็นนานไม่ได้เอ่ยอันใด เขาไม่รู้ว่าควรเอ่ยอันใดกับมารดาเขา
มารดาผู้นี้ไม่เคยรักเขาแท้จริง สำหรับนาง เขาเป็นเพียงเครื่องมือแย่งชิงอำนาจ เขารู้ความจริงเรื่องนี้มานานแล้ว แต่เขาคิดไม่ถึงว่าจะมีวันที่นางถึงกับคิดทำร้ายเขา
เซียวอวี้หัวเราะอย่างไม่อาจปิดบังความเศร้าไว้ได้ เขาเป็นฮ่องเต้ที่ล้มเหลวสิ้นดี
ไทเฮาจ้าวมองแววตาที่เต็มไปด้วยความเยียบเย็นและดูแคลนเยาะเย้ยของเซียวอวี้แล้วก็รู้สึกร้อนตัวขึ้นมาทันที นางรู้ว่าบุตรชายรู้ทุกอย่าง
นางไม่อาจอยู่ในวังอีกต่อไปแล้ว
ไทเฮาจ้าวเอ่ยขึ้นก่อนว่า “สองปีมานี้ พระพลานามัยฝ่าบาทแย่ลงทุกวัน ข้าเห็นแล้วในใจก็ปวดร้าวมาก ขอทรงอนุญาตให้ข้าไปตำหนักบนเขาสวดมนต์ขอพรให้ฮ่องเต้ หวังว่าวันหน้าฮ่องเต้จะมีพระพลานามัยแข็งแรงขึ้น”
เซียวอวี้ค่อยๆ หลับตาลง เอ่ยสุรเสียงเยียบเย็น “อนุญาต”
เขากล่าวจบก็ทนไม่ไหวสลบลงอีกครั้ง
เซียวเหวินอวี๋เห็น ก็ร้อนใจร้องเรียกเสียงดัง “เสด็จพ่อ เสด็จพ่อ”
ลู่เจียวเดินเข้าไปตรวจเซียวอวี้แล้วก็รายงานว่า “รัชทายาท ฝ่าบาททรงพระวรกายอ่อนแอ แค่ทรงหมดพระสติไปเท่านั้นเพคะ”
เซียวเหวินอวี๋ถามอย่างห่วงใยกล่าวว่า “ทรงไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”
“ตอนนี้ยังไม่เป็นอันใดเพคะ”
เซียวเหวินอวี๋มองลู่เจียว อดเป็นห่วงไม่ได้ ตอนนี้ยังไม่เป็นอันใดหมายความว่าอย่างไร
แต่เพราะตอนนี้คนในตำหนักบรรทมมากมาย เซียวเหวินอวี๋จึงไม่ได้ถาม
ตอนนี้ฮองเฮาถูกปลด อ๋องจิ่นถูกส่งไปศาลอาญาต้าหลี่ ไทเฮาก็ขอไปพำนักตำหนักบนเขาสวดมนต์ขอพร ในวังเหลือเขาคนเดียวที่สั่งการทุกอย่างได้
เซียวเหวินอวี๋จัดการทุกอย่างเรียบร้อย ให้คนรีบส่งไทเฮาไปตำหนักบนเขา ให้บรรดาขุนนางใหญ่ออกจากวังหลวงไป และให้งดประชุมราชสำนักพรุ่งนี้ ให้ศาลอาญาต้าหลี่รีบตัดสินโทษอ๋องจิ่นปองร้ายฝ่าบาท สืบที่มาของยาพิษนั้น
ในตำหนักบรรทมนอกจากขุนนางสองสามคนที่อยู่ต่อ คนที่เหลือก็ออกจากวังหลวงไปแล้ว
พอตำหนักบรรทมไม่ค่อยมีคนนอกแล้ว เซียวเหวินอวี๋ก็ถามลู่เจียวอย่างห่วงใย “พระวรกายเสด็จพ่อจะไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”
ลู่เจียวมองไปยังเซียวเหวินอวี๋ เผยโส่วฝู่และอู่กั๋วกง
“ฝ่าบาทโดนสมุนไพรชื่อว่าอิงซู่เขอ[1] ยานี้ทำให้คนติดง่าย เลิกยาก แต่หากไม่เลิก ก็จะทำลายสุขภาพ พระพลานามัยฝ่าบาทเดิมก็ไม่ดี หากเสวยต่อไป ไม่นานก็จะทนรับไม่ไหว ดังนั้นจำต้องเลิกยานี้ให้ได้ แต่จะเลิกก็ยากลำบากอยู่สักหน่อย”
ก่อนหน้านี้ลู่เจียวตรวจดูแล้ว พบว่าที่เซียวอวี้กินไปเป็นเพียงอิงซู่เขอธรรมดา ไม่ได้สกัด หากเป็นอิงซู่เขอสกัด เซียวอวี้ไม่มีทางเลิกได้ โชคดีที่ไม่ใช่แบบสกัดจึงมีความเป็นพิษต่ำมาก หากเซียวอวี้ตัดใจเลิก ยังคงเลิกได้
นี่คือความโชคดีในความโชคร้าย
เซียวเหวินอวี๋ในตำหนักบรรทมรีบถามทันที “เช่นนั้นทำอย่างไรดี”
ลู่เจียวยืนยันว่า “เลิกยาได้ ขอเพียงผ่านพ้นสิบวันถึงครึ่งเดือนไปได้ก็จะไม่เป็นอันใดแล้ว”
เซียวเหวินอวี๋หันไปมองเซียวอวี้บนเตียง เอ่ยขึ้นอย่างเเป็นห่วงว่า “พระวรกายเสด็จพ่อไม่ค่อยดี จะทรงทนได้หรือ”
“น่าจะไม่เป็นอันใด รัชทายาทวางพระทัยได้ หม่อมฉันจะอยู่ในวังจนฝ่าบาทเลิกยานี้ได้”
“ได้ รบกวนฮูหยินเซี่ยแล้ว”
ตอนบ่ายเซียวอวี้ก็อาการอยากยากำเริบ นั่งไม่ติด ท่าทางเจ็บปวด มองคนปรนนิบัติข้างกายแล้ว สุดท้ายก็อดระเบิดอารมณ์อยากกินอิงซู่เขอขึ้นไม่ได้ ลู่เจียวสั่งให้คนมัดเขาไว้ พร้อมกับอุดปากไว้ด้วย จากนั้นก็สั่งให้ทุกคนออกจากตำหนักบรรทมไป ไม่สนใจเขา
ฝ่าบาทเป็นโอรสสวรรค์แห่งแคว้นต้าโจว เขาย่อมไม่อยากให้ผู้อื่นเห็นเขาในสภาพนี้
นอกตำหนักบรรทม นอกจากเซียวเหวินอวี๋ที่เป็นรัชทายาทแล้ว ก็ยังมีบรรดาขุนนางคนสำคัญสองสามคน เผยอวี่พระชายารัชทายาทและพระสนมในวังมาเฝ้าอยู่นอกตำหนักบรรทม
ผู้ใดต่างไม่ได้เอ่ยอันใด ในใจแต่ละคนต่างทุกข์ทรมาน
ลู่เจียวกะเวลาได้พอสมควรแล้ว จึงได้เดินเข้าไปในตำหนักบรรทม ยามนี้เซียวอวี้บนเตียงเหงื่อท่วมตัวราวกับอาบน้ำมา ผมเผ้าเปียกชื้นแนบกาย เสื้อผ้าก็คล้ายว่าเปียกไปด้วยน้ำ สีหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือดสลบไปอีกครั้ง
เซียวเหวินอวี๋เห็นเขาเช่นนี้ก็ทนไม่ไหว เดินเข้าไปเรียก “เสด็จพ่อ เสด็จพ่อ”
ลู่เจียวหันไปมองหมอหลวงฉี ข้างกายทีหนึ่ง ให้เขาไปตรวจเซียวอวี้
หมอหลวงฉีเข้าไปตรวจเซียวอวี้ พบว่าเซียวอวี้แม้ว่าท่าทางอนาถ แต่ลมหายใจกลับเป็นปกติ ไม่เป็นอันใดแล้ว
“ทูลรัชทายาท ฝ่าบาททรงไม่เป็นอันใดแล้ว ไม่ต้องกังวลพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเหวินอวี๋พลันโล่งอก
[1] ฟางป๊อปปี (poppy straw) จากต้นฝิ่น สกัดเป็นมอร์ฟีน